เมื่อได้สมบัติแสนล้ำค่าทั้งสองชนิดมาไป๋ฉีก็ยิ้มจนแก้มปริอย่างช่วยไม่ได้ ชายหนุ่มยังคงเดินไปทั่วห้องโถงใหญ่เพื่อตรวจสอบดูว่าเขาพลาดสมบัติชิ้นไหนไปหรือไม่
"สมบัติน่าจะหมดแล้วจริงๆ"
หลังจากที่ตรวจสอบอยู่นานไป๋ฉีก็ตัดสินใจออกเดินทางกลับในทันที และเมื่อผ่านไปสองชั่วโมงกว่าๆเขาก็มาอยู่ที่หน้าปากถ้ำซึ่งตอนนี้สถานการณ์ยังคงดุเดือดเลือดพล่าน
ทางด้านของหญิงงานในตอนนี้ชุดเกราะของเธอแตกกระจายเกือบหมดสิ้น ในขณะที่เกราะของราชาแมงป่องน้ำแข็งเพียงแค่แตกร้าวเท่านั้น
"นี่คือความต่างระหว่างสัตว์อสูรกับมนุษย์อย่างนั้นหรือ ช่างน่าหวาดกลัวจริงๆ"ไป๋ฉีที่ได้เห็นการต่อสู้นี้ก็กลืนน้ำลายอึกใหญ่ลงคอในทันที
การโจมตีของหญิงงามในสายตาของเขานั้นนับว่ามันรุนแรงมาก แต่เมื่อนำมาเทียบกับการป้องกันของราชาแมงป่องน้ำแข็งก็ยังถือว่าห่างชั้นอยู่มาก
"อั่ก!"
"พลังห่างกันเพียงหนึ่งขั้น ถึงกับห่างชั้นกันขนาดนี้"หญิงงามกระอักเลือดออกมา พร้อมกับชุดเกราะพันธุกรรมที่ตอนนี้ได้สลายหายไปจนหมดสิ้น ส่งผลให้ไป๋ฉีได้เห็นชุดที่เธอสวมใส่ซึ่งมันเป็นชุดของศิษย์ชั้นในของสถาบันฟ้ากระจ่าง
"โอ้ ที่แท้ก็เป็นก็เป็นรุ่นพี่สถาบันเดียวกัน ถ้างั้นข้าจะช่วยเหลือเสียหน่อยก็แล้วกัน"ไป๋ฉีบ่นพึมพำ
ทว่าในเวลาเดียวกันนั้นเอง หญิงงามกำลังถูกทักษะของราชาแมงป่องน้ำแข็งพันธนาการเอาไว้อย่างง่ายดาย ร่างกายค่อยๆถูกแช่แข็งช้าๆ
"ฮ่าๆๆ สาวน้อยเจ้าจงภูมิใจเสียเถอะที่ทำให้เกราะข้าร้าวได้ เพื่อเป็นรางวัลที่ทำข้าได้สนุกมากขนาดนี้ ข้าจะทำให้เจ้าตายอย่างไร้ความเจ็บปวดก็แล้วกัน"ราชาแมงป่องกล่าวออกไปเช่นนั้น
แต่ทว่ายังไม่ทันที่มันจะได้ลงมือทำอะไร ร่างกายของมันก็พลันกลายเป็นภาพสโลมั่นชั่น จากนั้นมีดบินสีดำนับร้อยเล่มก็พุ่งทะยานออกมาจากทางปากถ้ำเข้าโจมตีไปยังเกราะของราชาแมงป่องน้ำแข็งซ้ำ ต่อมาไม่นานไป๋ฉีในชุดเกราะดาร์ค เอ็มเพอรเรอร์ก็ปรากฏตัวขึ้นบนท้องนภา
'นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมร่างกายของข้าถึงได้ช้าลงขนาดนี้'ราชาแมงป่องน้ำแข็งตื่นตระหนกยิ่ง ตัวมันผ่านการต่อสู้กับผู้แข็งแกร่งมาก็มากแต่กลับไม่เคยพบเจอสถานการณ์เช่นนี้มาก่อนในช่วงชีวิตที่ผ่านมา
"เหลืออีกสิบวินาที แต่มีดบินของข้ากลับยังจะเกราะมันไม่ได้"ใบหน้าในชุดเกราะของไป๋ฉีกลายเป็นจริงจัง ในเสี้ยววินาทีนั้นเขาก็พลันคิดอะไรขึ้นมาได้
ไป๋ฉีผสานมือเป็นสัญลักษณ์แปลกประหลาด มีดบินทุกเล่มของเขาถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงสีทองเปร่งประกาย ชายหนุ่มไม่รอช้าชี้นิ้วไปยังเกราะที่แตกร้าวของราชาแมงป่องน้ำแข็งในทันใด
มีดบินเล่มแล้วเล่มเข้าปะทะจุดเดียวกันซ้ำๆ หลังจากผ่านไปสามวินาทีก็สามารถเจาะเกราะของราชาแมงป่องน้ำแข็งได้
"สวบ!"
'อ๊าก!! บัดซบ เป็นไอ้บัดซบที่ไหนกัน' ราชาแมงป่องตะโกนอย่างคลั่งแค้นในใจ แต่ด้วยความที่มันโดนสโลโมชั่นโดยทักษะหน่วงเวลาสมบูรณ์อยู่ตอนนี้จึงเคลื่อนไหวได้เชื่องช้าเอามากๆ และไป๋ฉีจะไม่ยอมให้มีเคลื่อนไหวอย่างปกติได้
มีดบินของไป๋ฉีเเมื่อทะลวงเข้าไปในร่างของราชาแมงป่องแล้ว เขาก็จัดการควบคุมมีดบินเหล่านั้นให้โจมตีมันจากภายใน
หลังจากที่เขตแดนหน่วงเวลาสมบูรณ์หายไปมีดบินของไป๋ฉีก็พลันพุ่งทะลุร่างกายของราชาแมงป่องน้ำแข็งออกมาลอยวนรอบตัวของเขาอีกครา
ส่วนตัวของราชาแมงป้องนั้นในตอนนี้คงจะใช้คำว่าเจ็บปวดเจียนตายก็ไม่ผิดนัก ไป๋ฉีไม่คิดพลาดโอกาสเขตแดนราตรีนิรันดร์ถูกเรียกใช้และแผ่ขยายเป็นวงกว้างฉาบย้อมทั้งพื้นที่จนกลายเป็นสีดำ หลังจากนั้นเขาก็เริ่มดูดกลืนพลังของราชาแมงป่องน้ำแข็งอย่างบ้าคลั่งเพื่อนำมาทดแทนพลังที่เขาพึ่งเสียไป
ภายใต้สถานการณ์นี้ดวงตาของราชาแมงป่องน้ำแข็งเต็มไปด้วยความรู้สึกเชิงลบที่หลากหลาย ทั้งแค้น ทั้งหวาดกลัว และไม่ยินยอมที่จะตาย
แต่ทว่าไปฉีจะยอมปล่อยโอกาสเช่นนี้หลุดลอยไปอย่างนั้นหรือ แน่นอนว่าไม่! เขาชักดาบสีดำออกมาจากมิติ และผสานร่างกายเข้ากับธาตุแสงและสายฟ้าทันที
จากนั้นเพียงเสี้ยวพริบตา ไป๋ฉีก็พลันกลายเป็นเส้นแสงพุ่งเข้าโจมตียังจุดที่ไร้เกราะป้องกันของราชาแมงป้องน้ำแข็งอีกครั้งและสบั้นร่างกายของมันจากด้านใน
"อ๊าก!! ไม่! ข้ายังไม่อยาก......!!"
ยังไม่ทันที่มันจะพูดจบ ตัวของราชาแมงป้องก็สิ้นใจ
ไป๋ฉีพุ่งออกมาจากร่างกายของมัน และทำการเก็บดาบกับมีดบินของตัวเองกลับเขามิติเก็บของไป สายตาจับจ้องไปยังหญิงสาวที่กำลังอยู่ในสภาวะเหม่อลอยอยู่ในตอนนี้
'ให้ตายสินี่เธอกลัวจนช็อกไปแล้วหรืออย่างไร'ไป๋ฉีอุทานขึ้นมาในใจ แล้วเดินไปตรวจสอบหญิงงามเบื้องหน้า แน่นอนว่าเขายังคงสวมชุดเกราะดาร์ก เอ็มเพอรเรอร์เอาไว้
"เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่"ไป๋ฉีเอ่ยปากถามไถ่
"อ๊า ข้าไม่เป็นไรเจ้าค่ะ ขอบคุณท่านผู้อาวุโสที่เขามาช่วยเหลือในครั้งนี้"
เมื่อได้ยินเสียงของชายหนุ่ม หญิงงามได้สติแล้วลุกขึ้นยืนในทันที ก่อนที่จะทำความเคารพให้กับไป๋ฉีด้วยความซาบซึ้งใจ
ตลอดการต่อสู้แม้จะถูกเขตแดนหน่วงเวลาสมบูรณ์สโลโมชั่นเอาไว้ แต่เธอก็เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้ได้อย่างชัดเจนยิ่ง และด้วยความที่ไป๋ฉีมีชุดเกราะดาร์ก เอ็มเพอรเรอร์ปกปิดกลิ่นอายและพลังเอาไว้ มันจึงทำให้หญิงงามคิดว่าเขาเป็นตัวตนระดับสูงไปโดยปริยาย
"อืม ถ้าไม่เป็นอะไรก็ดีแล้ว ถ้าอย่างนั้นข้าขอตัวก่อนก็แล้วกัน"ชายหนุ่มหันหลังและเตรียมตัวบินจากไป
ทว่าหญิงงามก็ได้ร้องทักขึ้นมา"ช้าก่อนท่านผู้อาวุโส แล้วซากราชาแมงป่องตัวนี้ล่ะเจ้าคะ?"
"อ่อ นั่นน่ะหรือ เจ้าเอาไปเถอะ ข้าไม่ต้องการ"ไป๋ฉีกล่าวออกไปเช่นนั้น เขาได้สมบัติมาตั้งมากมายภายใต้การถ่วงเวลาของหญิงงาม ถ้าหากเขายังจะเอาซากราชาแมงป่องน้ำแข็งไปด้วยก็ดูจะใจจืดใจดำเกินไป
"อ่ะ นี่ ข้ามอบให้ จงดื่มมันซะ"ไป๋ฉีตัดสินใจดึงเอาวารีหยินใส่ขวดแก้วแล้วโยนให้
หญิงงามรับมันโดยฉับไวเมื่อเธอมองดูขวดแก้วในมือของตัวเองก็ดวงตาเบิกกว้างในทันที
"ท่านผู้อาวุโส สิ่งนี้มันล้ำค่าเกิน....."
เธอหันไปทางไป๋ฉีอีกครั้ง ทว่าร่างในชุดเกราะสีดำในเวลานี้ได้หายไปแล้ว และไม่เหลือร่องรอยให้เธอได้ติดตามเลยสักนิด ดังนั้นเธอจึงได้ตัดสินใจโค้งคำนับรอบทิศทาง
"ท่านผู้อาวุโสไม่่ว่าท่านจะเป็นใครก็ตาม แต่ข้าเฟิ่งเจียอินจะขอจำบุญคุณครั้งนี้เอาไว้ให้ขึ้นใจ"
กล่าวจบเธอก็เดินไปเก็บซากราชาแมงป่องน้ำแข็งเข้าไปในแหวนมิติและหาที่เหมาะๆนั่งลงก่อนที่จะดื่มวารีหยินและทำการฟื้นฟูพลัง
ส่วนทางด้านของไป๋ฉีนั้น เมื่อเขาบินออกมาพ้นจากจุดนั้นก็สับเปลี่ยนชุดเกราะมาใช้ชุดเกราะพันธุกรรมสีขาวในทันที หากสังเกตุดีๆจะเห็นว่าตอนนี้ใบหน้าของไป๋ฉีซีดขาวและดูเหนื่อยล้าเป็นอย่างมาก
แน่นอนสาเหตุย่อมมาจากการใช้พลังในการต่อสู้มากเกินไป "แห๊กๆ! ยังดีที่พี่สาวคนนั้นลดทอนพลังของราชาแมงป่องน้ำแข็งไปมากและทำให้เกราะของมันแตกร้าวได้"
"ไม่เช่นนั้นเกรงว่า คนที่ตายอาจจะเป็นข้า"
ไป๋ฉีถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย หากอีกฝ่ายอยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมต่อให้เขาใช้ทักษะหน่วงเวลาสมบูรณ์รวมไปถึงเขตแดนราตรีนิรันดร์ได้ก็เกรงว่าจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ของราชาแมงป่องน้ำแข็งอยู่ดี นี่ถือว่าโชคดีมากแล้วที่เขาไปเจอมันในตอนที่กำลังอ่อนแอ