ในตอนที่เย่เทียนออกจากฐานทะเลมารเพื่อไปยังฐานจงไห่ครั้งแรกนั้นเขาต้องเดินทางอย่างระมัดระวังแต่ตอนนี้เย่เทียนสามารถกลับมาที่ฐานทะเลมารได้อย่างไร้กังวล
ความเร็วของเขานั้นเร็วกว่าเดิมมากเขาข้ามแม่น้ำฉางหลิงอย่างรวดเร็ว ข้ามผ่านระยะทางอีกหลายแสนกิโลเมตรจนในที่สุดก็มาถึงฐานทัพทะเลมาร
เมื่อมองจากระยะไกลฐานทะเลมารก็เงียบสงบไม่ต่างจากเมื่อก่อน
เย่เทียนไม่ได้ฝ่าค่ายกลป้องกันของฐานทะเลมารแต่เดินเข้าประตูไปตามปกติ
ไม่นานข่าวที่เย่เทียนกลับมาก็แพร่สะพัดออกไป
ภายในบ้านของเย่เทียน
“พี่ชายกลับมาแล้วเหรอ!”
เย่หยูมองไปที่เย่เทียนและวิ่งเข้ามาสวมกอดเขาอย่างมีความสุข
เสี่ยวจินและเสี่ยวจื่อที่อยู่ด้านข้างก็กระโดดโลดเต้นเช่นกันพวกมันรู้สึกดีใจมากที่ได้พบอดีตเจ้านายอีกครั้ง
“เสี่ยวหยู น้องโตขึ้นมาก ดูเหมือนน้องจะไปถึงขีดจำกัดของนักรบผู้เชี่ยวชาญแล้ว!”
เย่เทียนกล่าวชื่นชมและภายในใจของเขารู้สึกโล่งอกมาก
โชคดีที่น้องสาวของเขาเย่หยูยังอยู่ในขั้นนักรบผู้เชี่ยวชาญความเร็วในการบ่มเพาะของเธอนั้นไม่ได้เร็วนักแม้ว่าจะมีห้องฝึกฝนระดับสูงคอยสนับสนุนแต่เนื่องจากปัญหาด้านพรสวรรค์ของเธอจึงทำให้เธอไม่ได้ก้าวหน้าอย่างรวดเร็วเท่าที่ควร
อีกอย่างเธอฝึกฝนด้วยเทคนิคการบ่มเพาะระดับกลางดังนั้นจึงเป็นธรรมดาที่ความเร็วในการบ่มเพาะของเธอไม่ได้รวดเร็วมากนัก แต่ก็นับว่าเป็นเรื่องดีเช่นกันเพราะหากเย่หยูทะลวงเข้าสู่ระดับปรมาจารย์แล้ว มันจะเป็นเรื่องยากที่เย่เทียนจะสนับสนุนเธอได้
“โชคดีที่กลับมาทันเวลา ถ้ามาช้ากว่านี้อีกเดือนคงจะมีปัญหาจริงๆ!”
เย่เทียนรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง
ตอนนี้เขาไม่เพียงแต่สามารถยกระดับพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของเย่หยูได้เท่านั้นแต่เขาจะช่วยให้เธอสามารถสร้างรากฐานที่สมบูรณ์แบบได้อีกด้วย
แน่นอนในความเป็นจริงสำหรับเย่หยูแล้วรากฐานที่สมบูรณ์แบบไม่ได้มีความหมายอะไรมากนัก เนื่องจากพลังโจมตีของเธอไม่สามารถเพิ่มขึ้นถึง100เท่าได้ แต่เย่เทียนยังคงยืนกรานที่จะช่วยเย่หยูสร้างรากฐานที่สมบูรณ์แบบ
เพราะหากว่าหากเย่หยูไม่สร้างรากฐานที่สมบูรณ์แบบเธอจะไม่สามารถทำให้พรสวรรค์ของเธอกลายเป็นระดับลึกลับปลอมได้ ในอนาคตพลังการต่อสู้ของเธอจะมีจำกัด
“การขัดเกลาผิวหนัง ขัดเกลากล้ามเนื้อ ขัดเกลากระดูก กลั่นเลือด และทำลายขีดจำกัดของอวัยวะภายในเราสามารถหาสมบัติที่ช่วยในการขัดเกลาสิ่งเหล่านี้ได้ในฐานจงไห่ ถึงแม้ว่าสมบัติเหล่านั้นจะมีมูลค่าอย่างมากกองกำลังชั้นนำก็ไม่สามารถจะปลูกฝังอัจฉริยะได้มากนัก แต่เราสามารถสนับสนุนเย่หยูได้”
เย่เทียนเตรียมพาน้องสาวของเขากลับไปที่ฐานจงไห่เพื่อหาสมบัติที่ช่วยให้เธอสร้างรากฐานที่สมบูรณ์แบบได้
“พี่คะ น้องตั้งใจฝึกฝนอย่างหนักมาโดยตลอด!”
เย่หยูกำหมัดของเธอและเชิดหน้าขึ้น
“ดี สาวน้อยของพี่คงเหนื่อยมากแล้ว มาเถอะ พี่นำของขวัญมาให้น้องด้วย!” เย่เทียนหยิบขวดยาออกมามันเป็นยาที่สามารถยกระดับพรสวรรค์ได้ ยาเช่นนี้จะมีค่าเป็นอย่างมาก แม้แต่ในฐานทัพจงไห่ก็เพียงพอที่จะทำให้ระดับจักรพรรดิแย่งชิงกัน
เนื่องจากพรสวรรค์ของทายาทของพวกเขาหลายคนเป็นเพียงพรสวรรค์ระดับหลุดพ้นเท่านั้นแม้ว่าพรสวรรค์อื่นๆ ของพวกเขาจะท้าทายสวรรค์ แต่พวกเขาก็ยากที่จะยกระดับกลายเป็นระดับศักดิ์สิทธิ์ดังนั้นยาเม็ดนี้จึงมีค่าจนไม่อาจอธิบายได้
“พี่ชาย นี่มันอะไรกัน?”
เย่หยูถามอย่างอยากรู้อยากเห็น
“ยายกระดับพรสวรรค์ที่สามารถทำให้พรสวรรค์ในการบ่มเพาะของน้องกลายเป็นระดับดาราได้!”เย่เทียนอธิบาย
“ระดับดารา? มันคือระดับไหน?” เย่หยูรู้สึกสับสนมาก
“น้องน่าจะรู้เรื่องพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นใช่ไหม? ระดับที่สูงกว่าพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นก็คือระดับดารา!” เย่เทียนกล่าว
“อะไรนะ? ยาเม็ดนี้มีค่ามากเกินไป พี่กินเองเถอะ!”
เย่หยูรีบปฏิเสธ
พรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นคืออะไร? ทั่วทั้งฐานทะเลมารมีผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพรสวรรค์ระดับหลุดพ้นไม่มากนักหากตระกูลใดตระกูลหนึ่งให้กำเนิดผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะระดับหลุดพ้นได้
ไม่นานตระกูลเหล่านั้นจะกลายเป็นตระกูลใหญ่ได้อย่างแน่นอน
สมบัติที่สามารถยกระดับผู้มีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะให้กลายเป็นระดับหลุดพ้นได้เย่หยูรู้ดีว่ามันมีค่าเป็นอย่างมาก!
แต่ตอนนี้พี่ชายของเธอได้นำสมบัติล้ำค่าเช่นนี้มาให้เธอเธอรู้ดีว่าสมบัติชิ้นนี้ไม่มีทางหาได้จากฐานทะเลมาร มันล้ำค่าเกินไป!
“เสียวหยู พรสวรรค์ของพี่สูงกว่าระดับดาราเสียอีก น้องกินมันได้โดยไม่ต้องกังวล!”
เย่เทียนยิ้มและพูด
เมื่อเห็นว่าเย่เทียนไม่ได้ล้อเล่นเย่หยูก็ตัดสินใจกินยายกระดับพรสวรรค์นี้
ตูม!!!
กระบวนการเปลี่ยนแปลงได้เริ่มขึ้นแล้ว!
เย่หยูต้องแบกรับความทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสผ่านไปครึ่งชั่วโมงพรสวรรค์ในการบ่มเพาะของเย่หยูก็เปลี่ยนไปเป็นระดับดารา
หลังจากปล่อยให้เย่หยูพักผ่อนครึ่งชั่วโมงเย่เทียนก็หยิบเอาไขกระดูกเทียนหลินออกมา
“เสี่ยวหยู น้องมีพรสวรรค์ด้านน้ำแข็งระดับเริ่มต้น พรสวรรค์ระดับนี้ในหมู่ผู้ฝึกยุทธ์ทั่วไปนับได้ว่าไม่ธรรมดาแต่ที่จริงแล้วมันมีระดับต่ำเกินไป ไขกระดูกเย็นเทียนหลินนี้สามารถทำให้พรสวรรค์ด้านน้ำแข็งของน้องยกระดับกลายเป็นระดับสูงสุดได้มันจะช่วยน้องได้เป็นอย่างมาก!”
“พี่…”
เย่หยูรู้สึกประทับใจมากพี่ชายของเธอดีกับเธอมาก สมบัติแบบนี้ต้องหายากมากแน่ๆ มูลค่าของมันต้องไม่ธรรมดา แต่เย่เทียนหยิบมันออกมาแล้ว
เธอก็ไม่ได้ปฏิเสธเพราะเธอต้องการที่จะแข็งแกร่งขึ้น มีแต่ต้องแข็งแกร่งเท่านั้นเธอจึงจะสามารถช่วยเหลือพี่ชายของเธอได้
หลังจากกินไขกระดูกเทียนหลินแล้วร่างของเย่หยูก็ดูเหมือนจะถูกแช่แข็ง
ครึ่งวันต่อมา
เย่หยูก็ลืมตาขึ้นชั้นน้ำแข็งบนร่างกายของเธอก็สลายหายไป
เย่เทียนใช้พรสวรรค์ในการคัดลอกตรวจสอบพรสวรรค์ของเย่หยูทันที
[มนุษย์ : เย่หยู
พรสวรรค์ในการบ่มเพาะ: ระดับดารา
พรสวรรค์ด้านน้ำแข็ง: ระดับสูงสุด]
“ไม่เลว มันกลายเป็นพรสวรรค์ด้านน้ำแข็งระดับสูงสุดแล้ว!”
เย่เทียนพยักหน้าอย่างพึงพอใจ
น่าเสียดายที่สมบัติที่สามารถเพิ่มพรสวรรค์ด้านอาวุธนั้นหาได้ยากเป็นอย่างมากเขาเองก็ไม่เคยเห็นมันมาก่อน มิฉะนั้นเขาจะหามันมาให้เย่หยูเช่นกัน
“น้องพี่ ช่วงนี้น้องหยุดฝึกฝนไว้ก่อนชั่วคราว อย่าเพิ่งทะลวงเข้าสู่ขอบเขตปรมาจารย์เด็ดขาด!”
เย่เทียนกำชับอย่างจริงจัง
“ค่ะ!”
เย่หยูพยักหน้าเธอไม่ได้ถามหาเหตุผล พี่ชายของเธอบอกให้เธอทำอะไร เธอก็จะทำอย่างนั้น เธอเชื่อว่าพี่ชายของเธอจะไม่ทำร้ายเธอแน่นอน
“เด็กดี!”
เย่เทียนลูบหัวเย่หยูและพูดอย่างเอ็นดู
หลังจากนั้นเขาก็อธิบายให้เย่หยูฟังเกี่ยวกับการสร้างรากฐานที่สมบูรณ์แบบ
หลังจากฟังจบเย่หยูก็พยักหน้าเข้าใจทันที
“พี่ชาย พวกเรากำลังจะออกจากฐานทะเลมารแล้วเหรอ?” เย่หยูถาม
“อืม หลังจากเก็บของเสร็จเรียบร้อย พี่จะไปเยี่ยมตระกูลเยว่ แล้วเราจะออกเดินทางทันที!”
เย่เทียนพยักหน้า
ที่จริงแล้วเย่หยูไม่ได้มีอะไรมากนักที่จะต้องนำไปด้วยมันจึงใช้เวลาไม่นาน
เย่เทียนให้เย่หยูรออยู่ที่บ้านส่วนเขาก็เดินทางมายังตระกูลเยว่
อย่างไรก็ตามสิ่งที่เขาได้รู้ทำให้เขาประหลาดใจเล็กน้อย
ราชาเยว่หลิงตายแล้ว!
ใช่แล้วระดับราชาเพียงคนเดียวของตระกูลเยว่ตายแล้ว
ศาลาในตระกูลเยว่
เย่เทียนและเยว่หลิงนั่งคุยกันอยู่ตอนนี้เยว่หลิงดูเป็นผู้ใหญ่กว่าแต่ก่อน สีหน้าของเธอดูเด็ดเดี่ยว ไม่มีท่าทีเหมือนคุณหนูผู้สูงศักดิ์อีกแล้วเห็นได้ชัดว่าก่อนหน้านี้เธอผ่านเรื่องราวค่อนข้างสาหัสมา
คลื่นสัตว์อสูรและเหตุการณ์ต่างๆในช่วงเวลาที่ผ่านมาทำให้เธอเติบโตขึ้น
แต่เย่เทียนยังคงเห็นความวิตกกังวลเล็กน้อยจากส่วนลึกในดวงตาของเยว่หลิง
หลังจากสูญเสียราชาเพียงคนเดียวไปตระกูลเยว่ก็เริ่มตกต่ำลง
“เยว่หลิง ทำไมบรรพบุรุษของเธอถึงตาย?”
เย่เทียนเอ่ยถาม
เยว่หลิงถอนหายใจ“ไม่เพียงแต่ท่านบรรพบุรุษของฉันจะเสียชีวิต แต่ฐานทะเลมารก็สูญเสียผู้ฝึกยุทธ์ระดับราชาไปมากกว่า10คน มันมีบางอย่างที่เกี่ยวข้องกับรอยแยกมิตินั่น”
“เกิดอะไรขึ้น? ไม่ใช่ว่ารอยแยกในมิตินั้นถูกผนึกไว้แล้วหรอกหรือ?หรือว่าจะมีสัตว์อสูรที่ทรงพลังออกมา?”
เย่เทียนขมวดคิ้ว
“ไม่ใช่!” เยว่หลิงส่ายหัวและอธิบาย “สัตว์อสูรจากทะเลได้บุกเข้ามา มันต้องการทำลายค่ายกลระดับสูงที่ผนึกรอยแยกไว้ฐานใหญ่ทั้งสามจึงไม่มีทางเลือกอื่น ได้แต่ต้องส่งระดับราชาไปปกป้องรอยแยก ท้ายที่สุดระดับราชาหลายคนจึงถูกสังหารหนึ่งในนั้นก็คือท่านบรรพบุรุษ โชคดีที่ราชาไร้เทียมทานก็มาถึงทันเวลาจึงสามารถปกป้องค่ายกลที่ผนึกรอยแยกเอาไว้ได้!”
“หยุนเมิ่งหลีกลับมาแล้วหรือ?”
เดิมเย่เทียนได้ยินมาว่าหยุนเมิ่งหลีอยู่ที่ฐานจงไห่แต่เขาไม่เคยพบหยุนเมิ่งหลีในฐานจงไห่เลยสักครั้ง ตามหลักแล้ว ด้วยชื่อเสียงของเขาในตอนนี้หยุนเมิ่งหลีจะต้องมาพบเขาอย่างแน่นอน
ในที่สุดเขาก็รู้สาเหตุว่าทำไมอีกฝ่ายถึงไม่มาพบเขา!
เพราะหยุนเมิ่งหลีได้กลับมายังฐานทะเลมารนานแล้วจึงไม่แปลกที่เขาไม่รับรู้ถึงชื่อเสียงของเย่เทียน