ั้แ่จบมาปานระพีก็สมัครงานประจำทำทันทีจนได้ที่ทำงานใหม่อยู่ย่านรัชโยธิน
“สวัสดีจ้ะ มาใหม่เหรอเราชื่อเฟิร์นนะ”เพื่อนใหม่ท่าทางใจดีทักทายพนักงานคนใหม่ที่ยังเก้ๆกังๆกับการทำงานวันแรก
“สวัสดีจ้ะ เราชื่อปานฝากแนะนำทุกเื่ด้วยนะ”หญิงสาวยกมือไหว้แม้อายุอาจจะรุ่นเดียวกันด้วยซ้ำ
“จ้ะ เราสบายๆไม่ต้องเกร็งนะ เออว่าแต่ปานมาทำงานวันแรกพร้อมกับหัวหน้าแผนกคนใหม่เลยนะ”
“จริงเหรอ”สีหน้าพนักงานใหม่ทำท่าทีตื่นเต้นทันที
“ชื่อคุณดุษฎีชื่อเล่นพี่ดอมเราเพิ่งไปเจอมา เดี๋ยวสักพักคงเดินมาทักทายทุกคน นั่นไงมาพอดี”
ดุษฎีเพิ่งมาทำงานในตำแหน่งหัวหน้าแผนกลูกค้าสัมพันธ์เป็วันแรกเดินตรงปรี่มายังโต๊ะของเฟิร์น
“สวัสดีเฟิร์น เจอกันอีกรอบนะ”
“ค่ะ เอ่อ นี่หัวหน้าใหม่ชื่อพี่ดอมและนี่ปานค่ะเพิ่งมาทำงานวันแรกค่ะ”
“สวัสดีค่ะคุณดุษฎี”ปานระพีพูดพร้อมกับยกมือไหว้ทำความเคารพ แต่สายตาไปสะดุดที่เคราบางๆบนใบหน้าของอีกคนทำให้เผลอยิ้มโดยไม่รู้ตัว
“เรียกพี่ดอมก็ได้ครับ ว่าแต่มีอะไรหรือเปล่าครับยิ้มแบบนี้” คนถามเหมือนจะรู้สึกตัวว่าตัวเองมีอะไรผิดปกติ
“เปล่าค่ะ” คำตอบสั้นๆยิ่งทำให้คนฟังเพิ่มความสงสัย
“แน่ใจนะครับปาน หน้าพี่ตลกเหรอครับ”
“หล่อมากกว่าค่ะ ไม่ตลกเลยใช่ไหมปาน”เฟิร์นรีบทักท้วงทันที พลอยทำให้ปานระพีหัวเราะเบาๆจนคนถูกชมต้องหัวเราะตามบ้างเมื่อต่างคนต่างมาเริ่มต้นใหม่ที่เดียวกันความสนิทสนมจึงเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วความใกล้ชิดเพิ่มความผูกพันธ์จนกลายเป็ความรู้สึกดีๆต่อกันดุษฎีตัดสินใจบอกความในใจที่มีต่อปานระพีหลังจากที่ทำงานและรู้จักกันมาถึง7ปี เวลาช่างผ่านไปรวดเร็วนักแต่คนที่เขารู้สึกดีๆด้วยกลับยังทำตัวเป็ปกติทั้งที่เขาพยายามทุกวิธีเพื่อให้อีกคนรับรู้ถึงความรู้สึกแต่ทุกอย่างกลับเหมือนเดิม
“เรารู้จักกันมาเจ็ดปีแล้วนะปาน ตอนนี้ปานอายุ31แล้วนะ”ดุษฎีจ้องหน้าคนตรงหน้าอย่าง้าคำตอบบางอย่าง
“ค่ะพี่ดอม ปานแก่ใช่ไหม” หญิงสาวถามพร้อมกับทำหน้าตาแบบไม่รับรู้อะไรทั้งสิ้นจนอีกคนอดหมั่นไส้ไม่ได้ก่อนจะใช้มือเขกศีรษะคนตรงหน้าเบาๆ
“เจ็บนะพี่ดอม ไม่ใช่เด็กมาเขกทำไม”
“เรียกสติว่าปานไม่เด็กแล้วนะ มีครอบครัวได้แล้วครับ”คราวนี้หญิงสาวเริ่มแก้มแดงทันทีก่อนจะก้มหน้างุดลงต่ำ
“หือ ว่าไงนะ ครอบครัวอะไรคะยังไม่คิดค่ะ”
“แม่คุณครับ แก่แล้วนะครับคิดเถอะ พี่ก็37แล้วพี่อยากมีลูกครับ”
“เกี่ยวกะปานเหรอพี่ดอม”ปานระพีชี้นิ้วเข้าหาตัวเองก่อนทำหน้าสงสัยทั้งที่เข้าใจความหมายดีอยู่แล้ว
“ครับ พี่จะแต่งงานกับปาน โอเคไหมตกลง จบครับ ไม่เื่เยอะ เหนื่อยครับ”
“เร็วไปนะ”
“7ปีนี่นะเร็วพี่รักปาน รู้ใช่ไหมครับ”ดุษฎีกุมมือหญิงสาวไว้แน่น
“ปานยังไม่พร้อมค่ะขอเวลาหน่อย”
“พี่ไม่เห็นปานมีใครทำไมไม่พร้อมครับ”ชายหนุ่มยิ่งบีบมือแน่นยิ่งขึ้นเหมือน้าย้ำคำตอบอีกครั้ง
“ปานยังไม่พร้อมค่ะเข้าใจปานนะคะถึงวันไหนพร้อมปานจะตอบพี่ดอมเองค่ะ”ดุษฎีได้แต่มองคนตรงหน้าด้วยความรู้สึกผิดหวังเล็กน้อยเจ็ดปีที่ผ่านมานี้ไม่มีอะไรทำให้ปานระพีเปลี่ยนมารู้สึกพิเศษกับเขาได้เลย
รูปถ่ายชายหนุ่มคิ้วหนาเข้มในชุดครุยขนาดสองนิ้วถูกดึงออกมาจากกระเป๋าเงินก่อนจะมีหยดน้ำใสๆจากแววตาแสนเศร้าหยดลงบนรูปถ่ายปานระพีรีบหาผ้ามาเช็ดเพราะหล่อนหวงรูปใบนี้มากเป็สิ่งเดียวที่หล่อเลี้ยงหัวใจมาจนถึงวันนี้แม้จะไม่มีโอกาสได้เจอคนในรูปนี้เลยก็ตามทำให้นึกย้อนไปถึงวันที่ได้รูปใบนี้มา พลอยทำให้หญิงสาวเผลอยิ้มคนเดียวอย่างมีความสุข
“ปานดูสิเรามีอะไรอวด” การะเกดเดินมาพร้อมซ่อนมือสองข้างไว้ด้านหลังทำให้อีกคนต้องรีบคว้ามือมาดู
“โนโน! อย่าแย่ง ขอดีๆนิสัยชอบเอาชนะแต่ดันชนะทุกเื่ที่้า ต้องยกให้เธอเลยนะปาน” ประโยคค่อนแคะช่างไม่มีผลให้เพื่อนรู้สึกอะไร
“เออๆ เอามาดูหน่อยอะไรอยากรู้”เมื่อทนคนเซ้าซี้ไม่เลิกการะเกดเลยยื่นให้ดู
“รูปพี่บีมไง แกให้เรามา”ไม่ทันจะพูดอะไรต่อ ปานระพีก็แย่งรูปที่มือการะเกดมาหน้าตาเฉย
“อ้าวเฮ้ย! พี่บีมให้เรามาไม่ได้ให้เธอนะ”คนพูดแกล้งทำเสียงไม่พอใจทั้งที่ความจริงตั้งใจเอารูปมาให้เพื่อนสาว
“เพื่อนขอนะ การะเกดเพื่อนรักและว่าที่น้องสะไภ้ผู้จิตใจงดงามดั่งนางฟ้านะนะ”
“เหรอ?????” เสียงลากยาวบ่งบอกว่าคนพูดนั้นประชดประชันเหลือเกิน
“ค่ะเพื่อนรัก เราขอรูปนี้นะ”
“เออก็จะเอามาให้ล่ะรู้ว่าคงไม่กล้าไปขอกับเ้าตัว”
“รักที่สุดเพื่อนคนนี้” ไม่พูดเปล่าปานระพีโถมตัวไปกอดการะเกดจนเ้าตัวต้องร้องเอะอะโวยวาย
“อย่ารักเรามาก เรากลัวความรักของเธอกลัวมากฮ่าฮ่าฮ่า”
“วันนี้วันสุดท้ายที่จะเจอมีอะไรไปสารภาพซะพี่บีมใจดีมากไม่ดุ”การะเกดจับมือเพื่อนเบาๆก่อนจะกอดกลับอีกครั้ง
“อือ วันสุดท้าย”