“ทุกท่านวาดภาพซัมนิวส์ในอนาคตไว้อย่างไรสำหรับเรา บริษัทต้องมีประสิทธิภาพมากพอที่จะมุ่งไปข้างหน้าอย่างยั่งยืนด้วยตนเองไม่ขึ้นกับว่าใครจะเป็นนักข่าว จะเป็นบรรณาธิการ หรือใครจะขึ้นมาบริหารด้วยเครื่องมือวิเศษที่เรียกว่า ‘เอไอ’แทนที่จะต่อต้านเฉกเช่นนโยบายของคณะกรรมการชุดนี้ เพราะมองว่ามันไร้หัวจิตหัวใจไร้ความรับผิดชอบ ก็เข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของมันเสีย” ธรณีเริ่มต้นแสดงวิสัยทัศน์หลายคนมองตาปริบ ๆ คล้ายงุนงงประเด็นที่สื่อ
“ลองจินตนาการดูนะครับแทนที่ทุกคนจะใช้เอไอเพื่อช่วยทำงานตนเองให้รวดเร็วขึ้น สะดวกสบาย ง่ายขึ้นวันหนึ่งพวกเราก็ตื่นมาจิบกาแฟอย่างสบายใจ ไม่ต้องทำงานหลังขดหลังแข็งแค่นั่งกระดิกเท้าเฉย ๆโดยปล่อยให้เอไอมันผลิตสินค้าออกมาเอง...อย่างที่ทุกท่านคิดนั่นแหละครับทุกคนจะมีเอไอร่างจำลองของตนเอง”
ผมได้ยินเสียงวิพากวิจารณ์ของพนักงานรอบตัวคำพูดเพื่อนดูฝันเฟื่องสุด ๆ
{ เคยถกเถียงเรื่องนี้กับอิสราครั้งหนึ่งจึงได้ข้อสรุปถึงเอไอจะเก่งแค่ไหนสุดท้ายก็จะติดข้อจำกัดเรื่องอคติจิตวิญญาณแบบมนุษย์รวมถึงความร่วมรับผิดชอบอย่างจำเพาะเจาะจง จึงเกิดการแบ่งงานที่เอไอทำแทนมนุษย์ประเภทสองและสามขึ้นตอนที่รู้ว่าใช้เอไอสรุปข่าวได้ ก็เคยคิดว่าจะสร้างเอเจนต์เอไอมาทำแทนตนป้อนวิธีการ เงื่อนไข และข้อห้ามสารพัดอย่างให้เครื่องจักรรับรู้แต่ติดปัญหาหลายอย่างในการกำหนดขอบเขตหน้าที่ จะคัดเลือกแหล่งข่าวอย่างไร ไม่ให้มีเซเลกชันไบแอส ผมจำแนกว่าอันไหนสำคัญหรือควรตัดทิ้งจากประสบการณ์สั่งสมความรู้เป็นไปอย่างอัตโนมัติโดยสรรหาคำพูดมาอธิบายไม่ได้ เคยอ่านสิ่งที่มันสรุปมาให้ก็ไม่เหมือนที่ผมเขียนอยู่ดีเหมือนที่นักเขียนที่เราชื่นชอบก็จะมีเอกลักษณ์บางอย่างที่เอไอคัดลอกได้ไม่เหมือนนอกจากนี้หากผมปล่อยปละละเลยให้มันทำงานเอง ไม่ตรวจซ้ำอีกครั้งแล้วเกิดมีข้อมูลเท็จปะปนอยู่ ผมก็ต้องรับความผิดไปเต็ม ๆ อยู่ดี ยกเว้นกรณีมีเออร์เรอร์ในตัวโมเดลเป็นเหตุผลว่าทำไมคนทั่วไปถึงไม่ใช้เอไอสรุปข่าวเองแต่เลือกเสพสื่อจากสำนักข่าวอันใดอันหนึ่ง }
รู้มานานแล้วว่าธรณีสนับสนุนปัญญาประดิษฐ์อย่างสุดใจแต่ไม่คิดว่าจะบ้าคลั่งถึงการนำระบบโคลนเอเจนต์(Clone agent) หรือที่เรียกกันว่าดอปเพิลแกงเกอร์เอเจนต์(Doppelganger Agent)มาใช้เพื่อให้เครื่องจักรมีจิตวิญญาณแบบมนุษย์และร่วมรับผิดชอบอย่างเจาะจงผมเคยได้ยินอิสราเล่าว่าต้องป้อนข้อมูลส่วนตัวทุกอย่าง รวมทั้งอารมณ์ที่เกิดขึ้นและทุกการตัดสินใจให้เอไอเรียนรู้ผ่านการฝึกแบบส่วนตัวยิ่งข้อมูลมากเอไอก็จะยิ่งมีพฤติกรรมเหมือนเรา แทนที่จะตื่นตาตื่นใจฟังแล้วขนลุกขนพองด้วยความสยดสยองเสียมากกว่า นอกจากล่วงละเมิดข้อมูลส่วนตัวมหาศาลอีกทั้งการฝึกเอไอกินเวลานานแล้วใครจะอยากเห็นร่างจำแลงนั่งทำงานในตำแหน่งที่ตนเองเคยทำ
“เราเชื่อว่าเป็นไปได้ไม่ต้องเหมือนเต็มร้อยหรอก แค่สักเจ็ดสิบเปอร์เซ็นต์ก็เพิ่มประสิทธิภาพได้มากโข”ชายหนุ่มกล่าว ผมได้แต่คิดในใจโชคดีที่ยูเอ็นดียังไม่สรุปข้อถกเถียงด้านจริยธรรมอาทิ ถ้าตัวโคลนของคุณไปทำร้ายคนอื่น ใครจะรับผิดชอบ ทำให้โคลนเอเจนต์ที่สมบูรณ์แบบยังทำไม่สำเร็จอย่างน้อยก็ในทศวรรษนี้
จากนั้นธรณีก็อธิบายวิธีปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรมเพิ่มเป็นข้อๆ บนเส้นทางสู่โลกในอุดมคติของเขาเริ่มจากก่อตั้งแผนกใหม่นั่นคือหน่วยพัฒนาเทคโนโลยีเอไอเขาจะแบ่งกำไรประจำปีสูงถึง ยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ให้หน่วยงานนี้พร้อมทั้งเปิดโอกาสให้ทุกคนมีส่วนร่วมเสนอนวัตกรรม พนักงานซัมนิวส์เองก็ดีหรือเชิญชวนบริษัทสตาร์ทอัพมาร่วมลงทุนก็ได้ ถ้าอันไหนดีก็อาจขายเป็นผลิตภัณฑ์เขาเน้นย้ำว่าเอไอที่พัฒนาต้องทำงานข่าวแทนคนจริงได้ทุกขั้นตอนไม่จำเป็นต้องมีมนุษย์ในสายงานนั้นตรวจซ้ำในขั้นสุดท้ายอีก ไม่ว่าจะเขียนข่าวสัมภาษณ์ สรุปข่าว หรือป้อนข่าวให้สมาชิกตามความสนใจ
“สิ่งที่สำคัญที่สุดในกระบวนการคือตรวจสอบข้อเท็จจริง ดังนั้นในช่วงแรกเราจะใช้ ‘ดับเบิลแฟกต์เช็ก’ ทั้งเอไอและมนุษย์เพื่อช่วยกันตรวจสอบป้องกันข้อผิดพลาดเราอยากให้มีทีมที่ทำหน้าที่นี้โดยเฉพาะแยกจากทีมบรรณาธิการแต่ละแผนกแต่ในอนาคตถ้ามั่นใจพอก็ค่อยยกหน้าที่ให้เอไอทั้งหมด”
ธรณียกตัวอย่างเทคโนโลยีที่จะถูกนำมาใช้เพิ่มเติมในเบื้องต้นเขาจะริเริ่มนำเสนอข่าวในโลกประดิษฐ์สำหรับคนที่ต้องการเสพข่าวเชิงลึกสามารถสัมผัสสีหน้าแววตาของผู้ถูกสัมภาษณ์ในระยะเผาขนเขายอมรับว่าไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร สำนักข่าวอย่างเอเอฟทีก็ใช้ประจำ เพียงแต่ที่ผ่านมาบริษัทซัมนิวส์ยังไม่ได้เน้นจริงจัง
อันที่ผมฉงนที่สุดคือไอเดียสุดพิสดารเรื่องเครื่องส่งพลังจิตภาพศาสตราจารย์เซเวียร์ในเอ็กซ์เม็นลอยมาเลย
“จะเป็นยังไงถ้าพนักงานสามารถสื่อสารกันได้ผ่านความคิดตอนนี้ตั้งชื่อเล่นมันว่า‘เซเรโบร’ ให้ทุกคนยืมใช้แคลิเบรตเพื่อสร้างความเป็นเจ้าของ ทีนี้ก็จะทำงานประสานกันได้ดีขึ้น รับรองว่างานจะเสร็จรวดเร็วขึ้นอย่างแน่นอน”ธรณีกล่าว
พนักงานชายคนหนึ่งถามแทรกขึ้นมาเมื่อได้รับอนุญาต“โทรติดต่อเอาไม่ง่ายกว่าเหรอ”
เสียงหัวเราะขบขันดังมาจากผู้ชมบางกลุ่มเขาพูดมีเหตุผล จะพัฒนาสิ่งนี้ให้สิ้นเปลืองงบประมาณทำไม
“ใช่แต่ก็ต้องยอมรับว่าการสื่อสารด้วยความคิดเร็วกว่าหลายเท่าความผิดพลาดของการสื่อสารก็น้อยกว่า ที่สำคัญคือมันจะเป็นใบเบิกทางให้บริษัทเราเป็นผู้นำทางนวัตกรรม”เพื่อนพูด สีหน้าแววตาเขาดูมั่นใจเต็มเปี่ยม
การบรรยายจบลงด้วยเสียงปรบมือของคนแค่บางกลุ่มในขณะหลายคนรวมทั้งผมขมวดคิ้วอย่างคลางแคลงใจ
“นโยบายงี่เง่าแบบนี้ใครจะเอาวะ”ผมกระซิบเปรยกับตัวเอง เขาทำสิ่งตรงข้ามกับประชานิยมอย่างสิ้นเชิงพนักงานในบริษัทคนไหนจะอยากให้เอไอขึ้นทำงานแทนตัวเองเหมือนเป็นระเบิดเวลานับถอยหลังการตกงานแถมยังโดนขูดรีดภาษีส่วนหนึ่งไปบำเรอหน่วยงานพัฒนาเทคโนโลยีบ้าบออะไรนั่นหนำซ้ำสมาชิกที่ไม่อยากดูโฆษณาก็เสียเงินสมัครพรีเมียมไม่ได้เพียงเพราะข้ออ้างว่าขัดแย้งกับหลักความเท่าเทียมที่ชายผู้นี้ยึดถือด้วยหัวใจผมชักเริ่มอยากถอนคำพูดที่เคยสัญญาไว้ว่าจะเลือกเขาซะแล้วสิ
ความคิดในหัวยังไม่ทันตกผลึกดีผู้สมัครรายต่อไปก็ดึงดูดความสนใจของผมไปจนหมดสิ้นชายใบหน้าคมสันในชุดสูทสีน้ำเงินเดินผึ่งผายไปยืนตำแหน่งโพเดียมก่อนจะโค้งคำนับผู้ชมด้วยท่วงท่าสง่างามบาดแผลจากการต่อสู้เมื่อวานนี้ไม่ปรากฏให้เห็นเว้นแต่ขาขวาที่กะเผลกเล็กน้อยผมจ้องเขม็งไปคู่อริด้วยสายตาอาฆาต ในขณะที่อีกฝ่ายโปรยยิ้มให้กับผู้ชมอย่างไม่แยแส
“Empower people, Empower growth”
ชายหนุ่มพูดเนิบช้าด้วยคำสวยหรูสำเนียงดีตามมาตรฐานลูกครึ่งคนอังกฤษข้อความเดียวกันยังปรากฏบนจอภาพเบื้องหลังที่ฉายภาพโปรโมตตัวเองชายในภาพยิ้มยิงฟันยืนกอดอกเหมือนคิดว่าตนเองเป็นดารามาดเท่คนหนึ่ง
สหายวราภัชรธาดา
ผมอ่านชื่อมันในใจเอะใจว่าทำไมใช้นามสกุลนี้ทั้งที่พ่อเป็นคนอังกฤษทีแรกเดาว่าเปลี่ยนด้วยเหตุผลบางอย่างจำพวกหย่าร้าง แต่คิดผิดถนัดรู้ในภายหลังว่ามันใช้นามสกุลนี้ตั้งแต่เกิด ยุคนี้ภรรยาไม่ต้องเปลี่ยนตามสามีลูกคนแรกจะใช้ของฝั่งไหนขึ้นกับเพศ พี่คนเดียวของสหายเป็นผู้ชายจึงใช้นามสกุลไรต์วอล์กเกอร์ของพ่อจากนั้นลูกคนต่อ ๆ มาก็จะสลับกันไปเรื่อย ๆเมื่อถึงวัยบรรลุนิติภาวะลูกย่อมมีสิทธิเปลี่ยนได้ตามใจชอบ
สาว ๆ แถวหน้าสุดยังไม่หยุดส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดจนน่ารำคาญแววตาของพวกเธอเคลิบเคลิ้มราวกับตกอยู่ในภวังค์ฝัน ในขณะที่นัยน์ตาฝ่ายชายหลบหลังแว่นตาเอเอสเอชเช่นเคยการได้ใบเหลืองมาใบหนึ่งไม่อาจปิดกั้นอนาคตของชายผู้นี้เฉกเช่นเดียวกับบรรดานักการเมืองยุคใหม่ถึงมีประวัติด่างพร้อยจากคดีความที่ติดตัวก็ไม่ใช่ข้อห้ามสำหรับการลงสมัครตำแหน่งทางการเมืองใดๆ เพียงแต่ต้องเปิดเผยข้อเท็จจริงนี้ให้ประชาชนรับรู้ พวกเขาจะตัดสินใจเองว่าเหมาะสมหรือไม่ผมแอบยิ้มสะใจเงียบ ๆเมื่อได้ยินหญิงคนที่นั่งด้านหลังหันไปซุบซิบนินทาชายบนเวทีให้เพื่อนฟังพูดทำนองว่าควบคุมบริษัทจะไหวเหรอ ขนาดควบคุมตัวเองให้ยั้งมือยังไม่ได้เลย
“สวัสดีพ่อแม่พี่น้องชาวซัมนิวส์ทุกท่านถึงเวลาแล้วที่พวกท่านต้องพิสูจน์ให้เห็นว่าเจ้าของบริษัทแห่งนี้ไม่ใช่ใครคนใดคนหนึ่ง หรือหุ่นยนต์ตัวไหน แต่เป็นพวกท่านทุกคน”สหายผายมือไปยังฝูงชนเบื้องหน้า “พวกท่าน ไม่ใช่แรงงาน แต่เป็นฟันเฟืองชิ้นสำคัญ”
เสียงโห่ร้องดังขึ้นอีกเป็นระลอกมันแสดงเจตนาเหน็บแนมธรณีชัดเจน พอเดาได้แล้วว่าจะมาไม้ไหน
“ต่อไปนี้ทุกคนจะทำงานสัปดาห์ละสี่วันเช่นเดียวกับหลายประเทศในยุโรปมีอิสระเสรีที่จะใช้ชีวิตอย่างสมดุล” สหายยิ้มกว้าง
แค่ชายหน้าหล่ออ้าปากพูดประโยคแรกผมก็ตบเข่าฉาดตรงตามที่คิดไว้เป๊ะ นโยบายประชานิยมของมันเน้นเพิ่มสวัสดิการของพนักงานไม่ว่าจะเป็นศักยภาพการรักษาพยาบาลในบริษัท เพิ่มวันลาพักร้อนแบบได้เงินเดือนได้เงินเกษียณมากขึ้น ส่งเสริมเสรีภาพในการเปลี่ยนงานหรือย้ายแผนกมันสัญญาว่านำกำไรสิบเปอร์เซ็นต์ไปแจกจ่ายให้พนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียมนโยบายบางอย่างก็สะท้อนแนวคิดพรรคฝ่ายซ้ายที่สังกัดตัวอย่างชัดเจนคือการไม่รับเงินค่าโฆษณาเพื่อกำจัดอิทธิพลของระบบอุปถัมภ์คงตั้งใจให้สังคมมองว่าเป็นองค์กรชั้นนำที่ต่อต้านการคอร์รัปชัน ความทะเยอทะยานในแววตาของสหายเป็นแบบเดียวกับธรณีไม่ผิดเพี้ยนหากไม่ได้อยู่พรรคเดียวกันทั้งสองคนน่าจะเป็นคู่แข่งที่สมน้ำสมเนื้อ
“ท่านเคยได้ยินคำว่า ‘ฟีกา’ไหม เป็นแนวคิดวัฒนธรรมการพักดื่มกาแฟของชาวสวีเดนพวกเขาถือว่าเป็นส่วนสำคัญของวิถีชีวิต ไม่ว่างานจะหนัก เหนื่อย ยุ่งแค่ไหนพอทำงานถึงสิบโมงเช้าหรือบ่ายสาม ก็ต้องพักเบรกมากินขนม รวมทั้งดื่มกาแฟให้ชื่นใจ”
พนักงานหญิงคนหนึ่งทักท้วง“แต่ทุกวันนี้ ทุกคนก็แบ่งเวลาไปพักได้อิสระอยู่แล้วนี่ค่ะ”
“ถามได้ดีมากครับจุดด้อยของมันคือทุกคนเลือกพักไม่ตรงกันผิดกับจุดประสงค์ของฟีกาที่สร้างความสัมพันธ์ควบคู่กับการพักผ่อนหย่อนใจบางทีการสนทนาแค่ช่วงสั้น ๆ อาจเป็น ‘ช่วงเวลาดี ๆ’ ในแต่ละวันท่ามกลางชีวิตแย่ ๆในกองภูเขาของงานก็ได้ครับ” ชายหน้าหล่อเน้นเสียงหนักเบาเป็นช่วงแทนที่จะไพเราะจนน่าฟัง ผมกลับหมั่นไส้นิด ๆ
เห็นได้ชัดว่าที่เล่ามาทั้งหมดก็แค่กระหายคะแนนเสียงอยากให้คนรักคนหลงดุจเทวดาเทพบุตรที่ลงมาโปรดให้ทุกคนสุขสบาย ยิ่งเห็นรอยยิ้มจอมปลอมที่ส่งให้พนักงานสาวๆ แถวหน้า ผมยิ่งรู้สึกพะอืดพะอม แก่นแท้ของสหายคือคนเห็นแก่ตัวดี ๆ นี่เองขืนทำตามนโยบายที่มันหาเสียง ในระยะยาวบริษัทถึงคราวเคราะห์แน่ผมรู้สึกขัดใจที่เห็นคนกลุ่มหนึ่งส่งเสียงเชียร์ชายผู้นี้อย่างออกนอกหน้าปฏิเสธไม่ได้ว่าเสียงตอบรับโดยรวมดีกว่าธรณี แม้มันจะโซซัดโซเซไปบ้างแต่เชื่อว่าคะแนนนิยมคงกลับมาได้ในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้าเวลานั้นทุกคนอาจลืมเรื่องชกต่อยราวกับไม่เคยเกิดขึ้น
มีแวบหนึ่งที่มันมองมาทางนี้มือสองข้างของผมกำแน่นจนเล็บจิกเข้าเนื้อโดยไม่รู้ตัวใบหน้าร้อนวูบด้วยความโกรธแค้นผสมกับความหวาดหวั่นว่าอีกฝ่ายพร้อมจะแฉความลับผมได้ทุกเมื่อ
ทว่าสหายกลับเบนสายตาไปทางอื่นอย่างรวดเร็วจากนั้นหันไปตอบคำถามพนักงานคนหนึ่งแทน
ผิดคาดแฮะ
ผมนึกว่ามันจะยิ้มมุมปากเป็นเชิงเย้ยหยันความไร้น้ำยาของผมว่าทำอะไรมันไม่ได้แต่ผิดถนัด บางทีผมอาจอยู่ไกลเกินกว่าจะเป็นจุดสนใจของมันหรือบางทีอาจเป็นไปตามที่ธรณีบอกไว้ เพื่อนวิเคราะห์สาเหตุที่คู่อริผมไม่เอาเรื่องไม่ใช่เพราะกลัวโทษจากข้อหาทำร้ายร่างกาย ไม่ว่าจะปรับหรือบำเพ็ญประโยชน์แต่สหายหวั่นเกรงการตีตราทางสังคม ถ้าฟ้องมาก็ต้องโดนฟ้องกลับข้อหาเดียวกัน ประวัติอาชญากรรมของมันจะถูกบันทึกลงในระบบถาวรย่อมส่งผลต่อความน่าเชื่อถืออาชีพการงานในอนาคต วิธีแก้มีแค่การขอนิรโทษกรรมหรือขอลบชื่อผมเดาว่ามันคงไม่เสี่ยงเอาชื่อเสียงตัวเองไปแขวนไว้อีกแน่
แต่ทั้งหมดนั่นเป็นแค่การทึกทักเอาเองผมคิดแล้วได้แต่ถอนใจ ไม่รู้ว่าชายหน้าหล่อจะโกรธผมจนสติแตกแล้วแพร่งพรายความลับเรื่องคนต่างด้าวให้โลกรู้เมื่อไหร่ยังจำแววตาสุดท้ายที่ปราศจากเอวีเอสอีของมันได้ คล้ายจะพูดว่า ฝากไว้ก่อน ถึงคณะกรรมการจะมีมติบังคับให้ปิดเป็นความลับแต่ไม่ได้การันตีว่าทุกคนในบริษัทจะคิดเหมือนกันนี่ยังไม่นับว่าคณะกรรมการบางคนอาจทรยศฉีกสัญญาเอาดื้อ ๆ
สหายโค้งคำนับให้ผู้ชมย่างก้าวของมันดูระแวดระวังผิดปกติ คงพยายามปกปิดความเจ็บปวดไม่ให้สาธารณชนเห็น
ผมมีวิธีจัดการไพ่ตายในมือของชายผู้นี้แล้วพยายามคิดมาทั้งช่วงเย็นเมื่อวานก็ไม่ได้คำตอบที่ดีกว่านี้ทว่ายังทำอะไรไม่ได้จนกว่าอีกฝ่ายจะกลับขึ้นห้องก่อน