Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด

ตอนที่ 187 ไซโต้หงุดหงิด

ตอนที่ 187

 

          “เป็นยังไงบ้างคะคุณทนาย” ฮิคาริหลังจากคุยโทรศัพท์เสร็จก็เดินไปหาทนายของเธอที่กำลังทำแผลอยู่ที่ห้องฉุกเฉิน

 

          “ก็ไม่รู้สิครับตอนนี้ยาชาออกฤทธิอยู่ผมเลยไม่รู้สึกเจ็บเท่าไหร่” ทนายตอบ

 

          “นั่นสินะแต่เดี๋ยวพอยาชาหมดฤทธิคุณทนายคงต้องปวดแสบปวดร้อนมากแน่นอนเพราะแผลไฟไหม้นั่นคือระดับสอง” ฮิคาริพูดพลางมองไปที่ทนายที่นอนคว่ำอยู่หลังจากให้พยาบาลรักษาแผลไฟลวกที่หลังเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

          “นี่คุณทนายเรื่องคดีจะวางมือก่อนมั้ยเดี๋ยวฉันจะเรียกทนายของบริษัทที่อังกฤษมาแทนให้เอง” ไวโอเล็ตที่นอนอยู่เตียงข้างๆพูดซึ่งแผลของเธอนั้นไม่ได้หนักเท่าทนายแต่ก็มีแผลไฟไหม้ระดับหนึ่งที่มือนิดหน่อย

 

          “ไม่เป็นไรครับคุณคริมสันผมอยากจะทำคดีนี้เองในเมื่อพวกนั้นทำกับผมขนาดนี้ผมขอจัดการสะสางด้วยตัวเองดีกว่า” ทนายหันไปพูดกับไวโอเล็ต

 

          “เฮ้อ...ตามใจคุณแล้วกันค่ะคุณทนายว่าแต่หนูฮิคาริเรื่องหลักฐานเป็นไงบ้าง” ไวโอเล็ตถามฮิคาริ

 

          “ก็ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาดพ่อบ้านของฉันจะเอามันมาส่งประมาณเที่ยงวันพรุ่งนี้ค่ะว่าแต่ช่วงที่ฉันไปคุยโทรศัพท์ทางตำรวจว่ายังไงบ้างคะ” ฮิคาริตอบพลางถามถึงเรื่องตำรวจ

 

          “ดูเหมือนจะสรุปคดีไปทางเรียกค่าไถ่ครับ” ทนายบอก

 

          “งั้นเหรอคะไม่เหลือหลักฐานให้สืบไปถึงต้นตอเลยสินะ” ฮิคาริไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่เพราะคาดไว้อยู่แล้ว

 

          “ใช่ครับจากที่ตำรวจสืบมาได้แท็กซี่คันนั้นเป็นแท็กซี่ที่ติดป้ายทะเบียนปลอมแล้วก็เส้นทางที่วิ่งไปกล้องวงจรปิดก็ถูกทำให้เสียไว้ก่อน...รถตู้ที่พาพวกเราไปโกดังร้างนั่นก็เช่นกันกล้องวงจรปิดจับภาพไว้ไม่ได้เลยเพราะวิ่งในเส้นทางที่กล้องถูกทำให้เสียไว้ก่อนแล้ว...ส่วนโกดังนั่นก็เป็นโกดังร้างของบริษัทเอกชน...ดูเหมือนจะถูกบุกรุกเอาไปใช้ขังพวกเราครับเพราะตำรวจตรวจพบแม่กุญแจที่ถูกทำลายแต่ก็ยังสรุปไม่ได้ต้องให้ตำรวจสืบต่ออีกหน่อยว่าบริษัทที่เอกชนที่เป็นเจ้าของโกดังร้างนั่นมีการให้ความร่วมมือกับผู้รายหรือเปล่า” ทนายเล่าข้อสรุปของตำรวจที่พึ่งบอกพวกเขาให้ฮิคาริฟัง

 

          “เฮ้อ...ทั้งที่พวกเรารู้อยู่แก่ใจว่าเป็นฝีมือใครแต่ไม่มีหลักฐานเชื่อมโยงเอาผิดได้เลย” ไวโอเล็ตถอนหายใจออกมาเพราะเธอเองก็แค้นพอสมควรแต่ไม่มีหลักฐานอะไรที่สามารถเชื่อมโยงเอาผิดตัวการที่ลักพาตัวพวกเธอได้เลย

 

          “ในเมื่อเอาผิดเรื่องคราวนี้ไม่ได้ก็เอาผิดเรื่องเมื่อ 20 ปีที่แล้วแทนแล้วกันค่ะยังไงเราก็มีหลักฐานเรื่องเมื่อ 20 ปีที่แล้วอยู่” ฮิคาริบอก

 

          “เดี๋ยวก่อนสิหนูฮิคาริเรื่องเมื่อ 20 ปีก่อนไม่ใช่ว่ามันหมดอายุความไปแล้วไม่ใช่หรือไง” ไวโอเล็ตพูดเพราะถ้านับตามเวลาเรื่องที่พี่ชายและพ่อแม่ของฮิคาริตายไปโดยสรุปว่าเป็นอุบัติเหตุนั้นคดีมันอายุความมันครบ 20 ปีไปแล้ว

 

          “เดี๋ยวก่อนนะครับผมไม่รู้ว่าพวกคุณกำลังพูดถึงเรื่องอะไรกันอยู่แต่ที่พวกคุณพูดถึงการหมดอายุความ 20 ปีนี่แสดงว่าเป็นคดีอาญาสินะครับกรณีนี้มันมีบางคดีที่สามารถยื่นขอขยายอายุความได้ถ้ามีหลักฐานเพียงพอถ้าเรื่องนี้มันเกี่ยวกับตัวการที่ทำให้หลังผมเป็นแบบนี้ผมสามารถช่วยเรื่องนี้ได้นะครับ” ทนายที่นอนฟังอยู่ไม่รู้

 

          “เห็นมั้ยคะบอกแล้วว่าเอาผิดเรื่องเมื่อ 20 ปีที่แล้วแทนได้ถ้ายังไงจบคดีละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาคราวนี้รบกวนคุณทนายรับงานต่อเลยทีนะคะ” ฮิคาริยิ้มออกมา

 

          “หึหึ...ผมคงไม่ได้พักรักษาแผลที่หลักแล้วสินะ” ทนายหัวเราะออกมา

 

อีกด้านหนึ่ง

 

          “นี่ครับคุณพ่อบ้านฝากเอาไปส่งให้ฮิคาริด้วยนะครับ” ดนัยยื่นกระเป๋าหนังให้พ่อบ้านของฮิคาริ

 

          “รับทราบครับคุณหมอดนัยผมนะจำไปส่งให้ถึงมือคุณหนูอย่างแน่นอน...ถ้าอย่างนั้นผมขอตัวรีบไปขึ้นเครื่องก่อนนะครับคุณหมอดนัย...คุณหนูซานาดะ” พ่อบ้านรับกระเป๋าหนังจากดนัยไปกอดเอาไว้แนบอกและก็บอกลาดนัยกับยูมิที่เอาของมาส่งถึงบ้านตระกูลทาเคนากะ

 

          “ค่ะ/ครับ !!x2” ทั้งสองคนพยักหน้ามองดูพ่อบ้านของฮิคาริที่ขึ้นรถและขับออกไปเพื่อไปสนามบิน

 

          “ฟูว...หวังว่าฮิคาริจะชนะคดีได้นะครับ” ดนัยมองดูรถที่วิ่งออกไป

 

          “ต้องชนะสิคะหลักฐานแน่นซะขนาดนั้นแถมยังมีคลิปเสียงพูดคุยตกลงซื้อขายอะไรนั่นควบคู่กับหลักฐานการโอนเงินที่ทำไม่สำเร็จนั่นด้วยจากหลักฐานทั้งสองชิ้นนั้นศาลคงตัดสินได้ไม่ยากว่าการตกลงซื้อขายโครงการครั้งนั้นทำไม่สำเร็จดังนั้นบริษัทที่ฟ้องร้องฮิคารินั่นจึงไม่มีทางมีโครงการ VR อยู่ในมือแน่นอนเพราะการซื้อขายครั้งนั้นทำไม่สำเร็จ” ยูมิพูดหลังจากได้เห็นข้อมูลหลักฐานที่ใช้สำหรับสู้คดีที่ฮิคาริมี

 

          “นั่นสินะครับงั้นพวกเรากลับกันมั้ยครับนี่ก็เที่ยงคืนกว่าแล้วผมกับคุณยูมิเข้างานตอนเช้าซะด้วยสิ” ดนัยดูเวลาก็เห็นว่ามันดึกมาแล้ว

 

          “ค่ะ” ยูมิพยักหน้าจากนั้นเธอและดนัยก็ขับรถกลับหอพักของโรงพยาบาล

 

          ทั้งสองคนกลับมาถึงหอพักก่อนจะแยกย้ายกันไปห้องพักใครห้องพักมันวันนี้ทั้งสองคนเจอเรื่องวุ่นวายมาค่อนข้างมากจึงไม่มีอารมณ์หวานกันต่อ

 

ตอนเช้า

 

          ดนัยและยูมิเดินออกจากหอพักไปทำงานพร้อมกันและหลังจากมาถึงในโรงพยาบาลทั้งสองคนก็ต้องแยกย้ายกันไปทำงานคนละแผนก

 

          “ถ้าอย่างนั้นไปก่อนนะคะดนัยเจอกันตอนกลางวัน” ยูมิบอก

 

          “ครับแล้วเจอกันตอนกลางวันตั้งใจทำงานนะครับ” ดนัยพยักหน้าและแล้วทั้งสองคนก็เดินแยกกันไปคนละทาง

 

          ครืด !! เสียงดนัยเปิดประตูเข้าไปในห้องพักศัลยแพทย์

 

          “อรุณสวัสดิ์ครั...” ดนัยกำลังจะกล่าวอรุณสวัสดิ์กับคนในห้องพักแต่ทันใดนั้นเองจู่ๆไซโต้ ทาเครุก็ปรี่เข้ามากระชากแขนเสื้อดนัยให้ตามเขาออกไป

 

          “หมอดนัยคุณมากับผม !!” ไซโต้พูดบอกกับดนัยท่ามกลางความสับคนมึนงงของหมอผู้ร่วมงานที่อยู่ในห้องพักศัลยแพทย์

 

          “หมอดนัยมีเรื่องกับหมอไซโต้งั้นเหรอ ??”

 

          “ไม่มั้งเมื่อวานก็ไม่เห็นมีอะไรเลย”

 

          หมอในห้องต่างสงเสียงพูดคุยกันอย่างสงสัยว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นระหว่างดนัยและไซโต้

 

ทางด้านดนัย

 

          “ดะ...เดี๋ยวก่อนสิครับหมอไซโต้เกิดอะไรขึ้นเนี่ยจู่ๆลากผมออกมาทำไม !!” ดนัยพยายามหยุดไซโต้แต่เขาก็ไม่ได้ฝืนมากนักเพราะถ้าฝืนเสื้อขาดกันพอดี

 

          ดนัยตามไซโต้ที่ลากเขาไปจนกระทั่งมาถึงบริเวณทางหนีไฟไซโต้ก็หยุด

 

          “โอย...เสื้อผมเกือบขาดเกิดอะไรขึ้นครับหมอไซโต้จู่ๆลากผมออกมาทำไม” ดนัยถาม

 

          หมับ !! ไซโต้ไม่ตอบแต่เข้ามาคว้าคอเสื้อดนัยเอาไว้

 

          “ทำไมคุณไม่บอกผมหมอดนัย” ไซโต้ถามดนัย

 

          “บอก ??” ดนัยทำหน้างง

 

          “ไม่ต้องทำเป็นไม่รู้เลยก็เรื่องที่น้าของผมกับฮิคาริถูกลักพาตัวไง” ไซโต้พูด

 

          “อ๋อเรื่องนั้นนี่เองนี่คุณยังไม่รู้งั้นเหรอเนี่ย !!” ดนัยเบิกตากว้างเพราะนึกไม่ถึงว่าไซโต้จะยังไม่รู้

 

          “พึ่งจะรู้เมื่อเช้านี่เองให้ตายสิก็ว่าเมื่อคืนยูมิจังโทรมาถามผมเรื่องโรงแรมที่พักนั่นทำไม” ไซโต้เกิดอาการหัวเสียเพราะดูเหมือนเขาจะเป็นคนเดียวที่รู้เรื่องช้าที่สุด

 

          ดนัยที่ได้ยินดังนั้นก็ได้แต่ยกมือขึ้นเกาหัว

 

          “ผมก็นึกว่าน้าของคุณโทรบอกตั้งแต่ที่หนีออกมาได้แล้วเสียอีกเพราะแบบนั้นผมก็เลยไม่ได้ไปบอกคุณน่ะสิหมอไซโต้” ดนัยพูด

 

          “โทรบอกเลยที่ไหนล่ะเป็นผมนี่แหละที่โทรไปหาที่โรงแรมเมื่อเช้าเพราะโทรเข้ามือถือของน้าผมและฮิคาริจังไม่ติดเพราะแบบนี้ผมก็เลยพึ่งรู้เมื่อเช้าว่าเมื่อคืนเกิดการลักพาตัวขึ้น” ไซโต้อธิบายเหตุผลที่เขารู้เรื่องช้า

 

          อ่าวเป็นงั้นไป...เอ๊ะว่าแต่แบบนี้แสดงว่าฮิคาริจำเบอร์เราได้สินะถึงโทรมาให้เราช่วยเมื่อคืน ดนัยแปลกใจเพราะนึกไม่ถึงว่าฮิคาริจะจำเบอร์มือถือตนเองได้

 

          “ไอ้พวกเวรนั่นก็เล่นสกปรกชะมัดให้ตายสิ” ไซโต้หงุดหงิดจนถึงกับสบถออกมาภาพลักษณ์สุภาพบุรุษใจดีที่เขาพยายามรักษาเอาไว้ถึงกับรักษาไม่อยู่

 

          “เอาน่าหงุดหงิดไปก็ไม่ได้อะไรหมอไซโต้กลับไปที่ห้องพักศัลยแพทย์กันเถอะครับผมต้องเตรียมเอกสารของผู้ป่วยที่ผมผ่าตัดวันนี้อีกนะ...ยังไม่ได้โทรไปยืนยันใช้ห้องผ่าตัดเลยด้วยถ้าไม่ยืนยันใช้ห้องผ่าตัดแล้วผมไม่มีห้องผ่าตัดใช้ยุ่งกันพอดี” ดนัยพูด

 

          “อือโทษทีแล้วกันพอดีหงุดหงิดไปหน่อย” ไซโต้ขอโทษดนัยจากนั้นทั้งสองคนก็เดินกลับห้องพักศัลยแพทย์ด้วยกันโดยไม่รู้เลยว่าตอนบ่ายในโรงพยาบาลจะมีข่าวลือว่าดนัยและไซโต้ทะเลาะกันเรื่องผู้หญิง

 

จบ...

คล้ายกับเรื่อง Ghost & Doctor ผีวุ่นวายกับนายแพทย์อ่อนหัด ที่คุณอ่าน