วันต่อมา
จินฮวาตื่นมาเพราะได้ยินเสียงโครมครามบางอย่าง ยังไม่ทันที่นางจะลุกขึ้นจากเตียง ร่างนางก็ถูกกอดอย่างแรง
“เส้าเส่าท่านเป็อย่างไรบ้าง ข้าได้ยินว่าท่านถูกลอบทำร้าย”
แขกผู้มาเยือนคืออวี้ฮวา ที่มาั้แ่ตะวันทอแสงได้ไม่นาน ที่ตามหลังนางมาคือฮูหยินหวัง ที่คงจะทำหน้าที่เป็เ้าบ้านไปต้อนรับนาง และนำนางมาเยี่ยมบุตรสาว
ฮูหยินหวังคารวะนางอย่างงดงาม
ในตอนนั้นเหรินจวินซึ่งได้ยินเสียงดังโครมครามเช่นกัน จึงเดินมาดูและได้พบว่าน้องสาวตนเองไม่ทราบเหตุใดจึงมาปรากฏตัวที่นี่
“เ้ามาทำอะไรที่นี่ในยามนี้”
“วานนี้ข้าได้ยินข่าวจากวังหลวง ว่าขบวนเสด็จของพวกท่านถูกลอบทำร้าย ก็กังวลร้อนใจเป็อย่างมาก”
“เ้าจึงออกจากวังหลวง ั้แ่ฟ้ายังไม่สางหรือ”
อวี้ฮวารู้สึกได้ถึงสายตากดดันของพี่ชาย นางก็แกล้งทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้
“เส้าเส่าท่านเป็อย่างไรบ้าง” อวี้ฮวาถามพลางจับลูบคลำตรวจดูจินฮวาไปด้วย
ในตอนนั้นเหรินจวินเห็นการกระทำของทั้งคู่ ก็เกิดความรู้สึกหงุดหงิดไม่พอใจขึ้นมา เขารู้สึกราวกับว่าลูกแมวน้อยในอุ้งมือตนเอง ไปออดอ้อนคลอเคลียผู้อื่นอย่างไรไม่ทราบ
“ข้าแค่เพียงเหนื่อยอ่อนเท่านั้น ความจริงไม่มีาแทางร่างกายด้วยซ้ำ”
นางยังคงเหนื่อยอ่อนอยู่มาก จินฮวาไม่ทราบโดยแท้เพราะเหตุใดจึงเป็เช่นนี้ เมื่อลองคิดทบทวนดูวานนี้นางไม่ได้ทำอะไรมากนัก แต่กลับรู้สึกเหนื่อยอ่อนมากมายถึงเพียงนี้ หรือเป็เพราะว่าร่างกายนี้อ่อนแอเกินไป
เื่อิทธิฤทธิ์ของนางก็อีกอย่างหนึ่ง นางไม่เคยทราบมาก่อนโดยแท้ว่ามนุษย์จะทำอย่างนั้นได้ หากเป็เช่นนั้น ที่จิงจิงกล่าวคงเป็ความจริงที่ครั้งก่อนนางใช้อิทธิฤทธิ์
“ข้าพาแพทย์หลวงมาด้วย”
กล่าวจบนางก็จะสาวเท้ารีบไปตามแพทย์หลวงคนสนิทของนางเข้ามา แต่เป็พี่ชายของนางที่ยืนขวางประตูอยู่
“เกอเกอข้าจะให้แพทย์หลวงเข้ามาดูอาการเส้าเส่า”
“...”เหรินจวินยังคงนิ่งเฉย
อวี้ฮวาจึงตัดสินใจเบียดตัวเข้าช่องระหว่างเขาและประตู และเพราะอย่างนั้นจึงกลายเป็นางไปสะดุดเข้ากับเท้าเหรินจวินจนล้ม
เหรินจวินจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงไม่ใส่ใจนัก “เหตุใดเ้าจึงไปนั่งตรงนั้น”
อวี้ฮวาหันหน้ามองพี่ชาย “ข้าบังเอิญสะดุดกลุ่มก้อนความชั่วร้ายบริเวณนี้”
“เช่นนั้นเ้าก็ระวังหน่อย อย่าให้สะดุดขาตนเองอีก”
อวี้ฮวาที่ได้ยินเช่นนั้นนางรู็สึกว่าหากพ่นไฟได้ นางพ่นไฟออกมาแล้ว เขาเป็อะไรหงุดหงิดเื่อะไรเหตุใดจึงมาลงกับนาง
“องค์หญิงาเ็ที่ใดหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ” ในตอนนั้นคนสนิทของนาง รีบเข้ามาดูบริเวณข้อเท้านางด้วยความเป็ห่วง
“ภายนอกข้าปกติดี” แต่ภายในใจตอนนี้เดือดไปหมด “เ้าก็เลิกห่วงข้าเกินไปได้แล้ว และทุกครั้งที่ข้าล้มเ้าอย่าเที่ยวมาเปิดกระโปรงข้าตามใจชอบได้หรือไม่”
แพทย์หนุ่มที่รู้ตัวว่าตนเองทำอะไรลงไป ใบหน้าขาวของเขาก็เปลี่ยนเป็สีแดง ก่อนจะรีบปิดกระโปรงนางกลับเข้าที่ “ความผิดของข้าใหญ่หลวงนัก ที่ทำการล่วงเกินท่านไป ขอท่านลงอาญา บั่นศีรษะนี้ด้วยมือท่านเถิด”
“อย่าตายด้วยเื่โง่ๆ ได้หรือไม่” อวี้ฮวาถอนหายใจออกมา เหตุใดวันนี้มีแต่บุรุษน่ารำคาญ
“พวกท่านสองพี่น้องมีปากเสียงกันหรือ ข้าไม่เป็ไรแค่เพียงอ่อนเพลียเท่านั้น ได้พักอีกสักครู่ก็หายแล้ว อวี้ฮวาเ้าพาแพทย์หลวงมาก็ดีแล้ว ให้แพทย์หลวงของเ้าดูาแของหวงตี้สักหน่อยเถิด”
อวี้ฮวาขี้คร้านจะมีปากมีเสียงกับพี่ชายอีก นางจึงให้แพทย์หลวงคนสนิทของนางไปดูอาการเขาที่ห้องพักของเขา
“ฮองเฮาเป็อย่างไรบ้างเพคะ”
ผู้ที่เรียกนางคือมารดาของนางนั่นเอง นางไม่แปลกใจที่จินฮวาจะงดงามถึงเพียงนี้ เพราะมารดาของนางนั้นงามมาก นางดูเป็สตรีมีอายุแต่ยังคงความงดงามอย่างจริงแท้ และนางดูคล้ายว่าจะไม่ได้งามเพียงรูปภายนอก จินฮวาััได้ว่าสตรีตรงหน้านี้งดงามไปถึงจิตใจจากสายตา เพราะเหตุผลเหล่านี้แม่ทัพหวังจึงไม่เคยมีฮูหยินรองกระมัง
“หมู่ชินท่านไม่ต้องมากพิธีกับข้า อย่างไรข้าก็เป็บุตรีของท่าน”
ฮูหยินหวังยิ้มหวาน แต่กล่าวด้วยน้ำเสียงเด็ดขาด “ไม่เหมาะสมเพคะ ข้าเคยสอนท่านหลายครั้งแล้วสิ่งที่พึงกระทำสิ่งที่ไม่พึงกระทำ ในเวลานี้ท่านเป็คนของราชวงศ์ลู่ นับตามลำดับขั้นสูงกว่าข้าไม่รู้เท่าไหร่ หากผู้ใดมาได้ยินอาจจะคิดว่าท่านเข้าข้างตระกูลเดิมของท่าน จะทำอย่างไร”
ความรู้สึกของการถูกมารดาดุ เป็ครั้งแรกคงเป็เช่นนี้กระมัง แต่นางเป็แมวนางทราบไม้ตายดี “จินฮวาเข้าไปกอดมารดาจากทางด้านหลัง ก่อนจะเอาศีรษะของนางถูไถซอกคอมารดาอย่างออดอ้อน หมู่ชิน...ใครจะคิดอย่างไรก็ไม่สำคัญ ขอแค่เพียงใจเรารู้ว่าตนเองทำอะไรก็พอแล้วไม่ใช่หรือ”
“ท่านดูแปลกไปอยู่บ้าง...ดูคล้ายว่าข้าคงต้องเข้าไปถวายงาน สอนขัตติยนารีให้ท่านใหม่แล้วจริงๆ ” ก่อนนางแต่งเข้าสกุลหวัง นางเคยเป็ราชครูสอนสตรีทั้งเชื้อพระวงศ์และบุตรีของขุนนาง ดังนั้นเื่เหล่านี้นางจึงสั่งสอนบุตรสาวก่อนเข้าวังหลวงแล้ว “ต่างคนต่างความคิด ต่างคนต่างจิตใจ ในเวลานี้ท่านคือเชื้อพระวงศ์เป็ศูนย์รวมใจของคนทั้งแคว้น ท่านควรวางตัวเป็กลางไม่ให้มีทีท่าเอนเอียงเข้าฝ่ายใด ไม่เช่นนั้นจะนำไปสู่ความแตกแยกได้ง่าย”
จินฮวาที่ได้ยินดังนั้นก็ถอนหายใจ ก่อนจะปล่อยอ้อมแขน “ข้าเข้าใจแล้ว”
ฮูหยินหวังมองหน้าบุตรสาวเล็กน้อย “เมื่อแรกวันที่ฮองเฮาเข้าวังหลวง ข้าก็เป็กังวลนัก แต่วันนี้ข้าก็สบายใจขึ้นมากที่รู้ว่าท่านจะมีคนคุ้มครอง”
จินฮวาเอียงคอเล็กน้อยอย่างไม่เข้าใจ
“ในตอนที่มาถึงฮ่องเต้ทรงอุ้มท่านมาถึงที่นี่ ทั้งที่โลหิตท่านเต็มกาย อีกทั้งในตอนที่หมอดูอาการยังทรงโปรดให้ดูอาการท่านก่อน ทั้งที่ดูจากตาเปล่าก็ทราบว่าอาการผู้ใดสาหัสกว่ากัน ฮ่องเต้ทรงเมตตาท่าน เอ็นดูท่านถึงเพียงนี้ข้าก็เบาใจเพคะ”
จินฮวาที่ได้ยินดังนั้นก็ยิ้มออกมาอย่างห้ามตนเองไม่ได้
“หากเป็จริงดังที่ฮูหยินหวังกล่าว เกอเกอก็หลงเสน่ห์ท่านไม่ใช่น้อยไม่ใช่หรือ ดูท่าว่าข่าวลือระหว่างเกอเกอและเส้าเส่าจะจริงมากทีเดียว”
“ข่าวลือเื่ใดหรือเพคะ”
อวี้ฮวาหัวเราะ ก่อนที่นางจะยื่นหน้าไปกระซิบข้างหูฮูหยินหวัง ฮูหยินหวังยกมือขึ้นทาบอก นางมองไปที่บุตรสาวเพียงชั่วครู่เดียว นางก็ล้มทั้งยืนและสิ้นสติไปทันที
อวี้ฮวายิ้มอ่อนๆ นางคิดถูกจริงๆ ที่นำตัวแพทย์หลวงสหายสนิทมาด้วย
55555 ย้ำนะคะ อวี้ฮวาเป็น้องสาวนะ