แม่ทัพฟงรู้สึกหัวเสียเป็นอย่างมากที่มีคนกล้ามาท้าทายอำนาจของตน เพราะมันลงทุนลงแรงไว้เยอะกับกองโจรภูเขา พวกมันทุกคนล้วนเป็นอาชญากรร้ายแรงของทางการที่แม่ทัพฟงแอบช่วยเหลือพวกมันมาอย่างลับๆและเลี้ยงดูพวกมันเพื่อไว้เป็นมือเป็นเท้าไว้ใช้งานไม่ว่าจะเป็นงานในที่ลับหรืองานในที่แจ้งพวกมันล้วนตอบสนองความต้องการของแม่ทัพฟงได้เป็นอย่างดี
ทรัพยากรของแม่ทัพฟงมากกว่าครึ่งเกิดจากการปล้นของผู้สัญจรผ่านไปมาระหว่างเมืองหยกขาว มีผู้คนตั้งมากต่างก็สงสัยตัวมันนั้นดูแลแค่เมืองทางผ่านเล็กๆเงินเดือนของมันก็ไม่ได้มากมายอะไรนักแต่บริเวณแทบจะทั่วทั้งเมืองกับเป็นธุระกิจห้างร้านของมันทั้งนั้น
หลังจากที่แม่ทัพฟงทราบเรื่องราวเกี่ยวกับหัวหน้าโจรภูเขาด้วยความโมโหโทโส ตัวมันได้รวบรวมกำลังพลมากกว่า 100 นาย ควบม้าไปยังโรงเตี้ยม ที่กลุ่มพวกอู๋ซวงอยู่อย่างเต็มกำลังขบวนรถม้าของพวกมันนั้นเร่งรีบอย่างไร้เมตตาปราณี
ชาวบ้านที่เดินทางผ่านไปมาพวกมันต่างกระโดดหลบขบวนรถม้าแทบจะไม่ทันถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่ก็มีผู้คนนับสิบคนที่ถูกรถม้าชนจนล้มทับจนเสียชีวิต ถึงจะเป็นอย่างนั้นแต่ก็ไม่มีใครที่จะมีความกล้ามากพอที่จะแหกปากร้องด่าสาปแช่งพวกมันเต็มที่ก็ได้แค่ด่าหรือสาปแช่งพวกมันภายในใจเท่านั้นจนกระทั่งเวลาผ่านไปไม่นานกลุ่มของแม่ทัพฟงหยางก็ได้มาถึงโรงเตี้ยมที่กลุ่มของอู๋ซวงอยู่
ตู๊ม......เกิดเสียงทีบประตูดังสนั่น พร้อมทั้งเหล่าทหารมากมายนับ100คนที่ทำการปิดล้อมโรงเตี้ยมแห่งนี้
“ไอ้ระยำบัดสบตัวไหนกันที่เรียกตัวเองว่าเฒ่าแก่อู๋จงแสดงตัวกับข้ามาซ่ะวันนี้พวกเจ้าหนีไปไหนไปไม่รอดหลอก”
แม่ทัพฟงหยางโกรธจัดมันแหกปากดังลั่นเมื่อมันมาถึงผู้คนมากมายต่างก็รู้สึกให้ความสนใจกับเหตุการณ์ตรงหน้าพวกมันต่างก็อยากจะรู้เสียเหลือเกินว่าบุคคลเช่นไรถึงกับกล้าไปล่วงเกินแม่ทัพผู้ดูแลเมืองเช่นมันและพวกมันต่างก็ไว้อาลัยให้เฒ่าแก่อู๋ล่วงหน้า ชีวิตของมันคงจะจบสิ้นเสียแล้วมีเพียงแค่อู๋ซวงและกลุ่มพักพวกของมันเท่านั้นที่ยังคงใจเย็นอยู่ได้และสภาพการณ์ตรงหน้าก็ไม่ได้ดูน่ากลัวอะไร
“เป็นข้าเอง เจ้ามีธุระอันใดกันกับข้า”อู๋ซวงพูดด้วยน้ำเสียงอารมณ์ดี มันรู้ว่ากลุ่มคนตรงหน้าเป็นใครแววตาของเด็กหนุ่มเต็มไปด้วยความหยอกล้อหาได้มีความกลัวอยู่ภายในสายตาและน้ำเสียงของมันไม่
“เป็นพวกเจ้างั้นรึ กล้ามากนักนะที่กล้ามาทำร้ายคนของข้า”
แม่ทัพฟงโกรธจัดจนเลือดขึ้นหน้าในยามนี้นั้นตัวของมันสั่นทึ่มอยู่ตลอดเวลาเต็มไปด้วยความโกรธแค้นพวกเฒ่าแก่อู๋นั้นหยามมันมากนัก หยามถึงขนาดที่กล้าจับหัวหน้าโจรภูเขามาขายที่หอนางโลม มันเหมือนเป็นการเอามือและเท้าตบหน้าของมันอย่างรุนแรงไม่มีอะไรที่จะหยามกันได้ถึงขนาดนี้อีกแล้วถึงจะเป็นอย่างนั้นในยามนี้นั้นแม่ทัพฟงก็ไม่ได้สั่งลูกน้องของตนทำอะไรกลุ่มคนของอู๋ซวงเพราะมันสังเกตเห็นว่าเครื่องแต่งกายและเครื่องประดับนั้นล้วนแล้วแต่เป็นของที่มีราคาข้างกายของเจ้าเฒ่าแก่อู๋นั้นห้อมล้อมไปด้วยยอดฝีมือและสาวงามอาจจะเป็นไปได้ว่าเจ้าเฒ่าแก่อู๋ผู้นี้มันอาจจะมีที่มาที่ไปที่ไม่ธรรมดาจริงๆถึงแม้มันมั่นใจว่าจะกำจัดเฒ่าแก่อู๋ได้แต่มันก็แอบเกรงกลัวผลที่จะตามมาเช่นกัน
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ทำไมเจ้าต้องโกรธข้าเช่นนั้นข้าไปทำร้ายคนของเจ้าตอนไหนกัน ก่อนที่ข้าจะเข้าเมืองหยกขาวมาตัวข้าเพียงแค่จัดการโจรภูเขาไปกลุ่มนึงอย่าบอกนะว่าท่านแอบดูแลพวกมันอย่างลับๆถึงได้โกรธแค้นข้าเช่นนี้”
“เจ้า….”แม่ทัพฟงเมื่อได้ยินได้ฟังตัวมันเองถึงกับเถียงไม่ออกตัวมันโกรธจัดถึงขั้นรีบบุกมาที่นี่แต่ก็ลืมที่จะหาเหตุผลที่เพียงพอที่ตนจะจัดการกับกลุ่มคนตรงหน้าจะให้ชาวเมืองรู้ไม่ได้เป็นอันขาดว่ามันแอบเลี้ยงดูเหล่าอาชญากรหากมีคนนำเรื่องเหล่านี้ไปร้องเรียนเข้ามันคงจะเกิดปัญหาใหญ่ขึ้นมาเป็นแน่มันจึงต้องรีบเปลี่ยนเรื่องโดยไวเพื่อไม่ให้ผู้คนจำนวนมากเกิดความสงสัยในตัวมัน
“ชิ ข้าเป็นถึงแม่ทัพผู้ดูแลเมืองหยกขาวคนระดับข้านั้นไม่จำเป็นที่จะต้องลดตัวไปยุ้งกับเจ้าพวกชั้นต่ำพวกนั้นแต่พวกเจ้านั้นกลับแอบเข้าเมืองมาโดยไม่ได้รับอนุญาตจงตามพวกข้ามาแต่โดยดีแล้วจะหาว่าข้าไม่เตือน”
มันไม่สามารถเอาผิดกลุ่มคนของอู๋ซวงได้ในข้อหาทำร้ายร่างกายเพราะนั่นจะหมายความว่ากลุ่มคนของแม่ทัพฟงนั้นจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับกองโจรภูเขาหากมีใครรู้เข้ามันคงจะไม่ใช่เรื่องที่ดีนักมันจึงตั้งข้อหาอื่นแทนเพื่อที่จะจัดการกับกลุ่มคนของอู๋ซวงและมันก็ยังไม่ทราบฐานะที่แน่ชัดว่ากลุ่มคนตรงหน้านั้นเป็นใครกันแน่มันจึงเลือกที่จะพากลับเข้าไปในจวนของมันก่อนแล้วค่อยจัดการทีหลัง
“ได้สิ คิดว่าข้ากลัวคนอย่างเจ้ารึ “
อู๋ซวงรับคำของมันอย่างไม่เกรงกลัวขบวนรถม้าของคนทั้งสองออกเดินทางกันไปจุดมุ้งหมายก็คือจวนแม่ทัพฟงหยางอู๋ซวงต้องการที่จะให้พวกมันนั้นได้ชดใช้อย่างแสนสาหัสกับสิ่งที่พวกมันได้กระทำลงไปความตายสำหรับพวกมันนั้นเป็นสิ่งที่ง่ายได้จนเกินไปมีผู้คนตั้งมากเท่าไหร่ที่ต้องทนเจ็บช้ำกับการกระทำที่เลวทรามของพวกมันหากเด็กหนุ่มไม่สั่งสอนและให้บทเรียนกับกลุ่มคนพวกนี้เสียบ้างแล้วใครล่ะจะเป็นผู้ลงมือทางเบื้องบนก็คงจะได้แต่หลับหูหลับตาทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นหลังจากที่ได้เศษเงินเพียงเล็กน้อย
เวลาผ่านไปไม่นานก็มาถึงจวนของแม่ทัพฟง ถึงแม้ว่าสถานที่แห่งนี้นั้นจะถูกตบแต่งสวยงามเพียงไรแต่มันก็ช่างห่างไกลจากความมั้งคั่งของจวนแม่ทัพอู๋บิดาของอู๋ซวงในระหว่างที่อยู่บนรถม้าแม่ทัพฟงหยางพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะทำให้อารมณ์ของตนเองนั้นเย็นลงและพยายามคิดใคร่ครวญว่ากลุ่มคนพวกนี้เป็นใครกันแน่จะสังหารพวกมันแล้วอำพรางดีหรือจะครบหาพวกมันดั่งฉันมิตรหากผูกมิตรกับพวกมันได้จริงก็คงอาจจะช่วยสร้างผลประโยชน์หากเป็นเช่นนั้นได้การที่สูญเสียกองโจรภูเขาไปก็นับว่าไม่เป็นอันใด
“เจ้าคือเฒ่าแก่อู๋ สินะ พวกเจ้าช่างใจกล้ายิ่งนักที่กล้ามาทำร้ายคนของข้าที่อยู่ภายในถิ่นของข้าเช่นนี้เหตุการณ์ในครั้งนี้ข้าจะทำเป็นหลับหูหลับตาก็ได้แต่พวกเจ้าจงชดใช้ค่าเสียหายมาซ่ะ และข้าจะถือว่าเราเป็นมิตรสหายที่ดีต่อกันเรื่องที่มันผ่านไปแล้วก็ให้มันผ่านไปข้าจะไม่ถือสาหาความอีก”
อู๋ซวงไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรกับท่าทางของมันมากนักเหตุการณ์เช่นนี้เด็กหนุ่มคาดการณ์ไว้ล่วงหน้าอยู่แล้ว เพราะมันคิดว่ากลุ่มของอู๋ซวงนั้นต้องไม่ธรรมดาสามัญอย่างที่ตาเห็นเพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงปัญหามันจึงขอเป็นมิตรเสียดีกว่าเด็กหนุ่มถึงกับยิ้มรับด้วยความพึงพอใจ
อู๋ซวงสั่งให้ลูกน้องของตนนำทองจำนวนมากมายมากองไว้ที่ตรงหน้าของแม่ทัพฟงหยางในยามนี้นั้นสายตาของแม่ทัพฟงหยางเต็มละโมบโลภมาก
“ฮ่า ฮ่า ฮ่าสหายเจ้าช่างเกรงใจข้ายิ่งนักถึงกับได้มอบทรัพย์สมบัติให้ข้าเป็นจำนวนมากเช่นนี้”
“แค่เศษเงินเศษทองพวกนี้นั้นไม่นับว่าเป็นอันใดและข้าเองก็มั่นใจว่าจะได้กลับคืนมาเป็นร้อยเท่าพันเท่า”
อู๋ซวงพูดอย่างปลอดโปร่งแต่ก็ดูเหมือนจะมีความในอะไรบางอย่างแอบแฝงอยู่
“เด็กๆพาแขกผู้ทรงเกียรติของข้าไปพักก่อนคืนนี้ตัวข้านั้นจะจัดงานเลี้ยงอาหารค่ำให้พวกมัน”
“ขอรับนายท่าน”
ข้ารับใช้ได้พากลุ่มคนของอู๋ซวงไปพักภายในห้องรับรองอย่างดีตามคำสั่งของผู้เป็นนายเมื่อถึงที่พักจินเฉิ่นอู๋ รีบเปิดปากถามอู๋ซวงในทันทีเพราะภายในความรู้สึกนึกคิดของมันนั้นเต็มไปด้วยคำถามมากมาย
“นายท่าน อู๋ซวงทำไมถึงท่านไม่รีบจัดการพวกมันเสียล่ะถึงแม้ว่าจะอยู่ภายในถิ่นของพวกมันนั้นในการที่จะสังหารมันไม่น่าที่จะเกินความสามารถของพวกเราสังหารผู้นำเสร็จแล้วพวกเราจึงค่อยหลบหนี”
“การที่ข้าจะสังหารมันนั้นมันง่ายดายราวพริกฝ่ามืองานเลี้ยงอาหารค่ำคืนนี้ข้าจะทำให้มันรู้สึกอับอายให้จงได้จนรู้สึกขอตายเสียดีกว่าอยู่”
สาเหตุที่อู๋ซวงต้องปลอมตัวนั้นก็ย่อมต้องการปกปิดฐานะของตนเองเพราะการที่จะสังหารบุคคลในระดับสูงนั้นถือว่าเป็นเรื่องราวที่ใหญ่โตเป็นอย่างมาก นอกจากที่จะให้มันสิ้นชื่อแล้วนั้นมันยังต้องการที่จะให้แม่ทัพผู้นี้อับอายขายขี้หน้าอย่างถึงที่สุด