ภายใต้แสงจันทร์เสี้ยวที่บิดเบี้ยวเหนือเทือกเขา "หุบเขากระดูกั" บรรยากาศเงียบสงัดจนน่าขนลุก เยี่ยฉินยืนอยู่บนยอดผาหินที่ดูเหมือนซี่โครงั์ของอสูรดึกดำบรรพ์ ชุดคลุมสีดำของเขาปลิวไสวตามแรงลมที่หอบเอาเถ้าถ่านสีเทามาจากหุบเขาเบื้องล่าง มู่หย่งยืนอยู่ข้างกาย ดวงตาสีม่วงดำของเด็กชายเบิกกว้างพลางกวาดตามองผ่านม่านหมอกที่หนาทึบจนมองไม่เห็นแม้แต่ฝ่ามือตัวเอง
"นายน้อย... หมอกพวกนี้มันไม่ได้มาจากธรรมชาติ" มู่หย่งกระซิบพลางกระชับด้ามดาบสั้นในมือ "มันคือ... 'ิญญาแค้น' ที่ถูกบดขยี้จนกลายเป็ละออง"
เยี่ยฉินปรายตามองหมอกเ่าั้ด้วยสายตาที่เรียบเฉย "ถูกต้องมู่หย่ง นี่คือปราการด่านแรกที่ข้าสร้างไว้เมื่อห้าร้อยปีก่อน 'หมอกอาลัยอาวรณ์' ใครก็ตามที่มีจิตใจสั่นคลอนเพียงนิดเดียว หมอกนี้จะลากพวกมันเข้าสู่ห้วงมายาที่ทำให้เข่นฆ่ากันเองจนตาย"
ในขณะที่เยี่ยฉินกำลังจะก้าวเดินต่อ เสียงฝีเท้าที่เร่งรีบและเสียงโลหะกระทบกันดังแว่วมาจากทางทิศใต้ ยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งประมาณสิบคนสวมชุดเกราะลายพยัคฆ์พุ่งทะยานฝ่าหมอกมาด้วยความเร็วสูง ผู้นำกลุ่มคือชายร่างั์ที่แผ่ปราณระดับ ราชันย์ปฐี ขั้นที่ 2 ออกมาอย่างโอหัง
"ฮ่าๆ! ในที่สุดข้าก็ตามรอยแผนที่ลับมาจนถึงที่นี่!" ชายร่างั์ะโ "เ้าหนู! ถ้าไม่อยากตาย จงบอกมาว่าทางเข้าสุสานกระบี่นิรันดร์อยู่ที่ไหน!"
เยี่ยฉินไม่ได้หยุดเดิน เขาเพียงแค่ดีดนิ้วเบาๆ
"ภูตแกนกลางความทรงจำ: ภาพสะท้อนอดีต"
พริบตานั้น หมอกรอบตัวเหล่านักรบพยัคฆ์เริ่มหมุนวนและก่อตัวเป็รูปร่างของคนที่พวกเขาเคยเข่นฆ่าในอดีต เสียงกรีดร้องของเหยื่อดังระงมไปทั่วหุบเขา ชายร่างั์ชะงักกะทันหัน ใบหน้าที่เคยดุดันกลับซีดเผือดเมื่อเห็นร่างของภรรยาและลูกที่เขาเคยสังหารเพื่อชิงอำนาจยืนอยู่ตรงหน้า
"ไม่! เ้าตายไปแล้ว! ออกไป!"
นักรบคนอื่นๆ เริ่มชักดาบออกมากวัดแกว่งใส่อากาศธาตุ บ้างก็เริ่มฟันใส่พวกเดียวกันเองอย่างบ้าคลั่ง เยี่ยฉินเดินผ่านพวกมันไปโดยไม่เสียเวลาลงมือเองแม้แต่น้อย
"คนที่มีแผลในใจ... ไม่คู่ควรแม้แต่จะเห็นประตูสุสานของข้า" เยี่ยฉินกล่าวด้วยเสียงเย็นเยียบ
เยี่ยฉินพามู่หย่งมาหยุดอยู่ที่หน้าผาสูงชันที่ไม่มีทางไปต่อ เขาหยิบ "ศิลาิญญาา" ออกมาและประกบเข้ากับ "เศษหยกนิ่งสงัด" ที่เขาประดิษฐ์ขึ้นใหม่ แสงสีเืและสีม่วงหลอมรวมกันพุ่งเข้าใส่หน้าผาหิน
ครืนนนน!
หินผาเริ่มปริแตก เผยให้เห็นบานประตูหินขนาดมหึมาที่สลักรูปกระบี่นับหมื่นเล่มพุ่งเข้าหาใจกลางที่เป็รูปดวงตาปีศาจ กลิ่นอายของเจตจำนงกระบี่ที่แหลมคมจนบาดิัพุ่งออกมาจากรอยแยก
"มู่หย่ง หลับตาลงและใช้เพียง 'เนตริญญา' นำทาง" เยี่ยฉินสั่ง "เจตจำนงกระบี่ที่นี่จะตัดทำลายดวงตาของใครก็ตามที่มองมันด้วยความปรารถนา"
เยี่ยฉินก้าวเข้าไปในประตูหิน ภายในคือห้องโถงกว้างใหญ่ที่เพดานสูงลิบลิ่ว ผนังทุกด้านถูกปักไว้ด้วยกระบี่หักนับไม่ถ้วน แต่ละเล่มแผ่กลิ่นอายที่แตกต่างกันออกไป บ้างก็ร้อนแรงดุจเพลิง บ้างก็หนาวเหน็บดุจน้ำแข็ง
ทันทีที่เยี่ยฉินเดินถึงกึ่งกลางห้องโถง กระบี่นับร้อยเล่มบนผนังเริ่มสั่นะเืและลอยขึ้นสู่กลางอากาศ พวกมันรวมตัวกันเป็ร่างเงาขนาดั์ที่ถือกระบี่ั์สีดำสนิท นี่คือ "ผู้พิทักษ์สุสาน" ที่เกิดจากเศษเสี้ยวเจตจำนงของเยี่ยฉินในชาติก่อน
"ผู้บุกรุก... จงทิ้งชีวิตไว้ที่นี่" เสียงที่เหมือนโลหะครูดกันดังสะท้อน
เยี่ยฉินยกยิ้ม "ข้าไม่ได้มาเพื่อบุกรุก... ข้ามาเพื่อ 'เรียกคืน'"
เยี่ยฉินปลดปล่อยพลัง ราชันย์ปฐี ขั้นที่ 1 ออกมาอย่างเต็มกำลัง ผสมผสานกับกลิ่นอายของ ภูตแกนกลางกาลเวลา เขาพุ่งเข้าหาผู้พิทักษ์โดยปราศจากอาวุธ เมื่อกระบี่ั์ฟาดลงมา เยี่ยฉินเพียงแค่ใช้นิ้วชี้แตะที่คมกระบี่
"สลายกาลเวลา!"
แรงปะทะที่ควรจะทำลายล้างทุกสิ่งกลับสลายหายไปในอากาศธาตุ เจตจำนงกระบี่ที่ดุดันกลับโอนอ่อนลงราวกับลูกสุนัขที่เจอเ้าของ ร่างเงาั์คุกเข่าลงต่อหน้าเยี่ยฉินและแตกสลายกลายเป็ละอองแสงสีเงินซึมซับเข้าสู่ร่างกายของเขา
ที่ใจกลางสุสาน บนแท่นบูชาที่ล้อมรอบด้วยลาวาสีดำ มีกระบี่เล่มหนึ่งปักอยู่ มันเป็กระบี่ที่มีใบดาบสีดำสนิทราวกับหลุมดำ ไม่มีลวดลายใดๆ นอกจากรอยร้าวที่ดูเหมือนสายฟ้าพาดผ่าน นี่คืออาวุธคู่กายของจอมมารในตำนาน—"กระบี่สังหารเทพ: อนธการนิรันดร์"
เยี่ยฉินเอื้อมมือไปจับที่ด้ามกระบี่ ทันใดนั้น พลังงานมหาศาละเิออกมาจากตัวกระบี่ พยายามจะปฏิเสธเ้าของที่ร่างกายยังไม่แข็งแกร่งพอ
"เ้าคิดว่าข้าในตอนนี้คู่ควรกับเ้าน้อยลงรึ?" เยี่ยฉินคำราม ปราณในร่างพุ่งพล่านจนเส้นเืปูดโปน "ข้าคือคนที่สร้างเ้าขึ้นมา และข้าคือคนที่จะพาเ้าไปย้อมเืเหล่าทวยเทพอีกครั้ง!"
เขาส่งพลังของภูตทั้งสี่เข้าไปสยบเจตจำนงของกระบี่ กาลเวลาที่หมุนย้อนกลับทำให้รอยร้าวบนกระบี่ค่อยๆ สมานตัว พลังชีวิตจากภูตมรกตช่วยหล่อเลี้ยงิญญากระบี่ที่หลับใหล
วูมมมม!
แสงสีดำสนิทกลืนกินแสงสว่างทั้งหมดในสุสาน เยี่ยฉินดึงกระบี่ขึ้นมาได้สำเร็จ บัดนี้เขาััได้ถึงพลังที่พุ่งทะยานขึ้นสู่ ราชันย์ปฐี ขั้นที่ 2 อย่างมั่นคง
อาวุธที่ร้ายกาจที่สุดคืออดีตที่ถูกขัดเกลาด้วยความแค้น
เยี่ยฉินกวัดแกว่งกระบี่อนธการนิรันดร์เพียงครั้งเดียว กำแพงสุสานที่หนาหลายสิบเมตรก็แยกออกเป็สองเสี่ยงราวกับกระดาษ
"นายน้อย... ท่านช่างน่าเกรงขามนัก" มู่หย่งกล่าวด้วยความทึ่ง เด็กชายรู้สึกได้ว่าตอนนี้เยี่ยฉินไม่ได้เป็เพียงยอดฝีมือ แต่เป็ "ขุนเขา" ที่ไม่มีใครสามารถก้าวข้ามได้
เยี่ยฉินเก็บกระบี่เข้าสู่มิติิญญา "นี่เป็เพียงจุดเริ่มต้นมู่หย่ง... สุสานแห่งนี้ยังมีสมบัติอีกชิ้นที่ข้าทิ้งไว้ และมันคือสิ่งที่ 'วิหารเทพ' ยอมแลกทุกอย่างเพื่อ"
เขาหันไปมองส่วนลึกของสุสานที่ยังมีม่านพลังสีทองปกคลุมอยู่
การทวงคืนอำนาจไม่ใช่การหาของใหม่ แต่คือการทำให้อดีตที่ยิ่งใหญ่กลับมาสยบแทบเท้าอีกครั้ง จอมมารได้เขี้ยวเล็บกลับมาแล้ว และผู้ที่จะเป็เหยื่อรายแรกของกระบี่เล่มนี้ คือกลุ่มยอดฝีมือจากวิหาร
เทพที่กำลังล้อมกรอบอยู่หน้าปากหุบเขากระดูกั