สุดยอดนักผจญภัย

    ข้อเสนอของสภาจอมเวทย์

    ตรินคอร์สมองเห็นรอยยิ้มของไลท์ก็รู้สึกขนลุกแบบไม่รู้ตัว 

    “ คำขอโทษน่ะฉันรับเป็นอย่างอื่นแทน ” ไลท์หัวเราะ

    “ หมายความว่ายังไงครับท่านไลท์? ” ตรินคอร์สมองดูไลท์ด้วยแววตาหวาดกลัว

    “ ในเมื่อนายเป็นผู้ตรวจการเพราะฉะนั้นนายน่าจะแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง งั้นนายมาเป็นคู่ฝึกซ้อมให้กับกลุ่มของฉันสักสามวันแล้วกัน ” ไลท์พูดขึ้น 

    เมื่อได้ยินคำพูดของไลท์ตรินคอร์สก็ตกใจจนแทบจะล้มลงกับพื้น เขาเองก็ได้ยินข่าวลือมาว่านักผจญภัยในกลุ่มเดธปาร์ตี้แต่ละคนแข็งแกร่งอย่างมาก

    ไลท์ที่เห็นท่าทีหวาดกลัวของตรินคอร์สเขาก็หัวเราะขึ้นเบาๆและพูดด้วยท่าทียียวนว่า “ นี้นายเป็นลูกผู้ชายหรือเปล่าเนี้ย ถ้าหากเป็นลูกผู้ชายจริงทำไมไม่ลองสู้สักหน่อยดูล่ะ ” 

    เมื่อได้ยินคำดูถูกของไลท์ตรินคอร์สก็กำหมัดแน่น 

    “ ตกลงครับ ผมจะเป็นคู่ต่อสู้ให้กับกลุ่มของท่านไลท์ ” ตรินคอร์สพูดด้วยน้ำเสียงแน่วแน่แม้ว่าในใจอยากจะร้องไห้ก็ตาม

    “ แบบนี้สิถึงกับเป็นลูกผู้ชายขึ้นมาหน่อย ” ไลท์หัวเราะขึ้นอย่างสบายใจ

    หลังจากนั้นไลท์ก็เรียกรวมตัวสมาชิกทุกคนให้มาเจอกันที่ด้านล่างของป้อมปราการมาการ์

    ผ่านไปครึ่งชั่วโมงในที่สุดทุกคนก็มารวมตัวกันที่ด้านล่างป้อมปราการมาการ์ 

    “ ลูกพี่เรียกพวกเรามาทำไมหรอ? ” ไลก้าถามขึ้นด้วยความสงสัย ส่วนคนอื่นๆเองก็มองมาที่ไลท์ด้วยแววตาสงสัย

    “ ที่ฉันเรียกทุกคนมาที่นี้ก็เพราะฉันจะแนะนำคู่ซ้อมให้กับพวกนายทุกคน ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับแนะนำตรินคอร์สให้กับทุกๆคน 

    หลังจากที่แนะนำตัวตรินคอร์สเสร็จแล้วไลท์ก็ถามขึ้นว่า “ ใครจะเป็นคนแรก? ” 

    จากนั้นก็เป็นฝันร้ายของตรินคอร์สอย่างสมบูรณ์ 

    แม้ว่าจะเป็นเพียงเวลาสามวันแต่ตรินคอร์สก็ได้แต่ร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา

    “ ถ้ารู้ว่าจะเป็นอย่างนี้ฉันไม่น่าตอบตกลงกับท่านไลท์เลย ” ตรินคอร์สเช็ดน้ำตา

    “ เห้ยแกร้องไห้หรอว่ะ? ” ไลก้าพูดขึ้นพร้อมกับหัวเราะ

    “ แม้งเอ้ย!! ” ตรินคอร์สได้แต่สบถแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้เนื่องจากความแข็งแกร่งของเขามันห่างกับทุกๆคนมาก แต่ทว่ามีอยู่คนเดียวที่เขาสามารถเอาชนะได้ก็คือคอลรุย 

    แม้ว่าตรินคอร์สจะเอาชนะคอลรุยได้แต่เขาก็ได้รับบาดเจ็บไม่น้อยเหมือนกัน เพราะคอลรุยเป็นมือปืนทำให้การที่จะบุกเข้าไปหาคอลรุยก็ต้องหลบกระสุนปืนของคอลรุยให้ได้ แถมปืนของคอลรุยก็ยังยิงได้อย่างต่อเนื่องถึงแปดนัดและที่น่าตกใจก็คือความเร็วและความแรงของกระสุนปืนของคอลรุยเร็วกว่าปืนของสภาจอมเวทย์มาก 

    ทันใดนั้นความหนึ่งของตรินคอร์สก็แล่นเข้ามา ถ้าหากสภาจอมเวทย์มีปืนแบบนี้ล่ะก็เกรงว่าพวกเขาจะกลายเป็นตัวตนที่ทรงอำนาจมากยิ่งขึ้นแม้แต่องค์กรมืดก็ไม่กล้าที่จะโจมตีสภาจอมเวทย์

    พอตรินคอร์สสอบถามคอลรุยก็ได้รู้ว่าคนที่ออกแบบปืนไรเฟิลนี้ให้กับคอลรุยก็คือไลท์ 

    “ ท่านไลท์ผมขอถามอะไรบางอย่างได้ไหมครับ ” ตรินคอร์สถามขึ้น

    “ อะไรหรอ? ” ไลท์สงสัย

    “ ปืนไรเฟิลที่คอลรุยใช้ท่านเป็นคนออกแบบเองใช่ไหมครับ? ” ตรินคอร์สถาม

    “ ใช่แล้วล่ะ ” ไลท์พยักหน้าจากนั้นเขาก็เข้าใจความคิดของตรินคอร์สในทันที

    “ ไม่ใช้ว่านายอยากให้ฉันแบ่งปันข้อมูลการสร้างปืนไรเฟิลให้กับสภาจอมเวทย์หรอกนะ ” ไลท์พูดพลางยิ้มขึ้น

    ตรินคอร์สถึงกับหัวเราะแห้งๆและพยักหน้ายอมรับ

    “ ฉันน่ะสามารถมอบให้ได้แต่มันไม่ใช่แบบมีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดแต่มันสามารถยิงต่อเนื่องได้ถึงห้านัดและระยะไกลสุดก็ประมาณหนึ่งกิโลเมตรเท่านั้น เพียงแต่ทางสภาจอมเวทย์จะต้องให้อะไรที่ทำให้ฉันพอใจไม่งั้นก็อย่าหวังเลยว่าจะมอบให้กับฉันจะมอบแบบแปลนให้กับพวกนาย ” ไลท์พูดขึ้น

    ดวงตาของตรินคอร์สสั่นไหวและเต็มไปด้วยความตื่นเต้น การยิงต่อเนื่องถึงห้านัดก็สามารถแสดงความสามารถได้อย่างเต็มที่แล้วเพราะตอนนี้ยิงได้ทีละหนึ่งนัดและกว่าจะบรรจุกระสุนก็ต้องใช้เวลาหนึ่งถึงสองนาทีกว่าจะยิงได้อีกนัดหนึ่ง

    การยิงต่อเนื่องห้านัดจะทำให้สภาจอมเวทย์มีอำนาจมากยิ่งขึ้นและทำให้องค์กรแห่งความมืดหรือไม่ก็พวกอาชญากรหวาดกลัวต่อสภาจอมเวทย์

    “ เช่นนั้นผมขอติดต่อหัวหน้าของผมก่อนนะครับ ” ตรินคอร์สพูดขึ้นพร้อมกับรีบวิ่งไปหาที่ติดต่อกับหัวหน้าทันที

    หัวหน้าของตรินคอร์สก็คือจอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์บาฟฟู 

    ณ ศูนย์บัญชาการใหญ่สภาจอมเวทย์(หอคอยแห่งนิรันดร์) 

    ภายในหอคอยแห่งนิรันดร์เองก็มีศูนย์บัญชาการใหญ่ของสภาจอมเวทย์ตั้งอยู่ ทั้งนี้ก็เพื่อสะดวกในการออกปฏิบัติการได้อย่างรวดเร็ว

    จอมเวทย์ศักดิ์สิทธิ์บาฟฟูกำลังนั่งอ่านเอกสารที่โต๊ะทำงานอยู่ จู่ๆเครื่องมือสื่อสารของเขาก็ดังขึ้น

    “ ว่าไงตรินคอร์ส? ” บาฟฟูถามขึ้น

    “ หัวหน้าครับคือว่าแบบนี้ครับ…” ตรินคอร์สรายงานเรื่องปืนให้กับบาฟฟูฟังทันที

    เมื่อบาฟฟูได้ฟังเรื่องปืนจากตรินคอร์สแววตาของเขาก็สว่างวูบทันที

    “ เข้าใจแล้วเดี๋ยวฉันจะติดต่อกับไปอีกครั้ง ครั้งนี้นายทำประโยชน์ให้กับสภาจอมเวทย์มากเมื่อกลับมาฉันจะมอบรางวัลให้กับนายเองตรินคอร์ส จริงสินายไปถ่ายวีดิโอเก็บเอาไว้ด้วยแล้วก็ส่งมาให้ฉัน ” บาฟฟูพูดพร้อมกับหัวเราะอย่างมีความสุข

    “ ขอบคุณครับหัวหน้า ” ตรินคอร์สเองก็มีความสุขเช่นกัน 

    หลังจากที่วางสายไปแล้วบาฟฟูก็ตรงไปหาหัวหน้าของเขาอีกทีซึ่งก็คือผู้พิทักษ์แมคโวลัค

    ภายในห้องทำงานของผู้พิทักษ์แมคโวลัค 

    แมคโวลัคเป็นชายอายุประมาณสี่สิบปีใบหน้าดูหวานสวย รูปร่างสมส่วน ผมสีฟ้าอ่อน 

    แมคโวลัคกำลังนั่งดื่มชายามบ่ายอยู่ จู่ๆก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้น

    “ เข้ามา ” แมคโวลัคพูดขึ้น

    “ มีอะไรบาฟฟู ” แมคโวลัคถามขึ้นด้วยความสงสัย

    “ หัวหน้าครับตรินคอร์สบอกว่าไลท์ที่เป็นนักผจญภัยระดับS เขาคิดค้นปืนแบบใหม่ที่สามารถยิงได้อย่างต่อเนื่องถึงห้านัดครับ ” บาฟฟูพูดขึ้น

    เมื่อได้ยินที่บาฟฟูพูดแมคโวลัคก็แสดงสีหน้าประหลาดใจ

    “ นายอธิบายให้ชัดเจนกว่านี้หน่อยได้ไหม? ” แมคโวลัคถามขึ้นด้วยความสนใจ

    จากนั้นบาฟฟูก็อธิบายแบบเดียวกับที่ตรินคอร์สอธิบายให้กับเขาฟัง 

    “ น่าสนใจจริงๆแล้วทางเราต้องให้ข้อเสนอที่พวกนั้นสนใจด้วยสินะไม่งั้นทางนั้นก็จะไม่ส่งของแบบแปลนให้กับเรา ” แมคโวลัคหัวเราะร่าพร้อมกับครุ่นคิดอะไรบางอย่าง

    “ นายออกไปก่อนก็ได้เดี๋ยวฉันจะไปติดต่อไปหาคุณเกลกิรอสก่อน ” แมคโวลัคพูดขึ้น

    “ เข้าใจแล้วครับหัวหน้า ” บาฟฟูตอบรับและเดินออกจากห้องไป

    แมคโวลัคหยิบเครื่องมือสื่อสารออกมาและติดต่อไปหาเกลกิรอส

    “ ว่าไงแมคโวลัค? ” เกลกิรอสพูดขึ้น

    “ คุณเกลกิรอสผมมีเรื่องจะปรึกษาคุณเรื่องหนึ่งครับ ” แมคโวลัคพูดขึ้นก่อนที่จะอธิบายให้กับเกลกิรอสฟัง

    “ ปืนที่สามารถยิงต่อเนื่องได้ถึงห้านัดและยังยิงได้ไกลถึงหนึ่งกิโลเมตรเลยงั้นหรอ!! ” เกลกิรอสที่ได้ยินก็ประหลาดใจก่อนที่จะกลายเป็นตื่นเต้น 

    ยิ่งอาวุธของพวกเขาทรงพลังมากเท่าไหร่ก็ยิ่งทำลายพวกองค์กรแห่งความมืดและเผ่าปีศาจได้ง่ายกว่าเดิม 

    “ ทางนั้นบอกให้เรามอบข้อเสนอที่ทำให้พวกเขาพอใจงั้นสินะ ” เกลกิรอสครุ่นคิดก่อนที่จะบอกอะไรบางอย่างให้กับแมคโวลัคฟัง

    “ คุณเกลกิรอสจะให้ข้อเสนอพวกนั้นจริงๆหรอครับ? ” แมคโวลัคประหลาดใจ

    “ ใช่แล้วล่ะ ” เกลกิรอสยืนยันคำเดิม

    “ งั้นเดี๋ยวผมจะลองพวกนั้นก่อนแล้วกันครับ ” แมคโวลัคพูดขึ้นและวางสายไป

    หลังจากนั้นแมคโวลัคก็เรียกบาฟฟูมาและบอกให้เขาติดต่อตรินคอร์สทันที

    ตรินคอร์สที่กำลังนั่งใต้ต้นไม้และเอาน้ำแข็งมาประคบแก้มที่บวมเป่งอยู่ก็หยิบเครื่องมือสื่อสารออกมา

    “ ครับหัวหน้า ” ตรินคอร์สพูดขึ้น

    “ นายคือตรินคอร์สสินะ ฉันแมคโวลัค ตอนนี้นายอยู่ใกล้ๆกับไลท์ไหม? ” แมคโวลัคพูดขึ้นมา

    ตรินคอร์สที่กำลังประคบแก้มอยู่ก็ดีดตัวขึ้นมายืนพร้อมกับใบหน้าที่บ่งบอกถึงความตกใจ เขานึกไม่ถึงเลยว่าวันหนึ่งท่านแมคโวลัคจะคุยกับเขาแบบนี้

    “ ครับท่านแมคโวลัค ตอนนี้ผมอยู่ใกล้ๆกับท่านไลท์ครับ ” ตรินคอร์สพูดขึ้นด้วยความตกใจ

    ท่านไลท์งั้นหรอ! 

    บาฟฟูขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจ 

    “ งั้นนายเอาสายนี้ให้เขาคุยกับฉันหน่อย ” แมคโวลัคพูดขึ้น

    “ เข้าใจแล้วครับท่าน ” ตรินคอร์สตอบรับและรีบวิ่งไปหาไลท์ทันที

    ไลท์ที่กำลังนั่งเล่นอยู่กับเบเรียลก็หยิบเครื่องมือสื่อสารของตรินคอร์สมาและพูดขึ้นว่า “ สวัสดีฉันไลท์ ” 

    “ ฉันแมคโวลัค ฉันจะมาบอกข้อเสนอของทางเราให้กับนาย ” แมคโวลัคพูดขึ้น

    “ ว่ามาสิ ” ไลท์ประหลาดใจที่ทางสภาจอมเวทย์ส่งข้อเสนอมาให้กับเขาได้อย่างรวดเร็ว 

    “ ทางเราจะมอบตำแหน่งพิเศษให้กับนายซึ่งตำแหน่งนี้ไม่จำเป็นต้องเข้าร่วมปฏิบัติการของสภาจอมเวทย์ แต่ตำแหน่งนี้สามารถสั่งการสภาจอมเวทย์ได้ถ้าหากเกิดเรื่องจำเป็นขึ้น ตำแหน่งที่นายสามารถสั่งการได้ก็คือตำแหน่งผู้ตรวจการลงไป ซึ่งตำแหน่งนี้จะถูกเรียกว่าตำแหน่งแขกผู้ทรงเกียรติ

    นอกจากนี้ทางเราจะมอบทรัพยากรให้กับนายตามที่นายต้องการไม่ว่าจะเป็นแร่ชนิดต่างๆ คริสตัลชนิดต่างๆตามที่นายขอ เพียงแต่นายไม่สามารถขอได้มากเกินไป นายคิดว่ายังไงกับข้อเสนอของเรา? ” แมคโวลัคพูดขึ้น

    ไลท์ที่ได้ยินก็รู้สึกพึงพอใจมาก ตำแหน่งที่สามารถสั่งการคนของสภาจอมเวทย์ได้แม้ว่าจะสั่งการระดับผู้ตรวจการลงไปได้แต่แค่นี้ก็นับว่าน่าสนใจแล้ว นอกจากนี้เขายังสามารถขอทรัพยากรจากสภาจอมเวทย์ได้อีกด้วยนับว่ามีประโยชน์กับเขาอย่างมาก 

    ส่วนคนอื่นๆที่ได้ยินข้อเสนอนี้ก็พากันอ้าปากค้าง ไม่ว่าจะเป็นเบเรียล บาฟฟู ตรินคอร์ส ก็รู้สึกเหมือนกับถูกคลื่นขนาดใหญ่ซัดผ่าน 

    เป็นข้อเสนอที่น่าตกใจมาก 

    “ ไม่เลวเลย นับว่าทางสภาจอมเวทย์แสดงความจริงใจที่ดีฉันยอมรับข้อเสนอของพวกนาย ” ไลท์ตอบรับ 

    “ ไลท์ทางเรามีข้อเสนออย่างหนึ่ง ถ้าหากนายตอบรับข้อเสนอนี้ของเรา เราจะทำตามข้อเสนอที่ว่ามาเมื่อครู่นี้ทั้งหมด ” แมคโวลัคพูดขึ้น

    “ ว่ามาสิ ” ไลท์รู้สึกอยากรู้ขึ้นมาว่าข้อเสนออะไรที่ทางสภาจอมเวทย์จะอยากให้เขาทำตาม

    “ ข้อเสนอนี้ก็คือนายไม่สามารถมอบแบบแปลนปืนชนิดนี้ให้กับคนอื่นได้ ” แมคโวลัคพูดขึ้น

    “ ที่แท้ก็แบบนี้นิเอง ” ไลท์และคนอื่นๆที่ได้ยินก็พากันเข้าใจทันที

    ถ้าหากแบบแปลนนี้หลุดออกไปมันจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ระดับสั่นสะเทือนทั่วโลกได้ เหล่าอาชญากรก็จะแข็งแกร่งและทรงพลังมากยิ่งขึ้น พวกมันจะหลุดออกจากการควบคุมของสภาจอมเวทย์ได้ 

    “ ฉันตกลง ฉันจะมอบแปลนปืนไรเฟิลนี้ให้กับตรินคอร์สเอากลับไปให้พวกนาย ” ไลท์พูดขึ้น

    “ ไม่ต้องเดี๋ยวฉันจะไปรับด้วยตัวเอง ” แมคโวลัคพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง เขาไม่ไว้ใจใครทั้งนั้นถ้าหากมันเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นมาก็อาจจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ได้ 

    “ งั้นก็ตกลง ฉันจะรออยู่ที่ป้องปราการมาการ์  ” ไลท์พูดขึ้น 

    “ เข้าใจแล้ว ” แมคโวลัคพูดจบเขาก็วางสายไป

    บาฟฟูมองไปที่แมคโวลัคและพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงประหลาดใจว่า “ ท่านแมคโวลัค ข้อเสนอนี้ท่านเกลกิรอสเป็นคนบอกมาหรอครับ? ” 

    “ ใช่แล้วล่ะ ” แมคโวลัคพยักหน้า

    “ ทำไมท่านเกลกิรอสถึงมอบข้อเสนอแบบนี้ให้กับนักผจญภัยเพียงคนเดียว? ” บาฟฟูถามด้วยความสงสัย

    “ เรื่องนี้นายคิดว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นถ้าหากแบบแปลนของปืนไรเฟิลหลุดออกไปสู่โลกภายนอก? ” แมคโวลัคถามขึ้น

    “ ถ้าหากมันหลุดสู่โลกภายนอกล่ะก็… ”ทันใดนั้นร่างกายของบาฟฟูก็สั่นสะท้านขึ้นมา 

    ถ้าหากมันหลุดสู่โลกภายนอก โลกก็จะเกิดการต่อสู้ที่รุนแรงมากกว่าเดิมหลายเท่าและจะทำให้มีคนตายมากกว่าเดิมมาก เพราะปืนไรเฟิลรุ่นใหม่นี้จะส่งผลกระทบต่อโลกโดยตรงแม้แต่ตัวตนระดับAหรือSถ้าหากถูกระดมยิงโดยปืนไรเฟิลรุ่นใหม่นี้หลายพันคนละก็เกรงว่าคงจะกลายเป็นรังผึ้งแน่ๆ 

    “ ทีนี้นายเข้าใจหรือยังว่าทำไมคุณเกลกิรอสถึงได้ต้องมอบข้อเสนอนี้ให้กับไลท์? ” แมคโวลัคถามขึ้น

    “ เข้าใจแล้วครับหัวหน้า ” บาฟฟูเข้าใจขึ้นมา 

    “ งั้นนายไปเตรียมเรือรบและไปกับฉันที่ป้อมปราการมาการ์ ” แมคโวลัคพูดขึ้น

    “ ครับหัวหน้า ” บาฟฟูตอบรับและเดินออกจากห้องไป

    “ ทำไมฉันถึงรู้สึกแปลกๆกันนะ ” แมคโวลัคหันไปมองท้องฟ้าพร้อมกับขมวดคิ้วเล็กน้อย

    ตัดภาพมาที่ฝั่งไลท์

    “ ไลท์นายนี้สุดยอดจริงๆ ” เบเรียลยิ้มด้วยความตื่นเต้น 

    “ ระดับฉันจะเป็นคนธรรมดาได้อย่างไร? ” ไลท์หัวเราะด้วยความพึงพอใจ

    “ ตรินคอร์ส นายไปที่ร้านตีเหล็กสวิลดัลแล้วบอกกับคุณสตีฟว่า เขาสามารถใช้ทรัพยากรของฉันในการสร้างอาวุธให้กับพวกฉันได้อย่างเต็มที่ ” ไลท์พูดขึ้น

    “ ร้านตีเหล็กสวิลดัลไม่ใช่ว่าปิดอยู่หรอ? ” ตรินคอร์สสงสัย

    “ ตอนนี้เปิดแล้วเพราะฉันรักษาอาการป่วยให้กับคุณมารานไปแล้ว ” ไลท์ตอบ

    “ อะไรนะ ท่านไลท์รักษาอาการป่วยของภรรยาสตีฟได้แล้วงั้นหรอ ” ตรินคอร์สตกใจ 

    “ ข่าวใหญ่มันต้องเป็นข่าวใหญ่แล้ว ถ้าหากร้านตีเหล็กสวิลดัลเปิดอีกครั้ง ผู้คนมากมายทั่วโลกก็จะแห่กันมาที่นี้แน่ๆ ” ตรินคอร์สพูดอย่างตื่นเต้น

    “ ทำไมต้องเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนั้นด้วยล่ะ? ” ไลท์สงสัย

    “ สาเหตุเป็นเพราะสตีฟสามารถตีอาวุธในระดับที่คนอื่นๆไม่สามารถเอื้อมถึง อาวุธระของผู้พิทักษ์ทั้งหมดก็ถูกตีขึ้นโดยสตีฟ เพราะฉะนั้นสตีฟจึงได้รับการยอมรับว่าเป็นช่างตีเหล็กอันดับหนึ่งของเผ่าพันธุ์มนุษย์แม้แต่เผ่าพันธุ์คนแคระก็ยังยอมรับ ” ตรินคอร์สอธิบาย 

    “ ที่แท้ก็แบบนี้นิเอง งั้นฉันฝากนายไปบอกคุณสตีฟด้วยล่ะ ” ไลท์พูดขึ้น

    “ เข้าใจแล้วครับท่านไลท์ ไว้เป็นหน้าที่ของผมเอง ” ตรินคอร์สพูดจบเขาก็รีบวิ่งไปทันที