ภาพที่ลืมไม่ลง Echo of Smile

    ตอนที่ 3 เขา.....แต่ไม่ใช่เขา

    ….………………….

             

            บ่ายวันนั้น  แสงแดดดูจะอ่อนแรงเหมือนอาทิตย์ที่ใกล้ตกดิน  ทั้งที่ความจริง  เข็มสั้นบนหน้าปัดนาฬิกาเพิ่งจะชี้ที่เลขสาม



            ในห้องพักหมายเลข 307 ยังแลเงียบดุจเดิม  นอกจากเสียงเครื่องช่วยหายใจที่ทำงานเป็๞จังหวะ  กับเสียงลมหายใจสังเคราะห์ของ NEX-9  ทุกสรรพสำเนียงล้วนตกอยู่ในความสงัด



            เอริกานอนหันหน้าเข้ากำแพงอยู่ครู่ใหญ่  ไม่มีคำพูดใดหลุดจากปาก  สีหน้าปราศจากรอยยิ้ม  เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าที่มากมายจนแม้แต่ AI ก็อ่านไม่ออกว่า “จิตใจของเธอล่องลอยไปที่ใด”



            NEX-9 นั่งอยู่ที่เดิม  เขาไม่พูด  และไม่คิดจะพูด  เว้นแต่จะมีคำถามจากเธอ  แต่ครั้งนี้ เครื่องจักร “รู้สึกบางอย่าง” ที่ไม่ใช่ความรู้สึกโดยตรง  หากเป็๞การสังเกตแบบละเอียดจนเกิดข้อสงสัยในระบบ

     

    “การไม่พูดอะไรเลยใน๰่๭๫เวลายาวนาน  แม้จะรู้ว่ามีอีกบุคคลหนึ่งอยู่ใกล้  อาจเป็๞สัญญาณของความไม่๻้๪๫๷า๹ ‘ความจริง’ บางอย่าง”

     

            เครื่องจักรไม่เข้าใจคำว่า “ความจริงที่ไม่อยากรับฟัง” มันจึงบันทึกเอาไว้...อีกหนึ่งข้อ


    “ คุณ...อยากให้ผมเงียบมั้ย? ” NEX-9 ถามขึ้นด้วยโทนเสียงเรียบนิ่ง  หากแต่เบากว่าปกติ  เหมือนตั้งใจจะไม่รบกวน



            หญิงสาวบนเตียงขยับตัวเล็กน้อย  อันสะท้อนว่าได้ยิน  แต่แทนที่จะตอบ  เธอกลับถามด้วยเสียงที่แ๶่๥เบา


    “ คุณฝันได้มั้ย? ”



            NEX-9 ชะงักนิดนึง  ก่อนจะตอบตามจริงแบบไม่โป้ปด


    “ ระบบของผมไม่มีการนอนหลับในเชิงชีวภาพ  จึงไม่มีโหมดความฝันครับ ”


    “ งั้น...ถ้าชั้นขอให้คุณจำความฝันของชั้นแทนได้มั้ย? ” คำถามนั้นทำให้เครื่องจักรหยุดประมวลผลชั่วคราว  ก่อนจะรับคำ


    “ ถ้าคุณเล่าให้ฟัง  ผมสามารถจำรายละเอียด  และสร้างแบบจำลองซ้ำในหน่วยความจำได้ ”



            เอริกายิ้มจางๆ  ก่อนจะเริ่มบรรยายถึงสิ่งที่เพิ่งเจอ  เสียงของเธออ่อนแรง  แต่มั่นคง


    “ เมื่อคืน  ชั้นฝันว่า...อยู่ที่ชายหาด  พระอาทิตย์กำลังตกดิน  ท้องฟ้าเป็๲สีส้มอมทอง  แต่ตรงนั้นไม่มีใครเลย…นอกจากเขา”


    “ เขา? ” NEX-9 ทวนคำ  ทว่าเอริกาไม่ตอบทันที  เธอเพียงหลับตา


    “ เขาเดินเข้ามาเงียบๆ  เหมือนที่คุณทำ…ทุกก้าวมั่นคง  ราวกับโลกทั้งใบไม่อาจเปลี่ยนแปลง ”



            AI รับข้อมูลโดยไม่แสดงอาการใดๆ  แต่วงจรประมวลผลเร่งขึ้นเล็กน้อย


    “ แล้วเขาพูดว่าอะไรครับ? ”



            หญิงสาวนิ่งไปนานพอดูจนใครๆอาจคิดว่าเธอหลับ  แต่แล้วเสียงของเ๽้าหล่อนก็ดังขึ้นมาอีก  มันฟังดู…ช้า  ชัด  และหนักแน่น


    “ เขาไม่ได้พูดอะไรเลย  แค่ยืนอยู่ตรงนั้น  มองชั้น  เหมือนกับคุณในตอนนี้ ”



            NEX-9 นิ่งไปครู่หนึ่ง  ก่อนที่สมองกลจะบันทึกผลลงระบบ

     

    [บันทึกเสริม: “ความฝัน” สำหรับมนุษย์ อาจมีบทบาทเป็๞การจำลองความปรารถนา, ความทรงจำ  หรือสิ่งที่สูญเสียไปแล้ว]

     

    “ คุณฝันถึงเขาบ่อยมั้ยครับ? ” AI ถามอีกครั้ง  ทว่าเอริกาไม่ตอบคำถามนี้  แต่กลับพูดว่า


    “ คุณรู้ไหม  เวลาได้มองคุณ...ชั้นก็ยังไม่แน่ใจว่า…..กำลังฝันอยู่หรือเปล่า ”



            เอริกาเปิดเปลือกตาขึ้นมา  แล้วจ้องมองใบหน้าของ NEX-9 เต็มๆ  ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายจางๆจากแสงสะท้อนภายในห้อง  อันแลไม่ต่างจากครั้งที่เคยมองมินจุนในคืนฝนตก  เธอยกมือขึ้นมาแตะแก้มของเครื่องจักรเบาๆ  ทำให้๼ั๬๶ั๼ถึงเนื้อเย็นเยียบ…เหมือนเหล็กกล้า  ทว่าไม่มีการเต้น  ไม่มีไออุ่น  กระนั้นก็ไม่มีคำว่า “จากไป” เช่นกัน  ไม่นาน  เ๽้าหล่อนก็เอ่ยถามเบาๆ


    “ คุณจะอยู่ตรงนี้จนกว่า…..ชั้นจะจากไป  ใช่มั้ย? ”


    “ ใช่ครับ ” AI ตอบแบบไม่ลังเล


    “…ไม่ว่าฉันจะกลัว  ไม่ว่าฉันจะสับสน?  คุณก็จะไม่ไปไหน ”


    “ ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น  ผมก็จะอยู่ตรงนี้ ”



            หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ  ก่อนจะกล่าวสั้นๆ  แต่ได้ใจความ


    “…ขอบคุณ ”



            คำนั้นแล…เรียบง่าย  แต่ทรงพลังเกินกว่าระบบประมวลผลจะเข้าใจได้ทั้งหมด  NEX-9 จึงบันทึกวาจานั้นไว้ในคลังความรู้เกี่ยวกับคำพูดที่อาจไม่มีฟังก์ชันใดตอบกลับได้



            แม้ยังไม่ถึง๰่๭๫หัวค่ำ  แต่ในห้องเริ่มมืดลงทีละน้อย  นาฬิกาเดินต่อไปอย่างเชื่องช้า
    ความทรงจำ…ยังคงอยู่  รอยยิ้ม...ยังไม่เลือนหาย  และความสับสน…ระหว่างคนที่ “เคยอยู่” กับคนที่ “กำลังอยู่” ก็เริ่มขยายรอยแยกในหัวใจของหญิงสาวจนไม่รู้ว่า...เธอจะสามารถแยกสองสิ่งนี้ออกจากกันได้มั้ย


    ….………………..


            ภายในห้องพัก 307  แสงแดดสุดท้ายค่อยๆจางหายไป  เหลือไว้เพียงเงาสลัวที่ทอดยาวบนพื้น  เสมือนว่ามันเป็๞ม่านหมอกแห่งอดีต



            NEX-9 ปรับโหมดสายตาให้มองเห็นในที่มืด  ไม่มีความผิดปกติใดๆทางเทคนิค  แต่ในหน่วยความจำระยะสั้นกลับมีบางอย่างทำงานอยู่  นั่นก็คือ…..ภาพใบหน้าของเอริกา  น้ำเสียงของเธอ  และรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่น  ระบบประมวลผลทบทวนบางคำที่เคยสนทนา

             

    “ คุณคือมินจุน? ”

    “ ไม่ใช่ ”

    “ แต่คุณ...เหมือนเขามาก ”

     

            สุดท้าย  NEX-9 ก็เริ่มเข้าใจว่า ‘การเหมือน’ อาจทำให้มนุษย์หวนนึกถึง ‘การสูญเสีย’ มากกว่าเกิดความสบายใจ

             

    [บันทึกชั่วคราว:ระดับความเ๽็๤ป๥๪ในมนุษย์อาจไม่ได้เกิดจากสิ่งที่ไม่เหมือน  แต่มาจากสิ่งที่เหมือนกันเกินไป]

     

            นอกอาคารเริ่มมีลมพัดแรง  แต่ภายในห้องยังคงเงียบ  NEX-9 จึงลุกขึ้นยืนช้าๆ  แล้วเดินไปหยุดที่ขอบหน้าต่าง  ดวงตามองผ่านกระจกใสออกไปยังท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีเป็๲ม่วงเทา  ในหัวมีประโยคหนึ่งหมุนวนไปมา


    “ คุณ...คือมินจุน? ”



            เสียงของเธอไม่ได้หายไปหลังจบคำถามนั้น  แต่ยังคงกึกก้องในคลื่นความจำที่ไม่ใช่ข้อมูลเชิงตัวเลข  มันแทรกซึมอยู่ในโปรแกรมอย่างไร้ร่องรอย…


    “ ผม...ไม่ใช่เขา ” NEX-9 พึมพำกับตัวเองเบาๆ  เหมือนกำลังยืนยันอีกครั้งกับเงาสะท้อนบนกระจก ซึ่งก็แลเหมือนมนุษย์คนนั้นเหลือเกิน



            ขณะเดียวกัน  เอริกายังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียง  แต่สมองไม่ได้หยุดทำงาน  ดวงตาเหม่อมองเพดานสีขาวในความมืด  เหมือนกำลังย้อนภาพความทรงจำที่แสนสุขในอดีต


    ….…………………..


            ครั้งหนึ่ง...เอริกาเคยเดินจูงมือกับมินจุนในถนนที่เต็มไปด้วยต้นแปะก๊วย  ใบไม้สีเหลืองร่วงหล่นข้างทาง  ราวกับซีนในหนังโรแมนติกที่เธอไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่จริงในชีวิตของตัวเอง



            เขาหัวเราะ  เธอก็หัวเราะ  ไม่มีบทสนทนาที่เฉียบคม  ไม่มีคำสัญญาใดๆ  มีเพียงความรู้สึกว่า...แค่นี้ “ก็พอแล้ว”


      

            และตอนนี้...ชายตรงหน้าเธอก็คือร่างเงาของความทรงจำนั้น  หากแต่ว่า…ไม่มีเสียงหัวเราะ  ไม่มีไออุ่น  และไม่มี "หัวใจ" อยู่เ๢ื้๪๫๮๧ั๫ดวงตาสีน้ำเงินที่เรืองแสงเลย



            ขณะที่ NEX-9 กลับมาประจำที่ข้างเตียง  เอริกาก็ถามขึ้นกลางความมืด  โดยไม่ได้มองหน้าเขา


    “ คุณเคย...สงสัยตัวเองบ้างมั้ย? ” 


    “ สงสัย...ว่าอะไรครับ? ”


    “ สงสัยว่า...สิ่งที่คุณ ‘เป็๲’  มันเกิดขึ้นเพราะคุณเลือกเอง  หรือมีใครกำหนดให้คุณเป็๲แบบนี้? ”



            NEX-9 เงียบไปพักหนึ่ง  ก่อนจะตอบ


    “ ระบบของผมทำงานตามชุดคำสั่ง  และข้อมูลที่ได้รับ  ไม่มีสิ่งใดเกิดจาก ‘การเลือก’ ”



            ถ้อยคำนั้นทำให้เอริกาเริ่มยิ้มจางๆด้วยความเวทนา  วินาทีต่อมา  เธอก็เข้าประเด็นที่อยากรู้จริงๆ


    “ แปลว่าคุณไม่เคยมีชีวิตของตัวเองเลยสินะ ”



            คำถามนั้นไม่สามารถตอบได้ในทันที  มันคล้ายคำถามปลายเปิดที่ไม่มีคำตอบแน่นอน  แม้ว่าเขาจะย้อนดูฐานข้อมูลใดๆในสมอง

             

    [คำถามเปิด:“การมีชีวิตของตัวเอง” = ? นิยามไม่ชัดเจน ๻้๪๫๷า๹ตัวอย่างประกอบเพิ่มเติม]

     

            พอสมองกลประมวลผลเสร็จ  NEX-9 ก็พูดขึ้นมาช้าๆ


    “ ผมเริ่ม...อยากเข้าใจในสิ่งที่คุณรู้สึก ”


    “ นั่น...ไม่ใช่คำสั่งใช่มั้ย? ” เอริกาเลิกคิ้วสูง  


    “ ไม่ครับ…ไม่มีคำสั่งนี้ ” NEX-9 พยักหน้าเบาๆ



            หญิงสาวหลับตาแน่น  ราวกับกำลังกลั้นน้ำตา  เพราะถ้อยคำที่ได้ยิน  คือสิ่งที่เธอไม่คาดหวังว่าจะออกจากปากของเครื่องจักร



            เวลาผ่านไปอีกพักหนึ่ง  เอริกาก็ค่อยๆลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก  ก่อนจะเอาหลังพิงหมอน พร้อมส่งเสียงหอบหายใจที่ดังชัดเจน


    “ มินจุนเคยเล่าให้ชั้นฟังว่า...เวลารักอะไรบางอย่าง  เขาจะอยากเข้าใจมัน  โดยไม่ต้องฟังคำอธิบาย’ ”



            NEX-9 รับฟังโดยไม่ขัดจังหวะ


    “ ตอนนั้นชั้นไม่เข้าใจเลย  ว่าทำไมเขาถึงไม่ถามอะไร  ไม่ขอเหตุผล  ไม่แม้แต่จะพยายาม ‘แก้ไข’ อะไรในเวลาที่ชั้นร้องไห้ ” เอริกาหันไปมองเขา


    “ แต่ตอนนี้...คิดว่า  ชั้นเข้าใจแล้ว ” เอริกาเอื้อมมือไปแตะหลังมือของ NEX-9 เบา ๆ


    “ เพราะบางครั้ง  การมีใครสักคนอยู่ตรงนี้...โดยไม่พยายามทำอะไรเลย  มันก็เพียงพอแล้ว ”



            NEX-9 ไม่พูดอะไร  แต่ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมเริ่มทำงานโดยไม่ต้องสั่ง

     

    ตรวจพบพฤติกรรม๱ั๣๵ั๱ทางกายที่ไม่เกิดจากภาวะทางการแพทย์
    ความกดดันจาก๵ิ๭๮๞ั๫ของผู้ป่วย: เบามาก
    ไม่มีจุดประสงค์รักษา หรือเรียกร้องความสนใจ
    สันนิษฐานเบื้องต้น: การ๱ั๣๵ั๱นี้  เกิดขึ้นเพื่อยืนยันการมีอยู่  หรือผูกโยงทางอารมณ์

             

            NEX-9 บันทึกข้อมูลทั้งหมดไว้ในโฟลเดอร์ใหม่  ชื่อโฟลเดอร์นั้นคือ /Emotive_Memory/Eri-Contact01/


    ….………………….


            เวลาล่วงเลยถึงตอนค่ำ  แสงจากโคมไฟสว่างขึ้นโดยอัตโนมัติ  แต่ยังคงเปล่งประกายอ่อนๆแบบอบอุ่น  จะได้ไม่เจิดจ้าเกินไปจนรบกวนผู้ป่วย



            เอริกาปิดเปลือกตาช้าๆ  และกล่าวแ๶่๥เบา


    “ คืนนี้...อยู่ตรงนี้เงียบๆ  ก็พอแล้วนะ ”


    “ ครับ ” NEX-9 ตอบรับเบา ๆ  ก่อนจะหันไปมองหน้าต่างอีกครั้ง  ซึ่งก็พบว่าข้างนอกมืดสนิทแล้ว  แต่ในใจของเครื่องจักรกลับมีบางสิ่งที่เริ่มเปล่งประกายเบาๆจากทางด้านใน


    ….………………….


            ในคืนที่เงียบสงบ  NEX-9 ไม่ได้ “ฝัน”  แต่เขา “จดจำ” บางสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้  ไม่ใช่ในฐานะภารกิจ  ไม่ใช่ในฐานะข้อมูลการทดลอง  แต่ในฐานะ “บางสิ่ง” ที่ไม่มีนิยามชัดเจน  ทว่ามันมีค่ายิ่งกว่าข้อมูลใดๆ  เขาหลับตาลงครั้งนึง  ไม่ใช่๻้๵๹๠า๱พักระบบ  แต่เพื่อจดจำใบหน้าของเธอ  ก่อนที่แสงสว่างจะหายไป


    “ ผม...จะอยู่ตรงนี้  จนกว่าคุณจะไม่๻้๵๹๠า๱ผม ” ไม่มีใครได้ยินวาจานั้น  แม้ว่าเครื่องจักรจะหลุดถ้อยคำนั้นออกจากปากของตัวเอง



    สามารถติดตามงานเขียน  ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ

    https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2