ในที่สุดจวินมู่ซีก็ไม่สามารถนั่งนิ่งได้อีกต่อไปเขาลุกขึ้นยืน เดินไปด้านข้างของไป๋เซียงจู๋ จ้องไปที่ไป๋เซียงจู๋ด้วยดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตา"ภรรยา... "
นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเรียกนามนี้จากปากของเขากับไป๋เซียงจู๋ตกลงแล้วเขารู้จักว่าคำว่าละอายใจหรือไม่ หรือกลัวว่านางจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเขาจึงเรียกขานนางว่าภรรยา
“ถ้าเจ้าไม่หุบปากก็เย็บปากของตัวเองเสีย” ไป๋เซียงจู๋หรี่ตาลงเล็กน้อยเข็มสีเงินที่ส่องประกายเย็นเฉียบโผล่พ้นออกมาระหว่างนิ้วของนาง
จวินมู่ซีอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายลงคอภรรยาตัวน้อยของเขาช่างมีฝีปากที่กล้าแกร่งจริงๆ ท่าทางมิอาจยั่วยุได้เลย
อย่างไรก็ตาม จวินมู่ซีเงียบลงอย่างเชื่อฟังและนั่งลงด้านข้างเขามองไป๋เซียงจู๋ด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยหมู่ดาว
ไป๋เซียงจู๋กระแอมไอสองครั้ง จากนั้นก็มองไปที่ไป๋จื่อจิน"พี่ชาย ท่านปู่กับท่านอาสามยังไม่กลับมาหรือเจ้าคะ"
“พวกเขากลับมาพร้อมกับขบวนของฮ่องเต้ข้าเป็นห่วงเจ้าจึงกลับมาก่อน” ไป๋จื่อจินยิ้มพลางจิบชา
ไป๋เซียงจู๋ตกตะลึงไปครู่หนึ่งดวงตาของนางสาดแสงประกายวาบผ่านทว่าใบหน้าของนางกลับแสดงท่าทางประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง "ฝ่าบาท? เป็นท่านลุงเล็กที่ทำสิ่งใดให้ฝ่าบาททรงพอพระทัยอีกหรือเจ้าคะ”
จวินมู่ซีมองไปที่ไป๋เซียงจู๋ซึ่งปกติแล้วจะฉลาดนักแต่ในยามนั้น นางทั้งซื่อบื้อและน่ารัก เขาพลันเม้มปากและเอ่ยว่า“มีข่าวลือว่าผู้มีพระคุณลึกลับที่ช่วยชีวิตพระองค์ไว้คือท่านลุงเล็กของเจ้ากับพี่ชายของเจ้า”
แน่นอน เม็ดยาที่นางขอให้เขาส่งไปนั้นมีประโยชน์เป็นอย่างยิ่งและก็ไม่รู้ว่านางปรุงมันขึ้นมาอย่างไร ถึงได้มีผลลัพธ์ที่แสนมหัศจรรย์ พิเศษไม่ทิ้งรอยแผลเป็นใดๆ ไว้
ช่างน่าแปลก และที่ทำให้เขาประหลาดใจยิ่งกว่าคือม้าศึกเหล่านั้นนางคาดเดาได้อย่างไรว่าหากนำเมล็ดพืชและหนังแกะที่เอาไว้ใช้สำหรับฤดูหนาวไปแลกผู้คนเหล่านั้นจะเต็มใจที่จะนำม้าศึกแสนหายากเหล่านี้แลกไป
และฮ่องเต้ต้าฉีรู้ว่าเขาได้ม้าศึกพันธุ์ดีถึงสามพันตัว พระองค์ทำสัญญากับเขาโดยไม่พูดอะไรสักคำและทำเงินได้มากมายมหาศาลจริงๆ
สำหรับเขา แม้ว่าเงินจะหาได้ไม่ยากทว่านี่กลับหาได้ง่ายมากเกินไปจนเขารู้สึกเหมือนอยู่ในภวังค์ฝัน
ไป๋จื่อจินเคาะหน้าผากของไป๋เซียงจู๋ ไป๋เซียงจู๋ขมวดคิ้วด้วยความเจ็บปวดและจ้องไปที่พี่ชายด้วยความไม่พอใจ
ไป๋จื่อจินสบายใจยิ่งนัก เขาเห็นความดุร้ายของน้องหญิงในการปกป้องสาวใช้ของนางหน้าเหลาอาหารอีกทั้งท่าทีที่สงบนิ่งและฉลาดเฉลียวของนางยามที่ถูกคนอื่นรังแกแต่เขาก็ยังหวังว่าน้องสาวตัวน้อยของเขาจะสามารถซ่อนตัวอยู่ข้างหลังพี่ชายของนางเหมือนในยามนี้ ท่าทางที่น่ารัก น่าภาคภูมิใจ ให้เขาเป็นคนที่นางสามารถพึ่งพาได้
เขาหวังว่าน้องสาวคนเล็กจะมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขแต่ชายหนุ่มไม่รู้ว่าไป๋เซียงจู๋มิอาจอยู่ได้โดยไร้ซึ่งความกังวลใดๆ ไม่ต้องพูดถึงชาติที่แล้วผู้คนเหล่านั้นไม่เห็นนางที่เป็นคนดี แม้ว่าจะนางจะมิได้ล่วงเกินพวกเขาพวกเขาก็สามารถเคียดแค้นและแก้แค้นนางได้เช่นนั้นแล้วไป๋เซียงจู๋จะมีชีวิตอยู่อย่างมีความสุขแม้ครึ่งที่ไป๋จื่อจินต้องการได้อย่างไร
“เด็กโง่ ที่จริงแล้วคุณูปการที่สร้างขึ้นมานี้ถือเป็นความดีความชอบของเจ้าหากมิใช่เพราะยาที่เจ้าให้มู่ซีนำมาให้ แม้เราจะได้พบกับเทพเซียนอาการบาดเจ็บเหล่านั้นก็ยังคงร้ายแรงนัก ยากที่จะเอาชีวิตรอด”
แม้จะคำพูดเช่นนี้จะเป็นลางร้าย แต่สงครามชายแดนก็โหมกระหน่ำทั้งเงาดาบคมกระบี่ล้วนโหดเหี้ยมอำมหิต ไม่สนใจว่ามันจะแทงผู้ใดยิ่งไม่สนใจว่าเจ้าจะเป็นฮ่องเต้หรือไม่ ในสนามรบผู้คนมากมายเสียชีวิตโดยไม่ได้ตั้งใจ หลายคนหากอาการบาดเจ็บรุนแรงเกินไปในสถานการณ์วิกฤตเช่นนั้นก็มีโอกาสสูงที่จะไม่อาจรักษาให้หายได้และในขณะนั้นฮ่องเต้ถูกกองทัพศัตรูห้อมล้อมและซ่อนตัวอยู่ในถ้ำบนภูเขาเป็นเวลา 3วัน 2 คืน หากไม่ได้พบพวกเขา เกรงว่าคง...
เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ ไป๋จื่อจินนึกไม่ออกว่าหากไม่มีพวกเขาถ้าไม่มียาที่ไป๋เซียงจู๋ขอให้จวินมู่ซีนำมา ถ้าฮ่องเต้ทรงมีอันเป็นไปเมืองหลวงในปัจจุบันจะยังคงสงบสุขเหมือนตอนนี้หรือไม่ เกรงว่าคงจะกลายเป็นสงครามนองเลือดไปแล้ว
ไป๋เซียงจู๋แสร้งทำเป็นขลาดเขิน นางส่ายหัว "ข้าจะช่วยได้ที่ใดกันเจ้าคะล้วนเป็นความโชคดีของท่านพี่กับท่านลุงเล็กทั้งสิ้น ท่านตาคงจะดีใจยิ่งนัก”
จะไม่ดีใจได้อย่างไรท่านตาคิดเรื่องเกี่ยวกับการเชิดชูเกียรติของบรรพบุรุษมาตลอดชีวิตแต่น่าเสียดายที่มีนักปราชญ์ไม่มากนักในยุคนี้ แม้แต่ไป๋จื่อจินก็ชอบรำดาบมิได้โปรดปรานการพกหนังสือ
“พี่ชายของเจ้ามีความสำคัญต่อฮ่องเต้มากในตอนนี้และการเข้าฝึกในค่ายทหารก็เริ่มต้นขึ้นแล้ว เมื่อถึงเวลา ได้เป็นท่านแม่ทัพก็เป็นเรื่องที่ดี”
จวินมู่ซียิ้มอย่างมีเลศนัยราวกับว่าไป๋จื่อจินได้กลายเป็นท่านแม่ทัพผู้สูงส่งแล้ว
ไป๋เซียงจู๋พยักหน้ายืนยันพี่ชายในชีวิตก่อนหน้านี้มิใช่ท่านแม่ทัพแห่งเจินหนานหรือ เขาควบม้าสร้างคุณูปการสร้างชื่อเสียงมากมาย
ทว่าในท้ายที่สุดกลับ...
อย่างไรก็ตามนางจะไม่หยุดยั้งความทะเยอทะยานของพี่ชาย นางเชื่อว่าในชีวิตนี้พี่ชายของนางจะมีชีวิตที่ดี
ไป๋จื่อจินมองไปที่ไป๋เซียงจู๋ที่กำลังพยักหน้าอย่างหนักแน่นดวงตาของเขาอ่อนลงเล็กน้อย “จู๋เอ๋อร์ เจ้าสนับสนุนให้พี่ชายเข้าฝึกตนในค่ายทหารใช่หรือไม่"
ผู้คนที่บ้านพวกเขาล้วนไม่สนับสนุน โดยเฉพาะเมื่อครั้งนี้เห็นศพมากมายที่ชายแดนอีกทั้งสงครามยังทำให้ชีวิตประชาชนลำบาก ท่านตาจึงไม่เห็นด้วย ส่วนใหญ่เห็นด้วยกับการเป็นข้าราชการท่านลุงเล็กของเขาดูแลธุรกิจ ทว่าหัวใจของไป๋จื่อจินต้องการเข้าค่ายทหาร
เรื่องนี้ต้องปกปิดจากท่านตาของเขาดังนั้นไป๋จื่อจินจึงระมัดระวังเป็นอย่างยิ่ง เมื่อได้ยินไป๋เซียงจู๋สนับสนุนเขา เขาก็ซาบซึ้งนักจนมิอาจอธิบายเป็นคำพูดได้
ภายในใจของไป๋เซียงจู๋ลอบหัวเราะท่าทางของท่านพี่ค่อนข้างเกินจริงไปบ้าง ไม่ว่าในอดีตหรือปัจจุบันนางก็สนับสนุนเขาเสมอ
อย่างไรก็ตามเป็นการดีที่จะมีพี่ชายเช่นนี้คอยดูแลและให้ความรัก
“ไม่ว่าท่านพี่จะทำอะไรน้องจะสนับสนุนท่านเสมอเจ้าค่ะ”
ไป๋เซียงจู๋มองไปที่ไป๋จื่อจินอย่างจริงใจ ในชีวิตนี้นางมีคนมากมายเหลือเกินให้ปกป้องดังนั้นนางจะไม่มีวันปล่อยให้ตัวเองตกเป็นหมากของคนในราชวงศ์
จวินมู่ซีมองหาโอกาสระหว่างดูสองพี่น้องพูดคุยกัน ชายหนุ่มพยายามอดกลั้นอาการกระตุกที่มุมปากก่อนจะหยิบตั๋วเงินจำนวนหนึ่งออกมาจากแขนของเขาอย่างเงียบๆ
“นี่คือตั๋วเงินที่เจ้าขอส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งเก็บไว้ในโรงเก็บเงิน”
จวินมู่ซีเป็นคนเริ่มต้นในการส่งตั๋วเงินให้แม้ว่าเขาและไป๋เซียงจู๋จะหมั้นกัน แต่ก็ไม่มีเหตุผลใดที่เขาจะโกงเงินนางนอกจากนี้ เขาขบคิดเรื่องนี้จนแตกแล้ว เมื่อถึงเวลาแต่งงานกับไป๋เซียงจู๋เขาจะไม่ทำให้นางได้รับความอยุติธรรม นางต้องแต่งหน้าสีแดง สวมมงกุฎหงส์ ใส่ชุดแต่งงานที่งดงาม และจัดพิธีแต่งงานที่ยิ่งใหญ่สวยงาม
“อืม…” ไป๋เซียงจู๋จึงหันไปสนใจจวินมู่ซี
ถึงแม้จะโตมาด้วยกัน ทว่าเวลาส่วนใหญ่เป็นเขาและพี่ชายของนางหากกล่าวแล้วพวกเขาไม่ได้ติดต่อกันมานาน หากนางไม่คิดจะแก้แค้นหลังจากเกิดใหม่นางคงให้ความสนใจในด้านอื่นๆ มากมายทว่าเมื่อคิดว่าตนเองกับเขาเดินมาจนถึงจุดที่จะแต่งงานแล้วนางก็ยังคงรู้สึกมึนงงอยู่บ้างเล็กน้อย
“ตกลงแล้วเจ้าคิดอันใดกันแน่กำลังพยายามจะช่วยข้าอยู่หรือ...”
ถ้าเขาต้องการจะแต่งงานกับนางจริงๆ ไป๋เซียงจู๋คงเอ่ยอันใดไม่ออกไปได้ชั่วขณะหนึ่ง
ถ้าเป็นอย่างหลัง นางควรจะเครียดน้อยลงอย่างไรก็ตาม จวินมู่ซีดีต่อพี่ชายของนางในเวลานั้นพวกเขาจะเป็นสามีภรรยากันในนามเท่านั้น เมื่อใดที่เขามีสตรีในหัวใจ เมื่อนั้นนางจะขอถอนตัวอย่างสมบูรณ์เมื่อถึงเวลานั้นต่างคนต่างจะได้ไม่รู้สึกผิดหรือติดค้างอันใดต่อกัน