ตอนที่ 1 จุดเปลี่ยน
ในยุคที่ผู้มีอำนาจสูงย่อมเป็ผู้ที่ถูกต้องผู้ที่มีอิทธิพลมากก็คือผู้ที่มีจุดยืนหยัดที่เหนือกว่าผู้มีอิทธิพลน้อย ส่วนผู้ที่มีความฉลาดสูงและเป็ผู้สร้างเทคโนโลยีรวมไปถึงโปรแกรมใหม่ๆที่ดีกว่า เลิศกว่า และเหนือกว่าคือผู้ถูกตามล่าแต่การถูกตามล่าหรือลักพาตัวไม่ต้องห่วงเื่ความปลอดภัยเพราะผู้ล่าไม่สามารถสังหารเหยื่อได้ การถูกลักพาตัวจะเป็ไปแบบนุ่มนวลสุภาพไม่ว่าจะไปอยู่ที่ไหนก็ล้วนได้รับการต้อนรับอย่างดีรวมถึงสิทธิพิเศษมากมายอย่างล้นเหลือ
มุมมองของคนในเมืองหลวงในปัจจุบันนั้นนั้นมีวิถีชีวิตที่แตกต่างจากอดีตเทคโนโลยีเป็สิ่งล้ำค่ายิ่งกว่าชีวิตของผู้คน สามารถอำนวยความสะดวกได้หลายเื่เทคโนโลยีบางอย่างสามารถล้างบางประเทศที่ไม่เอื้ออำนวยต่อผลประโยชน์ของฝ่ายอิทธิพลให้หายไปในพริบตาได้เมื่อใดที่ประเทศมีเทคโนโลยีต่ำกว่าต้องยอมศิโราบอย่างไม่เต็มใจ
ผู้คนยังคงอยู่กันอย่างสงบสุขโดยเฉพาะในเมืองหลวงที่มีมาตรการคุ้มภัยอย่างหนาแน่น ส่วนชนบทก็รองลงมาหน่อยแม้จะมีปริมาณพื้นที่มากกว่าเมืองหลวง แต่ไม่ค่อยได้รับความสนใจมากเท่าไหร่นอกเสียจากคนที่มีแววว่าจะเป็อัจฉริยะเท่านั้นที่จะได้รับการสนับสนุนรวมถึงโอกาสที่จะได้เข้าไปอยู่ในเมืองหลวงพร้อมกับสิทธิพิเศษ
........................................................................................................
บนน่านฟ้าแห่งหนึ่ง
ลมเย็นพัดแรงเมฆปรากฏให้เห็นสุดลูกตา ความกว้างใหญ่ของน่านฟ้าไม่มีที่สิ้นสุดแต่มันไร้ซึ่งฝูงนกที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติบินผ่าน จะมีก็แต่ลวดลายวงจรสีขาวที่ถูกตั้งระบบด้วยเทคโนโลยีของประเทศนี้เพื่อทำหน้าที่ตรวจดูสิ่งผิดปกติที่ผ่านเข้ามาและยังเป็เกราะป้องกันที่ดีมากอย่างหนึ่ง แม้กระทั่งะเินิวเคลียร์ก็ไม่สามารถเจาะเข้ามาได้มันถูกสร้างด้วยเทคโนโลยีที่สลับซับซ้อน
น่านฟ้าไร้นกถูกแทนที่ด้วยเครื่องบินจำนวนมากเครื่องบินยุคนี้นั้นเป็สิ่งที่แตกต่างจากในอดีตสิ้นเชิง ความสามารถของมันนั้นนอกจากจะบินเร็วแล้วยังมีอาวุธร้ายแรงติดกับตัวเครื่องไว้รวมไปถึงโปรแกรมและของอันตรายที่คาดไม่ถึง
ในบรรดาเครื่องบินจำนวนมากตอนนี้มีอยู่หนึ่งเครื่องซึ่งดูทันสมัยมากกว่าใครเพื่อนบินแยกออกไปอีกทิศหนึ่ง
“ทุกคนเตรียมพร้อมที่จะลงไปปฏิบัติภารกิจสังหารเบื้องล่างในอีกไม่กี่ชั่วอึดใจนี้หรือยัง” ชายผู้มีตำแหน่งสูงที่สุดในเครื่องบินลำนี้กล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่นทรงพลัง
“พร้อมตลอดครับแต่ถ้าจะให้ดีไม่จำเป็ต้องเอาคนที่ไม่เข้าพวกอย่างเด็กหนุ่มที่ชื่อไผ่นี่มาเป็หัวหน้าพวกเราก็ได้อายุก็ยังน้อยแถมเวลาทำภารกิจก็หนีหายไปไหนไม่รู้อีกกลับมาอีกทีภารกิจก็สำเร็จไปแล้ว ผมล่ะแปลกใจตรงนี้ตรงที่นายพลมอบหมายตำแหน่งหัวหน้าให้กับเ้าหนูนี่ต่างหาก เพราะกลุ่มอื่นๆก็ไม่มีใครอยากได้คนที่ชอบอู้งานเวลาปฏิบัติภารกิจอย่างมันอยู่แล้ว” น้ำเสียงเอ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจของทหารคนหนึ่งร่างสูง อายุก็คงราว 35 ปี ร่างกายกำยำแข็งแรงหน้าตาคมเข้มที่มาจากการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง
“ผมก็ไม่เห็นด้วยครับนายพลเราไม่ควรเอาเ้าหนูนี่มาเป็หัวหน้า ภารกิจนี้ให้บดินท์เป็หัวหน้าเถอะครับเพราะเป็ภารกิจสำคัญและมีความเสี่ยงมากเกรงว่าหากเอาคนด้อยประสบการณ์อย่างมันมาเป็หัวหน้าเกรงว่าจะล้มเหลวเปล่าๆ นะครับ” นายทหารอีกคนพูดเสริมและสนับสนุนบดินท์ให้เป็หัวหน้า
“ให้ไผ่เป็หัวหน้าน่ะดีแล้วเอาล่ะได้เวลาที่จะต้องะโลงจากเครื่องแล้ว จะขอย้ำอีกครั้งว่าทุกคำสั่งการขอหัวหน้าไผ่ต้องทำตามทั้งหมด” นายพลตัดบทแล้วพูดกำชับพลันเสียงชิชะก็สบถออกมาเบาๆ
เหล่าทหารกลุ่มที่จะลงไปปฏิบัติภารกิจนี้มีอยู่15 นายรวมกับไผ่อีกเป็ 16เป้าหมายภารกิจคือการสังหารกลุ่มกองกำลังย่อยกลุ่มหนึ่งซึ่งถูกส่งมาเพื่อทำภารกิจบางอย่างจากหน่วยข่าวกรองรายงานว่าอุปกรณ์ที่พวกนั้นใช้ล้วนเป็อุปกรณ์ที่ไม่เคยเห็นมาก่อนแต่คาดเดาจากเครื่องประมวลผลแล้วมีความอันตรายระดับต่ำ แต่ด้วยจำนวนที่มาบุกรุกราว20 คนทางกองกำลังป้องกันจึงส่งทหารที่จบการฝึกมาใหม่ ไปลงพื้นที่ครั้งแรกฉะนั้นด้วยการด้อยประสบการณ์บวกกับทหารพวกนี้ล้วนเป็ลูกของคนมีอำนาจและมีอิทธิพลทั้งสิ้นการทำผลงานของทหารใหม่ก็เป็อะไรที่ทางผู้มีอำนาจ้าที่จะยกระดับลูกของตนเองให้สูงขึ้นเพื่อชื่อเสียงและหน้าตาในสังคม
ส่วนไผ่คือเด็กหนุ่มอายุราวๆ 17 ั์ตาสีดำ ใบหน้าคมคายสามารถดูได้เรื่อย ๆ โดยไม่เบื่อแววตาของเขานั้นดูเฉยชา เฉยเมยไม่สนใจสิ่งรอบข้างแม้ทหารที่กำลังจะได้ปฏิบัติหน้าที่พูดถากถางเขาก่อนหน้าสารพัดก็หาได้สนใจทุกคำพูดถูกปล่อยผ่านไปอย่างกับอากาศ นี่จึงเป็สาเหตุหลักที่ทำให้พวกนั้นไม่พอใจอีกทั้งเื่เล่าของไผ่ก็มีให้ฟังออกบ่อยๆโดยเฉพาะเื่ของการอู้ที่ไม่รู้ว่าเวลาปฏิบัติภารกิจเขาไปอยู่ตรงไหนก็ไม่ทราบบางครั้งก็สั่งการเเปลก ๆ ทำให้คนในทีมเกือบซวยมาแล้วหลายครั้ง
ตอนนี้ไผ่ก็ยังคงนั่งอยู่ชุดทหารที่มีตราหัวหน้าติดอยู่ตรงคอเสื้อท่าทีเฉย ๆ เนือย ๆ เหมือนคนไม่ได้หลับ และก็ไม่มีการหันเหไปสนใจคำพูดที่ทหารพูดมาก่อนหน้านั่นเพราะว่ามันเป็เื่ไร้สาระไม่น่าพิสมัย เขามุ่งเน้นไปที่ภารกิจเสียมากกว่า
นายพลได้ให้สัญญาณการะโร่มลงจากตัวเครื่องบินแล้วทหารทุกนายเตรียมพร้อมและก็ะโกันเป็แถวอย่างสวยงาม ส่วนตัวไผ่ะโเป็คนสุดท้ายทว่าก่อนที่จะะโนั้นนายพลได้รั้งเขาไว้ก่อน
“ขออภัยในการเสียมารยาทของพวกนั้นด้วยนะครับถ้าหากไม่มีคำสั่งโดยตรงจากเบื้องบนให้เก็บเื่นี้เป็ความลับผมคงตะคอกเ้าพวกนั้นไปแล้ว” นายพลก้มหัวพูดแต่ชายหนุ่มรับฟังในท่าทีธรรมดาเหมือนไม่ได้ใส่ใจกับเื่ที่เกิดขึ้น
“อืม..ไม่เป็ไรหรอก เฮ้อนี่ถ้าพ่อไม่บังคับให้มาคุ้มกันตอนนี้คงได้ไปเที่ยวเล่นเรื่อยเปื่อยแล้วล่ะมั้ง....น่าเบื่อชะมัด” ท่าทีนิ่งๆก็ยังคงอยู่ น้ำเสียงก็นิ่งๆ แต่คำพูดนั้นเหมือนกับบ่นยาวๆ
“ยังไงก็ฝากพวกนั้นด้วยนะครับ” นายพลตะแบะมือส่ง
“อือ”ไผ่พูดแค่นั้นก็ะโลงเครื่องไป
แรงอากาศปะทะกับใบหน้าระหว่างดิ่งลงไปด้านล่างเมื่อถึงระยะหนึ่งการกางร่มก็เกิดขึ้น แต่ละคนเริ่มกางร่มกันเพื่อชะลอความเร็วเพียงแต่ว่าพวกนั้นกางร่มออกก่อนที่จะถึงระดับ ไผ่ที่โดดลงสุดท้ายจนกระทั่งผ่านเลยพวกนั้นไปจนอยู่ด้านใต้ เมื่อถึงระดับกางร่มแล้วไผ่ดึงสลักกางร่มตามปกติแต่ทว่าเมื่อร่มกาง เหล่าทหารใหม่ก็รัวกระหน่ำลูกปืนใส่ตัวไผ่ทันทีหนำซ้ำยังสามารถยิงตัดสายร่มอย่างแม่นยำอีกต่างหาก แสดงถึงการฝึกฝีมีอย่างดีเยี่ยม
เมื่อสายร่มขาดบวกกับการรัวลูกปืนเข้าร่างอย่างจังการตกสู่พื้นโลกก็เร็วขึ้นและแรงขึ้นเหล่าทหารที่ช่วยกันทำจนสำเร็จก็ยิ้มด้วยความยินดีที่สังหารคนชื่อไผ่ได้
“วะฮ่า ไปสู่ที่ชอบๆ เถอะเ้าหนูแต่การตายของเอ็งก็ทำให้พวกเราพ้นจากหัวหน้าห่วย ๆภารกิจจะได้สำเร็จโดยไม่มีตัถ่วง บ๊ายบายเ้าสวะไร้ประโยชน์” กลุ่มทหารพิเศษพูดกันด้วยความสะใจเนื่องจากการทำภารกิจหลายครั้งของไผ่ได้สร้างความหมั่นไส้และความไม่พอใจให้กับเหล่าทหารจึงต้องใช้วิธีการเช่นนี้พวกเขาไม่เกรงกลัวบทลงโทษเพราะผู้ปกครองมีอำนาจระดับประเทศการสะสางเื่อาจใช้เวลานิดหน่อยแต่ก็ไม่ได้เหนือบ่ากว่าแรง
เื่ที่เกิดขึ้นนี้ก็อยู่ในสายตาของนายพลเหมือนกันแต่อาการของเขาก็ยังเฉยๆ
“เฮ้อเ้าหนูเจอเื่แบบนี้อีกแล้วเหรอหวังว่าคงจะตามไปสนับสนุนสมทบพวกลูกผู้มีอิทธิพลพวกนั้นทันนะลูกคนใหญ่คนโตจะไม่ตายเสียก่อนหรอกมั้ง”นี่คือคำพูดที่ออกจากปากของนายพล
ระหว่างที่ไผ่ตกลงด้วยความเร็วนั้นก็พลันเกิดแรงบีบอากาศขึ้นด้านล่างของเขามิติสีดำได้ขยายวงกว้าง และมีวงกลมคล้ายๆกับวงแหวนเวทมนตร์ในการ์ตูนหรือหนังแฟนตาซีหลายวงซ้อนทับกันเกิดขึ้นและดูดไผ่เข้าไป
ทุกอย่างมืดสนิทการตกลงไปเรื่อยๆ ยังไม่สิ้นสุด นานแสนนานจนไผ่ไม่อยากรอเลยนอนหลับไปทั้งอย่างนั้นเลย
ปรากฏการณ์แบบนี้ใช่ว่าจะเกิดขึ้นกับไผ่เพียงคนเดียวทั่วทุกมุมโลกตอนนี้ก็มีสิ่งนี้เกิดขึ้นและดูดคนเข้าไปเหมือนกันซึ่งจำนวนการเกิดทั้งหมดมี12 แห่งด้วยกัน
ข่าวนี้ถูกปิดบังไม่ให้แพร่ไปสู่มวลชนและถูกปิดเงียบไว้ นั่นเพราะเหล่าผู้ที่สูญหายไปส่วนใหญ่นั้นเป็ผู้ที่มีความสามารถมากพอที่จะเปลี่ยนอนาคตประเทศย่อมๆ หนึ่งประเทศได้
ส่วนทหารที่ยิงปืนจัดการไผ่ก็ได้ไปทำภารกิจต่อด้วยความสบายใจโดยหารู้ไม่ว่าการกำจัดไผ่ครั้งนี้จะทำให้พวกเขาประสบกับชะตากรรมอันโหดร้ายภารกิจที่คิดว่าง่ายกลับกลายเป็ภารกิจนรกที่ต้องหนีตายเอาตัวรอดอย่างสาหัสแม้จะมีบางคนรอดไปได้แต่ร่างกายไม่ได้ครบ 32พวกเขาต่างโวยวายลั่นถึงภารกิจเดนตายว่ายากเกินกว่าทหารใหม่เช่นพวกเขาแต่แล้วก็นั่งร้องไห้เสียใจเมื่อรู้ว่าตัวการสำคัญของภารกิจคือหัวหน้าไผ่เขาเป็คนควบคุมสถานการณ์ทุกอย่างที่เห็นว่าเขาอู้แท้จริงแล้วเป็การปลีกตัวออกไปกำจัดศัตรูบางส่วนและลดทอนประสิทธิภาพการต่อสู้พวกพวกมัน ภารกิจเด็กใหม่จึงง่ายกว่าเดิมร้อยเท่า
............................................