หลังจากเหตุการณ์การกักตุนข้าวเปลือก จักรพรรดิหลี่เหวินรู้สึกไม่สบายพระทัยนัก แม้เฉาหงจะรายงานว่าท่านชายห้าหลี่มู่ไป๋เป็เพียงคนโง่ที่พูดจาเหลวไหลไปเรื่อย แต่การที่ข่าวลือของคนโง่กลับกลายเป็ความจริง และเป็ฝีมือของซูหลิน บุตรีของเสนาบดีซูหยางผู้ซื่อตรง ทำให้พระองค์เริ่มคลางแคลงใจในความสามารถของเฉาหง และเริ่มหวาดระแวงตระกูลหลี่มากยิ่งขึ้น
เพื่อเป็การทดสอบและหาข้ออ้างในการกำจัดตระกูลหลี่ จักรพรรดิหลี่เหวินจึงมีพระราชโองการให้ บุตรชายทุกคนของขุนนางชั้นสูงเข้าร่วมการสอบราชการครั้งพิเศษ ซึ่งจะจัดขึ้นในอีกหนึ่งเดือนข้างหน้า โดยมีพระราชดำรัสอ้างว่าเพื่อเฟ้นหาผู้มีความสามารถมารับใช้ราชสำนัก
ข่าวนี้สร้างความปั่นป่วนไปทั่วเมืองหลวง โดยเฉพาะในจวนแม่ทัพหลี่
"มู่ไป๋ เ้าจะต้องเข้าร่วมการสอบราชการครั้งนี้" หลี่หยวน ผู้เป็บิดากล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึมในห้องทำงานของเขา "แม้เ้าจะไม่ได้เกิดมาเพื่อเป็ขุนนาง แต่การไม่เข้าร่วมจะทำให้จักรพรรดิมีข้ออ้างในการลงโทษตระกูลเรา"
หลี่มู่ไป๋พยักหน้า สีหน้าเรียบเฉย ราวกับไม่ได้กังวลสิ่งใด "ขอรับท่านพ่อ ข้าจะพยายามอย่างเต็มที่"
[บุคคล: หลี่หยวน - ความสัมพันธ์: 85% (ภักดี, ห่วงใย, เริ่มมีความหวังกับผู้ถือครอง)]
ชุนฮวาที่ยืนอยู่ด้านหลังมองนายท่านด้วยความเป็ห่วง นางรู้ดีว่าหลี่มู่ไป๋ไม่เคยเรียนหนังสืออย่างจริงจัง หรือแสดงความสามารถด้านการบริหารราชการใดๆ เลยตลอด 16 ปีที่ผ่านมา
"ท่านชายห้า จะไหวหรือเ้าคะ?" นางกระซิบถามเมื่ออยู่ตามลำพังกับหลี่มู่ไป๋
"ไม่ต้องห่วงชุนฮวา" หลี่มู่ไป๋ยิ้มบางๆ "ข้าไม่ได้ไร้ความสามารถอย่างที่เ้าคิด"
ใน่เวลาหนึ่งเดือน หลี่มู่ไป๋แกล้งทำเป็เร่งอ่านตำราที่ชุนฮวาหามาให้ แต่ในความเป็จริงแล้ว เขาใช้ระบบวิเคราะห์เทพัเพื่อดูดซับความรู้มหาศาลจากคลังข้อมูลของโลกใบนี้ ไม่ว่าจะเป็ประวัติศาสตร์ การปกครอง กฎหมาย พิชัยา หรือแม้แต่วรรณกรรมและปรัชญา เขาสามารถประมวลผลข้อมูลเหล่านี้ได้อย่างรวดเร็วราวกับเป็ห้องสมุดเดินได้
[กำลังอัปเดตข้อมูลความรู้ด้านการปกครอง: สมบูรณ์ 100%][กำลังอัปเดตข้อมูลความรู้ด้านประวัติศาสตร์: สมบูรณ์ 100%][กำลังอัปเดตข้อมูลความรู้ด้านกลยุทธ์การรบ: สมบูรณ์ 100%]
วันสอบราชการมาถึง บรรยากาศในลานสอบเต็มไปด้วยความตึงเครียด เหล่าบุตรชายขุนนางแต่งกายภูมิฐานนั่งประจำที่ องค์ชายหนึ่ง หลี่จิน และองค์ชายสอง หลี่เฉิน ก็เข้าร่วมการสอบในฐานะตัวอย่าง แต่ก็แอบจับจ้องมาที่หลี่มู่ไป๋เป็พิเศษ
การสอบแบ่งออกเป็หลายส่วน ทั้งการเขียนเรียงความ การตอบคำถามเกี่ยวกับกฎหมายและประวัติศาสตร์ และการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับนโยบายการปกครอง หลี่มู่ไป๋ยังคงรักษากิริยาท่าทางที่ดูซื่อๆ และเงอะงะในสายตาผู้อื่น แต่เมื่อลงมือเขียนและตอบคำถาม ปากกาในมือของเขากลับเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและมั่นคง ตัวอักษรที่ปรากฏบนกระดาษนั้นเรียงร้อยถ้อยคำอย่างคมคาย มีเหตุมีผล และแสดงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลเกินกว่าที่คนอายุ 16 ทั่วไปจะคิดได้
คำตอบของเขาเกี่ยวกับวิธีการบริหารจัดการปัญหาภัยแล้งนั้นเฉียบคมและใช้ได้จริง โดยอ้างอิงจากหลักการชลประทานและระบบการแจกจ่ายเสบียงที่ทันสมัยจากโลกเดิมของเขา ส่วนเรียงความเื่ "การสร้างความเป็ธรรมในแผ่นดิน" นั้นกินใจและแสดงออกถึงความเข้าใจในธรรมชาติของมนุษย์และสังคมอย่างลึกซึ้ง
[บุคคล: หลี่จิน (องค์ชายหนึ่ง) - ความสัมพันธ์: -88% (หวาดระแวง, เริ่มเห็นเป็ภัยคุกคาม)][บุคคล: หลี่เฉิน (องค์ชายสอง) - ความสัมพันธ์: -83% (ประหลาดใจ, เริ่มให้ความสนใจ)]
เมื่อการสอบสิ้นสุดลง เสียงฮือฮาในหมู่ขุนนางผู้คุมสอบก็ดังขึ้น พวกเขาต่างตกตะลึงในความสามารถที่เหนือความคาดหมายของ "ท่านชายหน้าขาว" ผู้นี้
เฉาหง ผู้เป็หนึ่งในคณะกรรมการคุมสอบ จ้องมองกระดาษคำตอบของหลี่มู่ไป๋ด้วยสีหน้าไม่อยากเชื่อสายตา ตัวอักษรเหล่านี้เป็ลายมือของหลี่มู่ไป๋แน่นอน แต่เนื้อหาในนั้นกลับไม่ใช่ความคิดของคนโง่ เขารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าอย่างจัง
"นี่... นี่มันเป็ไปไม่ได้!" เฉาหงพึมพำกับตัวเอง
ผลการสอบถูกประกาศในอีกไม่กี่วันต่อมา และสร้างความสั่นะเืไปทั่วราชสำนัก!
อันดับหนึ่งของการสอบราชการพิเศษครั้งนี้คือ... หลี่มู่ไป๋!
คะแนนของเขาโดดเด่นกว่าผู้เข้าสอบคนอื่นๆ อย่างเห็นได้ชัด รวมถึงเหนือกว่าองค์ชายหนึ่งและสองอย่างขาดลอย!
จักรพรรดิหลี่เหวินทรงทราบผลการสอบ ใบหน้าของพระองค์ขาวซีดด้วยความตกตะลึงระคนหวาดระแวง พระองค์ไม่เคยคิดว่าบุตรชายที่อ่อนแอที่สุดของแม่ทัพหลี่ จะมีความสามารถถึงเพียงนี้
"นี่คือท่านชายที่เ้าบอกว่าเป็คนโง่งมอย่างนั้นรึเฉาหง?!" จักรพรรดิทรงตวาดเสียงดัง
เฉาหงคุกเข่าลง ตัวสั่นเทา "พะยะค่ะฝ่าา กระหม่อมก็มิอาจทราบได้ว่า... ไฉนท่านชายห้าถึง..."
ความสามารถที่หลี่มู่ไป๋แสดงออกมาอย่างเหนือความคาดหมายนี้ ทำให้จักรพรรดิและเฉาหงระแวงเขามากยิ่งขึ้นไปอีก พวกเขาไม่อาจหาข้อบกพร่องหรือข้ออ้างที่จะกำจัดหลี่มู่ไป๋ได้ในตอนนี้ เพราะคะแนนสอบนั้นเป็สิ่งที่ประจักษ์ชัดและไม่อาจปฏิเสธได้
สำหรับองค์ชายหนึ่งและสอง พวกเขาต่างมองหลี่มู่ไป๋ด้วยแววตาที่เปลี่ยนไป จากความดูถูกเหยียดหยาม กลายเป็ความระแวงและจับจ้องอย่างใกล้ชิด หลี่มู่ไป๋ไม่ได้แสดงความดีใจอะไรนัก เขายังคงทำตัวเป็คนถ่อมตน ยิ้มเจื่อนๆ ราวกับไม่รู้ตัวว่าได้สร้างความสั่นะเืครั้งใหญ่ในราชสำนักไปแล้ว
แต่ในใจของหลี่มู่ไป๋ เขารู้ดีว่านี่เป็เพียงก้าวแรกเท่านั้น ก้าวที่ทำให้ทุกคนเริ่มหันมามองเขาอย่างจริงจัง ัที่หลับใหลได้ตื่นขึ้นแล้ว และมันกำลังจะแสดงพลังที่แท้จริงให้โลกได้ประจักษ์!