หลังจากที่ไลท์เข้ามาในห้องแล้ว เขาก็วิ่งไปที่เตียงนอนทันที
เบเรียลกำลังนอนกอดเด็กทารกอยู่
“ เป็นไงบ้างเบเรียล ” ไลท์ถามขึ้นด้วยความเป็นห่วง จากนั้นสายตาของเขาก็มองไปที่เด็กทารกในอ้อมกอดของเบเรียลด้วยความตื่นเต้น
“ เป็นไงบ้างไลท์ ลูกชายของเรา ” เบเรียลพูดขึ้นพร้อมกับค่อยๆยื่นร่างของเด็กทารกให้กับไลท์
“ ไม่ๆๆเบเรียล ฉันไม่กล้าที่จะอุ้มเขา ฉันกลัว่าจะทำร้ายเขา ” ไลท์พูดขึ้นด้วยความหวาดกลัว
เบเรียลที่ได้ยินก็หัวเราะออกมาก่อนที่เธอจะพูดขึ้นว่า “ ไม่เอาน่าไลท์ ฉันรู้ว่านายทำได้ ”
ไลท์แสดงสีหน้าลังเลก่อนที่เขาจะค่อยๆยื่นมือขึ้นมาอุ้มเด็กทารกในมือของเบเรียล
ไลท์อุ้มเด็กทารกด้วยความตื่นเต้นและเอ็นดู
“ เบเรียลเธอคิดชื่อลูกของเราไว้หรือยัง? ” ไลท์ถามขึ้นด้วยความอยากรู้
เบเรียลส่ายหน้าและพูดขึ้นว่า “ ฉันยังไม่ได้คิดชื่อของเขาเอาไว้เลย นอกจากนี้ฉันก็ยังไม่รู้เลยว่าลูกของเราจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิง ”
ไลท์ที่ได้ยินก็พยักหน้ารับก่อนที่เขาจะพูดขึ้นว่า “ งั้นชื่อของลูกเราคือ บาร์เลิร์น ”
“ บาร์เลิร์น? ” เบเรียลพึมพำออกมาก่อนที่เธอจะส่ายหน้าเบาๆ
“ ให้ตายเถอะไลท์ ชื่ออื่นนายคิดได้ดีแต่ทำไมชื่อของลูกเรานายถึงได้ตั้งชื่อแบบนั้นกันล่ะ? ” เบเรียลพูดขึ้นพร้อมกับกรอกตาไปมา
“ แล้วเธอคิดว่าชื่ออะไรดีล่ะ? ”ไลท์ถามขึ้น
เบเรียลไม่ตอบแต่กำลังทำท่าทีครุ่นคิดอยู่
ไม่นานเบเรียลก็พูดขึ้นว่า “ ลูว์เดียส ”
“ ลูว์เดียส? ” ไลท์พึมพำออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะเห็นด้วยกับชื่อที่เบเรียลตั้ง
“ เป็นชื่อที่ดีนิเบเรียล ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่เด็กทารกในมือก่อนที่จะพูดขึ้นว่า “ นับจากนี้ไปลูกชื่อว่าลูว์เดียสนะ ”
ลูว์เดียสที่ได้ยินชื่อของตัวเองก็หัวเราะคิกคักออกมา
ไม่นานชาวเมืองทุกคนก็รู้ถึงชื่อของทายาทตัวน้อยของท่านไลท์และเบเรียล
ลูว์เดียส
จากนั้นไลท์ก็ประกาศจัดงานเลี้ยงขึ้นสามวันสามคืนเพื่อเป็นการต้อนรับทายาทตัวน้อยของเขา
ถัดจากนั้นเวลาก็ค่อยๆผ่านไปเรื่อยๆจนกระทั้งผ่านไปอีกสิบสามปี
ภายในสิบสามปีมานี้ได้เกิดเรื่องราวต่างๆมากมายนับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องดีหรือเรื่องร้าย
ตอนนี้ภายในหอคอยแห่งนิรันดร์นอกจากสัตว์เวทย์แล้วก็ไม่มีสิ่งมีชีวิตไหนอาศัยอยู่เลยด้วยซ้ำ
ทุกๆเผ่าพันธุ์ได้ย้ายออกมาอยู่โลกภายนอกหมดแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นมังกรที่ตอนแรกที่แยกกันอยู่ก็กลับมารวมกลุ่มกันอีกครั้ง เผ่าเอลฟ์ คนแคระ มนุษย์สัตว์ก็สร้างทวีปของตัวเองที่โลกภายนอกแล้ว
แม้ว่าในตอนแรกๆจะยังมีปัญหาในการแย่งชิงพื้นที่ต่างๆ แต่พวกเขาก็ถูกจัดการโดยคนของสภาจอมเวทย์ ทำให้ภายหลังสามารถแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นได้
แต่สิ่งหนึ่งที่ยังเหมือนเดิมก็คือมนุษย์ มังกร เอลฟ์ คนแคระและมนุษย์สัตว์ ยังเป็นพันธมิตรกันเหมือนเดิม โดยที่พวกเขาตัดสินใจกันว่าจะให้มนุษย์เป็นผู้นำสำหรับพันธมิตรในครั้งนี้
แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้โลกภายนอกปั่นป่วนก็คือการเกิดดันเจี้ยนขึ้น
ดันเจี้ยนปรากฏครั้งแรกเมื่อครึ่งปีก่อน จากนั้นวันนั้นทั่วทั้งโลกก็ค่อยๆปรากฏดันเจี้ยนขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ในตอนแรกมนุษย์ที่อาศัยอยู่ที่โลกภายนอก พวกเขาไม่รู้จักดันเจี้ยน พวกเขาจึงละเลยมันอย่างสมบูรณ์
ภายหลังจึงทำให้ดันเจี้ยนแตกและมอนเตอร์ได้บุกทำลายเมืองต่างๆของเผ่ามนุษย์จนย่อยยับ ทำให้มนุษย์รู้ว่านี้คือดันเจี้ยนในตำนานที่ปรากฏอยู่ในหอคอยแห่งนิรันดร์เท่านั้น
สำหรับเมืองรุ่งอรุณและทวีปวอเตอร์ไดซ์ พวกเขาอยู่ภายใต้การดูแลของเมืองรุ่งอรุณ
แม้ว่าเมืองรุ่งอรุณจะเป็นเพียงแค่เมืองๆเดียวและเป็นเมืองที่ใหญ่โตที่สุด แต่พวกเขากลับแข็งแกร่งกว่าอาณาจักรทั้งหมดในทวีปวอเตอร์ไดซ์
อาณาจักรทั้งหมดในทวีปวอเตอร์ไดซ์จะมีหน่วยลับเทพยุทธ์คอยสอดส่องและดูแลอยู่ พวกเขารู้สึกปลอดภัยกว่าทวีปอื่นๆมาก ซึ่งหน่วยลับเทพยุทธ์ที่ถูกส่งไปสอดส่องหรือดูแลทวีปวอเตอร์ไดซ์จะต้องมีความแข็งแกร่งในระดับAขึ้นไป ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของตัวเองและคนรอบข้าง
ส่วนทางของทวีปฟรอสหรือเมืองไลท์
ไลท์ก็ได้ส่งหน่วยลับเทพยุทธ์และเจ้าหน้าที่ตำรวจไปดูแลและคุ้มครองชาวเมืองไลท์ทั้งหมด
ส่วนเจ้าหน้าที่ที่ไปดูแลและคุ้มครองจะต้องเป็นตัวตนระดับAและSเท่านั้นและมีผู้นำที่แข็งแกร่งในระดับSSอีกหนึ่งคน
ทวีปวอเตอร์ไดซ์เองก็มีดันเจี้ยนปรากฏขึ้นมามากกว่าสิบดันเจี้ยน แต่พวกมันก็ถูกทำลายโดยหน่วยลับเทพยุทธ์ทั้งหมด
ตอนนี้ทุกๆคนกำลังเฝ้ารอว่าเมื่อไหร่ที่หอคอยแห่งนิรันดร์กำลังจะพังทลาย เพราะปีนี้คือปีที่ไลท์ได้บอกว่าหอคอยแห่งนิรันดร์กำลังจะพังทลาย
ตอนนี้รอบๆหอคอยแห่งนิรันดร์หรือก็คือเมืองหลวงตามอาณาจักรต่างๆ ได้สั่งอพยพผู้คนออกไปหมดแล้ว ทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของชาวเมือง
ส่วนรอบๆหอคอยแห่งนิรันดร์ก็จะมีคนของสภาจอมเวทย์หรือคนของหน่วยลับเทพยุทธ์ที่ตั้งค่ายอยู่ห่างจากหอคอยแห่งนิรันดร์ประมาณหนึ่งและรอบๆก็จะมีคนของสภาจอมเวทย์เฝ้าอยู่เพื่อความปลอดภัย
ที่เมืองรุ่งอรุณ
ที่ลานฝึกซ้อมส่วนตัวของไลท์
ตอนนี้ไลท์กำลังมองดูลูว์เดียสฝึกฝนทักษะดาบอยู่กับซีรอส
ลูว์เดียสในตอนนี้อายุสิบสามปี รูปร่างของเขาดูสูงใหญ่กว่คนรุ่นเดียวกันมาก ใบหน้าของเขาดูหล่อเหลาและเต็มไปด้วยความอบอุ่น สีผมของเขาเป็นสีน้ำตาลแดงเหมือนกับของไลท์ แต่ทว่าดวงตาของเขามีสีฟ้าเหมือนกับของเบเรียล
หลังจากที่ฝึกฝนกันอยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง ลูว์เดียสก็นอนหมดสภาพอยู่ที่พื้น ส่วนทางด้านของซีรอสนั้นเป็นปกติ เขาไม่ได้รู้สึกเหนื่อยเลยด้วยซ้ำ
“ ให้ตายเถอะลุงซีรอสจะแข็งแกร่งเกินไปแล้ว ” ลูว์เดียสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงหอบเหนื่อย ใบหน้าและแผ่นหลังของเขาเต็มไปด้วยเหงื่อ
ซีรอสหัวเราะขึ้นและพูดขึ้นว่า “ ถ้าหากฉันแข็งแกร่งพ่อของนายน่ะแข็งแกร่งยิ่งกว่าอีก ”
สิบสามปีมานี้ ซีรอสได้พัฒนาตัวเองอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้ซีรอสมีความแข็งแกร่งในระดับSSแล้วแต่ถึงอย่างนั้นเขาสามารถเอาชนะตัวตนระดับSSSได้อย่างไม่มีปัญหา เพราะร่างกายกายาหยกสวรรค์ของเขาทำให้เขาแข็งแกร่งเป็นอันดับต้นๆของโลกแล้ว
นอกจากนี้ซีรอสก็ยังได้ทำเรื่องที่ทุกๆคนคาดไม่ถึงก็คือ เขาได้กลายเป็นคู่รักกับโซเฟีย
เรื่องนี้แม้แต่ไลท์ก็ยังรู้สึกตกใจเมื่อรู้ข่าวนี้
เนื่องจากอายุของทั้งสองคนนั้นห่างกันหลายสิบปี แต่ก็อย่างว่าสำหรับตัวตนระดับSSSที่มีอายุขัยยืนยาวนับพันปี การที่อายุห่างกันหลายสิบปีก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
“ ฉันจะต้องแข็งแกร่งกว่าท่านพ่อให้ได้ ” ลูว์เดียสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังพร้อมกับใบหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น จากนั้นเขาก็หันหน้าไปมองไลท์ที่ยืนอยู่ข้างสนามฝึกซ้อม
ทุกๆครั้งที่ลูว์เดียสแสดงความสามารถออกมา ทุกๆคนที่อยู่รอบข้างก็พากันพูดว่าลูว์เดียสแข็งแกร่งเหมือนกับท่านไลท์
ลูว์เดียสที่ได้ยินแบบนี้อยู่ประจำเขาก็คิดว่าสักวันเขาจะต้องแข็งแกร่งกว่าท่านพ่อให้ได้ เพื่อที่เขาจะได้ปิดปากทุกคนที่บอกว่าเขาแข็งแกร่งเหมือนกับพ่อ
ในตอนแรกเขาก็ไม่รู้หรอกว่าพ่อของตัวเองแข็งแกร่งแค่ไหน แต่เมื่อโตขึ้นเรื่อยๆลูว์เดียสก็ค่อยๆรู้เรื่องมากยิ่งขึ้น จนในที่สุดเขาก็รู้แล้วว่าพ่อของเขาคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดของเผ่ามนุษย์ไปแล้ว
นอกจากนี้เรื่องเล่าของพ่อก็มีมากมายนับไม่ถ้วน ซึ่งแต่ละเรื่องก็เป็นตำนานทั้งนั้น
เพราะฉะนั้นเมื่อลูว์เดียสรู้ว่าพ่อของตัวเองคือคนที่แข็งแกร่งที่สุดในเผ่ามนุษย์ และถ้าหากเขาต้องการที่จะเหนือกว่าพ่อ เขาจะต้องฝึกฝนตัวเองและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง
“ อะไรๆ นายคิดที่จะเหนือกว่าอาจารย์งั้นหรอ ” ซีรอสหัวเราะออกมาจากนั้นเขาก็พูดขึ้นว่า “ งั้นนายก็ต้องพยายามหน่อยแล้วกัน ”
แม้ว่าลูว์เดียสจะอายุแค่สิบสามปีแต่เขาก็ได้ชื่อว่าเป็นรุ่นเยาว์ที่อายุน้อยที่สุดที่มีความแข็งแกร่งในระดับS นอกจากนี้ยังสามารถต่อสู้กับระดับSSได้อย่างสูสีอีกด้วย
ในฐานะลูว์เดียสที่เป็นลูกชายของไลท์และเบเรียล เพราะฉะนั้นเขาจึงมีสมบัติมากมายนับไม่ถ้วนในการฝึกฝนกว่าคนอื่นๆในรุ่นเดียวกันมาก
ซึ่งลูว์เดียสได้รับการฝึกฝนจากไลท์และคนอื่นๆตั้งแต่เขาอายุเพียงแค่ห้าถึงหกขวบเท่านั้น และเมื่อรวมกับทรัพยากรที่เขาได้รับทำให้เขาแข็งแกร่งกว่าคนในรุ่นเดียวกันมาก
ทันใดนั้นก็มีสาวน้อยที่อายุประมาณสิบปีวิ่งเข้ามาในสนามฝึกซ้อม
สาวน้อยที่มีใบหน้าน่ารักและงดงามตั้งแต่ยังเด็ก เธอมีเส้นผมสีฟ้าดวงตาสีน้ำตาลแดง รูปร่างผอมเพียว ชื่อของเธอคือเมอร์ลิน
“ เมอร์ลินมาที่นี้ได้อย่างไร ไม่ใช่ว่าเธอไปเดินเล่นกับแม่งั้นหรอ ” ลูว์เดียสพูดขึ้นด้วยความประหลาดใจ
เมอร์ลินคือลูกสาวของไลท์และเบเรียล และเป็นน้องสาวของลูว์เดียส
“ พี่นี้หมดสภาพอีกแล้วนะ ” เมอร์ลินมองดูพี่ชายของตัวเองที่นอนอยู่บนพื้นด้วยรอยยิ้มขี้เล่น
ลูว์เดียสกรอกตาไปมา
“ ใครจะไปแข็งแกร่งเท่าเธอกันล่ะ? ” ลูว์เดียสพูดขึ้นพร้อมกับถอนหายใจออกมา
เมอร์ลินแม้ว่าเธอจะอายุแค่สิบปีแต่เธอกลับเป็นอัจฉริยะที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าซีรอสที่มีกายาหยกสวรรค์เลยด้วยซ้ำ
เมอร์ลินเองก็มีเวทย์น้ำแข็งเหมือนกับลูว์เดียส และเธอก็มีพรสวรรค์ในเวทย์น้ำแข็งที่ยอดเยี่ยมยิ่งกว่าฟีลิปป์ที่มีเวทย์น้ำแข็งบรรพกาลเสียอีก
ตอนนี้เมอร์ลินที่อายุเพียงแค่สิบขวบแต่เธอกลับมีความแข็งแกร่งที่ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่าลูว์เดียสซะอีก แต่เป็นเพราเมอร์ลินไม่ค่อยได้แสดงความแข็งแกร่งออกมาให้เห็น ทำให้ทุกๆคนจึงเข้าใจว่าลูว์เดียสคือตัวตนระดับSที่มีอายุน้อยที่สุด แต่สำหรับตัวตนระดับสูงของเมืองรุ่งอรุณหรือสภาจอมเวทย์และห้าตระกูลผู้พิทักษ์ พวกเขารู้ว่าเมอร์ลินนี้แหละคืออัจฉริยะของจริง
เมอร์ลินที่ได้ยินคำพูดของลูว์เดียสก็หัวเราะออกมาก่อนที่จะมองไปที่ลูว์เดียสและพูดขึ้นว่า “ หรือว่าพี่จะสู้กับฉันล่ะ? ”
ลูว์เดียสคิ้วกระตุกก่อนที่จะส่ายหน้าเบาๆ
“ สู้กับเธอ?ฉันไม่โง่หรอก ” ลูว์เดียสปฏิเสธทันที
ในอดีตเขาก็เคยสู้กับเมอร์ลินมาแล้วแต่เขาก็ถูกเวทย์น้ำแข็งของเมอร์ลินแช่แข็งทันทีที่เริ่มต้นการต่อสู้ อย่างที่บอกเวทย์น้ำแข็งของเมอร์ลินนั้นแข็งแกร่งมาก แม้แต่ซีรอสหรือคนอื่นๆที่ถูกเวทย์น้ำแข็งของเมอร์ลินเข้าไปก็ยังแทบจะเอาตัวเองไม่รอดเหมือนกัน
“ อิอิ ฉันรู้อยู่แล้วว่าพี่ไม่กล้าทำอะไรฉันหรอก อะนี้พี่ฉันซื้อขนมมาฝาก ” เมอร์ลินพูดพร้อมกับหยิบขนมออกมาจากแหวนมิติ
“ ขอบใจ ” ลูว์เดียสพูดพร้อมกับลุกขึ้นมานั่งก่อนที่จะรับขนมจากเมอร์ลินก่อนที่จะกินทันที
ไลท์ที่มองดูลูกๆของตัวเองนั่งพูดคุยกันก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข ก่อนที่จะเป็นเบเรียลที่เดินเข้ามาด้านหลังของเขา
“ นายคิดว่าอีกนานไหมกว่าที่หอคอยแห่งนิรันดร์จะพังทลาย? ” เบเรียลถามขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง ตอนนี้ทุกๆคนกำลังเฝ้าระวังหอคอยแห่งนิรันดร์อย่างจริงจัง
“ เรื่องเวลาที่แน่นอนฉันเองก็ไม่รู้เหมือนกัน ” ไลท์ส่ายหน้าเบาๆ
“ แล้วคิดว่าต้องใช้เวลาอีกประมาณเท่าไหร่หอคอยแห่งนิรันดร์จึงจะพังทลาย? ” เบเรียลถามขึ้นด้วยความอยากรู้
ทันใดนั้นเวอร์โก้ก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับสีหน้าจริงจัง
“ ท่านไลท์ครับตอนนี้หอคอยแห่งนิรันดร์เกิดสั่นสะเทือนอย่างรุนแรงจนสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วเมืองหลวงแสงจันทร์เลยครับ ” เวอร์โก้พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ไลท์และเบเรียลมองหน้ากันก่อนที่จะกลายเป็นจริงจังขึ้นมา
“ เบเรียลเธออยู่เฝ้าที่นี้คอยดูแลลูกๆด้วย เดี๋ยวฉันจะมุ่งหน้าไปที่เมืองหลวงแสงจันทร์ก่อน ” ไลท์พูดขึ้น
“ เข้าใจแล้ว นายก็ดูแลตัวเองด้วยแล้วกัน ” เบเรียลพยักหน้ารับ
จากนั้นไลท์ก็ตะโกนเรียกซีรอสให้มาหา
“ ครับอาจารย์? ” ซีรอสถามด้วยความสงสัย
“ ไปที่เมืองหลวงแสงจันทร์กับฉัน ” ไลท์พูดขึ้นและเดินไปทันที
ซีรอสมองไปที่ไลท์ด้วยแววตาประหลาดใจและสงสัย
“ หอคอยแห่งนิรันดร์เกิดการสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ท่านไลท์จึงคิดที่จะไปตรวจสอบ ” เวอร์โก้พูดขึ้น
ซีรอสที่ได้ยินก็กลายจริงจังขึ้นมา
“ เข้าใจแล้วพี่เวอร์โก้ ” ซีรอสพยักหน้ารับก่อนที่จะเดินตามอาจารย์ของเขาไป
เวอร์โก้ก็เดินตามไปด้วย เพราะหน้าที่ของเขาคือการคุ้มครองไลท์
ไม่นานเรือบินก็ค่อยๆบินขึ้นบนท้องฟ้าและมุ่งหน้าไปยังเมืองหลวงแสงจันทร์
ในระหว่างการเดินทางไลท์ก็ได้รับข้อมูลมาว่าตอนนี้หอคอยแห่งนิรันดร์ทั่วทั้งโลกสั่นสะเทือนเหมือนกันหมด