บทที่ 15 ความรักใจจริง
“เว่ยฉางอันเ้า…”
หลังจากได้ยินถ้อยคำเช่นนั้นของเว่ยฉางอัน เว่ยเจี่ยวอิงยกมือขึ้นััใบหน้าที่บวมแดงจากการถูกตบ พลันความโกรธก็พลุ่งพล่านขึ้นมาจากในใจ นางเพิ่งรับพระราชทานตำแหน่งเซ่อเฟยขององค์ไท่จื่อ แต่กลับถูกดูิ่ศักดิ์ศรีต่อหน้าบรรดาบุตรสาวของขุนนางเช่นนี้ ต่อไปผู้ใดจะเกรงกลัวบารมีของนางกันเล่า?
“มีอันใด?”
เมื่อเห็นท่าทีของเว่ยเจี่ยวอิงที่ยังคงเย่อหยิ่งไม่รู้จักเจียมตัวของนาง เว่ยฉางอันก็ยกยิ้มมุมปากอย่างเ็า
พอเห็นท่าทางเยาะเย้ยของเว่ยฉางอัน เว่ยเจี่ยวอิงแทบจะพุ่งเข้าไปหาเว่ยฉางอันด้วยความโกรธ แต่ทว่าในตอนนี้นางเป็ที่จับตามองของทุกคนไปแล้ว หากนางยังดื้อดึงไม่ยอมถอยเกรงว่าคงเป็นางที่จบไม่สวยแน่
เมื่อคิดได้เช่นนั้นเว่ยเจี่ยวอิงทำได้เพียงกัดฟันกล่าวตอบอย่างไม่เต็มใจ “เป็น้องเองที่มิรู้กาละเทศะ ขอให้ท่านพี่และชินอ๋องโปรดอภัยให้ข้าด้วย”
“เ้ารู้ตัวว่าผิดก็ดีแล้ว ในเมื่อวันนี้เป็วันเกิดของข้าทุกคนก็อย่าได้โกรธเคืองกันเลย เช่นนั้นข้าจะให้บ่าวรับใช้จัดเตรียมของกำนัลเล็ก ๆ น้อย ๆ เพื่อเป็การขออภัย”
สีหน้าของเว่ยฉางอันเปลี่ยนเป็อ่อนโยนและเผยรอยยิ้มให้กับทุกคนภายในงานเลี้ยง พร้อมกับเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่อ่อนหวาน
“ขอบคุณคุณหนูใหญ่”
“คุณหนูใหญ่ช่างใส่ใจยิ่ง ”
ผู้คนรอบข้างที่ถูกเว่ยฉางอันดูิ่ก่อนหน้านี้ถูกนางชูให้สูงส่งขึ้น จิตใจก็ดีขึ้นในพริบตา ต่างพากันยิ้มแย้มประจบประแจงต่อเว่ยฉางอันในทันที
ซ้ำบางคนยังมีความคิดที่ดูิ่เว่ยเจี่ยวอิง แต่ด้วยที่นางมียศถาบรรดาศักดิ์เป็เซ่อเฟยขององค์ไท่จื่อจึงไม่กล้าิ่นางเท่าไรนัก
เมื่อเห็นว่าบรรยากาศคลายความตึงเครียดลงแล้ว เว่ยฉางอันก็เบื่อหน่ายที่จะรับรอง จึงเอ่ยตอบไปเพียงไม่กี่ประโยคแล้วก็ออกจากงานวันเกิดของตนไป
“รอดูต่อไปเถิด… ข้าจะแย่งชิงทุกสิ่งทุกอย่างที่เ้ามีอยู่มาเป็ของข้า ”
เว่ยเจี่ยวอิงไม่คาดคิดเลยว่าแผนการที่นางวางไว้อย่างระมัดระวังจะถูกเว่ยฉางอันรับมือได้ง่ายดายเพียงเท่านี้ ซ้ำยังกลับมาเล่นงานนางได้อีก
เว่ยเจี่ยวอิงกุมใบหน้าของตนเองที่เ็ปจนแทบจะไร้ความรู้สึกไปแล้ว แต่ทว่าใบหน้าที่บวมแดงเช่นนั้นกลับเต็มไปด้วยความเกลียดชังที่รุนแรงออกมาอย่างไม่บิดปัง
ขณะเดียวกันเว่ยฉางอันกลับรู้สึกอารมณ์ดียิ่งนัก หลังจากที่เดินออกงามมานางก็สั่งให้คนไปจัดการเื่ต่าง ๆ และกลับมาที่เรือนของตนเอง
ั้แ่นางตื่นขึ้นก็รีบไปงานเลี้ยงของตนเองทันที แล้วยังต้องปะทะกับเว่ยเจี่ยวอิงตลอดเวลา ในที่สุดบัดนี้นางก็ได้พักผ่อนอย่างแท้จริง
เมื่อเว่ยฉางอันมองเห็นเรือนที่คุ้นเคยกับรู้สึกราวว่าตนกำลังฝันไป
จนกระทั่ง...
“ฉางอัน พ่อต้องขอโทษเ้าด้วย วันนี้พ่อต้องไปค่ายทหารกะทันหัน จึงไม่ได้อยู่เฉลิมฉลองวันเกิดของเ้า นี่เป็ของขวัญจากพ่อ!”
ขณะที่เว่ยฉางอันกำลังเหม่อลอยอยู่ในความคิดของตน กลับมีเสียงที่ทุ้มต่ำทรงพลังดังขึ้นมา แต่ทว่าน้ำเสียงนั้นกลับแฝงไปด้วยความอ่อนโยนเจือปนไปด้วยความรู้สึกผิด
“ท่านพ่อ!”
เมื่อนางหันไปตามทิศทางเสียงที่ดังขึ้นนางก็เห็นบิดา ‘เว่ยชาง’ น้ำตาที่นางพยายามอดกลั้นไว้ก็ไหลออกมาทันที
จนกระทั่งเว่ยฉางอันวิ่งเข้าไปกอดบิดา นางจึงแน่ใจว่านี่ไม่ใช่ความฝัน ทุกอย่างเป็ความจริงนางได้กลับมาเกิดใหม่ในวัยสิบหกปีอีกครั้ง
“ดูสิ สภาพของเ้าตอนนี้ ไม่เหมือนคุณหนูใหญ่จวนแม่ทัพเลย”
เว่ยชางดีใจที่ได้เห็นบุตรสาวแสดงความรักออกมา แม้จะพูดด้วยสีหน้าเคร่งขรึมแต่ก็เอื้อมมือเช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน
“ลูกดีใจเหลือเกินที่ได้เห็นท่านพ่อ…”
เมื่อหวนนึกถึงลมหายใจสุดท้ายของตนที่ไม่ได้เห็นหน้าบิดาในชาติก่อน เว่ยฉางอันก็ยิ่งร้องไห้หนักขึ้น
“เอาเถิด นี่เป็ความผิดของพ่อเอง พ่อเอาของขวัญที่เ้า้ามาให้เพื่อเป็การขอโทษ อย่าร้องไห้อีกเลย”
แม้บิดานางจะเป็แม่ทัพใหญ่ผู้น่าเกรงขามในสนามรบที่ทำให้ศัตรูต้องหวาดหวั่น แต่เมื่ออยู่เขาอยู่ต่อหน้าบุตรสาวอันเป็ที่รักอย่างเว่ยฉางอัน เขากลับเป็เพียงบิดาธรรมดาผู้หนึ่งเท่านั้น
เว่ยชางคอยกล่าวปลอบเว่ยฉางอันอยู่พักหนึ่งจนกระทั่งนางหยุดร้องไห้ แต่เมื่อเว่ยฉางฮันเห็นสีหน้าของบิดาตนเองถอนหายใจอย่างโล่งอก นางอดไมได้ที่จะหัวเราะออกมา
“เ้านี่ยังไงกัน ร้องไห้แล้วก็หัวเราะ”
เมื่อเห็นว่าบุตรสาวอันเป็ที่รักของตนยิ้มและหัวเราะออกมา ตัวเว่ยชางก็ไม่อาจกลั้นรอยยิ้มไว้ได้เช่นกัน
“มา ๆ รีบเปิดของขวัญดูสิว่าเป็ของที่เ้า้าจากพ่อหรือไม่?”
เมื่อเห็นว่าเว่ยฉางอันมีสีหน้าที่เบิกบานแล้วจึงรีบยื่นของขวัญให้นางทันที
เมื่อเปิดออกมาปรากฏว่าเป็เครื่องประดับราคาแพง ทำให้เว่ยฉางอันอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว
“มีอันใดหรือไม่ เ้ามิชอบหรือ?”
เมื่อเห็นว่าเว่ยฉางอันมีสีหน้าเคร่งขรึมขึ้นหลังจากที่เห็นของขวัญที่เขามอบให้ ภายในในของเว่ยชางก็กังวลขึ้นมาทันที
“ไม่เ้าค่ะ ลูกชอบยิ่งนัก ลูกเป็ผู้ที่เลือกเองจะมิชอบได้อย่างไรล่ะเ้าค่ะ”
หลังจากที่เว่ยฉางอันดึงสติตนกลับมา นางก็เห็นท่าทางของบิดาที่เป็กังวลตนก็รีบยิ้มและส่ายหน้า
เว่ยฉางอันเพียงแต่กำลังคิดถึงเื่อื่น ในตอนแรกที่นางเห็นเครื่องประดับชุดนี้ นางก็รู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่สิ่งที่นางชอบและแน่นอนว่านางไม่มีทางที่จะขอสิ่งนี้จากบิดาของตนแน่
หลังจากที่นางครุ่นคิดถึงเื่ราวชาติก่อนอยู่ครู่หนึ่ง นางก็นึกขึ้นได้ว่าแท้จริงแล้วเครื่องประดับชุดนี้เป็เว่ยเจี่ยวอิงที่หลอกล่อให้นางขอสิ่งนี้กับบิดาและในที่สุดเครื่องประดับชุดนี้ก็ตกไปเป็ของเว่ยเจี่ยวอิง
“ถ้าเ้าชอบก็ดีแล้ว… ฉางอันตอนที่พ่อกลับมาได้ยินว่าในงานเลี้ยง เ้ากับท่านชินอ๋อง… ั้แ่เมื่อใดหรือ?”
เว่ยชางกลั้นใจอยู่นาน ในที่สุดก็ถามคำถามที่เก็บไว้ในใจมานาน
“ข้ากับชินอ๋องบังเอิญเจอกันบนท้องถนน ชินอ๋องดูเป็บุรุษเที่ยงธรรม ก็เลยกับเขา... ก็เลย…”
แม้คำถามของบิดาจะทำให้เว่ยฉางอันตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง แต่นางก็ตอบสนองทันทีและอธิบายให้เขาฟังด้วยรอยยิ้ม
ถึงแม้ว่านางต้องแสดงสีหน้าชื่นชม แต่ความจริงในใจนางการที่จะอยู่ห่างจากหรงหลี่เซิง แต่ในเมื่อพวกเขาตกลงที่จะร่วมมือกัน มันคงจะง่ายกว่าถ้านางได้ออกเรือนไปกับเขา
อย่างไรก็ตามชีวิตใหม่ของนางในครานี้มาเพื่อมาล้างแค้นเท่านั้น ส่วนเื่ความรักในชาตินางยังไม่สนใจเท่าใดนัก ดังนั้นมันจึงไม่สำคัญว่านางจะต้องออกเรือนไปกับผู้ใด
“หากเ้าชอบชินอ๋องจริง ๆ มันคงเป็เื่ยากสำหรับพ่อในฐานะบิดาที่จะกล่าวอันใดต่อต้านเขา แม้ว่าตอนนี้ชินอ๋องจะมิได้เป็เหมือนคนปกติทั่วไป แต่พ่อก็ชื่นชมความสามารถของเขาในสนามรบ”
แม้ว่าบิดาเว่ยฉางอันจะเป็นักรบผู้เคร่งครัดในธรรมเนียม มิได้ปรารถนาจะอาศัยอำนาจบารมีจากการออกเรือนของบุตรสาว บิดาของนางเพียงแต่หวังให้บุตรสาวของตนมีชีวิตคู่ที่เป็สุขเท่านั้น
เมื่อหรงหลีเซิงไม่ได้รับาเ็ พวกเขาเคยออกศึกในสนามรบด้วยกัน แม้ว่าเขาจะอายุจะยังน้อย แต่ทักษะของเขาในสนามรบก็ไม่ด้อยไปกว่าผู้ที่เคยมีประสบการณ์ในสนามรบมาก่อน
ถ้าทั้งสองคนรักกันจริง ๆ แม้ว่าชินอ๋องจะพิการครึ่งล่าง แต่ความกล้าหาญของเขายังคงอยู่ อีกทั้งตัวเว่ยชางเองก็มองหรงหลีเซิงแตกต่างออกไป ดังนั้นเขาจึงมิได้คันค้านเื่ทั้งสองเท่าไรนัก
“ท่านพ่อมิต้องกังวลลูกไตร่ตรองมาดีแล้วเ้าค่ะ ท่านพ่อลูกอยากได้สวนสมุนไพรในเรือนนี้เ้าค่ะ”
เว่ยฉางอันไม่อยากเอ่ยถึงเื่ของนางกับหรงหลีเซิงมากนัก จึงเปลี่ยนเื่ไปที่สวนสมุนไพรของตน เมื่อหวนนึกถึงวิชาแพทย์ที่ตนเคยได้ศึกษามาในชาติก่อนของตน ก็คิดอยากจะปลูกสมุนไพรไว้ใช้เอง
“สวนสมุนไพร? เหตุใดเ้าจะถึงอยากได้สวนสมุนไพรเล่า?”
เว่ยชางประหลาดใจเล็กน้อยที่บุตรสาวอยากจะปลูกสมุนไพรในเรือนของตน ทั้ง ๆ ที่นางเพิ่งเสร็จจากงานวันเกิดของตนเองได้ไม่นานเหตุใดพฤติกรรมของบุตรสาวเขาถึงได้ดูแปลกประหลาดไป
“ลูกแค่รู้สึกสนใจในวิชาแพทย์ขึ้นมาเ้าค่ะ บิดาจะอนุญาตให้หรือไม่เ้าคะ?”
เว่ยฉางอันนางก็ไม่รู้ว่าจะอธิบายเื่ราวที่เกิดขึ้นกับตนให้กับบิดาอย่างไร จึงได้แต่ออดอ้อนไปก่อน
“ได้ ๆ ข้าจะสั่งให้คนไปจัดเื่นี้ทันที”