ตอนที่ 38 เอาอีกละ
“ไปเมืองจีน! เอาอีกละ!”วลาดเมียร์โอดครวญกับความคิดเล่นใหญ่เกินใครที่ชอบโผล่ขึ้นมาของอาเบล“ใช่ ผมว่าเราควรแวะไปมณฑลหูเป่ยเพื่อตรวจสอบห้องแล็บนั่นเสียหน่อย”“แต่มันถูกทำลายไปแล้ว แถมคนที่เกี่ยวข้องก็ตายหมดแล้ว เราไปกรีกไม่ดีกว่าเหรอ ปราสาทเลอน่าน่ะ”“มีเหตุผลบางอย่างที่เราไปปราสาทเลอน่าไม่ได้น่ะวลาด ส่วนเรื่องห้องแล็บก็ไม่เชิงว่าถูกทำลายแล้วจะไม่เหลืออะไรหรอก เพราะตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ ฉันรู้มาว่ายังไม่มีการเข้าไปจัดการกับสถานที่เลย ทางทางการจีนกลัวว่าจะมีไวรัสตกค้างอยู่จึงกั้นคนไม่ให้เข้าไปใกล้รอบ ๆ บริเวณในรัศมีสองกิโลเมตร แปลว่าตั้งแต่ปลายปีที่แล้วไม่มีใครเข้าไปยุ่งกับที่นั่นเลย”“นายจะบอกว่า...”อาเบลพยักหน้าให้กับวลาดิเมียร์ แล้วก็หันหน้าไปทางวายา“ท่านหญิงคิดว่า จากพื้นที่ที่ไม่มีคนลุกล้ำเข้าไปราว ๆ สองเดือน ท่านหญิงยังจะพอหาอะไรที่จะมาใช้ติดตามไวรัสนั่นได้มั้ย”วายาทำหน้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง“ถ้าจะตอบนายตรง ๆ อาเบล ฉันก็ไม่มั่นใจ แต่คิดว่ามีความเป็นไปได้อยู่เหมือนกัน ถ้าพื้นที่นั้นไม่มีการปนเปื้อนเลยหลังจากเกิดเหตุ ฉันอาจจะพอตามรอยไวรัสนั้นได้”อาเบลมองกลับไปยังวลาดิเมียร์ พร้อมรอยยิ้ม“งั้นแปลว่าจะมีการไปเมืองจีนเกิดขึ้น”“แล้วใครจะไปล่ะ”วลาดิเมียร์ออกตัวทำท่าเหมือนไม่อยากวุ่นวายกับเรื่องนี้ “โจจิมั้ย โจจิผมดำ เป็นเอเชีย” วลาดิเมียร์หันไปโบ้ยให้โจจิ “เหยียดผิว ฉันไม่ได้เชื้อชาติจีนโว้ย”โจจิละสายตาออกมาจากนอร่าพร้อมกับหันมาโวยอย่างไม่พอใจ“เออ โทษที ลืมไป”วลาดิเมียร์ก็ขอโทษแบบขอไปที พร้อมกับหันไปวุ่นวายพยายามโยนภาระให้คนอื่น ๆครู่หนึ่งทุกคนก็โดนวลาดิเมียร์หาเหตุผลแปลก ๆ เพื่อบอกว่าคนคนนั้นควรไปทำภารกิจนี้กับโดยพร้อมหน้าอันที่จริงแล้วไม่ใช่ว่าไม่ใช่ว่าแต่ละคนจะไม่ได้อยากไปทำภารกิจนั้น เพียงแต่ความรู้สึกตอนที่มีคนมาพยายามยัดเยียดการตัดสินใจแทนตัวเองให้นั้น มันเลยทำให้ทุกคนแสดงอาการต่อต้านออกมาโดยสัญชาติญาณทั้งห้องจึงเต็มไปด้วยเสียงของคนนู้นทีคนนี้ทีโต้ตอบกันไปมาจนปวดหัวไปหมดท้ายที่สุดอาเบลจึงเป็นคนตัดบทการสนทนาทั้งหมดของวลาดิเมียร์และคนอื่น ๆ“วลาดพอก่อน ฉันมีชื่อในใจที่อยากให้ไปช่วยในภารกิจนี้แล้ว”อาเบลยิ้มพลางมองไปยังทุกคน“แน่นอนว่าคนแรกที่ฉันอยากขอความช่วยเหลือย่อมต้องเป็นท่านหญิงวายา...”วายาพยักหน้าให้กับอาเบล จากนั้นก็หันไปมองหน้าของคาล“และก็คาลที่น่าจะช่วยให้ข้อมูลจากฝั่งของทรินิตี้เพิ่มได้บ้าง...”อาเบลหันไปมองหน้าคาล คาลพยักหน้าให้อาเบลเบา ๆ“ส่วนคนที่ฉันอยากให้ไปช่วยภารกิจนี้อีกก็คือ...นอร่า”นอร่าทำท่าแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้มีทีท่าจะปฏิเสธอะไร“และโจจิ”โจจิรีบหันไปมองหน้าอาเบลอย่างไวด้วยสีหน้าที่ปะปนไปด้วยความงุนงงและตกใจ จากนั้นก็หันหันหน้าไปมองนอร่าและสบตากับเธอเข้าพอดี จนโจจิต้องรีบหลบตาแทนไม่ทัน“เออ ฉันไม่ได้เลือกนายเพราะนายเป็นชาวเอเชียนะ ฉันต้องการความสามารถด้านเทคโนโลยีของนายสำหรับภารกิจ...”“ฉันรู้ เพียงแต่...”อาเบลรีบบอกเหตุผลของตัวเองเพราะกลัวโจจิจะเข้าใจผิด แต่โจจิก็รีบตอบออกมาแล้วก็พูดไม่จบประโยค ปล่อยให้ความเงียบเกิดขึ้นในห้องเสียเฉย ๆ“เพียงแต่อะไรเหรอ”นอร่าทำลายความเงียบพร้อมมองไปยังโจจิ และจ้องตาไปยังเขาไม่กะพริบบรรยากาศในห้องตึงเครียดขึ้นมาจนสัมผัสได้ ทุก ๆ คนอยากจะช่วยพูดอะไรบางอย่างออกมาเพื่อให้บรรยากาศดีขึ้น แต่ก็ไม่มีใครกล้าเอ่ยปากออกมาเป็นคนแรก“มะ ไม่มีอะไร ฉันไป”โจจิหลบตานอร่าพร้อมกับตอบออกมา“งั้นฉันว่าเราน่าจะต้องออกเดินทางให้เร็วที่สุด”อาเบลรีบเร่งรัด เหมือนกลัวใครจะเปลี่ยนใจทุกคนไม่มีใครกล้าแสดงความคิดเห็นอะไรออกมาอีก มีแต่วายาที่ยกมือเพื่อขอพูดอะไรออกมา“ก่อนจะไป ฉันต้องกลับไปขอพี่ก่อน ไม่รู้ว่าเขาจะว่ายังไง”ทุกคนลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิท แม้วายาจะมีอายุร่วมห้าร้อยปีแล้ว แต่ไลคาออนก็ยังไม่ได้ปล่อยเธอไปไหนมาไหนตามลำพัง จริง ๆ มันก็ไม่ได้เป็นแบบนี้มาตั้งแต่แรก เพียงแต่เหตุการณ์บางอย่างที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของเธอทำให้ไลคาออนแทบจะไม่ยอมปล่อยวายาให้คลาดสายตา และนี้คือหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้พี่น้องทั้งสองมีปากเสียงกันอยู่ร่ำไป“ให้ผมช่วยคุยอะไรกับไลคาออนมั้ย”อาเบลเสนอตัววายาส่ายหน้าเบา ๆ“ไม่เป็นไรอาเบล ฉันต้องจัดการเรื่องนี้เอง”ถ้าให้อาเบลเป็นคนไปพูดให้ แน่นอนว่าไลคาออนคงไม่กล้าปฏิเสธ แม้อาจจะไม่ได้เต็มใจ แต่ด้วยมิตรภาพยาวนานของพวกเขา วายาเชื่อว่าไลคาออนจะยอมให้เธอไปแต่เธอคิดแล้วว่า มันคงต้องถึงเวลาสักทีที่เธอจะเริ่มออกเดินอีกครั้ง ชีวิตของเธอจะอยู่ภายใต้การคุ้มครองของไลคาออนตลอดไปไม่ได้ และมันต้องเริ่มจากวันนี้“ฉันจะไปคุยกับพี่เอง แล้วจะรีบกลับมาไม่เกินพรุ่งนี้ นายเตรียมตัวรอออกเดินทางอยู่ทางนี้ได้เลย”อาเบลพยักหน้ารับคำจากวายาเรย์มีท่าทีอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก็ถูกวิคเตอร์ปรามเอาไว้ก่อน“เป็นอันว่าผมจะรอท่านหญิงอยู่ที่นี่ และถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด พรุ่งนี้เมื่อท่านหญิงกลับมา เราจะเตรียมตัวออกเดินทางกันทันที”วายาพยักหน้าแล้วก็หันไปหาคาล “นายไปกับฉันได้มั้ยคาล”คาลรู้สึกอบอุ่นตอนวายาร้องขอให้เขาไปด้วย ตอนที่เธอต้องการเผชิญกับการตัดสินใจครั้งสำคัญ เขาหันไปมองอาเบลเล็กน้อย คล้ายกับการแจ้งให้ทราบมากกว่าขอความอนุมัติ อาเบลไม่ได้มีทีท่าจะห้ามหรืออย่างไร“ได้ซิ เราจะไปเจอพี่ชายเธอกัน”หลายวันมานี้คาลมีโอกาสได้เจอกับไลคาออนอยู่บ้างระหว่างที่อยู่กับวายา ความรู้สึกที่มีกับไลคาออนนั้นถือว่าไม่ได้เลวร้ายอะไรมากนัก แม้จะไม่ได้เรียกว่าสนิทสนม แต่ก็ไม่ได้รู้สึกหวาดกลัวจนตัวเกร็งเหมือนกับคนอื่น ๆ ที่ได้ยินชื่อของราชาหมาป่าด้วยท่าทีภายนอกและเรื่องราวที่เล่าขานของไลคาออน มักจะทำให้ผู้ที่ได้ฟังเรื่องราวเล่าลือหรือได้พบเจอเขาอย่างผิวเผินเต็มไปด้วยความกลัวเกรงในความบ้าระห่ำของเขา ที่ราวกับไร้เหตุผลแต่คาลที่ได้เจอเขาอย่างใกล้ชิดหลายครั้งพอจะรับรู้ได้ว่า จริง ๆ แล้วไลคาออนทำทุกอย่างด้วยเหตุผลเสมอ เพียงแต่เป็นเหตุผลที่มีเขาเป็นที่ตั้งเท่านั้นและภายใต้เปลือกที่ดูบ้าระห่ำไร้เหตุผลนั้น จริง ๆ แล้วมันเป็นเพียงฉากหน้าที่ไลคาออนอยากจะให้คนอื่นเห็นว่าเขาเป็นแบบนั้นนั่นเอง ภายใต้การตัดสินใจที่ไม่สมเหตุสมผลต่าง ๆ จริง ๆ แล้วมันอยู่ภายใต้หมากที่เขาวางไว้ทั้งสิ้นคาลจึงมีมุมมองต่อไลคาออนในทางบวกมากกว่าทางลบเหมือนคนอื่น ๆ“งั้นพวกเราก็จบภารกิจแล้วก็แยกย้ายไปพักใช่มั้ย อ้อ ระหว่างที่พวกนายไปเมืองจีน ฉันจะเอาใจช่วยอยู่ทางนี้นะ”วลาดิเมียร์รีบทำตัวเจ้ากี้เจ้าการเป็นผู้ตัดจบการประชุม พลางชี้ไม้ชี้มือไปทางพวกคาลด้วยท่าทีกึ่งเยาะเย้ย แต่ไม่ทันที่เขาจะได้สนุกตามประสาของเขาได้อย่างเต็มที่ ก็ถูกอาเบลพูดแทรกขึ้นมาเสียก่อน“สำหรับสมาชิกที่ไม่ได้ไปภารกิจย่อยที่เมืองจีน ฉันอยากจะขอให้เดินทางไปกรุงเทพเพื่อเตรียมแผนการกับวายุเลยพร้อม ๆ กับสมาชิกที่ออกไปเมืองจีน”พอวลาดิเมียร์ได้ยินก็ถึงกับอ้าปากค้าง และตาถลน“งี้ก็ไม่ต่อพักกันพอดี โว้ยยยย รู้งี้ไม่น่ามาตามเรียกตัวเลย อยู่ทำภารกิจที่เคียฟก็สบายไปแล้ว”พูดจบวลาดิเมียร์ก็ตบโต๊ะแล้วหันหลังเดินออกจากห้องไปคนแรก ตามสไตล์ขี้โวยวายของเขาหลังจากนั้นพออาเบลนัดแนะกันกับคนอื่น ๆ เป็นที่เรียบร้อย คาลและวายาก็ตัดสินใจเดินทางกลับเซกเตอร์เก้าเพื่อพบกับไลคาออนทันที.............................................................ในถ้ำใต้ดินลึกลงไปของคฤหาสน์ที่เซกเตอร์เก้าอากาศภายในถ้ำร้อนระอุจนแทบจะหายใจไม่ออก ไลคาออนนั่งสมาธิหลับตาอยู่อย่างนิ่งเฉยราวกับเป็นรูปปั้นที่หล่อขึ้นมาจากสำริดรายล้อมรอบตัวเขาคือเปลวไฟสีน้ำเงินที่ลุกล่องลอยอยู่กลางอากาศ ปกคลุมทั่วร่างและทั่วบริเวณที่เขานั่งอยู่ความร้อนที่แผ่ออกมาทำให้อากาศสั่นไหวจนคล้ายทำให้มองร่างกายของเขาได้ไม่ชัดเจนรอบ ๆ ถ้ำกว้างโล่งมีเพียงไฟของเขาเป็นแหล่งแสงสว่างเพียงแหล่งเดียว แสงไฟสีฟ้าพอจะทำให้เห็นสภาพรอบ ๆ ถ้ำว่านี่คือสถานที่ฝึกปรือวิชาของไลคาออนพื้นผิวของถ้ำเต็มไปด้วยร่องรอยการขีดข่วน รอยไหม้ รอยหลอมเหลว และซากปรักหักพังแม้ว่าเขาน่าจะมีพลังเกินระดับเจ็ดมาหลายร้อยปีแล้ว และไม่มีใครล่วงรู้ว่าตอนนี้พลังของเขาอยู่ที่ระดับไหนกันแน่ แต่สิ่งหนึ่งที่เขายังทำเป็นกิจวัตรคือการฝึกปรือตอนนี้ไลคาออนกำลังโคจรมานาของเขาไปทั่วร่าง พร้อม ๆ กับการทำอิมเมจเทรนนิ่งการต่อสู้ไปในสมองพร้อม ๆ กัน ไม่มีวันไหนที่เขาละเว้นกิจวัตรนี้เลย อาจจะเรียกได้ว่าเขาคลั่งไคล้การฝึกปรือก็ไม่ผิดเปลวไฟสีฟ้าของไลคาออนโหมแรงขึ้นราวกับมีคนเติมเชื้อไฟ นี่ใกล้จะจบการฝึกในวันนี้ของเขาแล้วมานาไหลวนไปทั่วร่างกายของไลคาออน ชอนไชไปทุกซอกทุกมุมอีกรอบหนึ่ง แล้วไฟบนตัวของเขาก็ดับวูบไปเขายังคงนั่งอยู่ตรงที่เดิมอยู่อีกพักหนึ่ง ครุ่นคิดถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดอย่างละเอียดอ่อนอีกครั้ง ตัวตนที่แท้จริงของคาล ไฟสีดำ การก่อการร้ายของอันเดด ความเกี่ยวเนื่องที่อาจจะมีกูลร่วมด้วย ...มันเหมือนการจัดฉากอะไรสักอย่างหนึ่ง“พี่...”เสียงของวายาทำให้เขาลืมตาขึ้น“วายา”“พี่ วายามีเรื่องอยากจะบอก”“จะมาขอทำอะไรอีกงั้นซินะ”ไลคาออนตอบไปโดยไม่ได้หันหน้าไปทางต้นเสียง“ไม่ได้มาขอ มาบอกให้รู้ วายาจะไปช่วยอาเบลทำภารกิจที่เมืองจีน”“อืม ดูแลตัวเองด้วย”อะไรนะ...!!! วายาถึงกับอุทานดังอยู่ในใจ ทำไมคราวนี้ไม่ห้าม???“พี่ให้วายาไป?”ไลคาออนพยักหน้าแทนคำตอบให้กับวายา“จะไม่ห้ามเหมือนทุกครั้งเหรอ”วายาก็งงกับคำถามที่ตัวเองถามออกมาเหมือนกัน แต่พอคนเราเจอเรื่องอะไรซ้ำ ๆ มานาน ๆ ก็มักจะกลายเป็นความเคยชิน ตอนแรกวายาตั้งใจว่าต่อให้ต้องทะเลาะกันบ้านแตกก็ต้องหาทางไปเมืองจีนให้ได้แต่กลายเป็นว่าอยู่ ๆ ไลคาออนก็ให้วายาทำตามใจชอบเสียเฉย ๆเธอเลยตั้งตัวไม่ติด วางตัวไม่ถูก“อยากให้ห้ามหรือยังไงล่ะ”“ปะ เปล่า”“งั้นก็ดูแลตัวเองด้วยละกัน”“ตะ ตกลง”วายายังงง ๆ กับการอนุญาตที่เกินความคาดหมายครั้งนี้ แต่ก็ตัดสินใจตอบรับและเตรียมตัวรีบออกจากถ้ำให้เร็วที่สุด เผื่อว่าไลคาออนจะเปลี่ยนใจขณะที่เธอกำลังจะพ้นปากถ้ำ ไลคาออนก็เรียกเธอเอาไว้“วายา พี่ลืมบอกไปเรื่องนึง”“...”“ให้โทคูลาตามไปคุ้มกันด้วยนะ”...อะไรนะ!จบตอนที่ 38