ดอกบัวในสายลม

    ภาค 4 ตอนที่ 7.1: เงาในวังหลวง (NC)

    หลี่เฟิ่งหวงก้าวเข้าสู่ประตูวังหลวงอีกครั้งด้วยท่าทีที่สงบเสงี่ยมและงดงามราวกับดอกบัวแรกแย้ม วันนี้นางแต่งกายด้วยชุดผ้าไหมสีขาวอมเงินที่ทอด้วยด้ายทองเป็นลายดอกบัวเล็กๆ ชุดเสื้อแขนยาวที่รัดรูปพอดีเผยให้เห็นรูปร่างที่เรียวเล็กและสัดส่วนที่งดงาม เอวที่เล็กจนสามารถโอบด้วยมือเดียวได้ ทำให้หน้าอกที่ชี้ชันและสะโพกที่โค้งมนดูเด่นชัดยิ่งขึ้น ผ้าถุงที่ยาวปลิวไสวตามลมเผยให้เห็นข้อเท้าเล็กๆ ที่ขาวเนียนราวกับหยกขาว ผมดำยาวถูกเกล้าเป็นมวยสูงประดับด้วยกิ่งไผ่ทองคำเล็กๆ ใบหน้าที่งามราวกับภาพวาดไม่ได้แต่งแต้มอะไรมากนัก เพียงแค่ทาปากด้วยสีแดงอ่อนๆ ก็ดูเย้ายวนอย่างบริสุทธิ์และไร้เดียงสาแล้ว

     

    แต่ภายใต้ความสงบนั้น พายุปรารถนาได้ก่อตัวขึ้นอย่างรุนแรงในใจของนาง หลังจากเหตุการณ์ในสวนกับเสี่ยวชิงและลุงจาง กำแพงที่นางสร้างขึ้นเพื่อปกป้องความบริสุทธิ์ของตนเองก็พังทลายลงอย่างสิ้นเชิง นางตระหนักว่าความปรารถนาไม่ใช่เพียงแค่เรื่องของคนต่ำต้อย แต่เป็นพลังที่แทรกซึมอยู่ในทุกชนชั้นและทุกซอกมุมของโลก

     

    นางติดตามบิดา ท่านแม่ทัพหลี่ เข้าไปในท้องพระโรงเพื่อถวายรายงานทางการทหาร ท่ามกลางความโอ่อ่าของวังหลวง นางรู้สึกราวกับว่าความลับที่นางเก็บซ่อนไว้กำลังจะถูกเปิดเผยออกมาทุกเมื่อ สายตาของนางกวาดมองไปรอบๆ อย่างระมัดระวัง พยายามหาร่องรอยของความเร่าร้อนที่นางเคยสัมผัสมา

     

    เมื่อเสร็จสิ้นภารกิจกับบิดา หลี่เฟิ่งหวงก็ขอตัวแยกออกมา นางอ้างว่าจะไปเยี่ยมฮองเฮา แต่จุดหมายที่แท้จริงของนางคือตำหนักบูรพาของเฉินชาง (องค์รัชทายาท) ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากตำหนักของฮองเฮามากนัก นางต้องการยืนยันสิ่งที่นางเคยเห็นในครั้งก่อน และต้องการกระตุ้นความรู้สึกที่กำลังคุกรุ่นในตัวนางเอง

     

    นางเดินไปตามทางเดินที่เงียบสงบของตำหนักบูรพา หัวใจของนางเต้นรัวด้วยความตื่นเต้นและความคาดหวัง ลมเย็นที่พัดผ่านระเบียงทำให้ผิวเนื้อของนางเกิดขนลุกเล็กน้อย แต่ความร้อนที่ลุกโชนขึ้นมาจากภายในกลับปราบปรามความเย็นนั้นได้อย่างง่ายดาย นางมาถึงห้องบรรทมขององค์รัชทายาท และพบว่าประตูถูกแง้มไว้เล็กน้อย เสียงครางที่คุ้นเคยดังลอดออกมาอีกครั้ง

     

    หลี่เฟิ่งหวงแอบมองลอดช่องประตูเข้าไป ภาพที่เห็นทำให้ลมหายใจของนางสะดุด เฉินชางกำลังอยู่บนเตียงกับนางกำนัลคนหนึ่งที่ไม่ใช่นางกำนัลคนเดิมที่นางเคยเห็นในครั้งก่อน นางกำนัลผู้นี้มีรูปร่างอวบอิ่มกว่า ผิวเนื้อขาวเนียนราวกับหยกขาว หน้าอกที่ชี้ชันและเต็มตื้นโคลงเคลงไปมาตามจังหวะการเคลื่อนไหว เอวที่เรียวเล็กทำให้สะโพกที่อวบอิ่มดูเด่นชัดยิ่งขึ้น นางกำนัลผู้นี้กำลังขย่มอยู่บนตัวองค์รัชทายาทอย่างเร่าร้อนและไม่เกรงใจใคร

     

    เสียงเนื้อกระทบกันดังตั่บๆ สลับกับเสียงครางที่เต็มไปด้วยความสุขสมของทั้งคู่ องค์รัชทายาททรงกอดรัดนางกำนัลผู้นั้นไว้แน่น มือของพระองค์บีบคลึงสะโพกที่อวบอิ่มของนางกำนัลอย่างรุนแรงและกระหาย นิ้วของพระองค์จิกเข้าไปในเนื้อเยื่อที่อ่อนนุ่มจนเกิดรอยแดงเล็กๆ ขึ้นมา ใบหน้าของพระองค์บิดเบี้ยวด้วยความสุขสมที่กำลังจะมาถึง เหงื่อไคล่ออกมาตามหน้าผากและต้นคอของพระองค์ เสียงหอบหายใจของทั้งคู่ดังระงมไปทั่วห้อง

     

    นางกำนัลผู้นั้นเงยหน้าขึ้น ดวงตาของนางปิดสนิท ขนตาที่ยาวโค้งสั่นระริก ริมฝีปากที่อิ่มเอิบเผยอออก เผยให้เห็นฟันที่ขาวเนียน เสียงครางที่แหลมสูงและขาดห้วงดังออกมาอย่างต่อเนื่อง "อ๊า... องค์รัชทายาท... แรงอีกเพคะ... แรงอีก... หม่อมฉัน... หม่อมฉันจะตายอยู่แล้ว..." เสียงของนางกำนัลสั่นเครือด้วยความสุขสมที่ท่วมท้น หน้าอกของนางขึ้นลงตามจังหวะการหายใจที่หอบหาย ปลายปทุมถันที่ชี้ชันเสียดสีกับหน้าอกขององค์รัชทายาทอย่างเร่าร้อน

     

    เฉินชางทรงคำรามในลำคอ เสียงที่ห้าวและเต็มไปด้วยความใคร่ "เจ้า... เจ้าช่างเป็นนางกำนัลที่ดีจริงๆ... รับได้ลึกมาก... ขย่มได้เก่งด้วย..." สะโพกของพระองค์กระแทกเข้าไปอย่างรุนแรงและลึกซึ้ง ร่างกายของนางกำนัลสั่นสะท้านทุกครั้งที่ถูกกระแทก หน้าอกของนางโคลงเคลงไปมาอย่างรุนแรง ผมที่ยาวสลวยฟุ้งกระจายไปทั่วหมอน น้ำรักของนางไหลเยิ้มออกมาตามต้นขาที่ขาวเนียน เปียกชุ่มไปจนถึงผ้าปูที่นอน กลิ่นของเหงื่อและความใคร่คละคลุ้งไปทั่วห้อง หอมหวานและเร่าร้อน

     

    นางกำนัลจิกเล็บลงบนแผ่นหลังขององค์รัชทายาทอย่างลืมตัว เล็บที่ยาวและแหลมคมขูดขีดผิวเนื้อของพระองค์จนเกิดรอยแดงเป็นเส้นๆ ความสุขสมที่ได้รับนั้นรุนแรงจนดวงจิตของนางแทบจะหลุดลอย เสียงครางของนางแปรเปลี่ยนเป็นเสียงกรีดร้องที่แผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความสุขสม "อ๊า... อ๊า... ไม่ไหวแล้ว... องค์รัชทายาท... หม่อมฉัน... หม่อมฉันจะ... จะ..." เสียงของนางขาดห้วงไปด้วยความสุขสมที่กำลังจะปะทุ

     

    เฉินชางทรงเร่งจังหวะให้เร็วและรุนแรงยิ่งขึ้น กล้ามเนื้อบนแขนและหน้าอกของพระองค์เกร็งแข็งด้วยแรงกระแทกที่รุนแรง ใบหน้าของพระองค์แดงก่ำ เส้นเลือดที่ขมับและต้นคอปูดโปน พระองค์ทรงกัดฟันแน่น เสียงคำรามที่ห้าวและดุร้ายดังออกมาจากลำคอของพระองค์ "เจ้า... เจ้าช่างเป็น... เป็นนางกำนัลที่ดีจริงๆ... กอดกุมได้แน่นมาก... ทำให้ข้าเสียวซ่านไปหมด..." พระองค์ทรงปลดปล่อยความใคร่ออกมาอย่างรุนแรงและยาวนาน ร่างกายของทั้งคู่เกร็งค้างอยู่ครู่หนึ่ง เสียงกรีดร้องสุดท้ายของนางกำนัลดังก้องไปทั่วห้อง "อ๊า... องค์รัชทายาท... หม่อมฉันรู้สึกเต็มไปหมด... ร้อนมาก..." ก่อนจะทรุดลงบนเตียงอย่างหมดแรง เสียงหอบหายใจยังคงดังระงมอยู่ในห้อง กลิ่นของความใคร่และเหงื่อยังคงลอยอยู่ในอากาศ

     

    หลี่เฟิ่งหวงที่แอบดูอยู่รู้สึกราวกับว่าร่างกายของนางก็ถูกกระแทกไปด้วย ความรู้สึกที่รุนแรงและเร่าร้อนนี้กระชากสติของนางไปจนหมดสิ้น ใจของนางเต้นรัวราวกับกลองรบ ลมหายใจของนางขาดห้วง ความร้อนลุกโชนขึ้นมาจากท้องน้อยแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ร่องเนื้อระหว่างขาของนางเปียกชุ่มไปด้วยน้ำรักที่ไหลออกมาอย่างไม่รู้ตัว

     

    หลี่เฟิ่งหวงรีบถอยออกมาจากประตูอย่างเงียบเชียบ ความร้อนที่คุ้นเคยพุ่งพล่านขึ้นมาในร่างกายทันที นางหามุมอับที่ซ่อนตัวอยู่หลังพุ่มไม้ใหญ่ใกล้กับตำหนัก ภาพที่เห็น เสียงที่ได้ยิน กลิ่นที่โชยมาตามลม ได้กระตุ้นสัญชาตญาณดิบของนางให้ตื่นขึ้นอย่างรุนแรง

     

    นางทรุดตัวลงกับพื้นอย่างรวดเร็ว มือที่สั่นเทาเริ่มปลดเปลื้องเสื้อผ้าส่วนล่างอย่างเร่งรีบ ผ้าไหมสีขาวอมเงินที่นุ่มนวลถูกยกขึ้นจนเผยให้เห็นต้นขาที่ขาวเนียนและร่องเนื้อที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำรัก ความอับอายไม่มีความหมายอีกต่อไป มีเพียงความต้องการที่รุนแรงเท่านั้นที่เข้าครอบงำ นิ้วเรียวของนางสอดใส่เข้าไปในร่องเนื้อที่เปียกชุ่ม จังหวะการเคลื่อนไหวของนิ้วนางสอดคล้องกับจังหวะการขย่มของนางกำนัลบนตัวองค์รัชทายาท เสียงครางของนางกำนัลกลายเป็นเสียงเพลงที่เร่งเร้าความสุขสมของนาง

     

    "อ๊า... ทำไม... ทำไมถึงรู้สึกดีขนาดนี้..." นางพึมพำเสียงเบาๆ ด้วยลมหายใจที่ขาดห้วง นางหลับตาลง จินตนาการว่าตัวเองคือนางกำนัลผู้นั้น ท่อนเนื้อที่กำลังเข้าออกอย่างรุนแรงนั้นคือท่อนเนื้อที่กำลังเข้าออกร่างกายของนางเอง ความสุขสมที่นางกำนัลได้รับคือความสุขสมที่นางกำลังจะได้รับ ความรู้สึกที่พลุ่งพล่านรุนแรงกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา ร่างกายของนางเกร็งตัวอย่างรุนแรง น้ำรักไหลอาบมือของนางจนเปียกชุ่ม

     

    ในขณะที่หลี่เฟิ่งหวงกำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความสุขสม เงาร่างหนึ่งได้ปรากฏขึ้นด้านหลังนางอย่างเงียบเชียบ ฮ่องเต้ผู้ทรงอำนาจ เฉินหวง ทรงยืนมองภาพที่อยู่ตรงหน้าด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจและความกระหาย พระองค์ทอดพระเนตรไปยังรูปร่างที่เรียวเล็กของหลี่เฟิ่งหวง ชุดผ้าไหมสีขาวอมเงินที่ถูกยกขึ้นเผยให้เห็นต้นขาที่ขาวเนียนราวกับหยกขาว สะโพกที่โค้งมนอย่างเย้ายวน และร่องเนื้อที่เปียกชุ่มไปด้วยน้ำรักที่ระยิบระยับในแสงแดดอ่อนๆ ความบริสุทธิ์และความไร้เดียงสาที่ปะปนกับความเร่าร้อนทำให้พระองค์รู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่ง

     

    พระองค์ทรงทราบเรื่องราวของหลี่เฟิ่งหวงตั้งแต่ครั้งก่อนที่นางเข้าวังจากรายงานขององค์รักษ์เงา และหลังจากไตร่ตรองแล้ว พระองค์ก็ตัดสินใจที่จะจัดการกับดอกบัวดอกนี้ด้วยพระองค์เอง เนื่องจากรัชทายาทเฉินชางไม่ใช่โอรสที่แท้จริงที่เค้ารับรู้ในภายหลัง แต่ไม่มีคนที่เหมาะสมที่จะขึ้นแทนได้ แผนการจึงได้ถูกวางตั้งแต่รู้เรื่องนี้ 

     

    พระองค์ทรงติดตามการเข้าวังของนางในวันนี้ และทรงมาถึงทันเวลาที่จะได้เห็นภาพที่น่าตื่นเต้นนี้ รอยยิ้มที่เต็มไปด้วยอำนาจและความเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนพระพักตร์ ฮ่องเต้ทรงย่อตัวลงอย่างช้าๆ มือที่ทรงพลังของพระองค์สอดแทรกเข้าไปใต้เสื้อคลุมของหลี่เฟิ่งหวงอย่างแผ่วเบา นิ้วของพระองค์ลูบไล้ไปตามร่องเนื้อที่เปียกชุ่ม ก่อนจะกดคลึงและขยี้ติ่งเนื้อเล็กๆ ของนางอย่างชำนาญ ความสุขสมที่ได้รับนั้นทวีคูณขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่างกายของนางบิดเร้าด้วยความเสียวซ่าน เสียงครางที่ถูกกลั้นไว้เล็ดลอดออกมาจากลำคอ

     

    ฮ่องเต้ทรงโน้มตัวลงมาอีก ริมฝีปากของพระองค์จรดลงบนต้นคอของหลี่เฟิ่งหวงอย่างแผ่วเบา ก่อนจะเลื่อนลงมาที่ไหล่และซอกคอ ลิ้นของพระองค์ตวัดและดูดดึงผิวเนื้อที่อ่อนนุ่มของนางอย่างเร่าร้อน กลิ่นหอมของดอกบัวที่อ่อนหวานผสมกับกลิ่นเหงื่อและความใคร่ทำให้พระองค์รู้สึกเมามาย มืออีกข้างของพระองค์บีบคลึงหน้าอกที่ชี้ชันของนางผ่านเนื้อผ้าอย่างรุนแรงและกระหาย ความรู้สึกที่รุนแรงและไม่คุ้นเคยนี้กระชากสติของหลี่เฟิ่งหวงไปจนหมดสิ้น

     

    หลี่เฟิ่งหวงยังคงหลับตาและจมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความสุขสม นางรู้สึกว่าสัมผัสที่กำลังกระตุ้นนางนั้นรุนแรงและเร่าร้อนยิ่งกว่าเดิม ความสุขสมที่ได้รับนั้นทวีคูณขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่างกายของนางบิดเร้าด้วยความเสียวซ่าน เสียงครางที่ถูกกลั้นไว้เล็ดลอดออกมาจากลำคอ "อ๊า... ทำไม... ทำไมรู้สึกแปลกๆ... แต่... แต่ดีมาก..." นางรู้สึกว่านิ้วที่กำลังเคลื่อนไหวอยู่ในร่องเนื้อของนางนั้นเพิ่มขึ้นมาอีกสองนิ้ว จังหวะการเคลื่อนไหวเปลี่ยนไป รุนแรงและชำนาญยิ่งกว่าเดิม ความสุขสมที่ได้รับนั้นทวีคูณขึ้นอย่างรวดเร็ว ร่างกายของนางบิดเร้าด้วยความเสียวซ่าน เสียงครางที่ถูกกลั้นไว้เล็ดลอดออกมาจากลำคอ

     

    นางไม่รู้ตัวเลยว่ามือที่กำลังนำพาความสุขสมมาให้นางนั้น ไม่ใช่มือของนางเองอีกต่อไป แต่เป็นมือของบุรุษที่ทรงอำนาจที่สุดในแผ่นดิน ฮ่องเต้ทรงยิ้มอย่างพอพระทัย พระองค์ทรงกระซิบข้างหูของนางด้วยเสียงที่ห้าวและเซ็กซี่ "ดอกบัวน้อยของข้า... เจ้าช่างน่ารักจริงๆ... ร่างกายของเจ้าตอบสนองได้ดีมาก..." นิ้วของพระองค์กดคลึงและขยี้ติ่งเนื้อเล็กๆ ของนางอย่างชำนาญ ความสุขสมที่ได้รับนั้นรุนแรงจนนางแทบจะขาดใจ ความรู้สึกที่ไม่คุ้นเคยนี้รุนแรงและลึกซึ้งเกินกว่าที่นางจะจินตนาการได้ สัมผัสที่หนักแน่นและแม่นยำนั้นแตกต่างจากสัมผัสของนางเองอย่างสิ้นเชิง

     

    ร่างกายของหลี่เฟิ่งหวงแอ่นโค้งเข้าหาสัมผัสนั้นอย่างไม่รู้ตัว สะโพกของนางยกสูงขึ้นจากพื้นเล็กน้อยเพื่อรับการกระตุ้นที่เร่าร้อนนั้น ท่าทางที่เย้ายวนและไร้เดียงสานี้ทำให้ฮ่องเต้ทรงรู้สึกตื่นเต้นยิ่งขึ้น เสียงครางที่ถูกกลั้นไว้เมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นเสียงหอบหายใจที่ถี่กระชั้นและไม่เป็นจังหวะ "อ๊า... อ๊า... รู้สึกแปลก... แต่... แต่อยากให้มากกว่านี้..." น้ำรักที่ไหลออกมาจากร่องเนื้อของนางท่วมท้นจนเปียกชุ่มไปหมด ความร้อนที่แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายทำให้ใบหน้าของนางแดงก่ำราวกับผลท้อสุก ปลายปทุมถันที่ชี้ชันอยู่ใต้เสื้อผ้าเสียดสีกับเนื้อผ้าอย่างทรมาน ความต้องการที่จะปลดปล่อยนั้นรุนแรงจนดวงจิตของนางแทบจะหลุดลอยออกจากร่าง

     

    ฮ่องเต้ทรงเพิ่มจังหวะและแรงกดให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น พระองค์ทรงกระซิบข้างหูของนางอีกครั้ง "เจ้าชอบไหม... ดอกบัวน้อย... ข้าจะทำให้เจ้ารู้สึกดีกว่านี้อีก..." นิ้วที่แข็งแกร่งของพระองค์สอดใส่เข้าไปในร่องเนื้อที่อ่อนนุ่มของนางอย่างชำนาญ ความรู้สึกที่เต็มตื้นและลึกซึ้งนี้กระชากลมหายใจของหลี่เฟิ่งหวงไปจนหมดสิ้น ร่างกายของนางสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ความสุขสมที่ท่วมท้นนี้พุ่งทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุด เสียงกรีดร้องที่ถูกกลั้นไว้เล็ดลอดออกมาจากลำคอของนางอย่างแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความสุขสม "อ๊า... อ๊า... ไม่ไหวแล้ว... รู้สึกจะ... จะ..." น้ำตาแห่งความสุขสมไหลรินลงมาอาบแก้มของนาง ร่างกายของนางเกร็งค้างอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะอ่อนยวบลงกับพื้นอย่างหมดแรง

    คล้ายกับเรื่องดอกบัวในสายลม ที่คุณอ่าน