แดงแดดอ่อนสาดส่องทุกหย่อมหญ้า
ท้องฟ้าสดใสในวันเปิดเทอมใหม่ในเดือนพฤษภาคมแต่จิตใจ อมเรศ ไม่สดใสเลย…
อมเรศ หรือ อำเป็นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 เขาอยู่ชั้น ม.2 ห้อง D
มารดาของเขา อาจารย์ยูมิเป็ครูอยู่ในโรงเรียนมัธยมศึกษาสหศึกษาขนาดใหญ่แห่งนี้
ที่จริงชื่อ อาจารย์ยูแต่บรรดานักเรียนเรียก ยูมิ ๆ กันติดปากเพราะเอามาจากคาแรคเตอร์ตัวการ์ตูนญี่ปุ่นที่มีลักษณะคล้ายแม่ของเขา ซึ่งกำลังบูมมาก ๆ ในขณะนั้น
โรงเรียนสหัสปัญจะอุทิศเป็โรงเรียนประจำจังหวัดเชียวนะ ทุกปีต่างมีเด็กแย่งกันสอบเข้ารึบางคนก็อาจใช้เส้นสาย แต่อมเรศไม่ต้อง เพราะเขามีความสามารถมากพอจะสอบเข้าด้วยตนเองโดยไม่ต้องใช้เส้นสายของแม่ซึ่งเป็ครู
อมเรศเป็เด็กบุคลิกประหลาด(ในสายตาคนอื่นนอกจากพ่อแม่) เขาเป็คนไม่ช่างพูด ใบหน้าค่อนข้างบึ้งตึงไม่สุงสิงกับใคร แต่ใครจะรู้บ้างว่าอมเรศที่บ้านน่ะโคตรต่างจากอมเรศที่โรงเรียนเลย
ที่บ้านเด็กหนุ่มเป็อิสระเขาจะพูดในสิ่งที่เขาอยากพูด เวลาอยู่บ้านกับพ่อแม่อมเรศไม่เคยไม่มีความสุขหากแต่เวลาออกมาสู่โลกภายนอกนั่นแหละ ...โดยเฉพาะ โรงเรียน
อมเรศเข้ามาเรียนที่โรงเรียนสหัสปัญจะอุทิศั้แ่ชั้น ม.1 แต่อมเรศไม่ได้คิดว่าชีวิตเขาจะเผชิญกับเื่เลวร้ายปานนี้นับั้แ่วินาทีแรกที่เขาก้าวเข้ามาสู่รั้วโรงเรียนแห่งนี้
อาจารย์ยูมิมารดาเขาเป็ครูที่มีสไตล์การสอนและความเป็ตัวของตัวเองสูง หล่อนสอนวิชาสังคมศึกษาวิชาหลักในระดับชั้น ม.ต้น และวิชาเพิ่มเติมในระดับชั้น ม.ปลาย
หญิงสาวไม่เป็ที่ชอบใจของครูในโรงเรียนนักสำหรับคน ‘คนละประเภท’ พูดไปก็เสียเวลาเปล่า หากแต่ก็มีครูอีกจำนวนหนึ่งที่เข้าใจในตัวตนของอาจารย์ยูมิและเป็มิตรที่ดีกับหล่อน
คนศรัทธาเพียงหยิบมือแต่มันก็คือความศรัทธาคบคนที่คุณภาพหาใช่ปริมาณ
อมเรศจะมาโรงเรียนตอนเช้าพร้อมอาจารย์ยูมิผู้เป็แม่ส่วนตอนเย็นเขาจะกลับบ้านเองคนเดียวเพราะอาจารย์ยูมิมีงานความคิด ‘สร้างสรรค์’ สารพัดต้องทำ
...อย่างน้อยก็คือการจัดบอร์ด
วันนี้เปิดเทอมวันแรก
เด็กหนุ่มเดินตามหลังมารดาเข้ามาในโรงเรียน
หลังของเขาซึ่งแบกเป้นักเรียนใส่หนังสือหนักตึ้งห่อเหี่ยว
...ไอ้หนังสือหนักก็ส่วนหนึ่งแต่ที่จริงคือ ‘หนักใจ’
อาจารย์ยูมิสะพายย่ามใส่หนังสือหลังของหล่อนเหยียดตรง ไม่สะท้านต่อสิ่งใด ความมุ่งมั่นฉาบฉายในแววตา...มุ่งมั่นที่จะสอนสร้างความคิด
อมเรศมองแผ่นหลังของมารดาที่เดินอยู่ข้างหน้าแล้วเศร้าใจเพราะเขาเพียงลำพังเท่านั้นที่ต้องเผชิญกับความทุกข์หลังจากมารดาและเขาแยกกันหลังจากเข้าโรงเรียนแล้ว...
เดิมทีบิดาของอมเรศเป็ครูอยู่ในโรงเรียนมัธยมเช่นเดียวกันแต่ทว่าคนละโรง--โรงเรียนเบญจมาภรณ์วิทย์ สอนวิชาภาษาอังกฤษแต่ไหนแต่ไรมาอมเรศไม่ได้เล่าเื่ต่าง ๆอย่างละเอียดให้บิดาฟังมากนักตอนที่พ่อยังอยู่โรงเรียนเก่าและเขายังอยู่ประถมที่โรงเรียนเอกชนเพราะเขากลัวพ่อมากกว่าแม่ซะอีกมีครูในโรงเรียนซึ่งเคยสอนอยู่ที่โรงเรียนเดียวกับบิดาเขาและยังติดต่อสื่อสารกันมีลูกเรียนอยู่ที่โรงเรียนประถมเดียวกันกับเขาเขากลัวครูเ่าั้จะเอาเื่เขาไปรายงานให้ผู้เป็พ่อฟัง เขาไม่อยากให้พ่อรู้ว่าเขาอยู่โรงเรียนเป็ยังไง และทำอะไรบ้างในแต่ละวันมันค่อนข้างห่างไกลจากคำว่าคนเก่งของห้องคิง
ตอน ป.6 เขาก็อยู่ห้องคิง…เฉกเช่นเดียวกับตอนนี้
แต่แล้วบิดาของเขาก็ย้ายมาอาจารย์กณิศ--ย้ายมาสอนที่เดียวกับอาจารย์ยูมิผู้ซึ่งเป็ภรรยาบิดาของเขาเพิ่งย้ายมาก่อนหน้าที่เขาจะเข้า ม.1 ที่นี่แค่หนึ่งปี
อมเรศผู้มีทั้งพ่อและแม่เป็ครูในโรงเรียนกำลังเดินตามหลังแม่ต้อย ๆ
ที่เป็แม่คนเดียวเพราะพ่อของเขาลาหยุดั้แ่วันแรกของการเปิดเทอมแบบจำเป็สุดๆ ด้วยเหตุผลเบสิก ‘ป่วย !’
เมื่อคืนฝกตกต้อนรับเปิดเทอมพ่อของเขาปีนขึ้นไปซ่อมรางน้ำฝนที่พัง
“นี่คุณลงมาเถอะเดี๋ยวก็ป่วยหรอก”
แม่ของเขายืนมองพ่อซึ่งต่อบันไดขึ้นไปอย่างเก้ๆ กัง ๆ
“มานี่เดี๋ยวฉันทำเองคุณน่ะลงไปเลย โอ๊ย ไม่ได้เื่เลยผู้ชายบ้านนี้”
และพ่อของเขาก็ตอบแม่ว่า
“ยูมิน่ะก็อย่าบ่นนักเลย”
อาจารย์ยูมิแม่ของเขานั้นมีรูปร่างผอมสูงท่าทางกระฉับกระเฉงแอคทีฟ แม่ซอยผมจนสั้นเหมือนผู้ชายทรงเดียวกับนักแสดงหญิงคนหนึ่งที่แม่ดูละครทางโทรทัศน์ ก่อนมาโรงเรียนทุกเช้าต้องจัดการใส่เจลฉีดสเปรย์ชี้ตั้งเป็นกหัวขวานจัดแต่งทรงผมที่โคตรโฉบเฉี่ยวนั้นทุกวัน
ส่วนอาจารย์กณิศพ่อของเขาเป็คนดูท่าทางใจดีใจเย็น รูปร่างท้วม ใส่แว่น พ่อมักจะมีรอยยิ้มแสนสุภาพประดับอยู่บนหน้าเสมอนักเรียนมักคิดกันว่าพ่อของเขาใจดีสุด ๆ ...ซึ่งก็จริง แต่ทำไมเขาไม่คิดอย่างนั้นเลยวะอมเรศคิดว่าภายใต้หน้ากากที่ดูใจดีของพ่อ ถ้าเขาเกิดทำอะไรให้พ่อโมโหล่ะก็…
พ่อของเขาจู้จี้เื่เรียนกับเขาสุดๆ โดยเฉพาะวิชาที่พ่อสอน หลายครั้งที่เขาถูกพ่อบังคับติวภาษาอังกฤษให้แบบเครียด ๆ
แม่เขาชอบช้งเช้งก็จริง แต่เขาค่อนข้างเห็นแม่เป็ฮีโร่มากกว่าพ่อ(นิดหน่อย) แม่ดูแหกคอกดี เป็ครูแปลก ๆ ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือนดูชุดไปสอนที่แม่ใส่สิ โคตรแนว ! เสื้อซาฟารีแขนสั้นใส่กับกระโปรงยาวลากพื้นรองเท้าแตะมีส้นอีก และแม่ของเขาชอบใส่กำไลข้อมือที่มีกระดิ่ง เวลาเดินไปไหนมาไหนจะได้ยินเสียงกรุ๊งกริ๊งๆ มาจากข้อมือของอาจารย์ยูมิเสมอ
และแล้ววันหนึ่งวันนี้--แห่งการเปิดเทอมวันแรก
“แม่ไปละอำ” อาจารย์ยูมิตบบ่าของเขาหนึ่งที เขาพยักหน้าและยิ้ม ๆ แต่มันเป็รอยยิ้มที่กร่อยไม่รู้แม่จะสังเกตหรือเปล่า
อมเรศมองผมของแม่ที่ฉีดสเปรย์มาอย่างดีมองผม้ากลางศีรษะของแม่ที่ตัดสั้นเป็พิเศษเหมือนนกหัวขวานจริง ๆมองปอยผมข้างหน้าที่แม่เปลี่ยนมาเลี้ยงไว้ยาวเปรี้ยวและเฉี่ยวบางส่วนที่ไฮไลท์สีม่วงเฮ้อ บางทีเขาก็รู้สึกเหมือนแม่ของตัวเองคล้าย ๆ พวกฮิปปี้
สายตาของครูเวรและนักเรียนคนอื่นมองมาพวกเขาไม่ใคร่จะสบอารมณ์กับอมเรศและอาจารย์ยูมิเท่าใดนักเื่นี้เด็กหนุ่มรู้ดีมาั้แ่เข้าม.1 แต่เอาเถอะน่าอีกแค่นิดเดียว… อีกแค่สี่ปีทุกอย่างก็จะยุติ It’sover. ล่ะ
อาจารย์ยูมิผู้มีคาแรคเตอร์เฉพาะตัวไม่เป็ที่ชื่นชอบของครูในโรงเรียนนี้นักและนักเรียนส่วนใหญ่แต่ทว่าคนที่เป็มิตรและคุยด้วยความเข้าใจนั้น มีนักเรียนที่เรียนกับแม่ของเขาและศรัทธาแม่ของเขานั้น มีและนักเรียนเ่าั้ก็จะดีกับอมเรศไปโดยปริยาย
อมเรศเดินแกร่วอยู่แถวนั้นวันนี้เป็วันแรกจริง ๆ อยู่ข้างล่างก่อน เพราะเดี๋ยวต้องรอขึ้นห้องไปพร้อมกับครูประจำชั้นคนใหม่วันนี้ยังไม่เริ่มเรียนสำหรับสหัสปัญจะอุทิศ เป็ธรรมเนียมปฏิบัติ
เขาเห็นชื่อครูประจำชั้นแล้วเออจะหมู่หรือจ่า
แม่ของเขาหัวเราะหึในลำคอตอนเห็นชื่ออมเรศคิดไม่ตกเลยว่าแม่จะสื่ออะไร แต่ตามสไตล์แม่ที่คนเขม่นทั้งโรงเรียนคงไม่ใช้ฤกษ์งามยามดี
ยังดีนะที่เขามีพ่อซึ่งเป็ สายพิราบคอยเบรก ไม่งั้นมันจะไม่บาลานซ์ แต่ว่า--ถ้าพูดอย่างนี้ก็จะเท่ากับแม่ของเขาเป็ สายเหยี่ยวน่ะสิ ? ยัดเยียดให้แม่ไปโดยปริยาย ไม่ถงไม่ถามเื่สุขภาพสักคำ
อมเรศมีความเครียด
ที่จริงเขาก็เครียดอยู่ตลอดถ้าแม่ยอมให้เขาเรียนต่อ ม.1 ที่โรงเรียนเอกชนเดิมซะเขาคงไม่ต้องเครียดอย่างนี้
กว่าจะฝ่าฟัน ม.1 มาได้แสนลำบากอยู่ไปเองก็รู้เองว่าใครเป็อย่างไร เขารู้แม้กระทั่งว่าครูคนไหนเข้าใกล้ได้(โอเคกับแม่) ครูคนไหนเข้าใกล้ไม่ได้ (ไม่โอเคกับแม่) คนเ่าั้ไม่ค่อยเป็ปัญหากับพ่อของเขาแน่ล่ะอาจารย์กณิศที่ใจดีมักจะสุภาพเรียบร้อยยิ้มอยู่เป็นิตย์ไม่เป็ตัวอันตรายขวางหูขวางตาเหมือนอาจารย์ยูมิที่อัตตาสูงโคตร ๆ
"เป็ตัวของตัวเองละผิดตรงไหนอย่างน้อยพวกนั้นก็มาวิจารณ์เื่การสอนของฉันไม่ได้ !" อาจารย์ยูมิเคยพูดกับสามีว่าอย่างนั้นฝ่ายอาจารย์กณิศพอฟังก็เข้าใจ ที่จริงภรรยาไม่ต้องพูดอะไรเขาก็เข้าใจ
ยูมิเป็อย่างไรและตัวกณิศเองเป็อย่างไร พวกเขาซึ่งแต่งงานกันและมีอมเรศ ย่อมรู้ดี
แม่กับพ่อจะรู้กี่มากน้อยว่าปัญหาตกมาตัวของอมเรศเต็มๆ แม้เด็กหนุ่มจะไม่ได้สร้างปัญหา แต่มันก็แวะเวียนมีคนมาสร้างปัญหากับเด็กหนุ่ม
เขาไม่ได้มีปัญหา โลกต่างหากที่มีปัญหา (กับเขา)
อมเรศยิ้มไม่ออกเมื่อเจอหน้าเพื่อนร่วมชั้นและครู
ไอ้เชี่ยเบื่อฉิบหาย กู--ไม่อยากอยู่ตรงนี้เลยกูอยากกลับไปอยู่โรงเรียนเก่า
ต่อให้คร่ำครวญในใจก็ไร้ประโยชน์เพราะชีวิตคุณต้องดำเนินต่อไป
เมื่อกิจกรรมหน้าเสาธงแบบไม่เป็ทางการนักในวันแรกสดๆ ซิง ๆ จบลงก็ถึงเวลาที่ต้องไปยังห้องประจำชั้น
คนในห้องคุยกันโขมงโฉงเฉงเพราะไม่ได้เจอกันนาน่ปิดเทอมเขาเดินเงียบเชียบตามพวกนั้นไป วางรองเท้า และเข้าไปในห้อง หาที่นั่ง
อมเรศนั่งกับเพื่อนนักเรียนชายคนหนึ่งที่มีน้ำใจดีและไม่เป็พิษเป็ภัย
"ไงอำมึงเป็ไงบ้าง"
พิธาน ถามขึ้นเมื่อเขาวางกระเป๋าและสอดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ หลังสุดของห้อง ริมประตู
"ก็ดีนะแล้วมึงล่ะ"
"ดีกูนี่เล่นเกมทั้งวัน"
"ฮ่า ๆเกมอะไรเพื่อน ?"
"ฟรีไฟร์"
"เฮ้ยจริงดิกูเล่น ๆ"
"กูเพิ่งขึ้นแรงก์แดง"
"โห่อ่อนว่ะอำกูไปโน่นแรงก์แกรนด์มาสเตอร์มีท่าปักธงด้วย"
"เยสส เงินหนาเด้"
"กูเติมไปหนักหนาว่ะเพื่อน"
"ฮ่าากูแอบเอาตังค์แม่เติมได้แค่นี้แหละ"
อมเรศยิ้มออกได้หน่อยพอพูดเื่เกมเอาล่ะเขาก็คิดว่าวันนี้ถ้าครูปล่อยเร็วครึ่งวันปุ๊บเขาจะรีบพุ่งตัวไปเซเว่นเพื่อซื้อบัตรเติมเงินและรีบกลับบ้านกลับไปเล่นในพีซีโดยโปรแกรมจำลองแอนดรอยด์
อมเรศคงฝันกลางวันเพลินไปหน่อยเมื่อโลกแห่งความเป็จริงมันโหดร้ายกว่านั้นนักเมื่อครูประจำชั้น ม.2/Dเดินเข้ามา
...เป็ห้องที่มีครูประจำชั้นคนเดียวซะด้วยจะบอกว่าโชคดีหรือโชคไม่ดีกันแน่…
ครูประจำชั้นของเขาเป็ผู้หญิงอายุอ่อนกว่าแม่และพ่อเล็กน้อย (แม่กับพ่อของเขาอายุเท่ากัน แค่เกิดคนละเดือนบังเอิญสุด ๆ) แม่ของเขารู้จักดี อาจารย์ศรุตา เคยเรียนมาในมหาวิทยาลัยเดียวกับแม่คณะเดียวกันชั้นปีเดียวกัน แต่คนละวิชาเอก พอจะรู้จักอยู่บ้าง…แต่ไม่สมาคมซึ่งกันและกันนะ แม้จะเคยฝึกสอนพร้อมกันที่เดียวกันก็เถอะ
ความบังเอิญคือ อาจารย์ยูมิฝึกสอนที่โรงเรียนเบญจมาภรณ์วิทย์ของอาจารย์กณิศตอนนั้นอาจารย์กณิศบรรจุเข้ารับราชการแล้วเป็ปีแรกด้วยพ่อกับแม่เจอกันปุ๊บก็ปิ๊งกันปั๊บ พ่อที่เป็คนใจดีโอบอ้อมอารีชอบอัตลักษณ์แปลก ๆของแม่มาก พ่อคิดว่าแม่ตอนนั้นตัดผมดูคล้ายตัวการ์ตูนญี่ปุ่นที่พ่อเคยดู และพอได้คุยกันแม่ก็รู้ว่าพ่อเป็ติ่งอนิเมะ คราวนี้แหละเื่ยาว
"คุณตัดผมทรงเหมือนเ้าหญิงฮิเมะเลยครับ"
"ใช่ไหมล่า ๆฉันน่ะเจตนาล่ะ"
ผมทรงฮิเมะคัทแม่ของเขาเคยตัดสมัยเป็สาว ๆ และพ่อก็ประทับใจมากในขณะที่พ่อตอนนั้นมีลักษณะเป็นายแว่นโอตากุของจริง
เขาเคยเห็นรูปพ่อ และแซวพ่อว่า "โห่พ่อเหมือนโนบิตะเลยอ่า แต่พ่อหุ่นโดราเอมอน"
หลังจากนั้นสิบกว่าปีผ่านไปปรากฏว่าแม่ของเขากลายร่างจากเ้าหญิงฮิเมะไปเป็ยัยนกหัวขวานซะแล้ว
แต่อมเรศคิดว่าทรงผมที่โฉบเฉี่ยวและการแต่งตัวที่ดูจิ๊กกี๋ไม่เหมือนใครของแม่ก็เหมาะกับบุคลิกของแม่ดี
บรรยากาศในชั้นขมึงเครียดโดยมิได้นัดหมายเพียงแค่อาจารย์ศรุตาคนนั้นปรากฏตัวในห้อง
เหมือนนักเรียนหลายคนจะััได้ถึงพลังงานบางอย่าง
อาจารย์ศรุตากวาดสายตามองไปรอบ ๆเพื่อดูหน้าเด็กในห้องประจำชั้นของปีนี้สิ่งแรกที่เ้าหล่อนเอ่ยถึงคือเื่กฎระเบียบ
"ไหน ขอครูดูเื่ทรงผมของพวกเธอหน่อยซิ"
ตอนนั้นที่พิธานซึ่งนั่งข้างกระทุ้งศอกใส่เขาและพูดว่า "อาจารย์อยู่ฝ่ายปกครองเหรอ"
เขาเหลือบตามองพิธาน ส่ายหัวพึมพำ "ไม่รู้สิ"
คนอื่นเหมือนจะผ่านไปได้แต่หวยมันก็มาออกที่เขา ว่าแล้ว ๆ นี่ไง ไม่ถูกกับแม่กูแล้วมาลงที่กู
"อมเรศ"
เสียงเรียกชื่อดังจากปากอาจารย์ศรุตาเขายืนขึ้น สายตามองหน้าครู
"ครับ ?"
สายตาของอาจารย์ศรุตาเชือดเฉือนใส่เขาแบบเย็นๆ อมเรศเหยียดรอยยิ้มที่มุมปากแบบรู้มาก
รู้… รู้… Guruมีอะไรบางอย่างผิดปกติ Something Wrong
"อมเรศ ตัดผมทรงนี้ได้ไหม"
"ครับ ??"เขาทำหน้างง ครับคือการถามกลับอาจารย์ศรุตาเพราะเขาไม่เข้าใจว่าเขาผิดอะไร
เขาก็ตัดผมทรงนักเรียน ? เมื่อวานแม่เพิ่งตัดให้สดๆ ร้อน ๆ แล้วอะไรคือความผิด
"ตัดผมทรงนี้ได้ไหมอมเรศ"
"ได้ครับ"เขาตอบแบบมั่นใจมาก เพราะไม่ได้คิดว่าตัวเองทำอะไรผิดผมของเขาอาจารย์ยูมิคนเป็แม่ก็เป็คนไถปัตตาเลี่ยนให้เอง
"ตัดผมสั้นเกินไปได้ไหม"
อะไรวะฉิบหาย ! เขานึกในใจไม่เข้าใจสักนิดนี่จะสื่ออะไร ขณะที่สายตาคนในห้องมองมาที่เขาเป็ตาเดียวความอับอายกดดันบังเกิดแก่อมเรศซึ่งเป็ลูกครูในโรงเรียนอย่างมาก
"ได้ครับ"เขาตอบกลับไปอีก คราวนี้จ้องตอบสายตาอาจารย์ศรุตาตรง ๆ
"ได้เหรอ ?"ฝ่ายนั้นเหยียดยิ้มเชือดเฉือน เหมือนครูจะทำเสียงหึในลำคอนิด ๆ"นั่งลง"
บอกให้นั่งโดยไม่พูดอะไรแต่แววตาที่มองเขาแสดงความเกลียดชังและเป็อริอย่างปิดไม่มิด
อมเรศนั่งลงริมฝีปากของเขาเม้มเข้าหากันและเหยียดเป็แส้นตรง พิธานแตะแขนเขาด้วยความเป็ห่วง "ไม่เป็ไรนะเพื่อน?"
"อือ"
…
..
.
อมเรศกลับมาถึงบ้าน เมื่อวันนี้เลิกครึ่งวันจริงดังคาด
เขาไขกุญแจเข้าบ้าน เครียด
แต่อะไรก็ช่างแม่งเล่นเกมดีกว่าเวลามีน้อยต้องใช้สอยให้คุ้มค่า
ถ้าแม่กลับมาเขาจะไม่บอกเขาจะไม่บอกว่ามันเกิดอะไรขึ้น พ่อด้วย กลับมาก็เจอพ่อแล้วเพราะวันนี้พ่อลาหยุดครูประจำชั้นคนใหม่แสดงท่าทีอย่างไรต่อเขาและพูดอะไรเขาคิดว่าเขาจะต้องฟันฝ่ามันไปได้ ...คงไม่ใช่เื่ใหญ่ขนาดนั้น