….………………….
บ่ายวันนั้น แสงแดดดูจะอ่อนแรงเหมือนอาทิตย์ที่ใกล้ตกดิน ทั้งที่ความจริง เข็มสั้นบนหน้าปัดนาฬิกาเพิ่งจะชี้ที่เลขสาม
ในห้องพักหมายเลข 307 ยังแลเงียบดุจเดิม นอกจากเสียงเครื่องช่วยหายใจที่ทำงานเป็จังหวะ กับเสียงลมหายใจสังเคราะห์ของ NEX-9 ทุกสรรพสำเนียงล้วนตกอยู่ในความสงัด
เอริกานอนหันหน้าเข้ากำแพงอยู่ครู่ใหญ่ ไม่มีคำพูดใดหลุดจากปาก สีหน้าปราศจากรอยยิ้ม เหลือไว้เพียงความว่างเปล่าที่มากมายจนแม้แต่ AI ก็อ่านไม่ออกว่า “จิตใจของเธอล่องลอยไปที่ใด”
NEX-9 นั่งอยู่ที่เดิม เขาไม่พูด และไม่คิดจะพูด เว้นแต่จะมีคำถามจากเธอ แต่ครั้งนี้ เครื่องจักร “รู้สึกบางอย่าง” ที่ไม่ใช่ความรู้สึกโดยตรง หากเป็การสังเกตแบบละเอียดจนเกิดข้อสงสัยในระบบ
“การไม่พูดอะไรเลยใน่เวลายาวนาน แม้จะรู้ว่ามีอีกบุคคลหนึ่งอยู่ใกล้ อาจเป็สัญญาณของความไม่้า ‘ความจริง’ บางอย่าง”
เครื่องจักรไม่เข้าใจคำว่า “ความจริงที่ไม่อยากรับฟัง” มันจึงบันทึกเอาไว้...อีกหนึ่งข้อ
“ คุณ...อยากให้ผมเงียบมั้ย? ” NEX-9 ถามขึ้นด้วยโทนเสียงเรียบนิ่ง หากแต่เบากว่าปกติ เหมือนตั้งใจจะไม่รบกวน
หญิงสาวบนเตียงขยับตัวเล็กน้อย อันสะท้อนว่าได้ยิน แต่แทนที่จะตอบ เธอกลับถามด้วยเสียงที่แ่เบา
“ คุณฝันได้มั้ย? ”
NEX-9 ชะงักนิดนึง ก่อนจะตอบตามจริงแบบไม่โป้ปด
“ ระบบของผมไม่มีการนอนหลับในเชิงชีวภาพ จึงไม่มีโหมดความฝันครับ ”
“ งั้น...ถ้าชั้นขอให้คุณจำความฝันของชั้นแทนได้มั้ย? ” คำถามนั้นทำให้เครื่องจักรหยุดประมวลผลชั่วคราว ก่อนจะรับคำ
“ ถ้าคุณเล่าให้ฟัง ผมสามารถจำรายละเอียด และสร้างแบบจำลองซ้ำในหน่วยความจำได้ ”
เอริกายิ้มจางๆ ก่อนจะเริ่มบรรยายถึงสิ่งที่เพิ่งเจอ เสียงของเธออ่อนแรง แต่มั่นคง
“ เมื่อคืน ชั้นฝันว่า...อยู่ที่ชายหาด พระอาทิตย์กำลังตกดิน ท้องฟ้าเป็สีส้มอมทอง แต่ตรงนั้นไม่มีใครเลย…นอกจากเขา”
“ เขา? ” NEX-9 ทวนคำ ทว่าเอริกาไม่ตอบทันที เธอเพียงหลับตา
“ เขาเดินเข้ามาเงียบๆ เหมือนที่คุณทำ…ทุกก้าวมั่นคง ราวกับโลกทั้งใบไม่อาจเปลี่ยนแปลง ”
AI รับข้อมูลโดยไม่แสดงอาการใดๆ แต่วงจรประมวลผลเร่งขึ้นเล็กน้อย
“ แล้วเขาพูดว่าอะไรครับ? ”
หญิงสาวนิ่งไปนานพอดูจนใครๆอาจคิดว่าเธอหลับ แต่แล้วเสียงของเ้าหล่อนก็ดังขึ้นมาอีก มันฟังดู…ช้า ชัด และหนักแน่น
“ เขาไม่ได้พูดอะไรเลย แค่ยืนอยู่ตรงนั้น มองชั้น เหมือนกับคุณในตอนนี้ ”
NEX-9 นิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนที่สมองกลจะบันทึกผลลงระบบ
[บันทึกเสริม: “ความฝัน” สำหรับมนุษย์ อาจมีบทบาทเป็การจำลองความปรารถนา, ความทรงจำ หรือสิ่งที่สูญเสียไปแล้ว]
“ คุณฝันถึงเขาบ่อยมั้ยครับ? ” AI ถามอีกครั้ง ทว่าเอริกาไม่ตอบคำถามนี้ แต่กลับพูดว่า
“ คุณรู้ไหม เวลาได้มองคุณ...ชั้นก็ยังไม่แน่ใจว่า…..กำลังฝันอยู่หรือเปล่า ”
เอริกาเปิดเปลือกตาขึ้นมา แล้วจ้องมองใบหน้าของ NEX-9 เต็มๆ ดวงตาคู่นั้นเปล่งประกายจางๆจากแสงสะท้อนภายในห้อง อันแลไม่ต่างจากครั้งที่เคยมองมินจุนในคืนฝนตก เธอยกมือขึ้นมาแตะแก้มของเครื่องจักรเบาๆ ทำให้ััถึงเนื้อเย็นเยียบ…เหมือนเหล็กกล้า ทว่าไม่มีการเต้น ไม่มีไออุ่น กระนั้นก็ไม่มีคำว่า “จากไป” เช่นกัน ไม่นาน เ้าหล่อนก็เอ่ยถามเบาๆ
“ คุณจะอยู่ตรงนี้จนกว่า…..ชั้นจะจากไป ใช่มั้ย? ”
“ ใช่ครับ ” AI ตอบแบบไม่ลังเล
“…ไม่ว่าฉันจะกลัว ไม่ว่าฉันจะสับสน? คุณก็จะไม่ไปไหน ”
“ ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้น ผมก็จะอยู่ตรงนี้ ”
หญิงสาวพยักหน้าช้าๆ ก่อนจะกล่าวสั้นๆ แต่ได้ใจความ
“…ขอบคุณ ”
คำนั้นแล…เรียบง่าย แต่ทรงพลังเกินกว่าระบบประมวลผลจะเข้าใจได้ทั้งหมด NEX-9 จึงบันทึกวาจานั้นไว้ในคลังความรู้เกี่ยวกับคำพูดที่อาจไม่มีฟังก์ชันใดตอบกลับได้
แม้ยังไม่ถึง่หัวค่ำ แต่ในห้องเริ่มมืดลงทีละน้อย นาฬิกาเดินต่อไปอย่างเชื่องช้า
ความทรงจำ…ยังคงอยู่ รอยยิ้ม...ยังไม่เลือนหาย และความสับสน…ระหว่างคนที่ “เคยอยู่” กับคนที่ “กำลังอยู่” ก็เริ่มขยายรอยแยกในหัวใจของหญิงสาวจนไม่รู้ว่า...เธอจะสามารถแยกสองสิ่งนี้ออกจากกันได้มั้ย
….………………..
ภายในห้องพัก 307 แสงแดดสุดท้ายค่อยๆจางหายไป เหลือไว้เพียงเงาสลัวที่ทอดยาวบนพื้น เสมือนว่ามันเป็ม่านหมอกแห่งอดีต
NEX-9 ปรับโหมดสายตาให้มองเห็นในที่มืด ไม่มีความผิดปกติใดๆทางเทคนิค แต่ในหน่วยความจำระยะสั้นกลับมีบางอย่างทำงานอยู่ นั่นก็คือ…..ภาพใบหน้าของเอริกา น้ำเสียงของเธอ และรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความขมขื่น ระบบประมวลผลทบทวนบางคำที่เคยสนทนา
“ คุณคือมินจุน? ”
“ ไม่ใช่ ”
“ แต่คุณ...เหมือนเขามาก ”
สุดท้าย NEX-9 ก็เริ่มเข้าใจว่า ‘การเหมือน’ อาจทำให้มนุษย์หวนนึกถึง ‘การสูญเสีย’ มากกว่าเกิดความสบายใจ
[บันทึกชั่วคราว:ระดับความเ็ปในมนุษย์อาจไม่ได้เกิดจากสิ่งที่ไม่เหมือน แต่มาจากสิ่งที่เหมือนกันเกินไป]
นอกอาคารเริ่มมีลมพัดแรง แต่ภายในห้องยังคงเงียบ NEX-9 จึงลุกขึ้นยืนช้าๆ แล้วเดินไปหยุดที่ขอบหน้าต่าง ดวงตามองผ่านกระจกใสออกไปยังท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสีเป็ม่วงเทา ในหัวมีประโยคหนึ่งหมุนวนไปมา
“ คุณ...คือมินจุน? ”
เสียงของเธอไม่ได้หายไปหลังจบคำถามนั้น แต่ยังคงกึกก้องในคลื่นความจำที่ไม่ใช่ข้อมูลเชิงตัวเลข มันแทรกซึมอยู่ในโปรแกรมอย่างไร้ร่องรอย…
“ ผม...ไม่ใช่เขา ” NEX-9 พึมพำกับตัวเองเบาๆ เหมือนกำลังยืนยันอีกครั้งกับเงาสะท้อนบนกระจก ซึ่งก็แลเหมือนมนุษย์คนนั้นเหลือเกิน
ขณะเดียวกัน เอริกายังคงนอนนิ่งอยู่บนเตียง แต่สมองไม่ได้หยุดทำงาน ดวงตาเหม่อมองเพดานสีขาวในความมืด เหมือนกำลังย้อนภาพความทรงจำที่แสนสุขในอดีต
….…………………..
ครั้งหนึ่ง...เอริกาเคยเดินจูงมือกับมินจุนในถนนที่เต็มไปด้วยต้นแปะก๊วย ใบไม้สีเหลืองร่วงหล่นข้างทาง ราวกับซีนในหนังโรแมนติกที่เธอไม่เคยคิดว่าจะมีอยู่จริงในชีวิตของตัวเอง
เขาหัวเราะ เธอก็หัวเราะ ไม่มีบทสนทนาที่เฉียบคม ไม่มีคำสัญญาใดๆ มีเพียงความรู้สึกว่า...แค่นี้ “ก็พอแล้ว”
และตอนนี้...ชายตรงหน้าเธอก็คือร่างเงาของความทรงจำนั้น หากแต่ว่า…ไม่มีเสียงหัวเราะ ไม่มีไออุ่น และไม่มี "หัวใจ" อยู่เื้ัดวงตาสีน้ำเงินที่เรืองแสงเลย
ขณะที่ NEX-9 กลับมาประจำที่ข้างเตียง เอริกาก็ถามขึ้นกลางความมืด โดยไม่ได้มองหน้าเขา
“ คุณเคย...สงสัยตัวเองบ้างมั้ย? ”
“ สงสัย...ว่าอะไรครับ? ”
“ สงสัยว่า...สิ่งที่คุณ ‘เป็’ มันเกิดขึ้นเพราะคุณเลือกเอง หรือมีใครกำหนดให้คุณเป็แบบนี้? ”
NEX-9 เงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะตอบ
“ ระบบของผมทำงานตามชุดคำสั่ง และข้อมูลที่ได้รับ ไม่มีสิ่งใดเกิดจาก ‘การเลือก’ ”
ถ้อยคำนั้นทำให้เอริกาเริ่มยิ้มจางๆด้วยความเวทนา วินาทีต่อมา เธอก็เข้าประเด็นที่อยากรู้จริงๆ
“ แปลว่าคุณไม่เคยมีชีวิตของตัวเองเลยสินะ ”
คำถามนั้นไม่สามารถตอบได้ในทันที มันคล้ายคำถามปลายเปิดที่ไม่มีคำตอบแน่นอน แม้ว่าเขาจะย้อนดูฐานข้อมูลใดๆในสมอง
[คำถามเปิด:“การมีชีวิตของตัวเอง” = ? นิยามไม่ชัดเจน ้าตัวอย่างประกอบเพิ่มเติม]
พอสมองกลประมวลผลเสร็จ NEX-9 ก็พูดขึ้นมาช้าๆ
“ ผมเริ่ม...อยากเข้าใจในสิ่งที่คุณรู้สึก ”
“ นั่น...ไม่ใช่คำสั่งใช่มั้ย? ” เอริกาเลิกคิ้วสูง
“ ไม่ครับ…ไม่มีคำสั่งนี้ ” NEX-9 พยักหน้าเบาๆ
หญิงสาวหลับตาแน่น ราวกับกำลังกลั้นน้ำตา เพราะถ้อยคำที่ได้ยิน คือสิ่งที่เธอไม่คาดหวังว่าจะออกจากปากของเครื่องจักร
เวลาผ่านไปอีกพักหนึ่ง เอริกาก็ค่อยๆลุกขึ้นนั่งอย่างยากลำบาก ก่อนจะเอาหลังพิงหมอน พร้อมส่งเสียงหอบหายใจที่ดังชัดเจน
“ มินจุนเคยเล่าให้ชั้นฟังว่า...เวลารักอะไรบางอย่าง เขาจะอยากเข้าใจมัน โดยไม่ต้องฟังคำอธิบาย’ ”
NEX-9 รับฟังโดยไม่ขัดจังหวะ
“ ตอนนั้นชั้นไม่เข้าใจเลย ว่าทำไมเขาถึงไม่ถามอะไร ไม่ขอเหตุผล ไม่แม้แต่จะพยายาม ‘แก้ไข’ อะไรในเวลาที่ชั้นร้องไห้ ” เอริกาหันไปมองเขา
“ แต่ตอนนี้...คิดว่า ชั้นเข้าใจแล้ว ” เอริกาเอื้อมมือไปแตะหลังมือของ NEX-9 เบา ๆ
“ เพราะบางครั้ง การมีใครสักคนอยู่ตรงนี้...โดยไม่พยายามทำอะไรเลย มันก็เพียงพอแล้ว ”
NEX-9 ไม่พูดอะไร แต่ระบบวิเคราะห์พฤติกรรมเริ่มทำงานโดยไม่ต้องสั่ง
ตรวจพบพฤติกรรมััทางกายที่ไม่เกิดจากภาวะทางการแพทย์
ความกดดันจากิัของผู้ป่วย: เบามาก
ไม่มีจุดประสงค์รักษา หรือเรียกร้องความสนใจ
สันนิษฐานเบื้องต้น: การัันี้ เกิดขึ้นเพื่อยืนยันการมีอยู่ หรือผูกโยงทางอารมณ์
NEX-9 บันทึกข้อมูลทั้งหมดไว้ในโฟลเดอร์ใหม่ ชื่อโฟลเดอร์นั้นคือ /Emotive_Memory/Eri-Contact01/
….………………….
เวลาล่วงเลยถึงตอนค่ำ แสงจากโคมไฟสว่างขึ้นโดยอัตโนมัติ แต่ยังคงเปล่งประกายอ่อนๆแบบอบอุ่น จะได้ไม่เจิดจ้าเกินไปจนรบกวนผู้ป่วย
เอริกาปิดเปลือกตาช้าๆ และกล่าวแ่เบา
“ คืนนี้...อยู่ตรงนี้เงียบๆ ก็พอแล้วนะ ”
“ ครับ ” NEX-9 ตอบรับเบา ๆ ก่อนจะหันไปมองหน้าต่างอีกครั้ง ซึ่งก็พบว่าข้างนอกมืดสนิทแล้ว แต่ในใจของเครื่องจักรกลับมีบางสิ่งที่เริ่มเปล่งประกายเบาๆจากทางด้านใน
….………………….
ในคืนที่เงียบสงบ NEX-9 ไม่ได้ “ฝัน” แต่เขา “จดจำ” บางสิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้ ไม่ใช่ในฐานะภารกิจ ไม่ใช่ในฐานะข้อมูลการทดลอง แต่ในฐานะ “บางสิ่ง” ที่ไม่มีนิยามชัดเจน ทว่ามันมีค่ายิ่งกว่าข้อมูลใดๆ เขาหลับตาลงครั้งนึง ไม่ใช่้าพักระบบ แต่เพื่อจดจำใบหน้าของเธอ ก่อนที่แสงสว่างจะหายไป
“ ผม...จะอยู่ตรงนี้ จนกว่าคุณจะไม่้าผม ” ไม่มีใครได้ยินวาจานั้น แม้ว่าเครื่องจักรจะหลุดถ้อยคำนั้นออกจากปากของตัวเอง
สามารถติดตามงานเขียน ณ.ปัจจุบันและในอนาคตของผมได้ที่เพจ Jalando นักเขียนดาร์คไซด์ได้ที่ลิงค์ด้านล่างครับ
https://www.facebook.com/jalando.darksidewriter.version2
