ตอนที่ 70 มื้อที่อิ่มที่สุดกับเหล่าเมด
“กอนชั้นจะหาทางช่วยให้นายกลับมาเรียนต่อให้ได้เลย!!!”
อาจารย์คิมกล่าวด้วยสีหน้าที่อึมครึมและอาจารย์อเล็กซ์ที่ยืนอยู่ข้างๆก็มีสีหน้าที่ไม่ต่างกัน
พวกเขาทั้งคู่มายืนรอส่งกอนออกจากเกาะเกอแรนด้า
“ไม่จำเป็นหรอกครับ! ผมจะลองหาทางอื่นดู...ไม่ว่ายังไงก็ตามผมจะไม่ยกคฤหาสน์รัชเกทให้ใครอย่างแน่นอน”
กอนกล่าวด้วยรอยยิ้มที่ดูสบาย เขาไม่ได้เสียใจจากการถูกไล่ออกเลย
“กอนไว้ชั้นจะไปเที่ยวที่คฤหาสน์ของนายบ้างได้ไหม”
เสียงพูดของไรจิและรอยยิ้มที่ดูจริงใจในแบบที่เขาไม่เคยแสดงออกมาให้เห็น...
ส่วนเจ้าอ้วนคาร์ลนั้นก็เอาแต่ก้มหน้าไม่พูดไม่จาเลยสักคำ
“ได้แน่นอนอยู่แล้วกับพวกนายชั้นจะต้อนรับเป็นอย่างดีเลยล่ะ!”
ครั้งแรกที่กอนได้พบพวกเขาทั้งคู่นั้นไม่คิดว่าจะได้เป็นเพื่อนที่เข้าใจกันได้ถึงขั้นนี้แม้มันจะเป็นเพียงช่วงเวลาที่ยังไม่ถึงปีก็ตาม
“แล้วอาจารย์ล่ะไปเยี่ยมเธอที่คฤหาสน์บ้างได้ไหม”
อาจารย์อเล็กซ์ที่เหมือนจะอดกลั้นมานานเข้ามาสวมกอดร่างของกอน
“อย่าเสียใจไปเลยนะกอน เส้นทางในชีวิตยังมีอีกตั้งมากมาย....โลกของเกรทเทอร์มันก็เป็นนี้แหละ”
สีหน้าที่เปลี่ยนไปเรียบนิ่งพร้อมกับน้ำเสียงที่บางเบา...
กล้ามเนื้อที่หนาใหญ่นั่นให้ความรู้สึกที่อบอุ่นอย่างบอกไม่ถูก
“ครับอาจารย์อเล็กซ์อาจารย์มาได้ทุกเมื่อเช่นกัน”
ไม่นานหลังจากนั้นกอนก็เตรียมตัวที่จะจากลาด้วยเรือรำเล็กๆ
แม้ในตอนแรกทิวดอร์ต้องการที่จะแบกเขาเหอะเหินข้ามเกาะเพื่อความรวดเร็ว...แต่การให้สาวน้อยมาแบกไปแบบนั้นมันดูน่าอายเกินไปกอนเลยตอบปฏิเสธเธอไป
.
.
“กอนอย่าลืมออกกำลังกายให้มากๆล่ะ สำหรับกามายแล้วกล้ามเนื้อเป็นสิ่งที่สำคัญนะ!!!!”
อาจารย์อเล็กซ์แบ่งกล้ามจนเสื้อฉีกขาดทิ้งท้ายตะโกนดังมาจากชายฝั่ง
“กอนไว้ชั้นจะไม่ยืมเงินอีกนะ!!!”
อาจารย์คิมตะโกนด้วยสีหน้าที่จริงจัง
“แบบนั้นไม่ต้องมาก็ได้ครับ!”
กอนโบกมือจากลาพร้อมกับรอยยิ้มให้กับทุกคน...
และเรือของเขาก็ค่อยๆแล่นออกจากฝั่งจนในที่สุดก็มองไม่เห็นร่างของใครเลยสักคนบนเกาะเกอแรนด้า
“เป็นช่วงเวลาที่สนุกดีเหมือนกันนะแถมชั้นได้อะไรมาจากพวกเขาเยอะเลยล่ะ!”
คำพูดที่บางเบาของกอน มีเพียงแค่ซีโร่และทิวดอร์เท่านั้นที่ได้ยิน
“แน่นอนค่ะ!”
.
.
.
---ที่ริมฝั่งอีกด้านหนึ่งจุดหมายกอน
ณ คฤหาสน์รัชเกทเมื่อรู้ว่าอีกไม่นานเจ้าของคฤหาสน์กำลังจะกลับมาเหล่าสุดยอดเมดก็ได้เตรียมต้อนรับเป็นอย่างดี
กอนที่เห็นคฤหาสน์รัชเกทจากไกลๆก็พบความผิดปกติบางอย่างแล้ว
ตัวเขานั้นไม่มีเฮลิคอปเตอร์เลยสักลำแล้วไหงถึงมีเฮลิคอปเตอร์มาจอดอยู่ที่คฤหาสน์รัชเกทได้ ‘ซากุระปล่อยให้คนแปลกหน้าเข้ามาในคฤหาสน์อย่างงั้นเหรอ...ไม่น่าเป็นไปได้’ กอนครุ่นคิด
เมื่อเรือเทียบท่ากอนก็รีบเดินเข้าไปในคฤหาสน์อย่างไม่รอช้า
ตรงหน้าทางเข้าประตูรั้วนั้นมีซากุระรอต้อนรับอยู่
“ยินดีต้อนรับกลับบ้านค่ะคุณชาย!!”
น้ำเสียงที่นุ่มนวลและรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยนของซากุระนั้นคอยบรรเทาจิตใจได้เสมอจะสักกี่ครั้งก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อเลย... ‘เดี่ยวก่อนสิไม่ได้ไม่ได้...จะมัวมาหลงประเด็นไม่ได้’
“อื่ม!! ซากุระมีแขกมาเยี่ยมเหรอ...”
กอนถามเข้าประเด็นในทันที
“เอ้!!! ใครกันน้า!...ฉันว่าคุณชายรีบเข้าไปในคฤหาสน์ก่อนเถอะค่ะ”
นิ้วชี้ของซากุระแตะไปที่คางอยู่ในท่าทีกำลังคิดหนักแต่ก็มีเผลอยิ้มออกมาบ้าง
... ‘เธอเนี่ยโกหกไม่เนียนเลยนะ’ ท่าทางของซากุระนั้นทำให้กอนรู้ว่าเธอปิดบังอะไรบางอย่างไว้อยู่แต่การแสดงที่ไม่เนียนเอาเสียเลยก็อาจเป็นไปได้ว่าเธอไม่ได้อยากปิดบังตั้งแต่แรกอยู่แล้วก็ได้
“อื่ม! เข้าใจแล้ว”
พูดจบกอนก็เดินตรงไปยังประตูทางเข้าคฤหาสน์พร้อมกับซีโร่ที่เดินตามหลังมาติดๆ
ส่วนทิวดอร์ยังคงพูดคุยกับซากุระอยู่ที่เดิม
.
.
และเมื่อประตูคฤหาสน์----
“นายน้อยยย!!!!!!”
“ตุบ!!!”
บางอย่างโจมตีมาที่กอนอย่างรวดเร็วรัดไปที่ใบหน้าของเขาจนมองอะไรแทบไม่เห็น
อีกทั้งมันยังอุดจมูกและปากจนหายใจไม่ออก
“อุก..อัก..นี่มัน อะไรกัน...ซีโร่ช่วย...”
กอนพูดด้วยอาการที่ติดขัดเพราะในตอนนี้เขากำลังจะหมดสติจากการจู่โจมที่ไม่ทันได้คาดคิด
ซีโร่ที่ตอนแรกจะเข้ามาช่วย และได้ดึงมีดคู่ใจออกมาแล้ว...
แต่เมื่อได้เห็นใบหน้าของคนที่โจมตีนั้นเธอก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่ง
“เฮ้อ...มูกุงฮวา! ชั้นว่าเธอปล่อยนายท่านก่อนได้ไหม เดี๋ยวจะขาดอากาศตายไปเสียก่อน”
ซีโร่ถอนหายใจพร้อมกับเก็บมีดเข้าที่เดิมในทันที
มูกุงฮวามีท่าทางตกใจกับคำพูดของซีโร่ก่อนที่เธอจะรีบปล่อยตัวของกอน
“จ..จริงด้วย ขอโทษด้วยค่ะนายน้อยฉันแค่อยากจะเซอร์ไพรส์เท่านั้นเอง”
เมื่อเป็นอิสระกอนก็รีบสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆ
มูกุงฮวาได้ทำการกอดร่างของเขาจนแน่นเกินไปอีกทั้งหน้าอกที่ใหญ่โตคู่นั้นกดทับมาที่ใบหน้าจนเกือบจะขาดอากาศหายใจตาย...
“เธอเกือบจะฆ่าชั้นแล้วนะ!”
กอนยังคงมีอาการหน้าซีด
“ข..ขอโทษจริงๆค่ะ ชั้นไม่ได้ตั้งใจจะทำให้นายน้อยเป็นแบบนั้นจริงๆนะคะ”
มูกุงฮวาพูดอย่างกระวนกระวาย
ท่าทางที่ดูรุกรี้รุกรนของเธอนั้นดูน่ารักเป็นอย่างมากและมันก็ไม่ค่อยได้พบเห็นบ่อยๆ
กอนที่ได้เห็นท่าทางนั่นของเธอก็เผลอยิ้มกริ่ม
ปกติแล้วนั้นเธอจะเป็นคนที่มีนิสัยที่เย้อหยิ่งและดุเป็นที่สุดเรียกได้ว่าเข้าไกล้ยากมากๆ
แต่สำหรับกอนที่เป็นนายน้อยของเธอทุกอย่างก็เหมือนจะกับตาลปัตร
“ยินดีที่ได้พบ และยินดีต้อนรับกลับสู่บ้านเกิดนะมูกุงฮวา”
เสียงของกอนนั้นปลุกเธอจากอาการกระวนกระวายให้กลับมาสงบอีกครั้ง...
“อะแฮ่ม!! นายน้อยก็เช่นกันค่ะ!”
ทั้งคู่ส่งยิ้มให้แก่กันอย่างอบอุ่น
มูกุงฮวาเป็นสุดยอดเมดผู้มีผมสีดำสลวยตรงยาวร่างกายสูงเกือบสองเมตรรูปร่างหน้าตาของเธอทุกส่วนนั้นงดงามจนใครที่พบเห็นต่างก็ตกตะลึงอีกทั้งนิสัยโดยปกตินั้นแทบไม่ต่างจากจักรพรรดินีผู้เลือดเย็น และเธอยังเป็นคนที่คอยสนับสนุนเรื่องการเงินให้กับกอนอยู่เสมอ
.
.
---บนโต๊ะในห้องรับแขกกอนนั่งพูดคุยอะไรกับมูกุงฮวาอยู่หลายเรื่อง
เธอนั้นไม่จำเป็นต้องอยู่ในสถานที่อันห่างไกลอีกต่อไปแม้เป้าหมายของเธอจะยังไม่สำเร็จแต่มันก็ไกล้เต็มทีแล้ว
เธอนั้นเป็นสุดยอดในทุกๆด้านเรื่องการเงินเติบโตขึ้นอย่างยิ่งใหญ่จากเศษเงินเพียงแค่เล็กน้อยมีธุรกิจในการครอบครองอยู่มากมาย
และก่อนหน้านี้เธอก็ได้พบเจอกับคนที่มาช่วยในธุรกิจด้านอาหารที่เธอยังอ่อนด้อยให้กลายเป็นระดับชั้นนำในช่วงเวลาเพียงไม่นาน....ในวันนี้เธอได้พาเขาคนนั้นมาที่คฤหาสน์แห่งนี้ด้วย
“มาสิไม่ต้องอายหรอก นายน้อยก็เป็นผู้ให้กำเนิดเธอด้วยไม่ใช่เหรอ”
มูกุงฮวากวักมือเรียกและคนที่กอนคาดการณ์ว่าจะไม่ได้พบกันเร็วๆนี้ก็ปรากฎตัวขึ้น
ใบหน้าของเธอคนนั้นแน่นิ่งเหมือนกำลังจะโกรธอะไรบางอย่างอยู่หญิงสาวผมชมพูยาวดวงตาสีแดง และปีกคู่ที่คล้ายกับปีกค้างคาวตรงกลางหลัง
“ก็ไม่ได้เขินอายอะไรหรอกค่ะ”
ท่าทางของเธอนั้นทำให้กอนรู้ว่าเธอไม่ได้เขินอายจริงๆ
“ยินดีที่ได้พบค่ะ! ท่านกอน”
น้ำเสียงทักทายที่เรียบนิ่งของมาร์เกริตาแล้วเธอก็เดินจากไปทันที...
กอนจ้องมองมาร์เกริตามาทักทายแล้วเดินจากไปด้วยความงุนงง....‘ไม่เปลี่ยนไปเลยนะเธอเนี่ย’
เมดหลายคนของเขากลับมาอยู่ข้างกายทำให้ในตอนนี้รู้สึกสบายใจเป็นอย่างมาก
.
.
.
---กอนพูดคุยกับมูกุงฮวาต่ออีกหลายชั่วโมงจนพระอาทิตย์ไกล้ตกดิน
เล่าถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมาและได้พบเจอทั้งเรื่องดีและเรื่องร้ายรวมถึงหนทางแก้ปัญหาต่างๆด้วย
เพียงไม่นานหลังจากนั้นก็เกิดเสียงที่ดังและเอะอะโวยวายจากทางห้องครัวจนกอนต้องรีบเข้าไปดู...
“นี่มันเกิดเรื่องอะไรขึ้นเนี่ย”
อาหารมากมายถูกวางเรียงรายอยูเต็มห้อง ประหนึ่งจะเอาไปเสิร์ฟให้กับคนนับร้อย
“มาสเตอร์!! ท่านพี่ซากุระและน้องมาร์เกริตากำลังแข่งทำอาหารญี่ปุ่นกันคะ”
ทิวดอร์พูดจบกอนก็หันไปมองยังซากุระและมาร์เกริตา
ทั้งคู่นั้นมีสีหน้าที่จริงจังและกำลังปรุงอาหารอย่างขะมักเขม้น
“ฉันจะทำอย่างเต็มที่เลยค่ะ! เรื่องอาหารญี่ปุ่นฉันจะยอมแพ้ไม่ได้เด็ดขาด”
ซากุระพูดออกมาพร้อมกับพ่นลมออกทางจมูกด้วยความมุ่งมั่นเป็นอันบอกว่าเธอจะทำอย่างสุดฝีมือ
การแข่งขันในครั้งนี้มีเกียรติและศักดิ์ศรีเป็นเดิมพัน
ส่วนทางมาร์เกริต้านั้นไม่ได้พูดอะไรเธอยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยเช่นเดิม
“เฮ้อ...ชั้นก็คิดว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้นเสียอีก”
กอนพูดด้วยความโล่งใจ
.
.
...แต่เมื่อเขากำลังจะเดินออกจากห้องครัวไปก็ถูกทิวดอร์พูดห้ามเอาไว้
“มาสเตอร์! จะไปไหนกันคะ! อาหารจะเสร็จแล้วมาสเตอร์ต้องเป็นคนชิมและตัดสินนะคะ”
อาหารจำนวนมากที่ถูกวางเรียงรายอยู่ตรงหน้ากอนถูกจับมานั่งเก้าอี้เพื่อรับประทานมันทั้งหมด
“เอ้....ชั้นต้องกินหมดนี่เลยเหรอ”
ตัวเขานั้นไม่เห็นรู้มาก่อนเลยว่าเขาต้องมาเป็นกรรมการตัดสินการแข่งขันในครั้งนี้
แถมการแข่งขัดถูกจัดขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่เห็นมีใครบอกกับเขาเลย
สีหน้าที่ตกใจแบบขั้นสุดของกอนสร้างเสียงหัวเราะให้กับสุดยอดเมดเขาเขา
มันชั่งเป็นค่ำคืนที่แสนสุข และอิ่มท้องเป็นอย่างมาก
.
.
.
---ช่วงพูดคุยกับผู้เขียน
สวัสดีและขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่อ่านมาจนถึงตรงนี้
ผมได้คิดทบทวนมานานแล้วว่าเนื้อหาของเรื่องนี้มันยังไม่ดีพออยู่หลายส่วนผมจึงไม่อยากฝืนเขียนต่อ
ใจจริงคือผมอยากจะรีเมคเนื้อหาใหม่ไปเลยมานานแล้วเปลี่ยนเนื้อหาให้ไปอยู่ในโลกแฟนตาซีจริงๆ
ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับเสียงของผู้อ่านเป็นหลักและผมขอหายไปสักพัก
ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านอีกครั้งจากใจจริง
.
.
.
ฝากติดตามผลงาน เพจเฟสบุ๊ค : https://bit.ly/3aJY2ic