ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 35 รากจักรพรรดิ

            หลินจือโมรา อายุร้อยปีเป็นรูปเป็นร่างอายุพันปีมีจิตวิญญาณ

            หลินจือโมราต้นนี้เหมือนพัดขนาดใหญ่มีลวดลายเป็นเส้นใยสีแดงเป็นวงๆ มากกว่ายี่สิบวง มันจะลอกเปลือกออกทุกๆ ร้อยปี และลวดลายยี่สิบวงนี้แสดงให้เห็นว่าหลินจือโมรามีอายุมากกว่าสองพันปีแล้ว!

            หลินจือโมราอายุสองพันปี เทียบได้กับขั้นเซียน!

            “น่าแปลก สองพันปีแล้วกลับไม่มีใครมาเก็บไปเลยคนในโลกนี้ไม่เห็นค่าของสิ่งล้ำค่าเช่นนี้เลยหรือ”

            เสิ่นเสวียนลอยอยู่ตรงหน้าหลินจือโมราต้นนี้พลางกล่าวด้วยความสงสัย

            “มิน่าล่ะ!”

            เสิ่นเสวียนมองหลินจือโมราต้นนี้ก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจอะไรบางอย่างไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เห็นค่าของมัน ทว่ามันมีพลังป้องกันตัวที่แข็งแกร่งมาก จึงไม่มีใครเข้ามาเห็น

            รากของหลินจือโมราต้นนี้ยาวลู่ลงไปถึงบ่อลาวาด้านล่างพอดีหลินจือโมราทั่วๆ ไปใช้ความร้อนของภูเขาไฟในการเจริญเติบโต และต้นนี้ก็ใช้ลาวาเป็นอาหารไอพลังหลอมรวมเข้ากับภูเขาไฟทั้งลูก และนี่คือสาเหตุที่ก่อนหน้านี้เขามิอาจพบเจอหลินจือโมราต้นนี้

            “นี่คือ!”

            ขณะที่เสิ่นเสวียนกำลังสังเกตไปรอบๆจู่ๆ เขาก็เบิกตาโพลง แววตาลุกวาวขึ้นมา

            บนหน้าผาภายในภูเขาไฟ แสงสีแดงเพลิงเปล่งประกายออกมาจากรอบๆต้นหลินจือโมราที่เหมือนกับพัดขนาดใหญ่ มันเติบโตอยู่ตรงนั้นอย่างเงียบสงบ รากของมันหยั่งลึกลงไปในลาวาเบื้องล่าง

            สิ่งที่ทำให้เสิ่นเสวียนตาลุกวาวคือรากที่เขาเห็นนั้นต่างออกไป

            เส้นไหมทองคำ!

            เส้นไหมทองคำเล็กละเอียดซ่อนตัวอยู่ภายในเหง้าของมันมันไม่ได้สะดุดตา จะปรากฏให้เห็นเลือนรางขณะที่ลาวากำลังเดือดพล่าน คนอื่นอาจไม่รู้ว่ามันคืออะไรแต่เขารู้

            นั่นคือรากจักรพรรดิ!

            หลินจือโมรายิ่งอายุมากขึ้นก็ยิ่งมีโอกาสที่จะแปรเปลี่ยนไปรากของมันจะแปรเปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม กลายเป็นรากจักรพรรดิในตำนาน ทว่าสถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นได้ยากมากต่อให้เป็นดินแดนยิ่งใหญ่ก็มิอาจเจริญเติบโตขึ้นมาได้

            รากจักรพรรดิคือสมุนไพรชั้นดีเมื่อกินรากจักรพรรดิเข้าไปแล้วจะกลายเป็นเซียนได้

            คำกล่าวนี้เพียงพอที่จะแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของรากจักรพรรดิแต่มิใช่ว่าใครก็สามารถกินรากจักรพรรดิเข้าไปได้ หากต้องการให้ร่างกายสามารถทนต่ออานุภาพของรากจักรพรรดิได้อย่างน้อยต้องฝึกถึงขั้นอมตะเสียก่อน

            กล่าวได้ว่า หากผู้บำเพ็ญเพียรคนหนึ่งฝึกฝนถึงขั้นอมตะและได้รับรากจักรพรรดิไปการฝ่าด่านเคราะห์มีโอกาสสำเร็จมากขึ้นอีกสองส่วน ของล้ำค่าเช่นนี้หากปรากฏขึ้นในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรต้องก่อให้เกิดการเข่นฆ่าสังหาร เลือดไหลนองเป็นสายน้ำ

            ในชาติก่อนเขาเกือบได้รากจักรพรรดิมาแล้วมิเช่นนั้นคงไม่ฝ่าด่านเคราะห์ล้มเหลว ทำได้เพียงสลายร่างให้กลายเป็นเซียนพเนจรเท่านั้นต้องทนลำบากเข้าฝ่าด่านเคราะห์อัสนีมากว่าพันปี

            “เสี่ยวเหยียนข้าอยากลงไปลึกกว่านี้อีก เจ้าช่วยข้าได้ไหม”

            เสิ่นเสวียนหันมองเสี่ยวเหยียนที่ลอยอยู่ข้างๆแล้วถามอย่างจริงจัง

            ภายในบ่อลาวาร้อนจัดจนน่ากลัวหากลงไปด้วยร่างเนื้อธรรมดาๆ ต้องโดนย่างสดอย่างแน่นอน แม้จะมีเกราะขั้นศาสตราวิญญาณก็อาจตายอยู่ในนั้นได้

            เขาไม่อยากให้รากจักรพรรดิอยู่ที่อื่นหากไม่เก็บมันมาจะเกิดสิ่งไม่แน่นอนขึ้นอีกมากมาย

            “จี๊ด จี๊ด”

            เสี่ยวเหยียนที่อยู่ข้างๆพยักหน้าให้เสิ่นเสวียน ดูน่ารักมาก

            “เยี่ยมไปเลยแล้วข้าควรทำอย่างไร”

            “จี๊ด จี๊ด...จี๊ด จี๊ด...”

            เสี่ยวเหยียนเหาะไปอยู่ด้านหน้าเสิ่นเสวียนส่งเสียงร้องออกมาหลายครั้ง จากนั้นขนของมันก็พองขึ้น แล้วมันก็อ้าปากเล็กๆ พ่นเปลวเพลิงใส่เสิ่นเสวียน

            ที่นี่น่ากลัวมาก ความร้อนรุนแรงยิ่งกว่าภายในลาวาถึงสองส่วนเสิ่นเสวียนลอยอยู่ตรงนั้นไม่ได้ต้านทานไว้ จึงโดนเปลวเพลิงพุ่งเข้าปกคลุมร่างกาย

            แม้เปลวเพลิงนั้นพุ่งเข้าใส่ร่างแต่เขาไม่รู้สึกร้อนเลยซ้ำยังหลอมรวมเข้ากับผิวของเกราะอย่างรวดเร็ว ทำให้เกราะแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมมาก จากนั้นเปลวเพลิงเหล่านี้ก็ออกห่างจากร่างกายไปหนึ่งฉื่อปกคลุมตลอดร่างของเสิ่นเสวียนไว้

            เปลวเพลิงเหล่านี้โปร่งใสหากมองจากที่ไกลๆ จะเห็นลาวาเบื้องล่างได้ชัดเจนยิ่งกว่า ราวกับไม่มีสิ่งใดครอบคลุมอยู่

            “ขอบคุณมากเสี่ยวเหยียนมากับข้าเถอะ!”

            เสิ่นเสวียนมองไปรอบๆ ด้วยพลังสายตาของเขาสามารถมองออกได้ว่าเมื่อมีเปลวเพลิงเหล่านี้ปกคลุมร่างกายอยู่ ลาวาเบื้องล่างมิอาจทำอะไรเขาได้ชั่วขณะหนึ่ง

            เสี่ยวเหยียนพยักหน้าให้เสิ่นเสวียนอย่างเชื่อฟัง

            จากนั้น เสิ่นเสวียนและเสี่ยวเหยียนก็กระโดดลงไปยังลาวาเบื้องล่าง

            “เฮ้ย!!!”

            เสิ่นล่างที่เฝ้าอยู่ด้านบนมองเห็นสิ่งที่เกิดขึ้นด้านล่างอย่างชัดเจนแต่จะเข้าไปห้ามก็สายเกินไปแล้ว

            “เฮ้อ!ท่านผู้นำเติบใหญ่แล้ว...”

            เสิ่นล่างถอนหายใจก่อนจะกล่าวให้อย่างไรเขาก็ไม่กล้าลงไปยังลาวาที่น่ากลัวเบื้องล่างนั่น แม้จะมีพลังป้องกันตัวเขาก็ไม่กล้าเสิ่นเสวียนเหมือนจะเติบโตขึ้นในช่วงเวลาไม่กี่วัน ทว่าเขาก็รู้สึกว่าตนเองแก่ลงไปในช่วงเวลาไม่กี่วันเช่นกัน

            ก่อนหน้านี้เขาคือผู้ปกป้องตระกูลเสิ่นตอนนี้ดูเหมือนจะไม่ใช่แล้ว

             

            ภายในลาวาเบื้องล่าง

            ลาวาร้อนแรงสีแดงเพลิงยังคงเดือดพล่านและปั่นป่วนเสิ่นเสวียนและเสี่ยวเหยียนลงไปในนั้น ทำให้นัยน์ตากลายเป็นสีแดงเพลิง

            โชคดีที่มีเปลวเพลิงป้องกันตัวของเสี่ยวเหยียนทำให้เสิ่นเสวียนมองเห็นได้ขณะอยู่ภายในลาวา หากว่าพลังป้องกันตัวนี้เลือนหายไป เสิ่นเสวียนคงกลายเป็นจุณในพริบตาเดียว

            ทว่าในทางกลับกัน เสี่ยวเหยียนไม่ได้รับผลกระทบใดๆเลย ราวกับปลาที่แหวกว่ายอยู่ในน้ำอย่างอิสระ

            หลังจากที่เสิ่นเสวียนปรับตัวได้แล้วเขาก็ค่อยๆ เข้าใกล้หน้าผาแล้วเดินไต่หน้าผาลงไป ในขณะเดียวกันก็ใช้พลังส่วนหนึ่งปกป้องดวงตาเอาไว้เพื่อให้มองเห็นได้ไกลขึ้นเขายังโคจรพลังได้ ทำให้เขาสามารถมองเห็นทุกสิ่งตรงหน้าในระยะเกือบสองจั้งได้อย่างชัดเจน

            เหง้าของหลินจือโมรายึดเกาะแน่นอยู่กับหน้าผาหินเส้นไหมสีทองด้านบนยาวลู่ลงไปถึงด้านล่าง

            เสิ่นเสวียนไม่กล่าวอะไรเลยเขาเข้าใกล้มันทีละน้อยหมายจะคว้ารากของมันเอาไว้ หลินจือโมราสองพันปีมีรากที่ใหญ่มากยาวลงไปเกือบสองจั้ง ยิ่งต่ำลงไปยิ่งซับซ้อนเล็กละเอียด เหมือนกับรากของต้นไม้เก่าแก่หลายพันปีรวมตัวกัน

            ทว่าแม้รากของหลินจือโมราจะมีมากมายแต่เส้นไหมทองคำกลับมีเพียงเส้นเดียว เสิ่นเสวียนจึงตามเส้นไหมทองคำนั้นไป

            รากจักรพรรดิยิ่งยาวลงไปก็ยิ่งมีฤทธิ์แรงและยิ่งลึกลงไป เส้นไหมทองคำก็ยิ่งเลือนรางลงกว่าก่อนหน้านี้เสียอีก

            เสิ่นเสวียนมองลงไปด้านล่างประมาณหนึ่งจั้งมองเห็นรากจักรพรรดิสีทองเติบโตอยู่ภายในเหง้าของหลินจือโมราอย่างสงบสุข มันมีรูปร่างคล้ายโสมขนาดเท่าแขนเด็กทารก ทำให้เสิ่นเสวียนรู้สึกดีใจอย่างที่สุด

            ทว่าเขาดีใจได้เพียงสองลมหายใจสีหน้าของเขากลับแข็งทื่อขึ้นมาอีกครั้ง

            รอบๆ รากจักรพรรดินั้นมีสีของลาวาแตกต่างไปจากบริเวณอื่นส่องประกายบริสุทธิ์ยิ่งกว่าลาวาที่อยู่รอบนอก ประกายนี้ปกคลุมรอบรากจักรพรรดิ เมื่อมองต่ำลงไปอีกจะเห็นดวงตาสีแดงฉานคู่หนึ่งกำลังมองเสิ่นเสวียนอยู่

            นี่ยังนับเป็นลาวาที่ไหนกันมันคือพญางูตัวหนึ่ง

            จากปากปล่องภูเขาไฟลงมาถึงลาวาด้านล่างประมาณสามจั้งมีพญางูอัคนีขดอยู่ตัวหนึ่ง!

            เสิ่นเสวียนมองลงไปด้านล่างสบตากับดวงตาคู่นั้นมันแลบลิ้นแผล็บๆ อยู่ตลอดเวลาพลางจ้องเสิ่นเสวียนเขม็ง ราวกับว่าหากเสิ่นเสวียนขยับเพียงเล็กน้อยก็จะจู่โจมทันทีและบดขยี้ร่างของเขาให้แหลกละเอียด

            สวบ!

            ทั้งสองสบตากันประมาณห้าลมหายใจพญางูอัคนีที่อยู่ด้านล่างเริ่มเคลื่อนไหว รู้สึกได้ว่ามีมนุษย์เข้ามาในบ่อลาวาของมันมันเลื้อยเข้ามาตรงหน้าเสิ่นเสวียนในพริบตา อ้าปากกว้างคล้ายจะกลืนกินร่างของเสิ่นเสวียนเข้าไป

            ทันใดนั้นเอง เสิ่นเสวียนคว้ากระบี่ใหญ่ฟันออกไปอย่างรุนแรง

            ฉัวะ!

            แรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงสะท้อนออกไปกระบี่ใหญ่ฟันลงไปบนหัวของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ ทว่ากลับทำให้ร่างของเสิ่นเสวียนกระเด็นออกไปในทันที

            พลังโจมตีของกระบี่ใหญ่ต่อต้านพลังโจมตีของพญางูอัคนีเอาไว้ได้แต่ก็ทำให้เพลิงโทสะของมันรุนแรงยิ่งกว่าเดิม

            “ฟ่อ!”

            เสียงขู่ราวกับสายฟ้าฟาดดังขึ้นพญางูอัคนีกระโจนเข้าใส่เสิ่นเสวียนอีกครั้งด้วยความเร็วมากกว่าเดิม

            “จี๊ด จี๊ด!”

            ขณะนั้นเอง เสี่ยวเหยียนที่ตามเข้ามาเริ่มเคลื่อนไหว

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน