บทที่ 9 เ้าคือพี่ชายผู้ช่วยชีวิตข้า
เมื่อองค์ชายเจ็ดได้ยินเสียงก็รีบหันขวับกลับไป และมองเห็นเซิ่งิจูได้อย่างชัดเจน ในใจพลันรู้สึกขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความแค้น...
ทำไมกัน! ทำไมสิ่งที่ตกลงมาถึงไม่ใช่นาง!
ทั้งที่อีกเพียงนิดเดียวเท่านั้น!
ส่วนจูจู เมื่อเห็นใบหน้าของเขาชัดเจนก็นิ่งอึ้งไปเช่นกัน
นางรู้สึกว่าพี่ชายคนนี้เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน คิดอยู่นานจึงนึกขึ้นได้ว่าเหมือนจะอยู่ในความฝันของเด็กนิสัยไม่ดีคนนั้น
ทว่าความจำของเด็กคนนั้นมีจำกัด ในฝันนางกับเขาทำอะไรกันบ้าง ผ่านมาสองวันนางก็จำอะไรไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
ถึงจะจำไม่ได้ แต่นางก็ยังรู้สึกผิดและประหม่านิดหน่อย
จูจูลังเลอยู่นาน ในที่สุดก็รวบรวมความกล้า ปล่อยมือแล้วก้าวขาเล็ก ๆ เดินเข้าไปอ้อมไปด้านหน้าของเขา ด้วยความรีบร้อนจึงเผลอเหยียบเท้าเขาเข้าให้
เ้าก้อนแป้งชูแขนเล็ก ๆ โยกเยกไปมา พยายามยืนให้มั่นคง แล้วเงยหน้ากลม ๆ อ้วน ๆ ขึ้นมองอย่างประจบ
"พี่ชาย ท่านเก่งจังเยย! ท่านคือจอมพลัง!"
เมื่อเห็นศัตรูตรงหน้า องค์ชายเจ็ดไม่ทันคิดก็วาดเท้าเตะออกไปทันที
เ้าก้อนแป้งตัวจิ๋วถูกเขาเตะกระเด็นออกไปเจ็ดแปดก้าว ก้นกระแทกพื้นดังปึ้ก ม้าแดงตัวน้อยที่กอดไว้ในมือก็กระเด็นหายไป นางถึงกับมึนงงไปชั่วขณะ
พริบตาต่อมา ก้อนหินขนาดเท่าแตงโมลูกหนึ่งพร้อมดินโคลน ก็ตกลงมากระแทกพื้นดังโครม ตรงจุดที่เ้าก้อนแป้งเคยยืนอยู่เมื่อครู่นี้พอดี
รอบข้างเกิดเสียงกรีดร้องด้วยความใขึ้นอีกครั้ง
องค์ชายเจ็ดถึงกับยืนโง่งมไปเลย
กลับเป็เซิ่งิหลินที่ได้สติก่อนใคร รีบก้าวเข้าไปอุ้มน้องสาวให้ออกห่างจากจุดนั้น พร้อมถามด้วยความร้อนรน
"จูจู เ้าไม่เป็ไรใช่หรือไม่?"
จูจูใจนตัวแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างนิ่งค้างไป
ลี่จือรีบบอกว่า "เร็วเข้า รีบกลับไปหาพระชายาก่อน! เร็ว!"
ดังนั้นกลุ่มคนจำนวนมากจึงพากันวิ่งกลับไปอย่างชุลมุน
ทันทีที่เห็นท่านแม่ จูจูก็เรียกสติกลับมาได้ และร้องไห้ออกมาเสียงดังโฮ ทำให้ฮองเฮาและพระชายาตวนอ๋องใไม่น้อย รีบลุกจากที่นั่งมารับตัวนาง
จิ่นอวี้ นางกำนัลาุโที่ตามไปด้วยรีบรายงานเื่ราว ไม่นานนัก องค์ชายห้าและองค์ชายเจ็ดก็ถูกเรียกตัวมา
องค์ชายห้าเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ก็รู้สึกกลัวจนอยากจะร้องไห้เช่นกัน
แต่เขาก็อายุสิบสองปีแล้ว จึงไม่กล้าร้องไห้ออกมาตรง ๆ ได้แต่เดินเข้าไปปลอบเด็กน้อยทั้งที่หัวยังมีฝุ่นเกาะ
"จูจู อย่าร้องเลย พอเ้าร้อง ข้าก็อยากร้องด้วย... แง้งงงง!!" แล้วเขาก็ล้มตัวลงนอนแผ่กับพื้น ร้องไห้โฮออกมา
ส่วนองค์ชายเจ็ดกุมศีรษะนั่งยอง ๆ อยู่บนพื้น ในหัวคิดเพียงว่า ‘ข้าอยากให้เซิ่งิจูถูกทับ แต่ผลคือพี่ห้าถูกทับ? ต่อมามีก้อนหินตกลงมาอีกก้อน ผลคือข้าเตะเซิ่งิจูกระเด็น ทำให้นางหลบก้อนหินพ้น สรุปว่าข้าช่วยเซิ่งิจูไว้ถึงสองครั้งเลยใช่หรือไม่’
เขาโกรธจนอยากร้องไห้ ‘ข้าช่วยเซิ่งิจูอีกแล้ว ข้าช่วยเซิ่งิจูอีกแล้ว!! ทำไมขาของข้ามันถึงได้เป็แบบนี้! ข้าไม่้าขาคู่นี้แล้ว ฮือ ๆ ๆ!’
หมอหลวงหลายท่านรีบวิ่งเข้ามาตรวจร่างกายทีละคน เสียนเฟยผู้เป็มารดาขององค์ชายห้า และหลิ่วผินผู้เป็มารดาขององค์ชายเจ็ดก็ทยอยตามมา
ทั่วทั้งตำหนักจึงเต็มไปด้วยเสียงร้องไห้ระงม ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ต่างส่งเสียงวุ่นวายอยู่พักใหญ่
ความจริงแล้วคนที่าเ็หนักที่สุดคือสหายร่วมศึกษาที่ตกลงมา ส่วนองค์ชายห้าแม้จะใมากแต่ไม่ได้าเ็เลย
รองลงมาคือเซิ่งิจู
นางถูกองค์ชายเจ็ดเตะกระเด็น เมื่อเลิกชายเสื้อขึ้นดูตามรอยรองเท้า พบว่าถูกเตะที่ข้างต้นขา ร่างกายเล็ก ๆ ของจูจูนุ่มนิ่มเหมือนเต้าหู้น้ำ อีกสักพักต้องเขียวช้ำแน่นอน
สุดท้ายคือองค์ชายเจ็ด ที่ใช้มือเปล่ารับก้อนหิน ทำให้ฝ่ามือถลอกและแขนเล็ก ๆ เขียวช้ำ แต่ไม่รุนแรงนัก
ฮองเฮาทรงเบาใจลง และจัดแจงอย่างเป็ระเบียบ โดยส่งตัวสหายร่วมศึกษาที่าเ็ออกไปรักษานอกวังก่อน
แม้เขาจะเป็คนเหยียบูเาจำลองจนพังและเกือบทำให้องค์ชายห้าาเ็ แต่เห็นแก่ที่เขาได้รับาเ็ด้วย จึงไม่ได้สั่งลงโทษและส่งตัวออกไปรักษานอกวัง
เสียนเฟยเมื่อเห็นว่าบุตรชายไม่เป็ไรก็สงบสติอารมณ์ได้ และเช็ดน้ำตาออก
เสียนเฟยเป็โฉมงามที่โดดเด่นและมั่นใจ ปกติแล้วนางมักจะรังแกหลิ่วผินอยู่บ่อยครั้ง เพราะในวังหลังของฮ่องเต้ิซี การมีบุตรชายคือการเลื่อนตำแหน่ง และในบรรดาผู้ที่มีบุตรชายด้วยกัน หลิ่วผินเป็ผู้ที่ได้รับความโปรดปรานน้อยที่สุด แม้แต่บรรดาศักดิ์อย่างเป็ทางการก็ไม่มี อีกทั้งบุตรชายยังมีปานบนใบหน้า จึงถูกรังแกได้ง่าย
รวมถึงองค์ชายห้า ที่ปกติก็รังแกองค์ชายเจ็ดอยู่บ่อยครั้ง
ทว่าครั้งนี้ องค์ชายเจ็ดกลับเป็คนช่วยบุตรชายของนาง... โดยเฉพาะพละกำลังมหาศาลที่องค์ชายเจ็ดแสดงออกมา ทำให้นางรู้สึกหวาดกลัวยิ่งนัก หากพละกำลังเช่นนี้ถูกนำมาใช้ตอนที่องค์ชายห้ารังแกเขา แล้วเขาตอบโต้กลับล่ะ?
ชีวิตน้อย ๆ ของบุตรชายนางคงแขวนอยู่บนเส้นด้าย!
ยิ่งคิดก็ยิ่งน่ากลัว เสียนเฟยตั้งใจจะผูกมิตรกับหลิ่วผิน แต่ก็ยังรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อย
องค์ชายห้าเริ่มสงบลงแล้ว เขาเป็เด็กที่อดทน เมื่อครู่ใจนร้องไห้โฮ แต่พอร้องเสร็จก็หายเป็ปกติ
เด็ก ๆ ไม่คิดอะไรซับซ้อน เขาหันไปตบไหล่องค์ชายเจ็ด
"น้องเจ็ด ขอบใจเ้ามากนะ เ้าคือพี่ชายผู้ช่วยชีวิตข้า! ต่อไปในวังข้าจะคุ้มครองเ้า ใครรังแกเ้า ให้รีบบอกข้า!"
องค์ชายเจ็ดตอบเสียงอู้อี้ "พี่ห้าไม่ต้องเกรงใจ"
หลังจากเฉียดตายมาครั้งหนึ่ง เขาก็ไม่สนใจเื่ที่องค์ชายห้าเคยรังแกเล็ก ๆ น้อย ๆ ก่อนหน้านี้อีกแล้ว
เสียนเฟยเห็นดังนั้นก็รู้สึกว่าสองแม่ลูกคู่นี้ช่างมีน้ำใจกว้างขวางยิ่งนัก ในใจจึงเกิดความรู้สึกผิดขึ้นมาบ้าง จึงประสานมือทำความเคารพหลิ่วผิน
"ครั้งนี้ต้องขอบใจน้องสาวมาก ที่คุณชายเจ็ดที่ช่วยเหลือน้องห้าไว้"
หลิ่วผินมีรูปลักษณ์บอบบาง และนิสัยก็ยิ่งบอบบางกว่ารูปลักษณ์ รีบกล่าวว่า
"พี่เสียนเฟยไม่ต้องมากพิธี เหลียงเอ๋อร์เพียงแต่บังเอิญอยู่ในเหตุการณ์เท่านั้นเ้าค่ะ"
ฮองเฮาทรงมองดูอยู่ครู่หนึ่ง แล้วสั่งให้คนพาองค์ชายทั้งสองไปเปลี่ยนเสื้อผ้า
จูจูร้องไห้จนเหนื่อย จึงหยุดพักหายใจ แต่ยังคงมีเสียงสะอึกจากการร้องไห้อยู่เป็ระยะ
เสียนเฟยดึงตัวหลิ่วผินมาคุยกันครู่หนึ่ง เมื่อหันมาเห็นทางนี้จึงกระซิบว่า
"ท่านหญิงน้อยปีนี้เป็อะไรไป เพียงไม่กี่วัน กลับเจอเคราะห์ร้ายถึงสองครั้ง!"
"นั่นสิ!" ฮองเฮาทรงพยักหน้าเห็นด้วย "รอให้เยี่ยนชิงว่างจากงาน พวกเ้าลองหาที่ไหว้พระขอพรดูเถิด เชื่อไว้ไม่เสียหลาย!"
พระชายาตวนอ๋องเช็ดน้ำตาแล้วพยักหน้า
ฮองเฮาทรงถามจูจูอีกว่า "เด็กดี ยังเจ็บอยู่หรือไม่?"
จูจูอยากจะร้องไห้อีกครั้ง ทำปากเบะอยู่นานแต่น้ำตายังไม่ไหลออกมา ทว่าความสามารถในการพูดเริ่มกลับมาแล้ว จึงพยักหน้า
"เจ็บ เจ็บมากเยย..."
ขณะนั้น องค์ชายห้าและองค์ชายเจ็ดที่เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จแล้วก็กลับมา ทันทีที่จูจูเห็นองค์ชายเจ็ด นางก็นึกขึ้นได้ จึงชี้ไปที่เขา
"พี่ชาย เตะจูจู จูจูกระเด็นไปเยย! กระเด็นไป..."
เ้าก้อนแป้งร้องไห้ไปพลาง ลงจากอ้อมกอดของพระชายาตวนอ๋อง เดินไปยืนเทียบข้างองค์ชายเจ็ด แล้วรีบวิ่งไปไกลถึงประตูตำหนัก ก่อนจะนั่งลงกับพื้น ใช้มือน้อย ๆ ชี้ลงที่พื้นแล้วร้องว่า
"ไกลเต้านี้! เต้านี้เยย!"
พรืด!
ฮองเฮาและพระชายาตวนอ๋องรู้สึกทั้งขบขันและสงสาร จึงทั้งหลั่งน้ำตาและหัวเราะไปพร้อมกัน
ในตอนนั้นเอง มีคนก้าวเท้าฉับ ๆ เข้ามาที่ประตู
ฮ่องเต้ิซีทรงมีรูปร่างสูงใหญ่ เดินอกผายไหล่ผึ่ง จึงไม่เห็นเ้าก้อนแป้งที่นั่งอยู่บนพื้น เกือบจะเหยียบลงบนตัวนาง
เจิ้งจงซุ่น ขันทีใหญ่ที่อยู่ข้างกายรีบคว้าขาพระองค์ไว้
"ฝ่าา! ท่านหญิงน้อย..."
ฮ่องเต้ิซีจึงทรงเห็นสิ่งมีชีวิตตัวเล็ก ๆ บนพื้น รีบยื่นมือไปหิ้วตัวนางขึ้นมา ใช้ฝ่ามือใหญ่รองก้นน้อย ๆ แล้วถามว่า
"จูจู เ้ายังเจ็บอยู่หรือไม่?"
จูจูเห็นว่ามีที่พึ่งคนใหม่มาถึง จึงหลั่งน้ำตาออกมาอีกระลอก ท่ามกลางความน้อยใจอันยิ่งใหญ่ นางลืมความกลัวไปสิ้น ทั้งพูดทั้งทำท่าประกอบ
"พี่ชาย เตะจูจู จูจูกระเด็นไปไกลเต้านี้เยย"
นางลงจากอ้อมแขนพระองค์ เพื่อแสดงให้เห็นอย่างเต็มที่ ก่อนจะนั่งลงกับพื้นดังปึ้ก
"ไกลเต้านี้! จูจูก้นเจ็บ ๆ!"
ฮ่องเต้ิซีทรงกระแอมเบา ๆ กลั้นหัวเราะ แล้วเดินกลับไปอุ้มเ้าก้อนแป้งขึ้นมาอีกครั้ง พร้อมกับเรียกฮองเฮาและพระชายาตวนอ๋อง จากนั้นจึงประทับนั่งลงอย่างสง่าผ่าเผย แล้วเหลือบมองบุตรชายทั้งสอง
องค์ชายเจ็ดก้มหน้าต่ำ สองมือกำหมัดแน่น
เป็แบบนี้อีกแล้ว! เป็แบบนี้อีกแล้ว!
ใช่ เขาอยากจะฆ่านาง แต่ในความเป็จริง เขากลับช่วยนางไว้ แต่นางก็ยังใส่ร้ายเขาอยู่ดี!
ในใจเขาโกรธจนอยากจะะโออกมาดัง ๆ แต่ต่อหน้าเสด็จพ่อ เขาไม่กล้าส่งเสียงออกมาแม้แต่นิดเดียว