สายตาของแต่ละคนมองมาที่เหนี่ยวเหนี่ยว และเ้าหยดน้ำเมฆาสื่อความหมายและความรู้สึกไม่ต่างกันเลยแม้แต่นิดเดียว
ยิ่งพวกเด็กๆแล้ว ยิ่งคึกคักกันน่าดูเลยต่างพากันจับที่จับแมลงเพื่อััเ้าหยดน้ำเมฆากันอย่างตื่นเต้น โดยขออนุญาตจากท่านย่าเล็กกันก่อนเพื่อความปลอดภัย เพราะถืออย่างไรมันก็เป็สัตว์อสูร
“เ้าหยดน้ำเมฆา เ้ามีร่างแปลงอื่นๆเหมือนกับขาวผ่องพี่ใหญ่ของเ้าหรือไม่ล่ะ??”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ย่อมมีเ้าค่ะ พวกข้าเป็สัตว์อสูรระดับนี้ย่อมมีแน่นอน”หยดน้ำเมฆา
“สุดยอดเลย งั้นเ้าก็เปลี่ยนร่างให้ข้าดูหน่อยสิร่างที่สองของเ้าหน้าตา รูปร่างเป็เช่นไรบ้าง”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ได้เลยเ้าค่ะ เ้านาย”หยดน้ำเมฆา
“วิ๊ง………”หยดน้ำเมฆา แปลงร่างที่สองของมันออกมาให้ทุกๆได้ยลโฉมกันทันที
“ว้าว…….น่ารักจังเลย”พวกเด็กๆ ตาเป็ประกายออกมาโดยเฉพาะพวกเด็กผู้หญิงยิ่งดูชื่นชอบรูปลักษณ์ที่สองของเ้าหยดน้ำเมฆาเป็อย่างมากๆ
“พวกเ้าสองสัตว์อสูรนี่ ช่างรูปร่างไม่แตกต่างกันจริงๆเลยนะ กลมๆ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“..........!!”ขาวผ่อง
“.........!!”หยดน้ำเมฆา
“ตัวป้อมๆ ขาวๆเหมือนลูกซาลาเปา และก็กลิ้งไปกลิ้งมาได้เหมือนกันเลยช่างบังเอิญจริงๆนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ข้า.........!!”ขาวผ่อง ที่อยากจะพูดโต้เถียงเ้านายแต่พอเหลียวมองด้วยหางตามาที่น้องรองของมัน ก็ต้องยอมรับว่าไม่แตกต่างจากมันจริงๆ!!นั่นแหละ
“.........!!”หยดน้ำเมฆา
“ดีนะที่พวกเ้าไม่จำเป็ที่จะต้องใช้ขาเดินให้เหนื่อย ต่างเหาะเหิน และบินกันเองได้น่ะไม่อย่างงั้นข้าเองก็คงหนักใจแทนพวกเ้าจริงๆนะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“..........!!”ขาวผ่อง
“.........!!”หยดน้ำเมฆา
“ฮ่า….ฮ่า….”พวกผู้ใหญ่ต่างก็พากันหัวเราะให้กับเหนี่ยวเหนี่ยว ที่กำลังพูดคุยกับสัตว์อสูรในพันธะของนาง
“อ้อ..จริงสิเ้านายแล้วท่านจะเรียกเ้าหยดน้ำเมฆาว่าอย่างไรเล่าเ้าค่ะ”ขาวผ่อง
“อึม…..ชื่อเรียกงั้นเหรอ?”เหนี่ยวเหนี่ยว ยกมือเท้าคางครุ่นคิดอยู่สักครู่หนึ่ง และมองไปที่เ้าหยดน้ำเมฆาไปด้วย
“...........!!”เ้าหยดน้ำเมฆา รู้สึกขนลุกขึ้นมาแปลกๆทั้งๆที่ไม่มีเส้นขนขึ้นเลยก็ตามที
เ้าขาวผ่องมีหรือจะยอม ในเมื่อมันมีชื่อเรียกอันแสนแปลกประหลาดแบบนี้ เ้าหยดน้ำเมฆาย่อมต้องได้ไม่ต่างจากมันเช่นกัน ส่วนเ้าหยดน้ำเมฆานั้นยังไม่รู้เลยว่าชะตาชีวิตของมันจะเปลี่ยนผันไปมากมาย โดยที่เริ่มจากชื่อเรียกของมันเป็อันดับแรกเลย!!
“อ้า..นึกออกแล้วล่ะว่าข้าจะเรียกเ้าหยดน้ำเมฆาว่าอะไร..”เหนี่ยวเหนี่ยว
“เรียกว่าอะไรหรือเ้าคะ/ขอรับ”พวกเด็กๆ
“เรียกว่าอะไรหรือเ้านาย..”ขาวผ่อง
“ข้าจะเรียกว่า “เ้าเด้งดึ๋ง” อย่างไรล่ะเป็ไงบ้าง”เหนี่ยวเหนี่ยว
“เด้งดึ๋ง…!!”พวกเด็กๆ
“.............!!”หยดน้ำเมฆา หรือชื่อเรียกขานใหม่ว่าเด้งดึ๋ง
“............!!”พวกผู้ใหญ่
“ฮ่า….ฮ่า…..”เ้าขาวผ่องรีบหัวเราะชอบใจทันที อย่างน้อยๆก็ไม่ใช่เพียงแค่มันที่ดูน่าสงสารกับการได้ชื่อใหม่ เ้าหยดน้ำเมฆาน้องรองของมันก็น่าสงสารไม่แพ้กัน
“น้องรองเด้งดึ๋ง ของพี่ใหญ่ขาวผ่อง”ขาวผ่อง
“.........”เด้งดึ๋ง
“เหนี่ยวเหนี่ยว ไหนบอกแม่ทีว่าทำไมเ้าถึงได้เลือกตั้งชื่อนี้ให้กับหยดน้ำเมฆาว่า เด้งดึ๋ง ล่ะลูก”ท่านแม่ ที่พยายามกลั้นขำอย่างสุดความสามารถ
“ก็ท่านแม่ดูที่ตัวของมันสิเ้าคะ นุ่นิ่มใสๆ เด้งๆดึ๋งๆ เองในตัวเองแบบนั้น”เหนี่ยวเหนี่ยว เอานิ้วจิ้มไปที่เ้าหยดน้ำเมฆา พร้อมกับจับที่แขนขาสั้นๆของมันอีก
“อ้อ…”ท่านแม่
“เป็อย่างไรเ้าเด้งดึ๋ง นี่คือชื่อเรียกใหม่ของเ้านะนับแต่นี้ข้าจะเรียกเ้าเด้งดึ๋ง”เหนี่ยวเหนี่ยว ยังคงย้ำชื่อใหม่ของมันอีกครั้ง
“...........!!”เด้งดึ๋ง ที่จะต้องยอมรับชื่อนี้อย่างจนใจจริงๆ
เมื่อพากันพูดคุยและแนะนำตัวกันอย่างเป็ทางการอีกครั้ง ทุกๆคนก็พากันนั่งประจำที่ให้เรียบร้อยเพื่อที่จะออกบินกันต่อ
“เอาล่ะ ขาวผ่องบินต่อได้เลย”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ได้เลยเ้านาย”ขาวผ่อง
“ฟี้ว……”
จากที่ประคองตัวให้อยู่นิ่งๆบนท้องฟ้าอยู่เป็นานแล้วเ้าขาวผ่องก็สยายปีกไปมา2-3 ครั้งก็ทะยานบินไปทางด้านหน้าเพื่อออกเดินทางทันที
“วู้ฮู……”เหนี่ยวเหนี่ยว ผู้นำทัพขบวนด้านหน้ายืนกางแขนโต้ลม โดยที่มีเ้าเด้งดึ๋งเกาะอยู่ที่ไหล่ด้านขวาของเหนี่ยวเหนี่ยวผู้เป็เ้านาย มันย่อตัวขนาดเท่าฝ่ามือน้อยๆของนาง
“ดึ๋ง….ดึ๋ง….”
“เ้าเด้งดึ๋ง เ้าหยุดดึ๋ง..ดึ๋ง….ตัวเ้าเองสักสองลมหายใจได้ไหมเล่า”เหนี่ยวเหนี่ยว เริ่มรำคาญเ้าเด้งดึ๋งของนางแล้วจริงๆมันเกาะอยู่ที่ไหล่ข้างขวานางแต่ก็ทำตัวเด้งดึ๋ง ดึ๋ง..ดึ๋ง..ตัวเองขึ้นลง เอียงซ้าย เอียงขวาอยู่ตลอดเวลาเลยทีเดียว
“ข้า….ข้า…บังคับตัวข้าเองไม่ค่อยได้เ้าค่ะเ้านาย”เ้าเด้งดึ๋ง ตอบอย่างเขินอายตัวเองเพราะมันคือตัวตนและบุคลิกของมันทุกครั้งไปที่อยู่ในร่างนี้
“เฮ้อ……งั้นก็ช่วยพยายามห้ามใจตัวของเ้าเองสักนิดที่ไม่ต้องทำตัวดึ๋ง…ดึ๋ง…บนไหล่ข้าได้หรือไม่เล่า??หรือไม่เ้าก็นั่งอยู่ข้างหน้าข้าแล้วตัวเ้าจะดึ๋ง…ดึ๋ง….ข้าก็ไม่ว่าเ้าหรอก
การจะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมที่เป็มาช้านานมันย่อมยากลำบาก อันนี้ข้าพอจะเข้าใจเ้านะเ้าเด้งดึ๋ง”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ขอบใจมากเ้านาย”เ้าเด้งดึ๋ง ดีใจเป็ที่สุดที่เ้านายยังคงเข้าใจมัน ไม่ต่อว่ามันที่เป็แบบนี้
“ดึ๋ง….ดึ๋ง….”
“.................”เหนี่ยวเหนี่ยว ที่เหล่ตามองมันที่หัวไหล่ที่มันทำตัวดึ๋ง..ดึ๋ง..สุดกำลังอีกครั้ง และมันก็เด้งดึ๋ง…ดึ๋ง..ตัวมันเองลงมาอยู่ด้านล่างตรงด้านหน้าของนางแทน ทีนี้ตุ๊กตาล้มลุกยังสู้มันมิได้เลยมันดึ๋ง..ดึ๋ง…ตัวของมันเองตลอดจนนางต้องละสายตาจากมันทันที ดูแล้วก็คล้ายรูปร่างพวกตัวสไลม์เหมือนกันะเนี่ยที่เป็ยุ่นๆเหลวๆเหมือนกัน น่ารักกันไปคนละแบบเลย
ส่วนเหนี่ยวเหนี่ยวเองก็เริ่มที่จะละสายตาออกจากมัน เพราะไม่อย่างนั้นแล้วตัวของนางเองนี่แหละที่จะทำตัวเด้งดึ๋ง…ดึ๋ง…ตามมันไปด้วย
“ดึ๋ง…ดึ๋ง….”
“ตุ้บ…ตุ้บ….”
เ้าเด้งดึ๋งที่แม้นจะนั่งหรือยืนอยู่ด้านหน้าเหนี่ยวเหนี่ยวนั้น นางก็เห็นพุงมันกระเพื่อมอยู่ตลอดเวลาจริงๆ แถมยังจะะโดึ๋ง..ดึ๋ง…เข้าหาตักท่านแม่ของข้าอีกต่าง ช่างออดอ้อนเก่งจริงๆ เลย
“ว่าอย่างไรเ้าเด้งดึ๋ง…”ท่านแม่ ถามด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนและเอ็นดูเ้าเด้งดึ๋งอย่างเห็นได้ชัดจริงๆ
“ตักท่านแม่นิ่มมากเ้าค่ะ เด้งดึ๋งชอบมากเลย”เด้งดึ๋ง
“ปากหวานนักนะเ้า ฮ่า…ฮ่า…”ท่านแม่ ดูชอบใจมันมากจริงๆ
“เ้าเด้งดึ๋งนี่รู้จักใช้วาจากับผู้คนดีเสียด้วยนะเ้าคะท่านแม่”พี่สะใภ้ใหญ่
“ดูรูปร่างของมันสิเ้าคะน่าฟัดจริงๆเลยตัวป้อมๆไปหมด”พี่สะใภ้รอง
“จริงเ้าค่ะท่านแม่”หลานสะใภ้ทั้งสี่ ก็ประสานเสียงบอกพร้อมกับเอียงคอ ชะเง้อมองเ้าเด้งดึ๋งที่อยู่บนตักท่านแม่ของเหนี่ยวเหนี่ยว
เ้าเด้งดึ๋งที่รู้อยู่รู้กินก็รีบเด้งตัวดึ๋ง..ดึ๋ง…ออกไปหาพี่สะใภ้ทั้งสองและหลานสะใภ้ทั้งสี่เพื่อฝากเนื้อฝากตัวอย่างรวดเร็ว
“ข้าขอจับด้วยเ้าค่ะ ท่านแม่”พวกเหลนๆสาวน้อยทั้งหลาย
“ฮ่า…ฮ่า….”เสียงของพวกผู้หญิง และเด็กหญิงต่างก็พากันชอบอกชอบใจ เล่นกับเ้าเด้งดึ๋งและพูดคุยกับมันอย่างเป็กันเอง อ้อนเก่งเสียจริงๆเลย
“เฮ้อ…..ค่อยยังชั่วหน่อยไปดึ๋ง…ดึ๋ง…ที่อื่นบ้างก็ดีข้าจะได้พักสายตาบ้าง”เหนี่ยวเหนี่ยว อดที่จะส่ายหน้าไม่ได้และนางได้เห็นทุกๆคนที่นางรู้จักไม่ว่าจะเป็ครอบครัวของนางเอง หรืออีกสองตระกูลที่เติบโตมาด้วยกันนั้นก็เข้ากันได้ดีกับสัตว์อสูรในพันธะของนางเป็อย่างดีก็รู้สึกให้โล่งใจจริงๆเลย
“เหนี่ยวเหนี่ยว เ้าเหนื่อยหรือไม่ลูก”ท่านแม่
“ไม่เลยเ้าค่ะ เหนี่ยวเหนี่ยวสนุกมากกว่าล่ะท่านแม่”เหนี่ยวเหนี่ยว หันหน้ามาตอบท่านแม่ด้วยร้อยยิ้มเสมอเป็ปรกติที่เคยทำมาตลอด
“จ้ะ”ท่านแม่ ลูบหัวลูกสาวด้วยความรักและเอาใจใส่
“จะว่าไปแล้วนี่ก็เป็ครั้งแรกจริงๆนะที่ได้เห็นสายรุ้งกินน้ำกลับด้านเช่นนี้”ท่านแม่ มองไปที่สายรุ้งกินน้ำด้วยรอยยิ้มเพราะความสวยและมีสีสันที่สวยงามของมันดึงดูดผู้คนได้เสมอๆ
“จริงหรือเ้าคะท่านแม่??เป็ครั้งแรกของพวกท่านที่เคยเห็นสายรุ้งกินน้ำกลับด้านแบบนี้?”เหนี่ยวเหนี่ยว คิดว่ามันน่าจะเคยเกิดขึ้นมาบ้าง แต่คงไม่บ่อยนางคาดเดาว่าใช้เวลา 5 ปีหรือ 10 ปี หรือ 20 ปีครั้งอะไรแบบนี้เพราะโลกยุคโบราณแบบนี้อะไรๆก็น่าจะเกิดขึ้นได้มิใช่หรือ??อย่างไรกัน
“ไม่หรอกจ้ะลูกรัก”ท่านแม่ส่ายหน้าให้อีกด้วย
“เป็อย่างที่ท่านแม่ของเ้าบอกเลย พ่อเองก็ไม่เคยเห็นเช่นกัน มันคือครั้งนี้จริงๆที่พวกเราทุกๆคนเคยเห็นสายรุ้งกินน้ำแบบนี้ แต่ไม่คิดว่าพอได้เห็นก็กลับกลายเป็ว่าเหนี่ยวเหนี่ยวดันได้พบสัตว์อสูรระดับตำนานเอาไว้เป็สัตว์ในพันธะอีกด้วย”ท่านพ่อ
“งั้นหรือเ้าคะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
ตัวนางเองก็นั่งคิดใคร่ครวญด้วยความสงสัย นี่แสดงว่าเ้าเด้งดึ๋งพึ่งจะเคยปรากฎตัวในโลกแห่งนี้เป็ครั้งแรกหรืออย่างไรกันนะ?? และมันจะมีอะไรที่พิเศษอื่นๆอีกหรือไม่กัน?
“เ้านาย เป็ดั่งที่ท่านคิดนั่นแหละเ้าเด้งดึ๋งนั้นพึ่งจะปรากฎตัวจริงๆ แต่เป็เพราะเหตุผลอันใดนั้นตัวข้าเองก็ตอบท่านไม่ได้เช่นกันเ้าค่ะขึ้นอยู่กับวาสนาของแต่ละคนแต่ละเหตุการณ์
และการดำรงชีวิตอยู่ของแต่ละเผ่าพันธุ์ของสัตว์อสูรระดับตำนาน ระดับประกายสีทองที่จะเผยตัวตนออกมาตอนไหน เวลาใด และ่เวลาใดนั้นมีความแตกต่างกันไปอีกด้วย
แต่การมีอยู่ของสัตว์อสูรระดับตำนานแบบพวกข้านั้น มีตัวตนจริงๆเสมอมิใช่เพียงแค่เื่เล่าที่มีมาช้านานรุ่นต่อรุ่นดั่งที่พวกมนุษย์เล่าขานกันั้แ่บรรพบุรุษมาเป็เวลาหลายหมื่นปี และข้าเชื่อว่าอาจจะมีบางตัวที่พวกมนุษย์อาจจะยังไม่เคยรู้จักเลยด้วยก็เป็ได้เ้าค่ะ”ขาวผ่อง
“โอ้…มันน่าสนใจมากจริงๆเลยนะขาวผ่อง”เหนี่ยวเหนี่ยว
“โลกแห่งนี้มันช่างซับซ้อนนักเ้าค่ะ เ้านาย”ขาวผ่อง
“ก็จริงดั่งเ้าว่านั่นแหละ ข้าเองก็ตื่นเต้นทุกครั้งไปกับการได้พบเจอ หรือเรียนรู้สิ่งใหม่ๆจากโลกแห่งนี้เช่นกัน”เหนี่ยวเหนี่ยว
“แต่ข้าเชื่ออยู่อย่างหนึ่งที่ว่าสัตว์อสูรระดับเดียวกับข้าและเ้าเด้งดึ๋ง คงจะรับรู้และพากันตื่นกันหมดแล้ว เมื่อได้กลิ่นไอพลังธาตุ 8 ดินแดนเซียนจากตัวท่านที่เปล่งแสงออกมาเ้าค่ะเ้านาย”ขาวผ่อง
“งั้นหรือ?!”เหนี่ยวเหนี่ยว
“จริงเ้าค่ะ แต่ว่าข้าขะ……”ขาวผ่อง
“อ๊ะ…อ๊ะ…ข้าไม่รับปากใดๆจากเ้านะเ้าขาวผ่องมันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ณ ตอนนั้นน่ะ”เหนี่ยวเหนี่ยว รีบเอ่ยปากพูดดักทางเ้าขาวผ่องก่อนเลย เพราะรู้ว่ามันจะเอ่ยปากขออันใดจากนาง
“เฮ้อ…แล้วแต่เ้านายเ้าค่ะ”ขาวผ่อง เองก็ต้องยอมรับความวุ่นวายหลังจากนี้ไปเช่นกัน เพราะตัวมันเองก็คิดแล้วว่าชีวิตของมันคงไม่สงบสุขแบบธรรมดาอีกต่อไปแล้วั้แ่มันเจอเ้านายของมัน
“ดีมาก ย่อมแล้วแต่ข้า”เหนี่ยวเหนี่ยว กอดอกยืดอย่างเอาแต่ใจของนางเอง
ท่านแม่กับท่านพ่อ นั่งฟังลูกสาวสนทนากับสัตว์อสูรในพันธะอย่างเงียบๆ เพื่อเก็บข้อมูลเช่นกันและแน่นอนว่าความคิดของพวกท่านนั้นก็ไปไกลสุดแล้วด้วย
“เอ๊ะ….ข้าได้กลิ่นบางอย่างล่ะท่านพ่อ ท่านแม่ ขาวผ่องได้กลิ่นเหมือนกับข้าไหมเ้าคะ?”เหนี่ยวเหนี่ยว
“กลิ่นอะไรงั้นเหรอลูก”ท่านแม่
“จริงสิกลิ่นอันใดกัน พ่อเองไม่ได้กลิ่นอะไรเลย”ท่านพ่อ
“ข้าก็ยังไม่ได้กลิ่นอะไรเลยเ้านาย”ขาวผ่อง
“นี่อย่างไรล่ะกลิ่นนี้น่ะเ้าคะมันลอยขึ้นมาเข้าจมูกข้าเต็มๆเลย ยังไม่หายไปไหนกลับชัดขึ้นเรื่อยๆเลยนะเ้าคะ ท่านแม่ ท่านพ่อ ขาวผ่องลองสูดดมสิเ้าคะ”เหนี่ยวเหนี่ยว
“ฟืด….ฟืด…ฟืด…..”
ท่านพ่อ ท่านแม่ กับเ้าขาวผ่องพยายามสูดดมลมหายใจเข้าและออกอยู่หลายๆรอบ ก็ยังคงไม่ได้กลิ่นแปลกปลอมใดเลยแม้แต่นิดเดียว ผิดกับเหนี่ยวเหนี่ยวตอนนี้ที่ได้กลิ่นปริศนาบางอย่างเข้าเต็มเปา ถึงแม้นางไม่จำเป็ต้องตั้งใจสูดดมเข้าไปมันก็ลอยเข้ามาหาจมูกของนางเองเลย
************
ท่านย่าเล็กเหนี่ยวเหนี่ยว ได้กลิ่นอะไรกันอีกนะที่ลอยมากระทบจมูกน้อยๆของนาง?? มันคือกลิ่นที่ลอยมาจากบนท้องฟ้า หรือสถานที่ใด? หรืออย่างไรกัน?? ลองคาดเดากันดูค่ะว่าเหนี่ยวเหนี่ยวของเราจะได้ของดีอะไรเพิ่มอีกหรือไม่ก่อนจะถึงตัวเมืองหนิงหวงกัน