หลังจากออกมาจากเมืองทั้งสองจึงมุ่งหน้าไปยังเมืองต่อไปทันทีอี้เหรินเฟิ่งต้องเดินต่อไปยังเมืองเล็กๆแห่งหนึ่ง ชื่อว่าเมืองทรายแดงเมืองแห่งนี้ตั้งอยู่ชายขอบของ ทะเลทรายิญญาครวญ ทั้งสองจะต้องแวะพักที่เมืองนี้แล้วก็หาคาราวานเพื่อเดินทางข้ามทะเลทรายแห่งนี้ต่อไป
ทะเลทรายิญญาครวญนี้เดิมทีเป็สนามรบโบราณเมื่อกว่าหนึ่งแสนปีที่แล้วว่ากันว่าเป็สนามรบของเหล่ามารร้าย กับเผ่าเทพผู้มารุกรานว่ากันว่าทั้งสองเผ่าต่อสู้กันกว่าหนึ่งเดือน ผู้คนล้มตายผืนแผ่นดินถูกทำลายจนกลายมาเป็ทะเลทรายจนถึงทุกวันนี้ ส่วนผลการต่อสู้นั้น
บ้างก็ว่าเป็จอมารในสมัยนั้นถูกสังหารในที่สุดส่วนเผ่าเทพก็เสียหานจนเจียนตายจึงได้แยกย้ายจากไปบ้างก็ว่าจอมเทพของเผ่าเทพถูกสังหารในาบ้างก็ว่าต่างคนต่างเสียหายจนยับเยินจนแยกย้ายกันไป ข้อเท็จจริงไม่ทีไครทราบได้เหลือแต่เพียงซากของสนามรบที่อยู่มาจนถึงปัจจุบัน
ระหว่างทางอี้เหรินเฟิ่งกับจินฉานก็อดสงสัยไม่ได้ว่าเหตุไดจู่ๆทหารที่หน้าประตูเมือง อยู่ๆก็ถอยเปิดทางไห้กับทั้งสอง
"จินฉาน เ้าว่าพวกทหารยามหน้าประตูตกตะลึงในความหน้าเกรงขามของข้าหรือไม่"
"โดยเฉพาะตอนข้าหยิบเขี้ยวหมาป่ามาไว้ในมือเ้าว่าพวกเขาจะใกลัวจนแขนเปลี้ยขาสั่นไปเลยหรือไม่"
"มิเช่นนั้นพวกมันอยู่ๆทำไมถึงพากันถอยเปิดทางไปเช่นนั้น"
จินฉานคิดในใจกลัวเด็กตัวเท่าก้นเช่นท่านอย่างนั้นรึ .... แต่ปากก็ตอบออกไปว่า
"ต้องเป็เช่นนั้นอยู่แล้ว ฮ่าฮ่าฮ่าเหล่าทหารยามคงใจนจับไข้กันไปแล้วแหละท่านพี่ในตอนนี้"
"คำพูดที่จริงใจ"อี้เหรินเฟิ่งกล่าวออกมา
ทั้งสองใช้เวลากว่าสิบวันในการเดินทางมาจนถึงเมืองทรายแดงเมืองแห่งนี้เป็เพียงเมืองชายของทะเลทรายเล็กๆแห่งหนึ่งประชากรภายในเมืองเพียงไม่กี่หมื่นคนเท่านั้น ส่วนใหญ่จะเป็ทหารรับจ้างกับพวกพ่อค้าพวกเขามารวมตัวกันเพื่อที่จะรวบรวมกำลังคนเพื่อทำการเดินทางข้ามไปอีกฝั่งของทะเลทราย
เป็การยากที่จะเดินทางข้ามทะเลทรายแห่งนี้เพียงลำพังไม่ต้องกล่าวถึงอันตรายจากสัตว์ร้ายต่างๆเพียงแค่เดินทางก็ง่ายแก่การที่จะหลงอยู่ในนั้นแล้วแห้งเหี่ยวตายโดยที่ไม่มีไครหาพบแล้วดังนั้นทุกคนจึงมารวมตัวกันที่นี่ เพื่อรวมรวมเป็กองคาราวานใหญ่เพื่อออกเดินทาง
อี้เหรินเพิ่งมุ่งตรงไปยังอาคารแห่งหนึ่งตามการแนะนำที่นี่ใช้สำหรับการลงทะเบียนกองคาราวานในการลงทะเบียนจะต้องจ่ายเงินเพื่อว่าจ้างกองทหารคุ้มกัน และผู้นำทาง ซึ่งจำเป็มากในการเดินทางข้ามทะเลทรายแห่งนี้
ในการที่กองคาราวานจะออกเดินทางในแต่ละครั้งจะต้องใช้เงินว่าจ้างจำนวนมากจึงต้องใช้ระยะเวลารวบรวมผู้คนอยู่่หนึ่ง จากการลงทะเบียนและสอบถามไปคร่าวๆนั้นอี้เหรินเฟิ่งจำเป็ที่จะต้องรออยู่ที่นี่ประมาณสิบวัน
อี้เหรินเฟิ่งจึงเช่าห้องพักอยู่ที่อาคารแห่งนี้ซึ่งสะดวกต่อการที่กองคาราวานจะตามหาตัวได้ง่าย เมื่อรวบรวมกำลังคนได้ครบแล้ว
อี้เหรินเฟิ่งเข้าพักในห้องของเขาปิดด่านฝึกวิชาต่อไป เนื่องจากยาัเหินนั้น ช่วยในการขัดเกลาร่างกายตอนนี้อี้เหรินเฟิ่งใกล้จะสำเร็จเคล็ดวิชา กายาเทพทมิฬในระดับสมบูรณ์แล้ว
อี้เหรินเฟิ่งใช้เวลาแปดวันในการปิดด่านในที่สุดร่างกายของเขาก็พัฒนาขึ้นไปอีกระดับหนึ่ง เคล็ดวิชากายาเทพทมิฬ เป็สุดยอดเคล็ดวิชาประจำตัวของจอมมารเมื่อสำเร็จในระดับสมบูรณ์แล้วนั้น ร่างกายจะมีพละกำลังมหาศาล กล้ามเนื้อเส้นเอ็นแข็งแกร่งประดุจเหล็กความร้อนความเย็นมิกล้ำกลาย หมื่นพิษยากกัดกร่อน
ถือได้ว่าเป็สุดยอดวิชาสายกายภาพอันดับต้นๆในโลกเลยก็ว่าได้อี้เหรินเฟิ่งหลังจากปิดด่านเสร็จสิ้นจึงนำจินฉานออกมาเที่ยวเล่นภายในเมือง
เมื่อออกมาจากห้องเจอผู้ดูแลเขาก็ได้แจ้งกับอี้เหรินเฟิ่งว่า จะออกเดินทางในอีกสองวันไห้มารวมตัวกันในเช้าของอีกสองวันให้หลัง
อี้เหรินเฟิ่งจึงตอบรับทราบแก่ผู้ดูแลภายในเมืองไม่มีสิ่งของหน้าตื่นตาตื่นใจไดๆมีแต่ของแผงลอยของพ่อค้าเร่บางแผงเท่านั้นที่ดูจะมีอะไรขึ้นมาหน่อย แต่ก็ไม่ได้ถูกใจอี้เหรินเฟิ่งสักชิ้นทั้งสองจึงกลับเข้าที่พัก เตรียมตัวออกเดินทางต่อไป
เมื่อมาถึงวันที่จะต้องออกเดินทางผู้เดินทางทุกคนได้มารวมตัวกันที่ด้านหน้าอาคารลงทะเบียนผู้ดูแลได้แจ้งกฎในการเดินทางไห้แก่ผู้ร่วมเดินทางทุกคน
กองคาราวานในรอบนี้มีผู้เดินทางราวสี่สิบคนมีทั้งพ่อค้า เด็ก และผู้ใหญ่คละกัน ผู้น้ำทางสามคน ทหารคุ้มกันกว่าห้าสิบคนการเดินทางในครั้งนี้ ทุกคนจะต้องเดินทางด้วยรถม้ามีสัตว์อสูรอูฐแดงระดับสามในการลากรถม้า รถม้าแต่ละคันจะมีผู้โดยสารสี่คน หหารและผู้นำทางจะขี่อูฐคุ้มกันอยู่รอบๆ
อี้เหรินเฟิ่งถูกจัดไห้นั่งกับพ่อค้าใหญ่ท่านหนึ่งเขามีผู้ติดตามมาด้วยสองคน เมื่อรวมกับอี้เหรินเฟิ่งจึ่งเต็มคันรถม้าพอดี
พ่อค้าท่านนี้เดินทางมาจากทางเหนือจะลงไปทำการค้าขายสมุนไพรยังเมืองจี้เจียง ซึ่งอยู่ทางใต้เขาทำการค้าทางไกลปีหนึ่งออกเดินทางเพียงสองหนเท่านั้นวันนี้โชคดีได้มาพบกับอี้เหรินเฟิ่งพอดี
พ่อค้าใหญ่ท่านนี้มีชื่อว่า หนานเวยมาจากเมืองอี้ตูขางเหนือ มีอาชีพค้าขายสมุนไพรโดยเฉพาะเขานำสมุนไพรหายากทางเหนือไปขายเขตใต้ นำสมุนไพรหายากเขตใต้ มาขายเขตเหนือทำอย่านี้มากว่าสี่สิบปีแล้ว
หนานเวยผู้นี้อัธยาศัยใจคอดียิ่งสมกับเป็พ่อค้า เขาเล่าเื่ราวการเดินทางต่างๆมากมายไห้อี้เหรินเฟิ่งฟังตลอดทางทั้งยังเล่าเื่ราวตำนานต่างๆเกี่ยวกับทะเลทรายแห่งนี้ด้วย
ทะเลทรายแห่งนี้เต็มไปด้วยอันตรายต่างๆมากมาย อี้ทั้งยังเต็มไปด้วยโชควาสนาต่างๆด้วยเช่นกันมีผู็คนมากมายทิ้งชีวิตไว้ ณ ที่แห่งนี้แต่ก็มีคนไม่น้อยที่จากไปพร้อมโชควาสนาอันใหญ่หลวง
อี้เหรินเฟิ่งพูดคุยเื่ราวต่างๆกับหนานเวยอย่างถูกคอการเดินทางนี้ต้องใช้เวลากว่าหนึ่งเดือนกว่าจะไปถึงอีกฟากหนึ่งของทะเลทรายพวกเขาต่างใช้เวลาที่เหลือไปกับการพูดคุย บ้างก็นั่งสมาธิฝึกฝนวิชาไปพลางๆ
เดินทางมาได้ราวๆหนึ่งสัปดาห์จู่ด้านนอกก็มีเสียงโวยวายขึ้นมาผู้นำทางสั่งไห้เหล่าทหารคุ้มกัน พารถม้ามารวมกันที่ตรงกลางเหล่าทหารคุ้มกันปิดล้อมอยู่ด้านนอก จากการสอบถามได้ความว่าด้านนอกตอนนี้คาราวานได้ถูกโจมตีจากฝูงแมงป่องทะเลทราย
พวกมันเป็สัตว์อสูรระดับสามที่อยู่รวมกันเป็ฝูงราวสี่สิบถึงหกสิบตัวออกล่าโดยการฝังตัวอยู่ในดินดักซุ่มรอเหยื่ออยู่ใต้พื้นทรายแมงป่องเหล่านี้มีเกราะที่หนายิ่ง อีกทั้งยังมีพิษที่รุนแรงยากแก่การจัดการระดับหนึ่งเลยทีเดียว
โชคดีที่ผู้นำทางค่อนข้างมีประสบการณ์ค่อนข้างมากเขาสังเกตพื้นทรายอยู่ตลอดเวลา จึงไหวตัวทันแจ้งแก่ทุกคนได้ทันการ เหล่าฝูงแมงป่องเมื่อเห็นกองคาราวานไหวตัวทันไม่ได้วิ่งเข้าไปสู่กับดักพวกมันจึงค่อยๆเผยตัวออกมา ค่อยๆโอบล้อมกองคาราวานเข้ามาอย่างช้าๆ
พวกมันเต็มไปด้วยความกระหายหิวในทะเลทรายแห่งนี้ ไม่ได้มีอาหารมาไห้พวกมันกินบ่อยๆพวกมันจังเต็มไปด้วนแรงกระหายในการล่า
ฝูงแมงป่องทะเลทรายกว่าห้าสิบตัวกรูเข้ามาโจมตีกองคาราวานในที่สุดเหล่าทหารคุ้มกันยืนล้อมรถม้าไว้เป็ชั้นๆ เริ่มทำการเข้าต่อสู้ในที่สุดพวกเขาเริ่มจากการโยนขวดน้ำมันออกไปโดยรอบ
ขวดน้ำมันแตกกระจัดกระจายเต็มพื้น น้ำมันสาดกระเซ็นเป็ทางรอจนฝูงแมงป่องเข้ามาในระยะ พวกเขาก็จุดคบเพลิงโยนลงไปในให้น้ำมันที่แตกอยู่เต็มพื้น
ไฟลุกพรึบขึ้นมาทันได เสียงหวีดหวิวของแมงป่องทะเลทรายร้องระงมการต่อสู้เต็มรูปแบบได้เริ่มขึ้น