หลังอาหารเย็น จื้อเซินไหลเข้าไปอาบน้ำเตรียมตัวนอน ขณะที่กำลังรอให้น้ำเต็มอ่างอาบน้ำ เขาก็ได้แต่มองรูปร่างเล็ก ๆ ของตัวเองในกระจกและรำพึงรำพันว่าเมื่อไหร่เขาจะโต? ยิ่งเห็นอวัยวะส่วนหนึ่งของตนเองก็ยิ่งอนาถใจ เขารับไม่ได้จริง ๆ ที่ก่อนจะเข้าร่างนี้ ตรงนั้นมันก็ใหญ่โตดีพอ ๆ กับตัวเขาอยู่หรอก แต่พอมาอยู่ร่างนี้กลับเหลือเพียงน้อยนิด แทบจะเรียกได้ว่ากระจ้อยร่อยเลยทีเดียว เขาไม่แปลกใจเลยที่ทำไมเ้าหม่าฟานมันถึงได้หัวเราะตอนเขาวิ่งหนีไม่ให้คนอื่นเปลี่ยนชุดให้
จื้อเซินไหลที่มองน้ำในอ่างขนาดใหญ่ตรงหน้าได้แต่หงุดหงิดไปตามเื่ตามราว กระทั่งหม่าฟานแอบเข้ามาในห้องน้ำแล้วอยากอาบน้ำกับเขานั่นแหละ เขาจึงได้ไล่ตะเพิดมันออกไป ใครจะอยากให้มันเห็นตรงนั้นของเขากัน
หม่าฟานได้แต่ประท้วงเ้านายที่ไม่ยอมให้มันอาบน้ำด้วยอยู่หน้าประตูห้องน้ำ หากมันไม่กลัวถูกสายฟ้าของเ้านาย มันคงดึงดันก่อกวนเ้านายในห้องน้ำเป็แน่ สุดท้ายแล้วหม่าฟานก็ไปอ้อนขอให้คนรับใช้ช่วยอาบน้ำให้มัน จริง ๆ แล้วเป็บรรดานายท่านทั้งหลายที่บอกพวกเขาก่อนหน้าแล้ว ด้วยกลัวว่าคุณชายน้อยจะติดเชื้อโรคจากเ้าแมวอ้วนตัวนี้ พวกเขาจึงต้องอาบน้ำให้มันทุกวันเพื่อรักษาความสะอาด เนื่องจากหม่าฟานจะนอนกับจื้อเซินไหลทุกคืนอย่างเคยชิน ตัวมันเองรู้สึกไม่ปลอดภัยหากไม่ได้นอนกับเ้านายมัน ตอนนี้มันยังไม่ชินกับคนในบ้านนี้นัก
เช้าวันต่อมา จื้อเซินไหลที่ต้องไปผจญภัยกับผองเพื่อนวัยกระเตาะก็ต้องปวดหัวอีกแล้ว เขาลืมให้แม่บ้านทำขนมมาให้วันนี้ จื้อเซินไหลจึงต้องเตรียมหูของตัวเองให้ดีก่อนจะมีเสียงนกกระจิบทั้งหลายเข้ามาให้ระคายหูทั้งวัน โอ้ย! ลืมอะไรไม่ลืม ดันลืมขนมอุดปากพวกนี้เสียได้
จื้อเซินไหลยิ่งคิดยิ่งโมโหตัวเอง เขายิ่งอยากรีบโตเร็ว ๆ แต่ดูท่าทางกาลเวลาจะไหลไปเร็วกว่านี้ไม่ได้ ทำให้จื้อเซินไหลยังคงต้องเรียนร่วมห้องกับเพื่อน ๆ อีกเกือบสองปี ในสองปีนี้เขาจะอดทนได้ถึงขนาดไหนหนอ คิดแล้วก็ยิ่งชีช้ำกะหล่ำปลี เขาช่างซวยเสียไม่มี ลงมาจุติทั้งทีดันยังเด็กอีก ถ้าเขาโตเลยเหมือนคนอื่นที่เข้าร่างก่อนหน้านี้ เขาคงไม่ต้องมาลำบากตรากตรำกับการอยู่กับเด็กน้อยเช่นนี้
หลังจากนั่งขยี้ผมตัวเองจนยุ่งเหยิงแล้ว จื้อเซินไหลได้แต่มองเพื่อนตัวน้อยที่มองการกระทำของเขาตาปริบ ๆ พวกนี้คงไม่คิดว่าเขาบ้าแล้วหรอกนะ เฮ้อ จื้อเซินไหลบอกกล่าวกับเพื่อนก่อนที่จะมีคนถาม โดยบอกว่าเขาลืมเอาขนมมาจึงมีอาการเช่นนี้ เพื่อนตัวน้อยใจดีจึงพากันแบ่งขนมมาให้เขาเสียเต็มโต๊ะไปอีก โอ้ย ใจดีเกินเบอร์ไปแล้วเพื่อนฉัน
อาจารย์ประจำชั้นของจื้อเซินไหลสังเกตมาหลายวันแล้วว่านักเรียนของเขานิสัยเปลี่ยนไป จากที่ขี้อายไม่ค่อยพูด กลับกลายเป็เหมือนผู้ใหญ่มากขึ้นไม่น้อย ด้วยหลายอย่างที่เขาแสดงออกตอนพลั้งเผลอจึงทำให้อาจารย์สังเกตเห็น แต่ในเมื่อผู้ปกครองไม่ได้แจ้งเื่การผิดปกติของลูกศิษย์ อาจารย์จึงต้องทำเป็เอาหูไปนาเอาตาไปไร่เสียก่อน หากเกิดเื่อะไรขึ้นก็ค่อยแจ้งผู้ปกครองก็ยังไม่สาย
จื้อเซินไหลที่ไม่รู้ว่าถูกจับตามองก็ทำตัวเป็เด็กบ้าง เผลอบ้างเป็บางครั้งคราวเหมือนเดิม ตอนนี้เขาต้องท่องจำคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่ั้แ่เกิดมาหมื่นกว่าปีเขายังไม่เคยเรียนเลย นี่ยิ่งทำให้จื้อเซินไหลเงียบขรึมในตอนท่องจำ ไม่เหมือนพวกเด็ก ๆ คนอื่นที่ท่องไปอย่างสนุกสนาน อาจเพราะอาจารย์มีสื่อการสอนน่ารัก ๆ ให้พวกเขาด้วยกระมัง เด็กพวกนี้จึงได้จำได้อย่างรวดเร็ว ส่วนเขาน่ะหรือ ช่างลำบากเสียนี่กระไร คิดแล้วก็อยากโตอีก เฮ้อ!
หลังเลิกเรียนวันนี้จื้อเซินไหลบอกแม่บ้านว่าให้เตรียมขนมให้เขาทุกวันที่ไปเรียนเลย เพราะเพื่อน ๆ เขาชอบขนมที่เธอทำให้ก่อนหน้านี้มาก แม่บ้านผู้ที่ถูกคุณชายน้อยชมก็ยิ้มกริ่ม เธอยังเล่าให้คุณย่าเขาฟังด้วยว่านายน้อยเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่เพื่อนมากขนาดไหนไปอีก จื้อเซินไหลฟังคำอวยของแม่บ้านก็ได้แต่กลอกตามองบนกับความคิดของเธอ นี่ไม่ใช่ว่าอยากได้เงินพิเศษจากคุณย่าหรอกนะถึงได้ประจบเหมือนเ้าหม่าฟาน
จื้อเซินไหลผู้ที่ยังไม่เคยใช้เงินในโลกใบนี้ เขาไม่รู้หรอกว่าเงินขนาดไหนเรียกว่ามากหรือขนาดไหนเรียกว่าน้อย เขาพกเพียงบัตรเครดิตที่พ่อส่งให้ใบเดียวเท่านั้น อยากได้อะไรก็รูดปรื้ด ๆ ซื้อเอา ช่วยไม่ได้ก็คนมันรวยอ่ะ พ่อให้มาถ้าเขาไม่ใช้เสียหน่อยก็กลัวว่าพ่อจะกังวล
จื้อเฟยฉางไม่รู้ความคิดของลูกชายตัวน้อยของเขาเลย ถ้าเขารู้เขาคงสอนวิธีการใช้เงินให้ลูกตัวน้อยเสียก่อน แต่เื่นี้กว่าเขาจะรู้ก็ตอนสิ้นเดือนที่ต้องโอนค่าใช้จ่ายเข้าบัตรให้ลูกชายนั่นแหละ หลังจากนั้นเขาจึงได้สั่งสอนลูกชายเื่การใช้เงินว่าอย่าสุรุ่ยสุร่ายนัก เขากลัวคนร้ายจะมาลักพาตัวไปเหมือนในหนังที่เคยดูบ่อย ๆ ยังดีที่โรงเรียนมีระบบความปลอดภัยเป็อย่างดี หากไม่ใช่คนที่มารับมาส่งแล้ว อาจารย์จะไม่ให้เด็กไปกับคนแปลกหน้าเด็ดขาด เื่นี้เขาจึงไว้วางใจโรงเรียนและมอบเงินอุดหนุนเป็จำนวนมากทุกปี
่นี้เ้าหม่าฟานเริ่มติดหนึบกับคุณย่า เพราะเธอชอบให้ขนมมันกินอยู่บ่อย ๆ จากที่มันอ้วนอยู่แล้ว จื้อเซินไหลยังรู้สึกว่ามันอ้วนขึ้นอีกเกือบเท่าตัวเลยทีเดียว หม่าฟานยังมาเถียงเขาฉอด ๆ ว่ามันไม่อ้วน มันแค่อวบระยะสุดท้ายเท่านั้น ดูดู๊คำพูดมัน เขาล่ะอยากเอาเท้าก่ายหน้าผากถ้าไม่ติดว่าเขาตัวเล็กล่ะก็นะ เฮ้อ
วันหยุดสุดสัปดาห์นี้ที่บ้านเขายังคงไปบ้านพักตากอากาศเมื่อคราวก่อนอีก ด้วยว่าอยากให้จื้อเซินไหลว่ายน้ำให้แข็งกว่านี้ พวกเขาจึงหาเื่พาไปเหมือนครั้งก่อน จื้อเซินไหลที่ได้ผ่อนคลายตอนอยู่ชายหาดก็เห็นดีด้วยอยู่แล้ว เขาชอบบรรยากาศที่นั่นเสียจริง ๆ หากไม่ติดว่าพ่อกับแม่เขาทำงานในเมืองหลวง เขาคงขอย้ายไปอยู่ที่โน่นและเรียนที่นั่นเสียเลยไปนานแล้ว แต่หากเขาขอเื่ที่ไม่สมเหตุสมผลเข้าแล้วเกิดพวกเขาสงสัยขึ้นมาคงไม่คุ้มค่ากับความสบายชั่วครั้งชั่วคราวของเขาหรอก จื้อเซินไหลจึงได้พับเก็บความคิดเลื่อนเปื้อนของเขาออกไปจากสมองน้อย ๆ
ครั้งนี้เ้าหม่าฟานไม่กล้าปีนต้นมะพร้าวอีก มันกลัวว่ามุขของมันจะถูกจับได้หากทำบ่อย ๆ ยังไงเสียคนในบ้านก็ต้องให้ของกินมันเหมือนเดิมนั่นแหละ ใครใช้ให้มันชอบทำตัวออดอ้อนไปทั่วบ้านกันเล่า เดี๋ยวนี้แฟนคลับมันยังรวมไปถึงพ่อบ้านที่ชอบเ้าแมวอ้วนตัวนี้ไม่น้อยด้วย ทั้งที่พ่อบ้านนั้นเป็ชายวัยชราพอ ๆ กับคุณปู่ของเขานะ เขายังนึกแปลกใจเลยว่ามันไปใช้มารยาแบบไหนถึงตกเอาพ่อบ้านผู้เคร่งขรึมมาได้แบบนี้