81.จอมมารถูกเล่นงาน!
เฟยหานตงขณะจะวิ่งตามร่างของจิ้งจอกขาวไปนั้น จู่ๆกลับถูกเยี่ยนเฟยคว้าแขนเอาไว้
“ปล่อย!”เฟยหานตงตะคอกด้วยความไม่พอใจขณะขึงตาใส่เยี่ยนเฟยด้วยความเกลียดชัง สะบัดแขนอย่างแรงออกจากมือเยี่ยนเฟย
“เจ้ายังต้องการอะไรอีกในเมื่อเจ้าจับนางยัดใส่ร่างเดิมไปแล้ว เจ้าได้นางคืนไปสมใจแล้วไม่ใช่หรือยังจะมาขวางทางข้าไม่ให้ไปช่วยนางสู้กับจอมมารอีกหรือ! หรือว่าเจ้าคิดจะร่วมมือกับจอมมารเล่นงานนาง!”เฟยหานตงหันไปกระชากคอเสื้อเยี่ยนเฟยด้วยความเกลียดชัง คาดคิดว่าเยี่ยนเฟยอาจคิดทำมากกว่าให้จิ้งจอกขาวฟื้นขึ้นมาบางทีอาจทำการล้างสมองนาง ให้นางหลงรักเยี่ยนเฟยไปตลอดกาลลืมเลือนเรื่องราวเลวร้ายในอดีตไปจนหมดสิ้น!
“ข้าไม่ควรช่วยเจ้าจากจิตมารเลยเจ้าคนชั่ว! รู้อย่างนี้ปล่อยให้เจ้าถูกจิตมารครอบงำกลายเป็นจอมมารคนต่อไป และสุดท้ายสวรรค์กำจัดเสียจะดีกว่า!”
ในอดีต เฟยหานตง เคยช่วย เยี่ยนเฟยเอาไว้จากการถูกจิตมารครอบงำโดยการจับคนผู้นี้ไปถ่วงแม่น้ำยมโลกอันเป็นสถานที่ซึ่งเต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งความตาย และความสิ้นหวังสถานที่โดดเดี่ยว ที่ทำให้เยี่ยนเฟยไม่มีโอกาสพบเจอผู้ใดและทำให้จิตมารไม่อาจสำแดงเดชครอบงำได้เต็มที่เนื่องจากจิตมารจำต้องอาศัยแรงอารมณ์ รัก โลก โกรธ หลง เพื่อครอบงำจิตใจ
ยมทูตขาวดำซึ่งกำลังไล่จับดวงวิญญาณอยู่นั้นพลันชะงักเมื่อได้ยินเรื่องนี้เข้าก่อนจะส่งกระแสจิตถามกัน ไปมา
‘อะไรยังไง สรุปว่าที่เยี่ยนเฟยผู้นี้ถูกจับถ่วงไว้ใต้ก้นแม่น้ำยมโลกเป็นเพราะขังเขาไว้ให้สู้กับจิตมารของตนหรือ’ยมทูตดำกล่าวขึ้น
‘ข้าว่าใช่แน่นอน ไม่อย่างนั้นเยี่ยนเฟยผู้นี้คงถูกจิตมารครอบงำไปนานแล้ว สุดท้ายก็จะต้องถูกสวรรค์กำจัด!’ยมทูตขาวกล่าว
‘แล้วจะช่วยเขาไปทำไม ศัตรูหัวใจถูกกำจัดไปไม่ดีหรือคนผู้นี้แย่งนางในดวงใจของเทพมังกรฟ้าเลยนะ!’ยมทูตดำกล่าว
ขณะที่ท่านพญายมทนฟังทั้งคู่เถียงกันไม่ไหวจึงกล่าวแทรกทางกระแสจิต ‘หากอยากรู้พวกเจ้าก็หุบปากเสียเงี่ยหูฟังว่าพวกเขาคุยอะไรกันจะดีกว่า’สุดท้ายยมทูตขาวดำจึงคอยเงี่ยหูฟังเรื่องราวอย่างตั้งใจ
เยี่ยนเฟยนิ่งเฉยกับทุกข้อกล่าวหาปล่อยให้อีกฝ่ายตะคอกใส่จนพอใจ และเมื่อเห็นอีกฝ่ายพูดจนพอใจ เขาจึงกล่าวขึ้น
“ต้องขอบคุณที่เจ้าช่วยข้าไว้”เยี่ยนเฟยกล่าวแม้ว่าตนไม่อยากได้ความช่วยเหลือจากคนผู้นี้ ทว่าตนก็ถูกช่วยไว้แล้ว... “หาไม่ข้าคงไม่มีโอกาสคืนชีพให้นาง”เยี่ยนเฟยกล่าวขอบคุณด้วยน้ำเสียงแข็งกระด้าง
เฟยหานตงได้ยินคำขอบคุณนั้นแล้วทำสีหน้าเย็นชาใส่ไม่รับคำขอบคุณนั้น...ถ้าไม่ใช่เพราะตนช่วยเยี่ยนเฟยไว้อีกฝ่ายคงไม่มีโอกาสทำเรื่องในวันนี้ลงไป “เจ้ามีเรื่องอะไรก็รีบพูดมา! อย่ามาทำเป็นมีมารยาทกล่าวคำขอบคุณที่ไม่ได้มาจากใจเจ้า!”
เยี่ยนเฟยทำสีหน้าเหนื่อยหน่ายใจซ้ำยังแสร้งถอนหายใจยาว คล้ายเอือมระอาต่อท่าทางใจร้อนของเฟยหานตง ก่อนจะกล่าว
“ความจริงการคืนชีพของจิ้งจอกขาวคือข้อตกลงของข้ากับจอมมาร”
เฟยหานตงพลันหรี่ตามองเยี่ยนเฟยคล้ายนักล่าจ้องเหยื่อ พร้อมจะขย้ำอีกฝ่ายทันที “ข้อตกลงอะไร”
“ข้อตกลงของข้าคือการที่ข้าได้นางคืนมา ภายใต้การสนับสนุนของจอมมารในการรวบรวมดวงวิญญาณรวมทั้งพลังในการควบคุมค่ายกลเพื่อส่งดวงวิญญาณของนางคืนชีพสู้ร่างเดิมหากว่าข้าหาดวงวิญญาณของนางพบ ภายใต้เงื่อนไขที่ว่านางต้องถูกค่ายกลสูบพลังเทพจนหมดสิ้น! ซึ่งค่ายกลนั้นก็อยู่บนลานประลองที่นางกำลังพุ่งไปจัดการกับจอมมารนั่นเอง!”
เฟยหานตงได้ยินดังนั้นสองตาแดงก่ำด้วยความเกลียดชัง กระชากคอเสื้อเยี่ยนเฟย พลังมังกรฟ้าพลันแผ่พลุ่งพล่านรอบตัวสร้างแรงกดดันมหาศาล จนทุกคนในถ้ำพากันขมวดคิ้ว คอเสื้อที่เฟยหานตงจับอยู่ในมือถึงกับลุกไหม้เพราะพลังของมังกรฟ้าที่กำลังพลุ่งพล่าน
เฟยหานตงง้างหมัดจะชกปากคนพูดหากไม่ได้ยินประโยคถัดมา
“แต่ว่า...ข้าไม่ได้คิดจะทำเช่นนั้น...”เยี่ยนเฟยกล่าวขณะตบไฟบนคอเสื้อให้ดับลง ด้วยความใจเย็น
“ข้าคิดจะช่วยนางกำจัดจอมมาร!!!”
ทุกคนในถ้ำต่างจ้องเยี่ยนเฟยเหมือนตัวประหลาด
‘กำจัดจอมมารรึ!...’ทุกคนต่างคิดด้วยความตกตะลึง
“เพราะอะไร”เฟยหานตงถามขณะยังคงไม่ไว้วางใจคนผู้นี้ถึงอย่างไรเยี่ยนเฟยก็เป็นคนทำให้ไป๋หลง ต้องถูกค่ายกลเล่นงานจนเข้าสู่ร่างจิ้งจอกเก้าหาง
“เพื่อกำจัดคนชั่วที่ทำให้มารดาข้า ต้องเสื่อมเกียรติแห่งเทพ ทำให้นางตรอมใจตายทำให้ข้าต้องเกิดมาเป็นครึ่งมาร ครึ่งเทพ ถูกทั้งเทพและมารรังเกียจ... มันเลี้ยงดูข้าเหมือนสัตว์เลี้ยงตนหนึ่ง!!!”แววตาของเยี่ยนเฟยแดงฉานด้วยความเคียดแค้นไอดำทมิฬแห่งจิตมารพลันแผ่ลุกลาม เปลี่ยนเส้นเลือดทั่วร่างมนุษย์ให้กลายเป็นสีดำน่าสยดสยองตามลำคอ ใบหน้าเลือนเต็มไปด้วยเส้นสีดำน่ารังเกียจ
“จอมมารจะต้องดับสูญคราวนี้ข้าจะไม่ให้โอกาสมันได้คืนชีพอีกครั้ง!!!” เสียงของเยี่ยนเฟยแผดก้องไปทั่วทั้งถ้ำด้วยความเคียดแค้นชิงชังที่อัดแน่นอยู่ภายในใจ
ภาพเหตุการณ์ที่มารดาถูกตบตี ย่ำยีขืนใจต่อหน้า ครั้งแล้วครั้งเล่าฝังแน่นอยู่ในใจภาพที่ตนถูกเลี้ยงดูเยี่ยงสุนัข ถูกปล่อยทิ้งกลางป่า ให้ถูกเหล่าสัตว์อสูรและมารตบตีเล่นจนเลือดท่วมร่าง ถูกทรมาน ภาพที่ตนกลายเป็นมือสังหารเป็นหมาล่าเหยื่อให้จอมมาร แม้แต่บรรดาพี่น้องส่วนใหญ่ ยังรังแกตนทั้งต่อหน้าและลับหลัง ที่เลวร้ายกว่านั้นพี่น้องยังส่งคนมาสังหารตนครั้งแล้วครั้งเล่า
ความเคียดแค้นมากมายปะทุขึ้นในใจของเยี่ยนเฟยกระตุ้นจิตมารแผ่กลิ่นอายออกจากร่างสร้างความอึดอัดให้แก่เหล่าเทพที่ไม่ถูกกับรัศมีมารเป็นอย่างมาก
เฟยหานตงยืนมองคนตรงหน้าด้วยสายตาเย็นชา“หากเจ้าไม่ควบคุมสติ สุดท้ายเจ้าก็จะถูกจิตมารกลืนกินเหมือนบิดาเจ้า ”
เยี่ยนเฟยเมื่อได้ยินว่าตนจะกลายเป็นคนชั่วช้าเหมือนบิดาพลันกำมือแน่น ใช้เล็บจิกฝ่ามือตัวเองจนเลือดไหลหยดลงบนพื้นเพื่อเรียกสติตัวเองกลับมา และพยายามอดทน ข่มกลั้นต่อความเคียดแค้นที่ตนเผชิญมาบอกตัวเองว่าให้อดทนอีกนิด ในไม่ช้าจอมมารก็จะถูกทำลาย
เยี่ยนเฟยหลับตาลงตั้งสมาธิพยายามเรียกสติให้กลับคืนมาอยู่ครู่นึง ท่ามกลางความเงียบของถ้ำและเสียงเลือดของตนที่หยดลงบนพื้น
และเมื่อลืมตาขึ้นมาอีกครั้งดวงตาสีแดงเพลิงกลับมาเป็นสีดำ รวมทั้งเส้นเลือดที่กลายเป็นสีดำค่อยๆเลือนลงเห็นเพียงรางๆ ขณะกลิ่นอายจิตมารเจือจางลงจนแทบไม่อาจสัมผัสถึงได้
“เจ้าจะกำจัดจอมมารด้วยวิธีใด”เฟยหานตงกล่าว
ทว่าคนตอบกลับไม่ใช่เยี่ยนเฟยแต่เป็นเสียงที่ดังขึ้นจากอีกฟากของถ้ำ ซึ่งดังมาจากกลุ่มจิ้งจอกเก้าหางที่ช่วยเยี่ยนเฟยสร้างค่ายกลคืนชีพให้จิ้งจอกขาว
“พวกข้าจะจัดการทุกอย่างเอง”คนกล่าวว่าพลางชูไม้เท้าล้อมกันเป็นวงกลม คล้ายเตรียมตัวทำพิธีบางอย่าง หรือบางทีอาจจะเป็น... ‘ค่ายกล’
ณ ลานประลองบนหน้าผา
จอมมารกวาดตามองรอบๆตัว เพื่อหาเหยื่อที่ตนจะเล่นสนุกด้วยสุดท้ายจึงมาหยุดอยู่ที่เจ้าจิ้งจอกเงินรูปงาม นามเสี่ยวไป๋
‘งามไส้แล้วไง!’เจ้าเสี่ยวไป๋คิดในใจเมื่อเห็นจอมมารย่างเท้าเข้ามาหาตน มันมองซ้ายมองขวา หาทางหนี ตัดสินใจวิ่งออกหากเสี่ยวเมิ่งและเหล่ามนุษย์หลอกล่อจอมมารให้มาเล่นงานตน พร้อมกับตะโกนยั่วยุจอมมาร
“ตาแก่จอมมารเจ้าตกหลุมรักข้าหรืออย่างไร ถึงได้ตามเล่นงานข้าตลอด เจ้าเป็นพวกชายรักชายใช่หรือไม่!”เสี่ยวไป๋ยั่วโทสะจอมมารขณะเห็นจอมมารยืนจ้องตนด้วยแววตาอาฆาต ดวงตาแดงก่ำ พลังสีดำรอบๆร่างเต้นระริกๆพลังกดดันแผ่พลุ่งพล่านจนเสี่ยวไป๋หายใจไม่ค่อยออก
เมื่อเห็นดังนั้นเสี่ยวไป๋พลันรู้สึกขนหัวลุก กลืนน้ำด้วยความสยองทว่ามันก็ยังคงพยายามบังคับให้สีหน้าท่าทางของมันดูกวนประสาทท้าทายจอมมารเข้าไว้เพื่อไม่ให้จอมมารได้ใจ รับรู้ได้ว่ามันกำลังกลัว
แต่ครั้งนี้จอมมารไม่ได้วิ่งตามเสี่ยวไป๋เพื่อจะฆ่ามันจอมมารกลับยืนแสยะยิ้ม ปล่อยให้เจ้าโง่เสี่ยวไป๋วิ่งหนีไป ก่อนจะปล่อยเส้นพลังสีดำพุ่งออกไปหาเสี่ยวไป๋...
“เสี่ยวไป๋ระวัง!”เสี่ยวเมิ่งตะโกนด้วยความตกใจ ขณะจะพุ่งเข้าไปช่วยทว่ากลับถูกสมุนจอมมารพุ่งโจมตี รุมล้อมขวางไว้ฝูงใหญ่หนำซ้ำพวกมันยังจงใจหาช่องโหว่ เล่นงานมนุษย์ที่อยู่ด้านหลังเสี่ยวเมิ่งด้วยทำให้นางไม่อาจเข้าไปช่วยเสี่ยวไป๋ได้
เสี่ยวไป๋ได้ยินดังนั้นจึงหันกลับไปมองแต่ทว่า...สายไปแล้ว มันถูกเส้นสีดำอันเกิดจากพลังมารตวัดรัดคอเข้าให้เสียแล้ว....
อ่า...มันลืมไปว่าจอมมารมีพลังเพิ่มขึ้นมหาศาลไม่จำเป็นต้องวิ่งไล่ตามมันอีกต่อไป แค่กระดิกนิ้ก็สังหารมันได้แล้ว!
“อึ่ก!”เสี่ยวไป๋พลันรู้สึกลำคอตีบตัน เจ็บแน่น หายใจไม่ออกก่อนจะถูกเส้นสีดำอีกหลายเส้นตรึงแขนขาเอาไว้กลางอากาศ
“เพี้ยะเพี้ยะ!”เส้นพลังสีดำตบหน้าเสี่ยวไป๋จนหน้าสะบัดตามแรง ทิ้งรอยแผลลึกไว้บนหน้างามๆของมัน
“ฮ่าฮ่า ฮ่า”จอมมารหัวเราะอย่างอหังการ์ ชอบใจกับการเห็นสภาพของเจ้าเสี่ยวไป๋ที่ดีดดิ้นไปมาพยายามให้ตนหลุดจากพันธนาการที่รัด คอ แขน และขาของมันเอาไว้ ทว่ายิ่งดิ้นสีหน้าของเสี่ยวไป๋ยิ่่งซีดลงเรื่อยๆ เพราะถูก แส้รัดแรงขึ้นเรื่อยๆจนมันหายใจไม่ออก...
“เพี้ยะ เพี้ย!”แส้ยังคงสะบัดตบตีเจ้าเสี่ยวไป๋ครั้งแล้วครั้งเล่า ตามความต้องการของจอมมาร เพียงไม่นานเสี่ยวไป๋ก็ถูกตบจนเลือดอาบตัว
“ตูมตูม!”แส้สีดำสะบัดร่างเจ้าเสี่ยวไป๋ฟาดใส่พื้นครั้งแล้วครั้งเล่า จนพื้นจมเป็นหลุมลึก พื้นดินแตกกระจาย ฝุ่นปลิวว่อน
เสี่ยวไป๋ผู้ถูกรังแกพยายามไม่ร้องออกมาแม้จะถูกทรมานอย่างไรก็ตาม มันพบว่าตอนนี้เจ็บปวดไปทั่วทั้งร่างขณะที่หัวแตกเลือดไหลอาบใบหน้าขณะเดียวกันก็เริ่มรู้สึกหายใจลำบากขึ้นเรื่อยๆ จนตาแทบจะปิดลง
“ปล่อยเสี่ยวไป๋ของข้านะ!”เสี่ยวเมิ่งกรีดร้องด้วยความตกใจหลังจากกำจัดสมุนจอมมารที่วิ่งมาขวางหน้าได้จนหมด หวาดกลัวว่าเสี่ยวไป๋จะถูกสังหารขณะจะพุ่งตัวเข้าไปสู้กับจอมมาร เพื่อช่วยชีวิตเสี่ยวไป๋
“น่ารำคาญจริง นังจิ้งจอกแดง!”จอมมารหันมามองเสี่ยวเมิ่งขณะสาดพลังสีดำพุ่งเข้าใส่
“เปรี้ยง!”เสี่ยวเมิ่งกระโดดหลบลูกพลังนั้นได้ทัน ขณะคิดจะหันกลับต่อสู้กับจอมมารเหล่ามนุษย์พลันกรีดร้องด้วยความตกใจ เมื่อพบว่ามนุษย์ด้วยกันหันมาไล่ฆ่าฟันกันเอง...ที่แท้เมื่อครู่คือมนต์ดำควบคุมจิตใจที่จอมมารโยนใส่อากาศเพื่อควบคุมจิตใจมนุษย์ไม่ใช่พลังที่จะโจมตีเสี่ยวเมิ่งโดยตรง
เสี่ยวเมิ่งยืนนิ่งค้างด้วยความสับสนมองไปทางเหล่ามนุษย์และเสี่ยวไป๋ ด้วยตัดสินใจไม่ถูกว่าควร สกัดกั้นอาคมที่ควบคุมมนุษย์ให้ฆ่าฟันกันเองหรือควรช่วยเสี่ยวไป๋ก่อนดี
จ้าวสำนักคุนหลุนและเหล่าเซียนต่างช่วยกันร่ายอาคมกำจัด มนต์ดำทว่ากลับถูกสมุนจอมมารตนแล้วตนเล่าคอยก่อกวน โจมตีพวกตนไม่หยุดทำให้ไม่มีเวลามากพอช่วยมนุษย์
“องค์หญิงเมิ่งท่านรีบมาช่วยมนุษย์เร็วเข้า พวกข้าถูกก่อกวนจนทำอะไรไม่ได้แล้ว!”จ้าวสำนักคุนหลุนตะโกนบอกเสี่ยวเมิ่งที่มัวแต่ยืนอึ้ง ทำอะไรไม่ถูก
เสี่ยวไป๋ที่ถูกรัดคอด้วยแส้สีดำพยายามส่ายหน้า แววตาบ่งบอกว่าไม่ต้องเข้าไปช่วยมัน ‘เจ้ารีบไปช่วยมนุษย์ เทพอย่างเรามีหน้าที่ปกป้องมนุษย์เจ้าไม่ต้องสนใจข้า’มันส่งเสียงบอกทางกระแสจิต
เสี่ยวเมิ่งน้ำตาคลอหน่วงร่ำไห้น้ำตานองหน้า เท้าอยากจะก้าวไปหาเสี่ยวไป๋ผู้ที่กำลังดิ้นรนด้วยความเจ็บปวดแต่จิตสำนึกแห่งความเป็นเทพ กลับร่ำร้องให้นางช่วยเหล่ามนุษย์
“เจ้าเลือกสิชีวิตคนรัก หรือเหล่ามนุษย์”จอมมารกล่าวเยาะเย้ยเสี่ยวเมิ่ง ด้วยความสนุกสนาน ขณะที่เส้นพลังสีดำเส้นหนึ่งจ่อเข้าที่หัวใจของเสี่ยวไป๋ดูก็รู้ว่าหมายจะทะลวงหัวใจของเจ้าเสี่ยวไป๋!
เสี่ยวไป๋ตัวแข็งทื่อหวาดกลัวความตาย สีหน้าแข็งค้าง
‘ฮือ ฮือ ไป๋หลงคนสวย จิ้งจอกขาวคนงาม เจ้าอยู่ไหน ได้โปรดรีบมาช่วยชีวิตน้อยๆของข้าด้วยข้ายังไม่ได้แต่งงานมีลูกเมีย ข้ายังไม่อยากตาย ฮือ ฮือ’เสี่ยวไป๋ร่ำไห้โอดครวญในใจส่งกระแสจิตหาไป๋หลงด้วยความสิ้นหวัง เนื่องจากไม่รู้ว่ากระแสจิตนี้จะส่งถึงนางได้หรือไม่หากว่านางกลายเป็นจิ้งจอกขาว ความเชื่อมโยงระหว่าง พันธสัญญาที่สัตว์อสูรทำกับมนุษย์อาจจะจบลงด้วย เมื่อ อีกฝ่ายไม่ใช่มนุษย์
‘เจ้าเป็นใครเหตุใดติดต่อข้าทางกระแสจิตได้...’เสียงหวานของสตรีที่เสี่ยวไป๋ไม่คุ้นเคยดังขึ้นในหัว
‘ฮือ ฮือ’เสี่ยวไป๋ร่ำไห้ด้วยความดีใจที่ติดต่อจิ้งจอกขาวได้‘เรื่องมันยาว ข้าเกรงว่าอาจจะตายก่อนเล่าจบ!’
‘ฮึ...เจ้าไม่ตายหรอกเด็กน้อย’เสียงหวานของสตรีตอบกลับด้วยน้ำเสียงคล้ายขบขัน
ขณะเดียวกันนั้นเสียงของเสี่ยวเมิ่งก็ดังขึ้น
“ม่ายยยย อย่าทำอะไรเสี่ยวไป๋ของข้า!”เสี่ยวเมิ่งไม่สนใจสิ่งใดพุ่งเข้าหาจอมมารหมายแลกชีวิตกับอีกฝ่าย ตัดสินใจละทิ้งทุกสิ่ง แม้กระทั่งจิตสำนึกเพื่อช่วยคนรักของตนขณะน้ำตานองหน้า
“ฮึ...”จอมมารหัวเราะเยาะในลำคอขณะสะบัดมือ เส้นพลังสีดำก็แทงลงบนอกของเสี่ยวไป ดังฉึก! ร่างเสี่ยวไป๋ถึงกับสะท้าน หัวใจถูกพลังสีดำกระชากออกมาจากอก
“ตุบตุบ ตุบ”หัวใจของเจ้าเสี่ยวไป๋เต้นกลางอากาศถูกแส้รัดเอาไว้
“แผละ!”ก่อนจะถูกบีบรัดจนหัวใจแตกกระจายขณะที่ร่างของมันถูกปล่อยทิ้ง ราวกับตุ๊กตาผ้าตัวหนึ่ง
“ม่ายยยยยยยยย”เสี่ยวเมิ่งกรีดร้องโหยหวนด้วยความสิ้นหวังใจจะขาดขณะพุ่งเข้าไปรับร่างไร้ชีวิตของเสี่ยวไป๋ได้ทันก่อนที่ร่างของเสี่ยวไป๋จะกระทบพื้น...
เสี่ยวเมิ่งกอด เสี่ยวไป๋ด้วยใจสลาย “ม่ายยยยยย”กรีดร้องด้วยความเจ็บปวดน้ำตาไหลนอง ที่ต้องสูญเสียคนที่ตนรักต่อหน้า
“ฮ่าฮ่า ฮ่า”จอมมารหัวเราะเยาะชอบใจ กับเรื่องที่เกิดขึ้น สีหน้ามีความสุขสนุกสนานที่ได้เห็นโศกนาฏกรรมนี้
ขณะที่เสี่ยวเมิ่งพลันโกรธจนเลือดขึ้นหน้าที่ถูกอีกฝ่ายเยาะเย้ย หมายจะเข้าสู้แลกชีวิตกับจอมมาร...
ทว่า...จู่ๆกลับได้ยินเสียงเสี่ยวไป๋ดังขึ้นในหัว‘เจ้าอย่าเข้าไป...ข้ายังไม่ตาย’
เสี่ยวเมิ่งตัวแข็งทื่อด้วยคิดว่าตนหูแว่ว ก้มมองหน้าอกของเสี่ยวไป๋ที่เป็นโพรงกลวงโบ๋เพราะถูกควักหัวใจด้วยความงุนงง
‘ถูกทำร้ายขนาดนี้จะไม่ตายได้อย่างไร?’เสี่ยวเมิ่งคิดในใจ
‘ข้ายังไม่ตายจริงๆ’เสียงเสี่ยวไป๋ยังคงดังขึ้นในหัว ทำให้เสี่ยวเมิ่งเริ่มเชื่อแล้วว่ามันยังไม่ตาย
‘เจ้าอย่ายิ้ม!’เสี่ยวไป๋ร้องเตือนทางกระแสจิต ‘ร้องไห้ต่อไปทำเหมือนว่าข้าตายแล้ว ปล่อยให้ตาเฒ่าจอมมารชะล่าใจต่อไปอีกเดี๋ยวตาเฒ่านั้นได้เจอดีแน่! จิ้งจอกขาวมาแล้ว!’
เสี่ยวเมิ่งพลันหุบยิ้มในทันทีเมื่อพบว่าตนเองกำลังยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆสุดท้ายพยายามปั้นสีหน้าเศร้าโศก ร่ำไห้ราวกับจะขาดใจ
“หือๆเสี่ยวไป๋”เสี่ยวเมิ่งแสร้งร้องไห้กอดเสี่ยวไป๋เอาไว้ ไม่สนใจฟ้าดินไม่สนใจสิ่งใดอีกต่อไป แม้กระทั่งจอมมารที่ก้าวเดินเข้ามาหาตนเรื่อยๆ
“เป็นอย่างไร...เสียใจจนไม่คิดจะแก้แค้นข้าเลยหรือ!”จอมมารเดินไปเยาะเย้ยอยู่ใกล้ๆเสี่ยวเมิ่งด้วยความสนุกสนาน
“ฮือฮือเสี่ยวไป๋ของข้า”เสี่ยวเมิ่งยังคงทำตัวคล้ายว่าโลกนี้มีแค่ตนกับเสี่ยวไป๋ที่ตายจากไปไม่สนใจสิ่งใดอีก
“ฮ่าฮ่า”จอมมารหัวเราะอย่างชอบใจ ขณะที่เสี่ยวเมิ่ง เริ่มจะโมโหจนเส้นประสาทเต้นตุบๆดีที่กอดเสี่ยวไป๋ ซ่อนสีหน้าโมโหเอาไว้
“ฮึ หัวเราะได้น่าเกลียดจริงๆ”จู่ๆ ก็มีเสียงสตรีดังขึ้นด้วยน้ำเสียงรังเกียจทำให้จอมมารขมวดคิ้วด้วยความพอใจ “ใคร!ใครมันบังอาจว่าข้า!”จอมมารกล่าวขณะกวาดตามองไปทั่วทว่ากลับพบว่าสีหน้าของคนที่มองมาล้วนแต่ทำสีหน้าหวาดกลัวหวั่นเกรงจอมมารไม่มีผู้ใดมีทีท่าจะด่าทอ หรือกล้างัดข้อกับจอมมาร
ในขณะที่จอมมารมองหาตัวคนที่กล้าด่าทอตนจู่ๆ “ผลุบ!”เจ้าเสี่ยวไป๋ที่นอนนิ่งอยู่พลันดีดตัวขึ้นมา
ผู้คนที่มองเหตุการณ์อยู่และเห็นเสี่ยวไป๋ตายพลันร้องฮือฮาด้วยความตกใจ ทำให้จอมมารหันกลับไปมองก็พบว่าเจ้าเสี่ยวไป๋ยังไม่ตาย
จอมมารยังทำสีหน้าประหลาดใจขณะกระโดดถอยห่างไปหลายก้าวด้วยความหวาดระแวงว่าเรื่องนี้ต้องมีอะไรบางอย่างซ่อนอยู่
“เจ้ายังไม่ตายรึ!”จอมมารถลึงตาใส่เจ้าเสี่ยวไป๋ก่อนจะพบว่า อกที่กลวงโบ๋ของเสี่ยวไป๋ ค่อยๆประสานกันกลับเป็นปกติอีกครั้งราวกับไม่เคยถูกควักหัวใจมาก่อน....
ขณะนั้นจู่ๆจอมมาร พลันรู้สึกได้ว่า พื้นดินร้อนวูบวาบขึ้นมาอย่างน่าประหลาด...
‘ความรู้สึกนี้ช่างคุ้นเคยนัก!’จอมมารคิดด้วยโทสะ เมื่อเดาว่าเกิดสิ่งใดขึ้น และเมื่อก้มดูปลายเท้ามันก็พบว่า พื้นดินแทบทุกหนทุกแห่งเต็มไปด้วยค่ายกลปราบมารขนาดใหญ่มหึมา ที่น่าจะกินพื้นที่ไปทั่วทั้งหุบเขา....
“นี่มันอะไรกัน!”จอมมารกัดฟันด้วยความเคียดแค้นที่ตนตกหลุมพรางเหล่าเซียนสุดท้ายทำให้ตนตกอยู่ท่ามกลางค่ายกลปราบมาร
“ภาพลวงตาอย่างไรเล่า!”น้ำเสียงหวานกังวานไปทั่วหุบเขาไพเราะจนชวนให้เคลิบเคลิ้มดังขึ้น ขณะที่แสงสีขาวปรากฏบนฟ้าขับไล่เงาดำทั้งปวงให้จางหาย
“อ๊ากกก”เสียงกรีดร้องของสมุนจอมมารดังขึ้นทั่วทุกหนทุกแห่งขณะที่แสงสีขาวนั้นสว่างวาบ ค่ายกลขนาดใหญ่เริ่มทำงาน อักขระสีทองลอยขึ้นจากค่ายกลวิ่งเข้าชนร่างของจิตมารจำนวนมหาศาล ให้แหลกสลายไปร่างแล้วร่างเล่า...
ขณะที่จอมมารหน้าซีดเผือดถูกค่ายกลตรึงร่างเอาไว้... ไม่แม้กระทั่งจะสามารถกระดิกนิ้วก้อยได้หนำซ้ำยังถูกค่ายกลกระชากให้คุกเข่าลงบนพื้น ต้อนรับการมาของเจ้าของเสียงที่ดังก้องหุบเขา
เมื่อแสงสีขาวเจิดจ้าสลายไป ร่างของจิ้งจอกขาวขนาดใหญ่ก็ปรากฏตัวบนฟ้ามนุษย์และเซียนต่างเหม่อมองด้วยความยำเกรง
“ไม่ได้พบกันเสียนาน”จิ้งจอกขาวแสยะยิ้มขณะมองจอมมารอย่างเยาะเย้ย“ผ่านไปแสนปี เจ้ากลับมาอีกครั้งพลังช่างอ่อนด้อยเหลือเกิน ถึงขั้นถูกภาพมายา ของเผ่าจิ้งจอกลวงตาเอาได้”
จอมมารถึงกับหน้าเขียวคล้ำที่ถูกตอกย้ำความผิดพลาดที่ทำลงไป
ณ เบื้องล่างหุบเขา ในถ้ำที่จิ้งจอกขาวถูกคืนชีพ
หลังจากที่เยี่ยนเฟยและเฟยหานตงจากถ้ำไปเพื่อช่วยเทพจิ้งจอกขาวสู้กับจอมมาร
ในถ้ำเหลือเพียงท่านพญายม และยมทูตขาวดำที่กำลังไล่จับดวงวิญญาณคนละทิศละทางเพื่อนำวิญญาณเหล่านี้กลับสู่วัฏจักรเวียนว่ายตายเกิด
“อ้าวเห้ย...ร่างมนุษย์ของเทพไป๋หลงหายไป!” ยมทูติดำที่ไล่จับวิญญาณอยู่ด้านหนึ่งของถ้ำร้องลั่นด้วยความตกใจ
ท่านพญายมราชที่กำลังไล่จับวิญญาณหันมองไป ก็พบว่าร่างมนุษย์ของเทพไป๋หลงหายไปจริงๆ คิ้วของท่านพญายมขมวดมุ่นด้วยสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ยังไม่ทันไรจู่ๆ ท่านยมราช ก็ได้ยินเสียงดังขึ้นอีกด้านของถ้ำ
“ไอ้หย๋าทางนี้ก็หายเหมือนกัน!”ยมทูตขาวร้องลั่นด้วยความตกใจ น้ำเสียงแกว่งเล็กน้อยคล้ายหวาดกลัว
เมื่อท่านพญายมราชหันไปมองคราวนี้ถึงกับสีหน้าแข็งค้างตกตะลึง เมื่อพบว่า มี่ถงหรือเทพมังกรดำที่ถูกสะกดให้หลับ ตอนนี้หายตัวไปแล้ว!
“คงไม่ใช่ว่า หลุดจากมนต์สะกดของเทพไป๋หลง ตอนที่เทพไป๋หลงเข้าร่างจิ้งจอกนะ!”ยมทูตดำกล่าวขณะ หายตัวมาปรากฏข้างยมทูตขาวทำท่าส่องซ้ายส่องขวาหาร่างของเทพเฮยหลง มังกรดำ
“....”ท่านพญายมราชได้ยินแล้วถึงกับนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะกล่าว
“บางทีเทพมังกรอาจจะดำตื่นแล้วหายนะก็กำลังจะมา....ส่วนร่างของเทพมนุษย์ของเทพนั้น...หากมังกรฟ้าหลันหลงทราบเรื่องเกรงว่า...หายนะก็จะมาเยือนเช่นกัน”
ยมทูตทั้งสองได้ยินดังนั้นพลันกลืนน้ำลายด้วยความสยองแค่เรื่องเทพเฮยหลงก็น่ากลัวจะแย่ ดันมีเรื่องร่างมนุษย์ของเทพไป๋หลงหายไปอีกเดี๋ยวเถอะถ้าเทพมังกรฟ้าหลันหลงรู้เรื่องเข้าคงได้อาละวาดอีกคนแน่
“ข้าน้อยว่าเรารีบเก็บดวงวิญญาณพวกนี้แล้วรีบเผ่นกลับจะดีกว่า!”ยมทูตขาวกล่าวเสนอความคิด
ท่านพญายมพยักหน้าอย่างเห็นด้วย“แค่สองเรื่องนี้ก็น่ากลัวยิ่งกว่าจอมมารอาละวาดแล้ว...”
อย่างน้อยจอมมารอาละวาดก็ต้องมีเทพสักองค์มาปราบจอมมาร ได้อย่างแน่นอนอย่างเช่นตอนนี้จิ้งจอกเก้าหางก็กำลังไปจัดการจอมมาร ทว่า เรื่องเทพมังกรดำหายไปและเทพมังกรฟ้าอาจจะอาละวาด... สองเทพมังกรนี้ ผู้ใดเล่าจะหาญกล้าไปหยุดพวกเขาขณะที่อาละวาดอยู่