โรงพนันของตระกูลเกาทุกแห่งจะมีแผ่นป้ายเหมือนกันทั้งหมด
บนแผ่นป้ายเขียนคำว่า...หมิงจิ้งเกาถาง
หาญกล้ามากขนาดนี้ก็เห็นจะมีเพียงตระกูลเกาแล้วล่ะความหมายของคำนี้ก็คือโรงพนันของตระกูลเกามีคุณธรรมและโปร่งใส หากคำคำนี้แขวนอยู่ในกรมหรือหน่วยงานราชการก็ไม่ใช่เรื่องที่ผิดเพราะนั่นเป็นสัญลักษณ์ว่าทางการโปร่งใสและยุติธรรม แต่ตรงกันข้าม...ตระกูลเกาคงคิดว่าตัวเองเป็นใหญ่ในเจียงหู
ในความเป็นจริงตระกูลเกาก็มีอำนาจและบารมีเช่นนั้นคำสั่งก่อนตายของบรรพชนที่สั่งไม่ให้บุตรหลานในตระกูลเข้ารับราชการ จึงไม่ได้ทำให้ราชาทรงรู้สึกประหลาดพระทัยแม้แต่น้อยและเพราะแบบนี้...ตระกูลมู่จึงคอยสนับสนุนตระกูลเกามาโดยตลอดเมื่อมีการสนับสนุนจากราชวงศ์ กิจการของตระกูลเกาในเจียงหูจึงเป็นไปอย่างราบรื่นด้วยระยะเวลาอันสั้น ตระกูลเกาก็สร้างตำแหน่งที่มีเพียงหนึ่งเดียวในเมืองฟางกู้และใช้เวลาอีกหลายร้อยปีในการเหยียบเจียงหูของแคว้นเยี่ยนไว้ใต้ฝ่าเท้า
หากจะบอกว่าตระกูลเกาคิดว่าตัวเองยิ่งใหญ่ในเจียงหูนั่นก็ไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงเลย
ห่างจากสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์เพียงไม่ถึงสามร้อยเมตรมีโรงพนันของตระกูลเกาอยู่แห่งหนึ่ง และเช่นเดียวกัน หน้าโรงพนันแขวนแผ่นป้ายคำว่าหมิงจิ้งเกาถางมุมขวาของแผ่นป้ายมีตัวเลขหนึ่งร้อยยี่สิบสามนั่นแสดงว่านี่คือโรงพนันแห่งที่หนึ่งร้อยยี่สิบสาม
ตู้โซ่วโซ่วยืนอยู่หน้าโรงพนันแล้วมองแผ่นป้ายตรงหน้าประตู ก้านดอกหญ้าที่อยู่ในปากเขาถูกกัดจนเละไปหมดแล้วดูภายนอกสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์เงียบสงบมาก แต่ยามนี้ที่ด้านหลังของตู้โซ่วโซ่วชายกำยำจำนวนสามร้อยคนถือมีดอยู่ในมืออย่างกระตือรือร้น ช่วงก่อนเสี่ยวชีเต้าถูกคนของตระกูลเกาจับตัวไปส่วนหลางจิ้งก็เกือบตายเพราะเข้าไปช่วยเสี่ยวชีเต้า ความโมโหในครั้งนั้นยังไม่ได้จางหายไปชายกำยำในสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์อยากสู้กับตระกูลเกามานานแล้ว
ปัง!
ตู้โซ่วโซ่วมองขึ้นฟ้าจึงเห็นว่าบนท้องฟ้ามีควันไฟพุ่งขึ้น
สัญญาณ
ตู้โซ่วโซ่วคายก้านดอกหญ้าที่ตัวเองกัดอยู่จากนั้นก็ยื่นมือไปหยิบมีดขึ้น “ลุย!”
หลังจากเขาก้าวยาว ๆ ไปด้านหน้า ชายกำยำในสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์กว่าสามร้อยคนก็พุ่งตามไปตู้โซ่วโซ่วและหลางจิ้งแบ่งกันนำคนเดินออกไปตามถนน บนร่างสวมชุดยาวสีฟ้าครามไม่ต่างไปจากมังกรที่กำลังพุ่งทะยานพร้อมกับพลังสีแดงที่ปกคลุมไปทั่ว
ร้านค้าที่อยู่สองข้างทางต่างก็ชะงักไปกันหมดพวกเขาไม่เข้าใจว่าสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์กำลังทำอะไรอยู่
ขณะที่ทุกคนเห็นชายกำยำพุ่งตรงไปยังโรงพนันตระกูลเกา ในใจพวกเขาก็เต้นแรงขึ้น
“สวรรค์!”
ชายกำยำตัวใหญ่ที่อยู่ในร้านใช้มือยันประตูเพื่อประคองตัวเองให้ยืนนิ่ง“นี่ท่านอันกำลังจะเปิดสงครามกับตระกูลเกาหรือ”
“คนของสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์จะไปชิงโรงพนันของตระกูลเกาแล้ว!”
ไม่รู้ว่าใครเป็นคนตะโกนออกมาเสียงนั้นเหมือนหินก้อนใหญ่ที่ถูกโยนลงในน้ำ เพียงครู่เดียวผู้คนที่อยู่ในร้านต่างก็ตื่นตระหนก คนที่ขี้ขลาดปีนหน้าต่างแอบดูเหตุการณ์อยู่ห่างๆ เพราะเกรงว่าตัวเองจะถูกลูกหลง ส่วนคนที่ใจกล้าก็เดินตามหลังขบวนของสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์ด้วยความตื่นเต้น
ที่ผ่านมาตระกูลเกามีอำนาจในเมืองหลวงมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นคนในเจียงหูหรือไม่ก็ตาม เหตุการณ์อย่างนี้เป็นสิ่งที่ทุกคนอยากเห็นมานานแล้วเพราะนี่เหมือนการท้าทายผู้เป็นใหญ่ในเจียงหู
รู้สึกเหมือนหัวใจจะรับไม่ไหว
“พวกเจ้า...พวกเจ้าจะทำอะไร?!”
ชายหนุ่มที่ยืนเฝ้าหน้าประตูโรงพนันเห็นชายกำยำหลายร้อยคนกำลังพุ่งเข้ามาทันใดนั้น สีหน้าพวกเขาก็ขาวซีดทันที จริงอยู่ที่ปกติพวกเขามีพละกำลังที่แข็งแกร่งและไม่เกรงกลัวใครแต่เมื่อเผชิญหน้าชายกำยำจำนวนมากที่มาพร้อมกลิ่นอายสังหารเป็นไปได้อย่างไรที่พวกเขาจะไม่รู้สึกกลัว
ตู้โซ่วโซ่วชี้ไปยังแผ่นป้ายตรงหน้าประตูใหญ่ “ปลดมันลงมา!”
ชายที่เฝ้าหน้าประตูโรงพนันรีบโค้งตัวแล้วพูด“ท่านตู้...มีเรื่องอะไรก็คุยกันดี ๆ พวกเราถือว่ารู้จักกันมานานแล้ว ยังมีเรื่องอะไรที่คุยกันไม่ได้อีกหรืออย่าเพิ่งลงมือเลย”
ตู้โซ่วโซ่วใช้มือบีบคอชายตรงหน้าก่อนจะกดลงพื้น “ข้าไม่ได้มาเพื่อเจรจาแต่มาเพื่อปะทะ!”
เขาเหวี่ยงมีดในมือออกไป ทันใดนั้น แผ่นป้ายที่แขวนบนประตูใหญ่อย่างเป็นระเบียบก็ขาดเป็นสองท่อนแล้วหล่นลงมาตู้โซ่วโซ่วใช้เท้าเตะแผ่นป้ายนั้นไปด้านหน้า ทำให้แผ่นป้ายกระเด็นเข้าไปในโรงพนันแล้วทับชายหนุ่มที่อยู่ด้านใน
“คนที่มาเล่นพนันจงฟัง ก่อนข้านับถึงสามให้รีบออกไปซะ”
ปัง! ตู้โซ่วโซ่ววางมีดไว้บนโต๊ะจากนั้นก็ตะโกนไปยังคนที่เล่นพนันอยู่ด้านใน
คนที่กำลังตื่นเต้นกับการพนันตรงหน้าไม่ได้สนใจเขาเลยสักนิดมีบางคนหันมามองตู้โซ่วโซ่วราวกับเห็นคนบ้า จากนั้นก็หัวเราะเยาะเย้ยขึ้น“ยังมีคนกล้ามาก่อเรื่องที่โรงพนันของตระกูลเกาด้วย ไม่รู้ว่าเป็นเด็กป่ามาจากไหน”
“หนึ่ง...”
ตู้โซ่วโซ่วไม่สนใจ เขายกนิ้วขึ้นหนึ่งนิ้ว
ชายหนุ่มสวมชุดสีดำเดินลงมาจากชั้นสอง“นี่คือท่านตู้จากสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์? เป็นอะไรไป อยากมาผ่อนคลายที่โรงพนันของข้ารึ?”
ตู้โซ่วโซ่วพยักหน้า “ข้าผ่อนคลายแล้วสอง!”
หลังจากเขานับสองทุกคนในโรงพนันก็หัวเราะเสียงดัง
“ฮ่า ๆ ๆ ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจริง ๆเลย โรงพนันของตระกูลเกาเป็นที่ใด? หรือเขาไม่เคยได้ยินมาก่อนขนาดศาลหรือคนของทางการในเมืองฟางกู้ยังไม่กล้าบุกรุกที่ของตระกูลเกาเลยด้วยซ้ำ ตำหนักวิหารสวรรค์ของราชาอาจมีคนกล้าเข้าไปก่อกวนแต่โรงพนันของตระกูลเกาไม่มีใครหน้าไหนกล้าเข้ามาก่อเรื่องแน่”
“คนอะไรก็มีทั้งนั้นใต้หล้านี้ไม่ยุติธรรม คนบ้าก็จะเยอะหน่อย”
“รีบไสหัวไปเถอะอย่ามาทำให้บิดาเสียเวลาเล่นไพ่”
หนึ่งในนั้นหยิบเงินหนึ่งกำแล้วโยนมาทางตู้โซ่วโซ่ว “ขาดเงินรึ? ถ้าขาดเงินบิดาจะประทานให้เก็บเงินแล้วรีบไสหัวไปซะ อย่ามาขัดจังหวะการเล่นพนันของบิดาตอนนี้บิดากำลังดวงขึ้น หากอีกประเดี๋ยวบิดาชนะบิดาจะให้เจ้าหนึ่งร้อยตำลึงไปหาสาวในหอนางโลมเลย!”
ชายชุดดำยิ้มอย่างเย็นยะเยือก“เชิญท่านตู้กลับไปเถอะ หรือยังต้องรอให้ข้าลงมือ?”
“สาม...”
หลังจากตู้โซ่วโซ่วนับสามเขาก็สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ “เช่นนั้นก็อย่าโทษข้าละกัน”
เขาพุ่งไปด้านหน้า ทันใดนั้นสีหน้าของชายชุดดำก็เปลี่ยนไปทันที แล้วเหวี่ยงหมัดฟาดไปที่กลางใบหน้าของตู้โซ่วโซ่วหลังจากมาถึงเมืองฟางกู้ ตู้โซ่วโซ่วก็ไม่เคยสู้กับใครอย่างจริงจังเลยสักครั้งครั้งนี้เขาจึงเหมือนหมาป่าที่เพิ่งหลุดออกจากป่า เดิมทีชายชุดดำก็มีร่างใหญ่มากแล้วแต่หากเทียบกับตู้โซ่วโซ่ว เขาก็ดูตัวเล็กไปถนัดตา เขาส่งหมัดขวาเข้ามา ส่วนตู้โซ่วโซ่วก็ปล่อยหมัดขวาออกไปเช่นกันหมัดของเขาทั้งสองคนปะทะกันกลางอากาศ แกรก! แขนของชายชุดดำหักทันที
ไม่เพียงแค่กระดูกแขนเท่านั้น นิ้วมือทั้งห้าของเขาก็หักทั้งหมดกระดูกที่หักแทงเนื้อออกมา บนกระดูกนั้นบางส่วนยังมีเศษเนื้อติดเป็นชิ้น ๆ ด้วย
หมัดเดียวของตู้โซ่วโซ่วก็ทำให้แขนของชายชุดดำหักแล้วชายชุดดำยังไม่ทันได้ตั้งตัว เข่าของตู้โซ่วโซ่วก็กระแทกเข้าที่ท้องน้อยของเขา อึก!ชายชุดดำเปล่งเสียงออกมา ก่อนร่างจะงอล้มลงไปบนพื้น
ตู้โซ่วโซ่วก้มตัวลง จากนั้นก็โยนร่างเขาทิ้งไปด้านหลัง“นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ที่นี่เป็นที่ของสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์!”
เขาหยิบมีดขึ้นมาจากโต๊ะ จากนั้นก็เหวี่ยงมีดออกไปโดยรอบพลังมีดถูกส่งออกไปเป็นลำแสงเฉียบคม ทุกที่ที่โดนพลังมีดโจมตีเก้าอี้และโต๊ะก็ถูกตัดขาดเป็นสองท่อน
“ไสหัวออกไป!”
ตู้โซ่วโซ่วตะโกนเสียงดัง คนที่กำลังเล่นพนันถึงได้สติขึ้นมาว่าตู้โซ่วโซ่วไม่ได้มาเล่นๆ พวกเขาทุกคนรีบลุกขึ้นแล้ววิ่งหนีไปยังด้านนอก ส่วนด้านในโรงพนันโต๊ะและเก้าอี้ถูกพลิกคว่ำเป็นแถบ
นักพนันบางคนมีความสัมพันธ์ที่ดีกับตระกูลเกาพวกเขาจึงเดินเข้าไปถาม แต่กลับถูกตู้โซ่วโซ่วตบกระเด็นออกไปด้านนอก
ชายหนุ่มในโรงพนันหลายสิบคนคิดอยากสู้แต่เพียงครู่เดียว คนของสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์ก็จัดการพวกเขาอย่างราบคาบ หากจะเทียบเรื่องการต่อสู้จริงๆ ละก็ ชายกำยำในสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์แข็งแกร่งกว่าชายหนุ่มที่เฝ้าโรงพนันมากนักพวกเขาก็เหมือนเสือที่ไม่เคยล่าเหยื่อ เพราะอาศัยนามของตระกูลเกาจึงไม่มีใครกล้าบุกเข้ามาก่อความวุ่นวายส่วนชายกำยำในสำนักวรยุทธ์เบิกสวรรค์ส่วนใหญ่เคยใช้ชีวิตอยู่ทางแถบชายแดนบนตัวใครไม่มีกลิ่นอายสังหารบ้างเล่า
ผ่านไปประมาณสิบนาทีโรงพนันแห่งที่หนึ่งร้อยยี่สิบสามของตระกูลเกาก็ถูกตู้โซ่วโซ่วยึดแล้ว
“บางส่วนอยู่เฝ้าที่นี่ส่วนคนที่เหลือไปบุกโรงพนันอีกแห่งพร้อมข้า!”
ตู้โซ่วโซ่วคำรามเสียงดังจากนั้นก็พาชายกำยำไปบุกโรงพนันแห่งต่อไป
ขณะเดียวกัน
การปะทะที่ตำหนักวิหารสวรรค์ต่างจากการปะทะของตู้โซ่วโซ่วอย่างสิ้นเชิงไม่รู้ว่าเพราะอะไร ตอนนี้ทหารหลวงในตำหนักวิหารสวรรค์ต่างก็กระจายออกไปกันหมดต่อให้จะเป็นเวลาปกติ อย่างไรก็ต้องมีทหารขึ้นมาสับเปลี่ยนเวรกันอย่างสม่ำเสมอไม่เพียงแค่นี้ แม้กระทั่งขันทีและบ่าวรับใช้ในวังต่างก็เหมือนมดหนีฝน ที่วิ่งหนีตามกันเป็นขบวนทุกคนถือห่อผ้าไว้ในมือ จากนั้นก็พากันหนีออกนอกตำหนักวิหารสวรรค์ไป
ณ หอตงนวล
ราชามู่ฉางเยียนประทับนั่งมองธงที่ปักไว้ตรงหน้าต่างอย่างเหม่อลอยทรงตรัสถามอันเฉิงที่ยืนด้านข้าง “ยังมีกี่คนที่ยินยอมอยู่กับข้า?”
“ทูลฝ่าบาท คนส่วนใหญ่ที่เราฝึกไว้มากันใกล้ครบแล้วองครักษ์มีจำนวนทั้งหมดสองร้อยหกสิบสองคน ส่วนที่ซ่อนตัวอยู่มีจำนวนร้อยกว่าคนคนส่วนใหญ่ต่างก็เป็นเด็กหนุ่ม ฉะนั้นพลังวัตรที่มีจึงไม่สูงมากนัก คนที่มีพลังในขอบเขตสุมารุมีทั้งหมดหกสิบสี่คนถูกจัดเตรียมไว้ด้านนอกหอตงนวลแล้ว ส่วนคนที่มีพลังในขอบเขตกิเลสมารมีเก้าคนและคนที่มีพลังในขอบเขตจุลภาค...มีสองคน”
ราชามู่ฉางเยียนทรงยิ้มแห้ง ๆ“สร้างค่ายมาก็นานหลายปี สุดท้ายคนที่ยอมสละชีวิตมาสู้เพื่อข้าก็มีเพียงไม่กี่ร้อยคนเท่านั้นเอง”
อันเฉิงส่ายหน้า “ไม่ใช่เพียงแค่นี้พ่ะย่ะค่ะ...ยังมีคนคอยดูอยู่อีกเพียงแค่พลังที่ยิ่งใหญ่ปรากฏขึ้น คนที่ซ่อนตัวอยู่ก็จะออกมาแสดงความจงรักภักดีที่มีต่อฝ่าบาท”
ราชามู่ฉางเยียนตรัสขึ้น“มันไม่ง่ายขนาดนั้น มีบางคนอยากเห็นข้าตาย”
ทรงหันไปยังอันเฉิง“ตอนนี้เจ้าเผยตัวตนออกมาแล้ว เดิมทีข้าอยากให้เจ้าเสแสร้งให้นานกว่านี้สักหน่อยอนาคตเจ้าจะได้มีหนทางหนีรอดแต่เจ้ากลับไม่ยอมซ่อนตัวและยังมาร่วมเป็นร่วมตายกับข้าอีก”
อันเฉิงยิ้ม “ฝ่าบาทตั้งแต่เด็กข้าก็คิดมาตลอดว่าตัวเองต้องไม่ใช่คนธรรมดาแน่ต่อให้อนาคตจะไม่ใช่วีรบุรุษในใต้หล้า และอาจไม่ใช่คนที่มีชื่อเสียงโด่งดังแต่ข้าไม่อยากให้คนรุ่นหลังรู้จักข้าจากตำราประวัติศาสตร์ว่าข้าเป็นไส้ศึก ในเมื่ออย่างไรก็ต้องตายอยู่แล้วข้าคิดว่าตายอย่างสง่าผ่าเผยน่าจะดีกว่า”
“ฮ่า ๆ ๆ!”
ราชามู่ฉางเยียนทรงพระสรวลเสียงดัง“พูดได้ดี!”
ขณะนี้เอง ชายชุดดำจำนวนนับไม่ถ้วนก็ปีนกำแพงเข้ามาในตำหนักวิหารสวรรค์แล้วจำนวนคนที่พุ่งเข้ามามากเหมือนกับขบวนมด เมื่อดูแล้วทำให้รู้สึกขนหัวลุกทันที
“บุก!”
มีคนตะโกนขึ้นจากนั้นชายกำยำก็พุ่งเข้ามายังหอตงนวลด้วยความรวดเร็ว
“คุ้มครองฝ่าบาท!”
ต้วนเยินที่ยืนอยู่ด้านหน้าหอตงนวลตะโกนขึ้นจากนั้นก็หยิบมีดพกของตัวเองออกมา
องครักษ์ทุกคนยกธนูในมือขึ้นแล้วเล็งไปที่ชายชุดดำด้านนอก
“ตอนนี้เป็นเวลาที่ฝ่าบาททรงต้องการเรามากที่สุดและเป็นช่วงเวลาที่เราต้องแสดงความสามารถออกมา ตราบใดที่ฝ่าบาทยังทรงมีพระชนม์ชีพอยู่ตราบนั้นแผ่นดินเยี่ยนก็จะสงบสุข เพื่อฝ่าบาท...ถึงตายก็ไม่เสียใจ!”
ต้วนเยินชี้มีดในมือออกไปด้านหน้า “ลุย!”
ธนูในมือของทุกคนเริ่มยิงออกไปพร้อมกันธนูที่พุ่งออกไปถี่มาก ทำให้ชายชุดดำที่อยู่ด้านหน้าสุดล้มลงทันทีนี่เป็นความอัปยศครั้งใหญ่ที่สุดของแผ่นดินเยี่ยน ราชาประทับอยู่ในวังหลวงและถูกคนร้ายเป็นพันคนลอบโจมตีและนี่ก็คือการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ตั้งแต่ก่อตั้งแคว้นเยี่ยนมา เพราะมันคือการตัดสินว่าตระกูลมู่จะคงอยู่ต่อไปหรือไม่ก็ต้องดับสูญ
แม้ชายชุดดำจำนวนนับไม่ถ้วนจะล้มลงแต่ชายชุดดำจำนวนมากกว่าก็พุ่งเข้ามาอย่างต่อเนื่อง เพียงครู่เดียวก็บุกเข้ามาถึงด่านองครักษ์ชั้นนอกแล้ว
ด้านนอกวังหลวง ชายชุดดำหลายสิบคนก้าวยาวๆ เข้ามาด้านใน
ทุกคนต่างสวมหน้ากากปิดบังใบหน้าเอาไว้มีเพียงคนด้านหน้าสุดเท่านั้นที่เดินเข้ามาพร้อมเผยตัวตนที่แท้จริง
เขาเดินเข้ามาด้วยสีหน้าราบเรียบนั่นก็คือเกาหยวนหู