บทที่ 48
งาน Moter Expo นับว่าจัดแสดงได้หรูหราตั้งแต่ทางเข้า หอการค้าแห่งนี้เป็นอาคารแยกของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้ มันมีหน้าที่เอาไว้ทั้งเป็นสถานที่จัดการแสดงสินค้า หรือจะเป็นสถานที่รับรองกิจกรรมของรัฐบาล พื้นที่ค่อนข้างกว้าง ไอซ์ยังจำได้เลยว่าเมื่อเดือนก่อนสถานที่แห่งนี้ยังจัดงานมหกรรมหนังสือ และเขาก็ยังอุดหนุนด้วยการซื้อการ์ตูน กีนัน เจ้าหนุ่มนายยอดนักสืบอยู่เลย“สำหรับคนที่เดินผ่านไปผ่านมา วันนี้เฉาก๊วยชากังราวได้มาบริการท่านพ่อแม่พี่น้องกันถึงที่..” เสียงของร้านเฉาก๊วยชื่อดังระดับประเทศที่ใครได้ยินก็ต่างคุ้นหูกันดี นอกจากงาน Moter แล้ว ด้านหน้ายังเป็นลานกลางแจ้ง เพื่อให้พ่อค้าแม่ค้านำสินค้าประเภทของกินมาจัดขายอีกด้วย ไอซ์ค่อยๆเดินผ่านไปอย่างสนใจ นานๆทีเขาจะได้มีเวลาทำอะไรอย่างนี้ วันว่างๆของเขายังเหลืออีกตั้งสิบวัน หลังจากนี้นอกจากกลับบ้าน ลงดันเจี้ยนเขาก็ต้องหันไปเที่ยวเปิดหูเปิดตาเสียบ้าง การเงินตอนนี้มันไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขาอีก เขาตั้งเป้าว่าจะไปเที่ยวให้ทั่วจังหวัดเชียงใหม่ก่อน จากนั้นก็ค่อยๆเลื่อนเป็นจังหวัดใกล้เคียง ระดับภาค และระดับประเทศต่อไป“พ่อหนุ่ม.. ช่วยอุดหนุนยายหน่อยได้ไหม.. ตุ๊กตานี้ยายทำเองกับมือ มีแต่สวยๆทั้งนั้น” ยายคนหนึ่งทักกับไอซ์เพื่อที่จะขายของ ไอซ์มองหน้าของคุณยายก่อนจะยิ้มให้กับเธอ ตุ๊กตาทำมือเดี๋ยวนี้มันหาซื้อได้ยากมากจริงๆ เขามองดูพวกมันอย่างชื่นชม“ตุ๊กตาไหมพรมอย่างนั้นเหรอครับ คงจะใช้เวลานานมากเลยนะครับกว่าจะทำได้แต่ละตัว.. ว่าแต่ขายอย่างไรครับ..” ไอซ์กล่าวถาม และเลือกตุ๊กตาอย่างสนใจ มันมีรูปตัวการ์ตูนที่คุ้นตา มีรูปสัตว์ตัวน้อยอีกหลายตัว และพวกมันน่ารักมาก“ใช่แล้วหลาน ถึงมันจะทำยาก แต่อย่างยายก็ทำได้เท่านี้แหละ ทำอะไรได้ก็ต้องทำกันไปก่อน.. ส่วนราคาตัวละ 39 บาท ถ้าหลานสนใจจริงๆ ยายขายให้ 3 ตัว 100 เลยเอ้า” ยายกล่าวกับไอซ์อย่างซื่อตรง แม้มันจะทำยากวันหนึ่งได้ไม่กี่สิบตัว แต่ด้วยราคาของมันที่เป็นของจิปาถะ ไม่ค่อยได้ใช้ประโยชน์อะไรก็นับว่าราคาสูงเอาเรื่อง“ผมจะซื้อสัก 20 ตัวก็แล้วกัน..” ไอซ์ตอบคุณยายพร้อมกับยิ้มอย่างสดใส“จริงเหรอพ่อหนุ่ม... เลือกได้เลยว่าอยากได้ตัวไหน” คุณยายวางถุงลง และให้ลูกค้าของเธอได้เลือกสรรซื้อสินค้าด้วยความดีใจ ไอซ์ที่เห็นว่ายังมีให้เลือกอีกหลายตัว เขาก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ เพราะแต่ละอันมันสวยมากเลยทีเดียว แต่ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกันอย่างออกรส เสียงก็ดังให้หลังมา“หลบทางหน่อยสิวะ นายน้อยกูกำลังรีบ..” ชายคนหนึ่งกล่าวขึ้นมา มันเรียกความสนใจของผู้คนรอบข้างได้เป็นอย่างดี แต่ไอซ์มีหรือที่เขาจะสนใจ เขาก็ยังเลือกสินค้าของเขาต่อไป จนทำให้บอดี้การ์ดที่กำลังเอ่ยพูดกับเขาอยู่ถึงกับเลือดขึ้นหน้าที่ชายคนนี้ไม่ตอบสนองกับสิ่งที่เขาพูด“เห้ย!! มึงไม่ได้ยินที่กูพูดหรือยังไงวะ..” เขายังคงพูดต่อ และเดินเข้าไปแตะที่ไหล่ของไอซ์ เป็นเชิงข่มขู่ แต่ด้วยประสาทสัมผัสไอซ์ในเฉียบคมกว่าคนธรรมดาทั่วไป ประกอบกับเขากำลังใช้สมาธิในการเลือกซื้อสินค้าอยู่ กลไกทางร่างกายก็ทำงานไปของมันเอง อ้าว!! เห้ยย!!... อ๊าก!! แขนขวาของชายบอดี้การ์ดร่างยักษ์ถูกบิดไปอีกทาง ไอซ์เองก็ตกใจกับปฏิกิริยาของตัวเองเช่นกัน เขามองไปยังชายตรงหน้าอย่างสงสัย และด้วยความมึนงงนี้ทำให้เขาต้องถามสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น“เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นเหรอ... แล้วนายโจมตีฉันทำไม” ไอซ์กล่าวเล่นเอาทุกคนที่อยู่ตรงนี้ยืนงงกับคำพูดของเขา พวกเขาคิดในใจ ‘เอ็งไม่ได้ยินที่เขาพูดเมื่อกี้จริงๆ?..’ ท่าทางที่พวกเขาแสดงออกมามันเป็นอย่างนั้นจริงๆ ไอซ์หันมองผู้คน ก่อนจะรู้ตัว เขาก็รีบปล่อยมือที่บิดข้อมือของอีกฝ่ายออก“อ่ะ!! โทษทีๆ ฉันแค่ตกใจมากไปหน่อย..” ไอซ์กล่าวขอโทษไปตามมารยาท“หนอย!! ไอ้เด็กเวร แกตั้งใจหักข้อมือของฉัน?.. กูเอามึงเละแน่” บอดี้การ์ดคนนั้นกล่าว พร้อมกับมีบอดี้การ์ดคนอื่นๆเดินเข้ามาตาม และพวกเขาก็จ้องมองที่ตัวของไอซ์อย่างพิจารณา“น่าๆ ก็ขอโทษไปแล้วไง อีกอย่างฉันก็ไม่ได้ตั้งใจสักหน่อย เลิกแล้วต่อกันก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอครับ” ไอซ์ไม่ได้อยากมีเรื่องก็กล่าวปัดๆไป มันทำให้ฝ่ายบอดี้การ์ดไม่ค่อยจะพอใจกับคำตอบเท่าไรนัก“คิดว่าขอโทษแล้วจะหายกันเหรอ.. ถุย! ฝันไปเถอะ.. คนอย่างแกต้องโดนเสียบ้างจะได้รู้สำนึก..” บอดี้การ์ดคนที่โดนบิดแขนกล่าว ไอซ์ที่ได้ยินก็ถอนหายใจ เขาเข้าใจแล้วว่าวันนี้มันเป็นวันซวยของเขา แต่ก็ไม่คิดว่ามันจะมีปัญหาทุกฝีก้าวอย่างนี้ ในสิบวันนี้ต้องหาเวลาเข้าวัดทำบุญ ปล่อยนกปล่อยปลาบ้างดีกว่า“เกิดอะไรขึ้น.. หือออ.. นั่นมันเจ้ายาจกนี่หว่า มีเรื่องอะไรกัน” นายน้อยที่บอดี้การ์ดว่ามานั้น แท้จริงแล้วชายหนุ่มคนนี้คือ ‘ตูมตาม’ หรือเพื่อนๆมักจะเรียกเขาว่า ‘นายน้อยตาม’ เพื่อนสนิทของคิง เจ้าตัวปัญหาที่คอยแต่ดูถูกดูแคลนไอซ์มาเสมอๆ นอกจากนี้ตูมตามยังเป็นลูกชายเพียงคนเดียวของเจ้าของบริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่ ทั้งภาคเหนือ ตึกของภาครัฐก็เป็นบริษัทนี้ที่ทำการสร้างให้ คงจะไม่ต้องบอกอะไรให้มาก พวกเขาคงมีส่วนได้ส่วนเสียมหาศาลกับทางภาครัฐ“นายน้อย.. ชายคนนี้ไม่ยอมหลบทางให้กับพวกเราครับ ทั้งๆที่บอกว่านายน้อยกำลังรีบอยู่” บอดี้การ์ดเอ่ยรายงานตามความเป็นจริงที่เขาพบเจอ“ทำไมแกถึงมาขวางทางฉันล่ะ แกไม่รู้เหรอว่าฉันรีบ..” ตูมตามขมวดคิ้วแล้วกล่าวถาม จริงๆเขาก็ไม่ได้มีปัญหาส่วนตัวกับไอซ์ แต่ว่าเพื่อนของเขาไม่ค่อยจะชอบมันสักเท่าไร ถึงเขาจะดูถูกมันแต่ก็ไม่ได้เกลียดขี้หน้าแต่อย่างใด เขาเป็นคนที่ค่อนข้างรอบคอบสุขุม ไม่ใช่คนที่จะคอยใช้แต่กำลังอย่างเดียวเหมือนกับไอ้คิง ดังนั้นจึงเอ่ยถามกับไอซ์“ก็ฉันมัวแต่เลือกสินค้าอยู่น่ะเลยไม่ได้ยิน นายก็รู้ว่าคิงชอบมาแกล้งฉันอยู่บ่อยๆ เวลามีคนมาจากด้านหลังก็มีระแวงกันบ้าง.. จริงสิ นายกำลังรีบไม่ใช่เหรอ เดี๋ยวฉันหลบทางให้ คุณยายครับ เราย้ายไปตรงนั้นดีกว่านะ” ไอซ์กล่าว ก่อนจะช่วยยายยกถุงกระสอบที่ใส่ตุ๊กตาไปข้างๆทันที ตูมตามมองการกระทำของไอซ์โดยที่ไม่ได้กล่าวอะไรออกมาสักคำ เขายังคงนิ่ง ก่อนจะเริ่มก้าวเดินต่อไปข้างหน้าทันที“นายน้อยจะไม่ลงโทษมันหน่อยเหรอครับ มันทำให้นายน้อยเสียเวลาอันมีค่ามากขนาดนี้” บอดี้การ์ดกล่าวอย่างแค้นใจ อย่างน้อยเขาก็สมควรที่จะต้องเอาคืนมันสักหน่อย แต่ดูเหมือนว่านายน้อยของเขาจะไม่สนใจที่จะทำอะไรกับมันเลย“อย่าได้เสียเวลาอีก ฉันกำลังรีบ รถแลมโบซีนีกำลังจะเปิดประมูล.. ฉันไม่ต้องการพลาด อีกอย่างถ้าเจอมันครั้งหน้าก็ค่อยจัดการก็ยังไม่สาย” ตูมตามกล่าวพร้อมกับเร่งเดินเข้าอาคารหอการค้าทันที บอดี้การ์ดก็ได้แต่ตอบรับคำตอบของนายน้อยก่อนจะเดินตามไปเพื่อคุ้มครองนายจ้าง แท้จริงแล้ววันนี้นอกจากเป็นงานที่แสดงรถหลากหลายยี่ห้อ มันก็ยังมีการประมูลรถสปอร์ตคันหรูอีกหนึ่งคัน มันเป็นตัวท็อปที่ใครๆก็อยากได้ ในประเทศไทยมีรุ่นนี้เพียง 5 คันเท่านั้น ด้วยความโดดเด่นของมัน จึงเรียกเหล่ามีเงิน มีทรัพย์ ทายาทรุ่นที่สองหรือสามเข้าร่วมงาน Expo เป็นจำนวนมาก นับว่าผู้จัดงานมีความคิดที่ฉลาดมาก“ผมเอา 20 ตัวนี้ก็แล้วกัน.. แล้วก็ไม่ต้องทอนแล้วนะครับ”ไอซ์จ่ายแบงค์พันไปหลังจากที่เลือกอยู่นานสองนาน คุณยายที่ได้ยินก็ขอบคุณเขาเป็นการใหญ่ ไอซ์ยิ้มรับก่อนจะเดินเข้างาน Expo ไปทันที เพราะเขาเสียเวลามานานมากพอสมควรแล้วกับการเลือกสินค้า เมื่อมาถึงทางประตูเข้า แอร์เย็นๆหน้าประตูก็เป่าให้เขารู้สึกสดชื่นมากขึ้น เป็นเวลาเดียวกันที่เสียงประกาศจากพิธีกรดังขึ้น“งานประมูลรถยี่ห้อ แลมโบซีนี รุ่น CRX พิเศษที่มีเพียง 5 คันในประเทศได้เริ่มต้นขึ้นแล้วค่ะ..”