ในขณะที่กองกำลังหลักกำลังรักษาอาการบาดเจ็บอยู่นั้นกองกำลังของสำนักปฐพีคลั่งก็เริ่มแข็งแกร่งขึ้นจากการนำศพของผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ปราณราชันขึ้นไปและนำไปกลั่นเอาเเกนโลหิตเพื่อฝึกฝนทักษะปีศาจโลหิตเพื่อเพิ่มพลังของตน
ทางราชวงศ์ฉินเองก็ได้รับความเสียหายไปเป็นจำนวนมากไม่ต่างจากสามสำนักมีผู้คนล้มตายไปเป็นจำนวนมากและในอีก1 วันก็จะเป็นวันตัดสินเพราะอาการของจักรพรรดิฉินในตอนนี้ได้หายเกือบสนิทเเล้ว พวกหยางจื่อเองก็เตรียมพร้อมร่างกายของตนเพื่อจะต่อสู้ในศึกตัดสินเพราะพวกเขาไม่สามารถรอกำลังเสริมจากอาณาจักรอื่นๆได้เเล้วเพราะพวกเขาได้รับรู้ความน่ากลัวของเจ้าสำนักปฐพีคลั่งซึ่งมีแต่จักรพรรดิฉินที่สามารถต่อกรกับเขาได้ และเเล้วเวลาหนึ่งวันก็ผ่านไปกองกำลังของทั้งสองต่างก็ประจันหน้ากันแต่ด้วยจำนวนของทางฝั่งหยางจื่อนั้นมีมากกว่าอย่างเห็นได้ชัดเพราะในตอนนี้กองกำลังของแต่ละตระกูลเองก็ได้เข้าร่วมด้วย "จื่อเอ๋ออาการของเจ้าไม่เป็นอะไรเเล้วอย่างงั้นรึ"หมิงฮ่าวกล่าวด้วยความกังวล"ข้าไม่เป็นอะไรเเล้วท่านพ่อไม่ต้องเป็นห่วงหรอก" หยางจื่อกล่าว
ด้านหลังหมิงฮ่าวคือกลุ่มเงาที่คอยปกป้องหยางจื่ออย่างลับๆมาโดยตลอดพวกเขาต่างก็มองไปที่หยางจื่อด้วยความเคารพหยางจื่อในตอนนี้ดูกล้าหาญและมีรัศมีของราชันแห่งโลกเปล่งออกมา "จักรพรรดิฉินข้าแนะนำให้พวกเจ้ายอมจำนนซะดีกว่าพวกเจ้าในตอนนี้ไม่สามารถเอาชนะข้าได้หรอก"เจ้าสำนักปฐพีคลั่งกล่าว "ข้าไม่มีทางก้มหัวกับกับพวกนอกรีตที่ฝึกฝนทักษะของปีศาจหรอก"จักรพรรดิฉินกล่าว "อย่างงั้นหรือแต่บุตรชายของเจ้ากลับเต็มใจที่จะเดินในเส้นทางของปีศาจโดยไม่ลังเลเลย"เจ้าสำนักปฐพีกล่าวด้วยรอยยิ้ม "เจ้าลูกทรพี เจ้าทำให้ราชวงศ์ของข้าต้องแปดเปื้อนข้าน่าจะฆ่าเจ้าไปเมื่อตั่งแต่เจ้าเกิดมาเพื่อไม่ให้เจ้าเป็นคนเลวแบบนี้" จักรพรรดิฉินกล่าวด้วยความโกรธ "ท่านจะโทษข้าก็ไม่ได้มันเป็นท่านเองที่ไม่ยอมเข้าข้างข้าเลยในตอนที่ข้าไปสู่ขอแม่นางโม่หงเย่ถ้าท่านคอยหนุนหลังข้าสักนิดพวกเขาก็ไม่มีทางปฏิเสธอยู่เเล้วแต่ท่านกลับทำเป็นนิ่งเฉยเมื่อข้าต้องการสิ่งใดท่านก็จะบอกให้ข้าหามันด้วยตนเองแต่กลับกันกับบุตรคนเล็กของท่านท่านคอยดูแลนางอย่างกับไข่ในหินถ้านางต้องการอะไรท่านก็พร้อมจะหามาให้นาง"องค์ชายสามฉินหยานกล่าวด้วยความโกรธ "เพียงเพาะเรื่องแค่นี้เจ้าถึงขนาดลดตัวไปฝึกฝนทักษะปีศาจและทรยศราชวงศ์ของตัวเองอย่างงั้นรึ"องค์รัชทายาทกล่าว "เจ้าเองก็เหมือนกันเจ้าที่เกิดมาก่อนและเป็นลูกคนโตจึงทำให้เจ้าได้รับสืบทอดเป็นจักรพรรดิรุ่นต่อไปอย่างง่ายดายแต่ดูข้าสิข้าไม่ได้รับอะไรเลยแถมท่านพี่ฉินซวนก็เสียชีวิตไปตั้งแต่ 10 ปีที่เเล้วทำให้ข้าต้องอยู่คนเดียวเพราะงั้นข้าก็เลยต้องเลือกเส้นทางนี้ยังไงละ"ฉินหยานกล่าว "ฮ่า ฮ่า เป็นอย่างไรบ้างจักรพรรดิฉินสิ่งที่บุตรของเจ้ากล่าวมาแทงใจดำของเจ้าใช่หรือไม่"เจ้าสำนักปฐพีคลั่งกล่าวเย้ยหยัน "เราควรจะหยุดโต้เถียงกันดีกว่าเพราะมันจะทำให้จิตใจของท่านเจ็บปวดซะเปล่าๆองค์จักรพรรดิ"เฉินฝ่านกล่าว"โจมตี!!!!!"
จักรพรรดิเริ่มตะโกรออกมาอย่างเกรี้ยวกราดกองกำลังของทั้งสองเริ่มเข้าปะทะกันอีกครั้งหยางจื่อในตอนนี้แข็งแกร่งที่สุดในระดับของศิษย์ไม่มีศิษย์ของสำนักปฐพีคลั่งคนใหนสามารถต่อสู้กับหยางจื่อได้ และในตอนนั้นเองที่โม่หงเย่ออกจากปิดด่านฝึกตนพลังของนางในตอนนี้อยู่ปราณจักรพรรดิขั้นที่5 และนางยังใกล้จะบรรลุจิตวิญญาณแห่งดาบเเล้วโม่หงเย่ที่พุ่งไปยังทิศทางของสนามรบในทันทีด้วยความเร็วของนางไม่นานก็มาถึงสนามรบและไล่สังหารผู้อาวุโสของสำนักปฐพีคลั่งในทันที"นั่นมันโม่หงเย่อย่างงั้นรึ" ฉินหยานกล่าวออกมาด้วยความตื่นเต้น
"ศิษย์น้องในที่สุดเจ้าก็มาดูท่าเจ้าจะแข็งแกร่งกว่าข้าเเล้ว"เฉินฝ่านกล่าวด้วยรอยยิ้ม โม่หงเย่สามารถสังหารผู้อาวุโสของสำนักปฐพีคลั่งที่อยู่ปราณจักรพรรดิขั้นที่6 ได้ซึ่งทำให้หลายๆคนตกตะลึง"สังหารนางซะอย่าให้นางฆ่าคนของเราไปมากกว่านี้" เจ้าสำนักปฐพีคลั่ง
"ใหนเจ้าสัญญาว่าจะไม่ฆ่านางและยกนางให้ข้า" ฉินหยานกล่าว
"ถ้าเจ้าอยากได้นางแบบเป็นๆก็ไปหยุดนางด้วยตนเองถ้าให้คนของข้าหยุดมีแต่ความตายเท่านั้นที่รอนางอยู่"เจ้าสำนักปฐพีคลั่งกล่าว"ย่อมได้" ฉินหยานหยิบเม็ดยาสีแดงโลหิตออกมาเเล้วกลืนมันลงไปในทันที
"บูม!!!!!!"
พลังปราณของฉินหยานระเบิดออกมาทำให้พลังของเขาเพิ่มจากปราณจักรพรรดิขั้นที่2 ไปเป็นปราณจักรพรรดิขั้นที่ 7 ในทันทีแลละที่สำคัญรูปลักษณ์ของฉินหยานในตอนนี้เปลี่ยนไปอย่างมากที่หน้าผากของฉินหยานมีเขาสีดำงอกออกมาและผิวก็กลายเป็นสีแดงเข้มในทันที"นั่นมันยาอะไรกันหนะ" จักรพรรดิฉินกล่าว
"นี่คือยาโลหิตต้องห้ามที่กลั่นมาจากเลือดของผู้ฝึกยุทธ์ที่อยู่ปราณราชันขึ้นไปบวกกับสมุนไพรล้ำค่าบางชนิด มันจะช่วยทำให้พลังของผู้ที่กินมันเข้าไปเพิ่มขึ้นถึง 5ขั้นในช่วงเวลาสั้นๆ แต่ผลเสียของมันก็คือถ้ากินมาก ๆก็จะมีสภาพเหมือนกับปีศาจขึ้นเลื่อยๆ"เจ้าสำนักปฐพีคลั่งกล่าว"บ้าเอ้ยศิษย์น้องอยู่ในอันตราย" เฉินฝ่านกล่าวด้วยความตื่นตระหนัก
"แต่พวกเราเองก็ไม่สามารถแยกตัวไปช่วยนางได้เช่นกัน"องค์รัชทายาทกล่าวโม่หงเย่ที่กำลังต่อสู้กับผู้อาวุโสของสำนักปฐพีคลั่งอย่างดุเดือดก็ได้มีคลื่นพลังปราณสีโลหิตพุ่งมายังทิศทางของนางอยู่
"หงเย่ข้ามารับเจ้าเเล้ว" ฉินหยานกล่าวด้วยรอยยิ้ม
"อย่าได้ใช้ปากเน่าๆของเจ้าเอ่ยชื่อของข้า"โม่หงเย่กล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นชา "ไม่ว่าเจ้าจะพูดยังไงหลังจากจบศึกนี้เจ้าก็เป็นของข้าอยู่ดี"ฉินหยานกล่าวด้วยรอยยิ้มที่หื่นกาม หยางจื่อที่ได้ยินคำกล่าวของฉินหยานก็ทำให้ใบหน้าของเขาเย็นชาและตะโกนอยู่ในใจ"ข้าต้องการพลัง"
เมื่อหญิงสาวชุดขาวที่อยู่ในดาบได้ยินก็ยิ้มที่มุมปากในทันที
-------------------------------------------------------------------------------------