บทที่40 คุณปู่เซียวมีคำเชิญ
ในนาทีที่ได้เห็นหลี่เจียอี๋ เย่จื่อเฉินก็เข้าใจเรื่องทั้งหมด
มิน่าล่ะเด็กหนุ่มคนนี้ถึงได้มาพ่นสีใส่รถของเขาโดยที่ไม่ได้รู้จักเขา
ดูท่าแล้วเขาน่าจะเป็นคนของโรงแรมจินชุน น่าจะจำทะเบียนรถของเขาได้จากกล้องวงจรปิด
อย่างเดียวที่ยังไม่เข้าใจก็คือ เขาไปรังแกหลี่เจียอี๋ยังไง?
"เจียอี๋ เธอไม่ต้องมากระชากพี่เลยนะพี่จะทำให้ไอ้คนหน้าเนื้อใจเสือคนนี้ต้องชดใช้"
หลี่ฉวงออกแรงผลักจนหลี่เจียอี๋ล้มลงไปกับพื้น
เย่จื่อเฉินรีบวิ่งเข้าไปพยุงเธอให้ลุกขึ้นมาแล้วหันไปขมวดคิ้วใส่หลี่ฉวง
"มีปัญหาอะไรก็มาเคลียร์ที่ฉัน นายจะไปลงที่ผู้หญิงทำไม?"
"ปล่อยฉัน"
หลี่เจียอี๋ขมวดคิ้วมุ่น เย่จื่อเฉินปล่อยมือออกมาอย่างไม่สบอารมณ์
ทันใดนั้นหลี่ฉวงเองก็วิ่งเข้าประกบข้างหลี่เจียอี๋ด้วยเช่นกันพร้อมกับเอ่ยถามอย่างเป็นห่วงแต่หลี่เจียอี๋กลับเพียงแค่ส่ายหน้าให้ แล้วส่งสายตาว่าให้ขึ้นรถ
"เจียอี๋ เขาทำกับเธอขนาดนั้น ทำไมเธอถึงยังทำดีกับเขาแบบนี้อีก"
"เดี๋ยวนะ..."
เย่จื่อเฉินยกมือขึ้นขัดคำพูดของหลี่ฉวง
"ฉันไม่ค่อยเข้าใจที่นายพูด ฉันทำอะไรหลี่เจียอี๋งั้นเหรอ? อยู่ดีๆ นายก็มาถือโทรโข่งตะโกนด่าฉันปาวๆแถมตอนนี้นายก็ยังมาบอกว่าฉันทำอะไรหลี่เจียอี๋อีก... ฉันทำอะไรให้เธองั้นเหรอ?"
"นายทำอะไรไว้นายรู้ดีอยู่แก่ใจ" หลี่ฉวงด่าลอดไรฟัน "ผู้ชายสารเลว"
"ฉัน..."
เย่จื่อเฉินงงจริงๆ เขาไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น
ถ้าเขาทำอะไรจริงๆ เขาไม่มีทางบอกปัดแน่นอนแต่นี่เขาไม่ได้ทำอะไรเลย แล้วทำไมเขาต้องมารับผิด?
"หลี่เจียอี๋ เธอพูดมาสิว่าฉันไปทำอะไรเธอ?"
เพียะ!
ฝ่ามือหนึ่งตบเข้ามาที่ใบหน้าของเย่จื่อเฉิน
"เย่จื่อ"
รูมเมทสามสี่คนมากันรายล้อมเข้ามานักศึกษาที่มามุงดูก็พากันอุทานออกมา
เย่จื่อเฉินยกมือขึ้นห้ามพวกเขาเลียมุมปากแล้วหันไปพูดกับหลี่เจียอี๋
"หลี่เจียอี๋ ตบฉันก็ต้องมีเหตุผลนะ เมื่อวานนี้ฉันช่วยเธอไว้แล้วที่เธอทำอยู่ตอนนี้มันหมายความว่าไง?"
"เย่จื่อเฉิน ถือว่าฉันมองนายผิดไปก็แล้วกันฉันไม่ได้ขอร้องให้นายมารับผิดชอบฉัน นายไม่ต้องหลบขนาดนี้ก็ได้นะ"
"ฉันหลบอะไร?"
"ถือว่าฉันมองนายผิดไป เย่จื่อเฉิน ฉันเกลียดนาย"
กระชากหลี่ฉวงขึ้นแท็กซี่ไปส่วนเย่จื่อเฉินก็ยืนนิ่งอยู่กับที่เหมือนกับท่อนไม้มองรถแท็กซี่ที่ขับหายไปจากสายตาของเขาอย่างอึ้งๆ
สรุปว่าฉันทำอะไรเนี่ย?
"เย่จื่อ เกิดอะไรขึ้น?" คังเผิงปรี่เข้ามาทำหน้าตาอยากรู้อยากเห็น
"ฉันยังไม่รู้เลยว่ามันเกิดอะไรขึ้น นายมาถามฉันแล้วฉันต้องตอบยังไง?"
เหตุการณ์เมื่อครู่นี้ทำให้เย่จื่อเฉินมึนงงจริงๆตอนเช้ามาหลี่เจียอี๋คำพูดที่หลี่เจียอี๋พูดกับเขาดูแปลกๆ
เขาเข้าใจว่าฝ่ายหญิงเป็นประจำเดือนก็เลยอารมณ์ไม่ดี
แต่ให้ตายสิ เที่ยงวันนี้ดันวิ่งโร่มาที่มหาลัยแล้วก็มาพูดจาแปลกๆอีก
มันอะไรกันเนี่ย!
"เดี๋ยวนะ เย่จื่อ บ้านนายทำอะไรกันแน่เนี่ย ปอร์เช่918คันนั้นเป็นของนายเหรอ?"
"อย่ามาเซ้าซี้!"
เย่จื่อเฉินด่าแล้วปรายตามองปอร์เช่คันนั้นที่โดนพ่นสีใส่จนดูไม่ได้ก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเซียวไห่หลังจากที่บอกให้เขามายกรถไปแล้วก็เดินกลับเข้าหอไปด้วยความโมโห
"พวกนายไปไหนมา? กำลังคิดว่าจะไปหาพวกนายอยู่พอดีมหาลัยมีข่าวใหญ่แล้ว ประธานสภานักศึกษาฟู่เฉิงหมิงใส่กางเกงในตัวเดียวไปโผล่อยู่ในสวนข้างมหาลัยตอนเช้าตอนนี้กระทู้นี้เป็นกระทู้เก่าไปแล้ว"
เพิ่งกลับเข้ามาในห้อง จางรุ่ยผู้ร่าเริงก็ถือโทรศัพท์พร้อมกับเริ่มนินทา
เย่จื่อเฉินที่ได้ยินก็เบ้ปาก ถ้าข่าวมาเร็วกว่านี้สักหน่อย เขาก็อาจจะพอใจกับแผนการของตัวเองอยู่บ้างก็ได้
แต่ตอนนี้...
"ไม่ต้องดูแล้ว อีกเดี๋ยวมหาลัยก็เปลี่ยนกระทู้แล้ว"
คังเผิงเหลือบมองเล็กน้อยแล้วก็โยนโทรศัพท์กลับคืนไป จางรุ่ยมองเขาด้วยสีหน้ามึนงงจูอิ๋นไป่ไหวไหล่พูดอยู่ข้างๆ
"อีกเดี๋ยวเจ้าห้าก็จะได้ขึ้นเทรนด์อีกครั้งแล้ว"
"เกิดอะไรขึ้นอีก เกิดอะไรขึ้น?"
สำหรับเรื่องซุบซิบนินทาจางรุ่ยถือว่าเป็นคนที่กระตือรือร้นที่สุดในห้องเลย
เขาวิ่งเท้าเปล่ามายืนข้างเย่จื่อเฉิน เย่จื่อเฉินยกเท้าขึ้นถีบเขาไปพร้อมกับด่าลั่น
"ไสหัวไป"
...
"ขอโทษจริงๆ นะครับพี่ไห่ รถที่พี่เพิ่งให้ผมมากลายเป็นแบบนี้ไปเสียแล้ว"
เย่จื่อเฉินก้มหน้าลงด้วยสีหน้าเศร้าเสียใจ เซียวไห่ตบบ่าเขาเล็กน้อยอย่างไม่ได้ถือสาหาความแล้วพูดกลั้วหัวเราะ
"คนที่นายมีปัญหาด้วยก็ไม่ใช่น้อยๆ หน้าเนื้อใจเสือดูจากที่พ่นแล้วนายคงไปทำเรื่องอะไรให้ใครเกลียดมาอีกแล้วล่ะสิ"
"อีกแล้วอะไรเล่า?" เย่จื่อเฉินเบ้ปากหมดคำพูดเซียวไห่ก็ยิ้มร่าก่อนจะพูดขึ้นหลังจากทำมือเป็นเชิงบอกให้เอารถไป "เดี๋ยวพี่ไห่คนนี้ออกหน้าจัดการแทนนายเองดีไหม"
"พี่ไม่ต้องเลย ไม่ใช่เรื่องใหญ่ขนาดนั้น"
ถ้าเซียวไห่พูดว่าเขาจะออกหน้าจัดการแทนให้แล้วละก็ นั่นแปลว่าคนคนนั้นจะต้องชะตาขาดแน่นอน
ที่หลี่ฉวงพ่นสีใส่รถก็เพื่อหลี่เจียอี๋ส่วนเรื่องระหว่างเย่จื่อเฉินกับหลี่เจียอี๋นั้น เขาคิดว่ามันจะต้องมีบางอย่างที่เข้าใจผิด
แต่คิดอยู่ตั้งนานก็ยังคิดไม่ออกว่ามันเข้าใจผิดที่ตรงไหน
"โอเค ตามใจนาย นายว่าไม่ก็ไม่" เซียวไห่โอบไหล่เย่จื่อเฉินแล้วพูด "ความจริงแล้วที่ฉันมาหานายก็เพราะว่ามีธุระ"
"ผมรู้อยู่แล้วถ้าแค่เรื่องลากรถยังต้องให้ท่านประธานไห่มาด้วยตัวเองมันก็ดูจะเกินไปหน่อย" เย่จื่อเฉินกลอกตาทำท่าว่าเขาเดาออกตั้งนานแล้ว
เซียวไห่ที่ได้ยินก็หัวเราะร่า แล้วพูด "รู้อยู่แล้วว่าปิดบังนายไม่ได้หรอกที่ฉันมาก็เพราะว่าอยากจะมาเชิญนายไปที่บ้าน"
"ไม่ไป" เย่จื่อเฉินส่ายหน้า
"ไม่ไว้หน้าพี่ไห่คนนี้เลยใช่ไหม?" เซียวไห่แสดงท่าทางเหมือนโกรธแล้วพูด "อีกอย่างก็ไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวที่ต้องการเชิญนายแต่คุณปู่ของพวกฉันก็อยากจะขอบคุณนายต่อหน้าด้วย"
"คุณปู่หายป่วยแล้วเหรอครับ?"
เย่จื่อเฉินเลิกคิ้ว คิดไม่ถึงเลยว่ายาวิเศษนี้มันจะได้ผลจริงๆต่อไปนี้ต้องกักตุนเอาไว้เยอะๆ เสียแล้ว ถ้าวันไหนตัวเองป่วยหนักอาจจะสามารถช่วยชีวิตตัวเองเอาไว้ได้
"จะบอกว่าหายดีแล้วก็ไม่ได้หรอก แต่ก็เกือบจะหายดีแล้ว"
หน้าตาของเซียวไห่เต็มไปด้วยความดีใจ คุณปู่หายป่วยนับว่าเป็นเรื่องที่น่ายินดีมากสำหรับตระกูลเซียว
ที่สำคัญไปกว่านั้นก็คือ ภาระที่อยู่บนบ่าของเขาก็เบาลงไปได้บ้าง
ถึงเย่จื่อเฉินจะเรียกเขาว่าพี่ไห่แต่ความจริงแล้วอายุของเขาก็ไม่ได้มากไปกว่าเย่จื่อเฉินสักเท่าไรเขาเพิ่งจะอายุยี่สิบสี่ปีเท่านั้น
อายุแค่ยี่สิบสี่ปีก็ต้องขึ้นมาบริหารธุรกิจที่ใหญ่ขนาดนี้แล้วแถมยังต้องมารับช่วงต่อในช่วงที่เกิดวิกฤติอีก
ความกดดันมันก็ย่อมมากเป็นธรรมดา
"เสี่ยวเย่ นายไปเถอะนะ คุณปู่ท่านสั่งมาว่ายังไงก็ต้องเจอนายให้ได้ถ้านายไม่ไปพี่ไห่คนนี้ก็จะลำบากใจ"
เซียวไห่ทำท่าทางขอร้อง เย่จื่อเฉินครุ่นคิดแล้วจึงเลิกคิ้วพูด
"ตอนบ่ายผมมีเรียน"
"โดดก็จบแล้วไม่ใช่หรือไงตอนที่พี่ไห่คนนี้เรียนอยู่ก็โดดเรียนตั้งหลายครั้งนี่ไม่ใช่เหตุผลที่นายจะบอกปัดนะ"
"ตอนเย็นผมมีธุระ"
"ธุระอะไร?"
"พี่จะมายุ่งกับธุระของผมทำไม" เย่จื่อเฉินกลอกตามอง ที่เขาพูดทั้งหมดนี้คือโกหกทั้งนั้นแล้วในตอนนี้ก็ไม่สามารถหาเหตุผลที่ฟังขึ้นได้แล้วด้วย
"ถ้าไม่บอกก็แปลว่าไม่มีธุระ นายอย่ามาตีหน้ามึนกับฉันหน่อยเลย นายต้องไป ต่อให้ไม่อยากไปก็ต้องไป"
สิ้นเสียง เซียวไห่ก็จับเย่จื่อเฉินโยนเข้าไปในรถของเขา
เย่จื่อเฉินตบกระจกรถแล้วหันหน้าตะโกนไปด้านนอก
"ช่วยด้วย ผมโดนลักพาตัว!"
เซียวไห่ยิ้มขำ แล้วหันไปสั่งคนขับรถ
"ออกรถ กลับตระกูลเซียว!"