“คุณหนูเมื่อครู่ท่านพบนายท่านกับนายหญิงแล้วใช่หรือไม่เ้าคะ”แม่นมเว่ยเอ่ยถามขึ้นทันที
นางพยักหน้าให้กับแม่นมเว่ยพร้อมกับรีบพาบุตรสาวไปที่เรือนพักของนางในทันที
แม่นมเว่ยที่ได้เห็นใบหน้าที่ดูเศร้าของโซ่วหยู่เหยียนก็พอจะเดาได้ว่านางพบเจอกับอะไรมา
ครั้นเมื่อนางและบุตรสาวอาบน้ำเสร็จแม่นมเว่ยก็นำเสื้อผ้าชุดใหม่เข้ามาให้มือเล็กที่เริ่มหยาบกร้านเพราะตรากตรำทำงานอย่างหนักค่อยๆแปรงผมให้กับบุตรสาว
“ท่านแม่เหตุใดท่านยายกับท่านตาอีกทั้งท่านป้าจึงได้แสดงท่าทีเหมือนกับรังเกลียดเราสองแม่ลูกนักล่ะเ้าคะ”เด็กหญิงตัวน้อยเอ่ยถามท่านแม่ของนางด้วยความไร้เดียงสา
โซ่วหยู่เหยียนฝืนยิ้มให้กับบุตรสาวก่อนจะโอบกอดนางไว้แนบอก
“เหตุใดเ้าจึงคิดเช่นนั้นเล่า”
“ก็ข้าเห็นสายตาและท่าทางที่ดูราวไม่อยากต้อนรับเราสองแม่ลูกข้าก็พอจะเดาได้แม้ข้าจะเป็เด็กก็เถอะ”
โซ่วหยู่เหยียนมองดูใบหน้าที่จริงจังของโซ่วหนิงเอ๋อแม้นางจะเป็เด็กวัยเพียงสี่หนาวแต่นางก็มีความคิดความอ่านที่โตกว่าเด็กวัยเดียวกัน
“หนิงเอ๋อไม่ว่าผู้ใดจะดูถูกหรือเย้ยหยันเ้าแม่อยากให้เ้าอย่าได้เก็บเอามาโกรธเคืองแต่จงนำเอาคำเย้ยหยันดูถูกนั่นมาเป็พลังให้เ้าไม่ย่อท้อต่อโชคชะตาเข้าใจที่แม่บอกเ้าหรือไม่”
“เ้าค่ะท่านแม่ ข้าจะทำตามที่ท่านแม่สอน”ใบหน้าเล็กๆเผยยิ้มออกมาอย่างน่าเอ็นดู
สองแม่ลูกต่างยิ้มและกอดกันไว้แน่น
เหวินหยางจงที่เผอิญผ่านมาได้ยินที่สองแม่ลูกพูดกันมันทำให้เขาอดที่จะสงสารนางทั้งสองไม่ได้
“เฮ้อ”เขาถอนหายใจออกมาเบาๆด้วยความรู้สึกผิดที่ฮูหยินและท่านพ่อกับท่านแม่ของเขาปฏิบัติต่อนางทั้งสองอย่างไม่เท่าเทียมก่อนจะรีบเดินจากไป
ก๊อก ก๊อกก๊อก.....เสียงเคาะประตูดังขึ้น
สองแม่ลูกรีบหันไปยังเสียงนั่นในทันที
“คุณหนูใหญ่นายท่านให้ข้ามาตามท่านสองแม่ลูกออกไปรับประทานอาหารเ้าค่ะ”เสียงสาวใช้ดังออกมาจากด้านนอก
“ข้าเข้าใจแล้วจะรีบไปเดี่ยวนี้”นางพูดพร้อมกับหันไปมองบุตรสาว
“หนิงเอ๋อจ๊ะไปกันเถอะจ๊ะ”นางบอกกับบุตรสาวตัวน้อยก่อนจะรีบพานางไปที่ห้องอาหาร
ครั้นเมื่อสองแม่ลูกมาถึงที่โต๊ะอาหารสายตาที่ดูราวกับคนแปลกหน้าต่างจ้องมองมายังพวกนาง
“หยู่เหยียนหนิงเอ๋อมาเร็วเข้ารีบมานั่งเถอะ”เหวินจงหยางรีบเรียกสองแม่ลูกให้มานั่งที่โต๊ะอาหาร
โซ่วหยู่เหยียนรีบพาบุตรสาวเดินมานั่งที่โต๊ะอาหาร
ใบหน้าเล็กๆเผยยิ้มออกมาด้วยความดีใจเมื่อเห็นอาหารที่แสนจะน่ากินที่วางเรียงรายอยู่บนโต๊ะอาหาร
โซ่วหยู่เหยียนคีบเป็ดอบน้ำผึ้งให้กับบุตรสาวตัวน้อย
ดวงตากลมโตสดใสเป็ประกายขึ้นด้วยความตื่นเต้นที่จะได้กินเป็ดเป็ครั้งแรก
“น่ากินจังเลยเ้าค่ะท่านแม่”นางพูดขึ้นด้วยความดีใจ
สายตาเย้ยหยันจ้องมองมายังนาง
“หึ เ้าคงจะไม่เคยกินของดีๆเช่นนี้มาก่อนสินะเป็เพราะแม่ของเ้าหากเลือกแต่งงานกับคุณชายเหมาป่านนี้เ้าคงจะมีชีวิตที่สุขสบายไปแล้วแต่แม่เ้ากลับไปเลือกพ่อจนๆของเ้าทำให้เ้ามีชีวิตที่น่าอดสูเช่นนี้”
“ฮูหยินเหตุใดเ้าจึงพูดเช่นนั้น”เหวินหยางจงตำหนิผู้เป็ฮูหยิน
ใบหน้าเล็กๆผุดมองดูคนที่กำลังพูดเยาะเย้ยนางอย่างไม่พอใจมือเล็กๆค่อยๆคีบชิ้นเป็ดเข้าปากก่อนจะทำหน้าเหยเกพร้อมกับรีบคายออกในทันที
“นี่งั้นหรือเ้าคะของดีทั้งเค็มทั้งเหนียวสู้อาหารที่ท่านแม่ของข้าทำก็ไม่ได้ท่านตา ท่านยาย ท่านป้านี่พวกท่านกินของพวกนี้ลงได้เช่นไรกัน”
ทั้งสามต่างมองหน้าของนางอย่างไม่พอใจ
“หนิงเอ๋อ”โซ่วหยู่เหยียนตำหนิบุตรสาวที่พูดเช่นนั้น
มือเล็กรีบจับข้อมือของท่านแม่นางให้ลุกขึ้น
“ท่านแม่ข้าว่าพวกเราคงไม่เหมาะกับอาหารเหล่านี้หรอกเ้าค่ะท่านตา ท่านยาย ท่านลุง ท่านป้าข้ากับท่านแม่ต้องขอตัวก่อนนะเ้าคะ”นางรีบจับมือของท่านแม่ออกจากห้องอาหารในทันที
ครั้นเมื่อสองแม่ลูกกลับมาถึงห้องร่างเล็กก็รีบขึ้นไปนอนบนเตียงในทันทีมือเล็กกุมท้องเอาไว้ด้วยความหิวพร้อมกับเสียงจ๊อกๆที่ร้องดังออกมา
“หนิงเอ๋อ”โซ่วหยู่เหยียนเรียกบุตรสาวตัวน้อยนางรู้ว่าบุตรสาวคงจะกำลังหิวเป็แน่
“ท่านแม่ข้าเสียมารยาทใช่หรือไม่เ้าคะ”เด็กหญิงตัวน้อยรีบหันมาถามท่านแม่ของนาง
นางค่อยๆเอามือจับที่ใบหน้าเล็กๆอย่าอ่อนโยน
“แม่รู้ว่าเ้าหาได้้าทำเช่นนี้ไม่”
“ท่านแม่ข้าเพียงอึดอัดอันที่จริงเป็ดชิ้นนั้นอร่อยมากข้าไม่เคยได้ลิ้มรสชาติเช่นนั้นมาก่อนแต่ข้ากลับกลืนไม่ลงเมื่อเห็นสายตาเ่าั้ที่จับจ้องมายังเราสองแม่ลูก”
นางรีบโอบกอดบุตรสาวตัวน้อยด้วยความสงสาร
“หนิงเอ๋อ ไม่เป็ไรจ๊ะงั้นเราเข้าไปดูในครัวกันดีหรือไม่เผื่อมีอะไรที่แม่จะทำให้เ้ากินได้”
นางยิ้มให้กับท่านแม่ด้วยความดีใจ