ตอนที่24 คนโกหก...ความรู้สึกที่ถูกทรยศ
ไม่มีหยาดน้ำสักหยดรินไหลออกมาจากดวงตาสีนิลกาฬที่เคว้งคว้างไร้จุดหมายอ้ายซินนั่งพิงต้นไม้ใหญ่เหม่อมองก้อนเมฆที่ลอยอย่างช้าๆ ตามแรงลมผ่านไปเพียงแค่ครึ่งวันก็เกิดเหตุการณ์มากมายถาโถมเข้ามาจนเธอเกือบจะรับไม่ไหวทุกอย่างไม่เป็ดั่งใจคิดเอาเสียเลย
“ขอข้านั่งด้วยคนได้มั้ย”เสียงคุ้นหูทำร่างบางสะท้าน เธอหันไปมองแขกไม่ได้รับเชิญอย่างไม่เป็มิตร
“ถ้ามีข่าวลือว่าคนของทัพหวนฉีทำร้ายร่างกายแม่ทัพของเว่ยคงจะเกิดปัญหาใหญ่น่าดู”แสดงออกถึงความเกลียดชังชัดเจนคนอีกฝ่ายหน้าหมองลง“ท่านคงจะสนุกสินะคะที่ได้ล้อเล่นกับความรู้สึกของข้า”พยายามข่มอารมณ์ที่พร้อมจะปะทุกทุกเมื่อ
“ข้าไม่รู้จริงๆว่าเ้าคือใคร ตอนที่กุนซือของข้าบอกก็หลังจากที่เราแยกกันที่เมืองหลวงแล้ว”เขารีบแก้ตัวแม้เธอจะรับฟังหรือไม่ก็ตาม
“ตอนนี้ก็รู้แล้วนี่คะอยากจะบอกอะไรกับลูกของคนที่ท่านฆ่ารึเปล่า แต่ข้าไม่ขอเป็คำขอโทษนะคะ”เธอยิ้มกว้างแต่แววตาเต็มไปด้วยอารมณ์
“ข้าจะไม่ขอให้เ้ายกโทษให้แต่ข้าอยากให้เ้าเข้าใจ ทั้งพ่อเ้าและก็ข้ารวมถึงเหล่าทหารที่ออกรบทุกคนล้วนเตรียมใจและเดิมพันชีวิตของตนเอง...”
“ข้ารู้ค่ะ”อ้ายซินตัดบทไม่ยอมให้เขาพูดต่อ “การสูญเสียกับามันเป็ของคู่กันข้ารู้ว่าตนเองกำลังิ่เกียรติของท่านพ่อที่ก้าวเข้าสู่สนามรบอย่างเต็มภาคภูมิแต่ส่วนลึกในใจของข้าก็ไม่อาจยกโทษให้กับคนที่พรากคนสำคัญของข้าไปได้”เด็กสาวกลั้นสะอื้น ทั้งที่ก่อนหน้าเธออยากจะร้องไห้แทบตายแต่น้ำตาก็ไม่ยอมไหลทว่าคราวนี้มันกำลังสู้รบเพื่อให้ได้พรั่งพรูออกมา
“ข้ายอมให้เ้าทุบตีถ้ามันจะช่วยให้เ้ารู้สึกดีขึ้น”
“แล้วข้าต้องไปรับโทษทางวินัยรึเปล่าคะ”เธอสวนกลับน้ำเสียงแข็งกร้าว
“ถ้าเป็ไปได้ก็ช่วยเลี่ยงที่ใบหน้าจะได้ไม่มีใครสังเกตเห็น”เขาพูดติดตลกหวังว่าจะทำให้อีกฝ่ายผ่อนคลายลง “ข้าเข้าไปใกล้เ้าได้มั้ย”
“ช่วยไปให้ไกลจากสายตาข้าจะดีกว่าค่ะท่านแม่ทัพ”
“ข้าหวังว่าเ้าจะเรียกข้าว่าพี่อี้หลงเหมือนเดิม”
“หลังจากที่ข้ารู้ว่าท่านเป็ใครท่านคิดว่าข้ายังจะมองท่านแบบเดิมได้สนิทใจหรือคะ”เธอย้อนถามอย่างประชดประชัน
“นั่นสินะ...ตอนนี้เ้าคงอยากให้แม่ทัพหวนฉีมาปรากฏตัวอยู่ตรงหน้ามากกว่าข้าที่เป็ศัตรูข้านี่ช่างเลือกเวลาได้ไม่ถูกจริงๆ”
“เฮอะจะท่านหรือเขาก็ไม่ต่างกันหรอกไม่มีใครสักคนที่จริงใจกับข้านอกจากพวกท่านพี่ถิงเซียวข้าตัดสินใจพลาดเองถึงต้องมาจมปลักในวังวนบ้าๆ นี้”ประโยคท้ายเหมือนเธอพูดกับตัวเองเสียมากกว่าทว่ามันดังพอจะทำให้เขาสนใจจนต้องเอ่ยถามออกมา
“ข้าอาจจะเสียมารยาทที่ถามแต่ข้ารู้สึกประหลาดใจที่เ้าแต่งงานกับแม่ทัพหวนฉีคนนั้น”
“ท่านกำลังก้าวก่ายเื่ส่วนตัวของข้านะคะ”เธอสวนกลับทำเอาเขาสะอึกในคำถามอันไม่สมควรของตนเอง “มันก็คงแค่่เวลาสั้นๆเท่านั้นแหละค่ะ เพราะอย่างไรข้ากับเขาก็คงเดินไปด้วยกันไม่ได้หรอก”รอยยิ้มจางที่ดูอ่อนล้าทำให้คนมองอยากจะยื่นมือเข้าไปกอดปลอบประโลมทำได้แค่เพียงห่วงใยอยู่ห่างๆ
“ข้าอยากอยู่เงียบๆคนเดียว หากท่านจะช่วยกรุณาออกไปให้พ้นสายตาของข้าจะดีมากเลยค่ะ”เธอตัดรอนเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มกำลังรุกล้ำเข้ามาใกล้
“ข้าขอย้ำอีกครั้งว่าข้าไม่ได้มีเจตนาจะปิดบังหรือโกหกใดๆกับเ้า ข้าหวังว่าเราจะสามารถกลับมาพูดคุยกันได้เป็ปกติ”
“ไม่คาดหวังก็จะไม่เ็ปหากผิดหวัง...คือหนึ่งในคำกล่าวที่ข้าชอบมากค่ะเหมือนกับความรู้สึกของข้าในตอนนี้” เธอไม่แม้แต่จะมองหน้าเขาอีกชายหนุ่มโค้งให้น้อยๆ ก่อนจะเดินจากไป
ทั้งที่สถานที่ตั้งค่ายไม่ได้ซับซ้อนหรือรกชันจนยากที่จะค้นหาใครสักคนแต่หวนฉีกลับไม่พบอ้ายซินอยู่ ณ ที่แห่งใดเลย ราวกับว่าเด็กสาวได้หายออกไปจากค่ายถึงกระนั้นเหล่าทหารยามก็ยืนยันว่าไม่เห็นเธอควบม้าผ่านออกไปเพราะไม่มีทางที่เ้าหล่อนจะทิ้งม้าคู่ใจของตนเองแน่นอนแล้วเธอไปอยู่ที่ไหนกันล่ะ? แม้จะไม่แสดงออกอย่างชัดเจนแต่เกาชุนก็รับรู้ได้ว่าแม่ทัพของตนกำลังร้อนใจเพียงใดเขาเกรี้ยวกราดใส่หม่าเฉาซึ่งเป็ผู้พบเห็นอ้ายซินเป็คนสุดท้ายทว่ากลับตอบไม่ได้ว่าเธออยู่ที่ไหน
ประเด็นที่ว่าเธออาจจะอยู่ที่ค่ายของทัพเว่ยเป็อันถูกตีตกไปเพราะรู้กันดีกว่าหลงหวนคือผู้ที่สังหารพ่อของเธอ
“เ้าไม่รู้จริงๆหรือว่านายหญิงอยู่ไหน” เกาชุนถามหม่าเฉาอย่างมีความหวัง อีกฝ่ายส่ายหน้า
“แต่นางเปรยว่าอยากจะกลับม้าของนางยังอยู่อาจจะกำลังเตรียมตัวเดินทางตอนกลางคืนก็ได้”การบอกเล่าของหม่าเฉาทำให้หวนฉีหันมามองเขาอย่างใจจดใจจ่อ
“เ้าหมายความว่าอย่างไรทำไมนางถึงอยากจะกลับ”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันเหมือนนางจะอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ท่านพอจะทราบสาเหตุรึเปล่าละครับ”หม่าเฉาถามกลับอย่างอวดดีทำเอาเกาชุนแทบอยากจะเอามือบีบปากคนพูดเสียเหลือเกิน
หม่าเฉาไม่เคยเกรงกลัวหวนฉีถึงจะให้ความเคารพนับถือแต่ก็ไม่ได้ยอมศิโรราบให้
“ใครจะไปรู้ล่ะอารมณ์ของนางแปรปรวนเป็ปกติ”
“นั่นก็เฉพาะกับท่านไม่ใช่หรือ”หมัดฮุกครั้งใหม่ที่เกาชุนปิดการรับรู้ของตนเอง เขาไม่ควรจะมายืนโง่ๆ ตรงนี้เลย
ก่านหนิงเขยิบเข้าไปประชิดตัวเกาชุนก่อนจะเหยียบเท้าเขาแรงๆเพื่อให้เขาเผชิญชะตากรรมร่วมกัน
“เ้าจะบอกว่าข้าทำให้นางไม่พอใจจนอยากจะกลับบ้านสินะ”หวนฉีว่าเสียงเรียบแต่เต็มไปด้วยความคุกรุ่น
“ท่านบอกเองว่านางเป็คนอารมณ์แปรปรวนครั้งนี้ก็อาจจะไม่ต่างกัน” หม่าเฉาเผยอยิ้มเขาเป็คนเดียวที่หวนฉีรู้สึกได้ว่าไม่มีความจงรักภักดีอย่างน่ายบ่าวเฉกเช่นคนอื่น
“ออกไปซะ”คำกล่าวไล่ที่ไม่ได้หมายถึงคนเพียงคนเดียว แต่รวมถึงทุกคน ณ ที่แห่งนี้พวกเขาเลือกที่จะปลีกตัวออกห่างอย่างเงียบๆ หม่าเฉาเป็คนสุดท้ายที่ยังคงยืนอยู่“ข้าบอกให้ออกไป” หวนฉีเน้นย้ำอีกครั้ง
“ถึงจะเข้มแข็งแค่ไหนนางก็ยังเป็เพียงเด็กสาวอายุ 16 ปี สามัญสำนึกของท่านหรือข้าคงใช้กับนางไม่ได้”จบคำพูดโดยไม่รอให้อีกฝ่ายได้ตอบโต้ หม่าเฉาโค้งให้หวนฉีก่อนจะเดินจากไปเขาได้แต่หวังว่าคำพูดของตนจะเตือนสติแม่ทัพหนุ่มได้แม้จะเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งก็ตาม
เริ่มค่ำแล้วสินะ...อากาศค่อนข้างเย็นแฮะแต่วิวดีจริงๆ
“คิดจะอยู่บนนั้นไปจนถึงเมื่อไหร่ล่ะ”หม่าเฉาส่งเสียงเรียกสติขณะที่เขายืนกอดอกพิงต้นไม้ใหญ่“ข้าต้องลำบากแค่ไหนที่ต้องโกหกหัวหน้ารู้บ้างหรือเปล่า”
“หลี่อ้ายซินต้องขอขอบพระคุณท่านหม่าเฉาเป็อย่างมากนะคะ”เธอพูดพร้อมหัวเราะน้อยๆ “บนนี้ทิวทัศน์ดีมากเลยค่ะ แม้จะเริ่มไม่เห็นอะไรแล้วก็ตาม”
“อากาศเริ่มเย็นลงเ้าควรจะรีบกลับกระโจมได้แล้ว”
“ขอโทษที่ทำให้ท่านลำบากแล้วก็ขอบคุณนะคะที่ช่วยข้าข้ารู้สึกดีขึ้นมากแล้ว”อ้ายซินก้มมองชายหนุ่มที่ยืนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่เธอปีนขึ้นมานั่งรับลมชมวิวหม่าเฉาพยายามจะไม่ให้ใครมาค้นหาตรงนี้โดยการโกหกว่ากองของเขาได้คนหาบริเวณดังกล่าวเรียบร้อยแล้ว
“ั้แ่รู้จักกับเ้าข้าก็มีเื่เฉียดตายกับหัวหน้าจนนับครั้งไม่ได้”หม่าเฉาได้ทีแขวะเด็กสาวอย่างขำขัน เธอนิ่งเงียบชั่วครู่ก่อนจะตอบโต้เขา
“ท่านไม่ต้องห่วงหรอกค่ะเวลาที่ท่านจะเอาชีวิตไปเสี่ยงแบบนี้คงอีกไม่นานหรอก”คำกล่าวอย่างใจหายพร้อมรอยยิ้มฝืนๆ ของเธอทำให้ชายหนุ่มชะงัก“ว่าแต่ช่วยรับข้าทีได้มั้ยคะ” มองหาลู่ทางลงที่ง่ายที่สุด ครั้นจะค่อยๆปีนลงคงเสียเวลาจึงได้ขอร้องอีกฝ่ายอย่างมีความหวัง
หม่าเฉาผละออกมายืนมองเด็กสาวก่อนจะอ้าแขนทั้งสองข้างเด็กสาวโถมตัวลงไปหาเขาด้วยความรวดเร็ว
“อายุข้าคงได้สั้นลงแน่ถ้าหัวหน้ามาเห็น”หม่าเฉาบ่นเบาๆ แล้วปล่อยเด็กสาวลง
“ขอบคุณค่ะ”
“ตอนนี้หัวหน้าคงกำลังกินมื้อเย็นกับแม่ทัพหลงหวนพวกทหารยังคงได้รับคำสั่งให้ตามหาเ้าอยู่ จะเอายังไงล่ะ”
งานเข้าแล้วสิเราไม่ได้คิดถึงเื่นี้เลย ขืนปรากฏตัวไปคงเด่นเป็สง่าแน่ๆอยากได้ผ้าคลุมล่องหนจริงๆ ซะแล้วสิ
“ถ้าบอกว่าท่านหาเข้าเจอ...”
“ไม่มีทางหัวหน้าสงสัยในตัวข้าอยู่แล้วขืนข้าปรากฏตัวไปพร้อมเ้าเขาต้องคิดว่าข้าพาเ้าไปซ่อนแน่นอน”เพราะเป็ความจริงที่ไม่อาจเถียงได้ เธอคงต้องพยายามทำตัวให้ปกติที่สุดในการกลับไปยังที่พักในเมื่อตอนนี้พวกเขากำลังให้การต้อนรับแม่ทัพแห่งเว่ยเธอจึงไม่น่าจะเป็จุดสนใจเสียเท่าไหร่
“อวยพรให้ข้าโชคดีด้วยก็แล้วกันนะคะ”
มื้อเย็นต้อนรับแม่ทัพจากแคว้นเว่ยเต็มไปด้วยอาหารนานาชนิดระรานตาสุราเลิศรสถูกตระเตรียมและบริการด้วยหญิงสาวนางโลมประจำทัพหลงหวนมาพร้อมกับผู้ติดตามอีก 4 คนซึ่งเป็รองแม่ทัพ และกุนซือประจำตัวพวกเขาดูเงอะงะกับการที่มีผู้หญิงมากมายอยู่ในทัพ
“หวังว่าคงจะถูกปากพวกท่านนะ”หวนฉียกจอกเหล้าขึ้นดื่ม ทว่าคำกล่าวของหลงหวนทำให้เขาหยุดกึก
“ภรรยาของท่านล่ะ”
“ดูท่านจะสนใจนางจังเลยนะ”คนสูงวัยกว่ามองจ้องคนอ่อนวัยที่ปะทะสายตาอย่างไม่เกรงกลัวเกาชุนมองเห็นเค้าลางความบรรลัยอยู่กลายๆ จึงรีบขัดบทสนทนา
“นายหญิงไม่ค่อยสบายจึงขอตัวไปพักครับ”
“แล้วนางเป็อย่างไรบ้าง”ถามด้วยความเป็ห่วงชัดเจนจนกุนซือหนุ่มที่นั่งใกล้สุดต้องรีบใช้ปลายเท้าสะกิดขาของอีกฝ่ายเกาชุนไม่คิดว่าตนเองจะเดินหมากผิดเสียนี่
“หวังว่านางจะหายดีในเร็ววันนะครับ”กุนซือหนุ่มชิงตอบก่อนเพื่อไม่ให้แม่ทัพของเขาได้พูดอะไรอีก เกาชุนส่งยิ้มแข็งทื่อเขาทั้งคู่ทำงานหนักเสียเหลือเกิน
หลงหวนลอบมองนางโลมที่คอยเอาอกเอาใจรินเหล้าให้หวนฉีบางครั้งหญิงสาวก็แสดงออกอย่างใกล้ชิดจนเกินงามทั้งการลูบที่ไหล่ของชายหนุ่มหรือเบียดตัวเข้าไปใกล้ช่างรู้สึกขัดตาเขาจนแทบอยากจะะโออกมา ทำไมเด็กสาวถึงได้แต่งงานกับผู้ชายที่ไม่ให้เกียรติเธอแบบนี้
“หัวหน้าครับ”ทหารนายหนึ่งหน้าตาตื่นพรวดเข้ามา เขาชะงักเมื่อทุกสายตาหันมาจับจ้อง
“มันเสียมารยาทนะ”เกาชุนตำหนิเสียงเข้ม
“ข้ามีเื่จะแจ้งครับ”เขาลังเลไม่รู้ว่าควรจะพูดดีหรือไม่
“มีอะไร”หวนฉีถามสั้นๆ ทหารหนุ่มเคลื่อนกายเข้าไปใกล้ผู้เป็นายก่อนจะกระซิบเสียงเบาที่มีเพียงเขาทั้งคู่ได้ยิน
สีหน้าของหวนฉีกระตุกเล็กน้อยเกาชุนไม่พลาดที่จะสังเกตเห็นกุนซือวัยกลางคนเดาได้ทันทีว่าพลทหารรายงานเื่อะไรกับหวนฉี
เมื่อเห็นหลงหวนมองอยู่หวนฉีที่พึ่งจะโบกมือไล่ทหารให้ออกไปก็พูดขึ้น
“แค่เื่ไร้สาระนิดหน่อยท่านอย่าได้สนใจ” เขาตัดบทเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายได้ซักถามอะไร “ดื่มกันต่อเถอะ”จบคำพูดก็ยกจอกเหล้าชูขึ้นเป็การเชิญชวนอีกฝ่ายที่ชูตอบรับเช่นกัน
พระจันทร์สวยแฮะ...ทำเอานึกถึงเพลงๆหนึ่งเลย ไอ้ครั้นจะร้องออกมาเสียงของเราก็เพราะดั่งกระบือแท้งบุตรซะด้วยคงได้ใหลอนกันไปตามๆ กันแน่
“จันทร์...เอ๋ยจันทร์...เด่นฟ้า....จะมีน้ำตา...ฉันบ้างมั้ย”อ้ายซินเสียงเครือจนบางประโยคเบาบางจนขาดห้วงเธอนั่งแหงนหน้ามองพระจันทร์บนหินก้อนใหญ่ห่างออกไปไม่ไกลจากกระโจม “...มันช่างห่างไกลแสนไกลไม่รู้...หัวใจ...จะเต็มดวง”
“เป็เพลงที่แปลกดีนะ”เสียงทักจากเื้ัทำเอาอ้ายซินสะดุ้ง แต่เธอไม่คิดจะหันกลับไปมอง“เ้าหายไปไหนมาทั้งวัน พวกทหารต้องตามหาเ้าจนวุ่นวายกันไปหมด”
เฮอะ...ไม่ได้ขอให้ตามซะหน่อย
เด็กสาวนิ่งเงียบไม่ตอบราวกับเธอเป็อากาศธาตุที่ไม่มีตัวตน
“เ้ากำลังเล่นอะไรอยู่ไม่รู้รึไงว่าทำให้คนอื่นเดือดร้อนกันไปหมด”
คำก็ทำให้วุ่นวายสองคำก็ทำให้เดือดร้อน...ไม่เถียง
“อ้ายซิน”หวนฉีเรียกเสียงเข้ม เขาเดินไปหยุดยืนประจันหน้ากับเด็กสาวที่มีสีหน้านิ่งเรียบว่างเปล่าจนเขาจับสังเกตได้“เ้าเป็อะไร”
“เป็หลี่อ้ายซินค่ะ”เธอไม่มองเขา แต่ดวงตาเหม่อลอยไม่ได้จดจ่อกับสิ่งใดเป็พิเศษ “ท่านมีธุระอะไรหรือเปล่าคะถ้าไม่มีข้าขออยู่เงียบๆ คนเดียวนะคะ”
“เ้าควรจะตอบคำถามในขณะที่ข้ายังพูดดีด้วย”หวนฉีเริ่มจะไม่สบอารมณ์กับท่าทีของอีกฝ่าย อ้ายซินถอนหายใจคราวนี้เธอจับจ้องมองที่ใบหน้าของเขาแล้วพูดขึ้น
“ข้าไม่มีอะไรจะพูดค่ะท่านแม่ทัพข้าจะซาบซึ้งมากถ้าท่านปล่อยข้าไว้คนเดียว” เธอยิ้มบาง เป็รอยยิ้มที่ฝืนชัดเจน
“ดูท่าจะไม่ใช่แค่เื่ของแม่ทัพหลงหวนอย่างเดียวเ้าไม่พอใจข้าด้วยสินะ” คำถามลูกตรงของหวนฉีที่ทำให้แววตาของเด็กสาวไหววูบ
“ข้าไม่มีสิทธิ์ไม่พอใจอะไรท่านหรอกค่ะข้าอยากอยู่เงียบๆ คนเดียวจริงๆ” เธอส่งยิ้มกว้างกว่าเดิมให้
“หลี่อ้ายซินเ้าจะไม่พูดใช่มั้ย” น้ำเสียงของหวนฉีทุ้มต่ำลงแสดงออกถึงความไม่พอใจ เขาไม่อยากจะต้องมาเดาใจหรือรองรับอารมณ์ของเด็กสาว“คิดว่าเอาแต่ใจแล้วข้าจะปล่อยผ่านตลอดงั้นหรือถ้าจะเรียกร้องความสนใจก็ไปใช้กับคนอื่นไม่ใช่กับข้า”
อ้ายซินนิ่งอึ้งกับคำกล่าวที่พล่ามยาวของเขาเธอกัดริมฝีปากที่กำลังสั่นน้อยๆ อย่างคนพยายามสะกดอารมณ์
“ค่ะ”คำพูดเพียงคำเดียวที่สามารถหลุดรอดออกมาจากเรียวปากระเรื่อเด็กสาวลุกขึ้นยืนก่อนจะโค้งน้อยๆให้เขาแล้วออกเดินกลับไปทางกระโจมที่พักโดยที่หวนฉีไม่คิดจะเรียกหยุดหรือตามเธอไป