เมื่อกลับมาถึงคฤหาสน์ตระกูลแน่นอนว่าเฟยหรงถูกปู่ของเขาเรียกหาในทันที และมันจะเป็เื่อะไรไปไม่ได้นอกจากเื่ของเขากับเสี่ยวเซียน เมื่อเข้าไปถึงด้านในห้องทำงานของผู้นำตระกูลเฟยหงก็หัวเราะร่าและตบไหลของเฟนหรงเป้นตัวแทนคำว่าทำได้ดีมากสำหรับเขา
เฟยหรงได้แต่ยิ้มเจื่อนๆท่านปู่เขาบอกว่าจะจัดงานหมั้นขึ้นในอีกสองเดือนข้างหน้าหลังงานประลองจบลง แน่นอนว่าเฟยหรงไม่ได้ขัดข้องแต่อย่างใด ในชีวิตก่อนมัวแต่ยุ่งอยู่กับาจนละเลยความสุขพวกนี้ไปจนหมดดังนั้นในชีวิตนี้เฟยหรงตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะใช้ชีวิตอย่างสุดเหวี่ยงให้มันคุ้มกับที่ได้มาจุติใหม่เสียหน่อยและแน่นอนว่าสุดเหวี่ยงที่เขาพูดถึงย่อมต้องอยู่ในขอบเขตความถูกต้องด้วยไม่เช่นนั้นเขาก็จะไม่ทำมันอย่างเด็ดขาด
เมื่อออกมาจากห้องทำงานของผู้นำตระกูลเฟยหรงก็กลับไปที่ห้องในทันที นั่งลงและบ่มเพาะพลังในอีกสองเดือนข้างหน้านี้เขาจะต้องชนะให้ได้ เป้าหมายของเขาไม่ใช่การเข้าสำนักหรือรางวัลแต่อย่างใดแต่ที่เขา้านั้นคือการสำแดงพลังให้ผู้เป็ปู่ได้เห็นและยอมเล่าเื่ราวของพ่อกับแม่ของเขาให้ฟังและแน่นอนว่าเขาััได้ว่ามันจะต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน
เด็กหนุ่มนั่งโคจรทักษะบ่มเพาะเกือบหกชั่วยาม จนกระทั้งเช้าวันใหม่ได้มาถึงเขาก็ลืมตาขึึ้นมาช้าๆลมปราณัที่รุนแรงค่อยๆแทรกซึมเข้าร่างกายอย่างช้าๆและในที่สุดก็หายไปในร่างกายของเขาจนหมดพร้อมกับพลังที่สูงล้ำเกินกว่าอัจฉริยะรุ่นเดียวกันไปมากเนื่องจากในตอนนี้เขาอยู่ในระดับก่อเกิดปราณขั้นห้าเป็ที่เรียบร้อยและทรัพยากรณ์ที่เขาเก็บเอาไว้ก็หมดไปด้วย
"สมกับเป็ทักษะระดับมหาวิถีเทวะในตำนาน แม้แต่ที่ๆลมปราณน้อยถึงเพียงนี้ก็ยังคงบ่มเพาะได้อย่างรวดเร็ว ถ้าหากข้ามีสถานที่ฝึกปราณที่มีพลังปราณหนาแน่นกว่านี้พลังของข้าจะพุ่งไปสูงเท่าใดกันนะ"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้นและสำรวจกระเป๋ามิติที่ในเวลานี้แล้วนอกจากเงินเขาก็ไม่มีอะไรอยู่เลยไม่เว้นแม้แต่ทรัพยากรณ์
"เหอะๆตัวข้าช่างยากจนยิ่งนัก เห็นทีคงต้องลองเขียนทักษะในหัวสักทักษะไปขายสักเล่มหากเขียนตำราระดับปฐีไปคงจะได้กำไรไม่น้อยทีเดียว"เฟยหรงกล่าวออกมาเช่นนั้นก่อนจะเดินออกไปสั่งให้เฟยหลินและเฟยเหลียงหากระดาษและผู้กันมาให้เขา ซึ่งสองพี่น้องก็ไปหามาให้เขาด้วยความรวดเร็ว ภายในระยะเวลาไม่นานกระดาษผู้กันและน้ำหมึกก็มาถึงมือของเฟยหรงทั้งหมด
เขารีบนึกวิชาระดับปฐีที่อยู่ในหัวออกมาในทันที เพียงแค่วิชาระดับนี้ก็สามารถทำให้เกิดความวุ่นวายได้แล้วดังนั้นเขาจึงไม่อยากเอาวิชาที่ระดับมากกว่านี้ไปขายไม่เช่นนั้นทั่วทั้งเมืองจะลุกเป็ไฟเลยก็ว่าได้
"ในความทรงจำของข้าฝ่ามืออัสนีคลั่งคือวิชาระดับปฐีที่อ่อนที่สุดแล้ว ดังนั้นเอาวิชานี้แล้วกัน"เขากล่าวออกมาเช่นนั้น พลันจุ่มผู้กันขีดเขียนทักษะฝ่ามืออัสนีคลั่งอย่างบรรจงพร้อมยกยิ้ม วิชาระดับปฐีนี้แม้พลังทำลายจะมากก็จริงแต่หากใช้โดยไม่ระมัดระวังภัยอาจจะมาถึงตัวได้ซึ่งแน่นอนที่เขาคิดจะขายวิชานี้เพราะเชื่อว่ามันจะต้องใช้วิธีการประมูลอย่างแน่นอนและคงหนีไม่พ้นสี่ตระกูลใหญ่และตระกูลเ้าเมืองที่ได้มันไป หากเป็ตระกูลหลี่หรือจินได้มันไปเขาจะเื่ภัยแฝงในทักษะ แต่ถ้าหากตระกูลเสี่ยวหรือตระกูลจ้าวซึ่งเป็เ้าเมืองได้ไปนั้นเขาก็จะชี้แนะแนวทางที่ถูกต้องให้ ส่วนตระกูลเฟยนั้นเขาจะไปบอกปู่ของเขาทีหลังว่าไม่ให้ประมูลโดยเขาจะปรับแต่งวิชาระดับดำในตระกูลให้เป็ระดับปฐีทั้งหมดเพื่อตอบแทน
ใช้เวลาเพียงสองชั่วยามเท่านั้นปลายผู้กันของเฟยหรงก็พลันโบกสบัดเป็ครั้งสุดท้ายพร้อมด้วยอักษรที่งดงามตราตรึงใจและแฝงไปด้วยอำนาจที่ลึกซึ้งปรากฏขึ้นมาในกระดาษเ่าั้ในทันทีก่อนที่เขาจะทำการเย็บเข้าด้วยกันกลายเป็หนังสือหนึ่งเล็มด้านหน้าเขียนคำว่าผ่ามืออัสนีคลั่งเอาไว้
"เรียบร้อยเท่านี้ข้าก็มีเงินไว้ซื้อวัตถุดิบกับยาบ่มเพาะแล้ว ฮ่าๆๆ"เฟยหรงหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ก่อนที่เขาจะเดินถือทักษะกระบี่อัคคีโชติ่ ผ่ามือะเิ และท่าร่างมายา ที่ปรับแต่งแล้วเดินออกไปหาปู่ของเขาในทันที นี่คือสิ่งที่เฟยหรงอยากจะตอบแทนให้กับปู่ของเขาเสียหน่อยครั้นจะเขียนทักาะระดับนภาให้มันก็จะดูเกินไปหน่อยสำหรับเขาในเวลานี้ดังนั้นการปรับแต่งวิชาจึงเป็สิ่งที่ดีที่สุดแล้ว หากปู่ของเขาได้เห็นอย่างมากที่สุดก็มองเขาเป็อัจฉริยะทางด้านนี้ก็เท่านั้นไม่ได้รู้สึกแปลกแต่อย่างใด
และมันก็เป็อย่างที่เขาคิดจริง เมื่อเฟยหงได้เปิดตำราทักษะอ่านเขาก็ทำตาโตเป็ไข่ห่านจับจ้องมันราวกับสมบัติล้ำค่าแม้เขาจะซักถามเฟยหรงไปว่าทำได้อย่างไร เฟยหรงก็เพียงแค่ตอบว่าก็แค่ปรับแต่งวิชาเพียงเท่านั้น และนั่นทำให้ผู้เป็ปู่อย่างเฟยหงทำท่าทีหมั่นใส้และไม่ได้กล่าวถามอะไรในทันที แต่ใครจะรู้ในใจเขาในตอนนี้ลิงโลดราวกับคนบ้า เฟยหรงหลานชายของเขาที่ฝึกยุทธไม่ได้และหลายคนบอกว่าหมดหวังแท้จริงแล้วเป็อัจฉริยะในด้านการปรับแต่งวิชาสำหรับเขานี่มันมหัศจรรย์เกินไป
ถ้าหากเป็ระดับจักรพรรดิเขายังเข้าใจได้แต่หลานชายของเขากลับทำได้อย่างน่าตาเฉยในขณะนี่มีพลังอยู่แค่แรกเริ่มขึ้นที่สี่เท่านั้นนี่ไม่เรียกมหัศจรรย์แล้วจะเรียกว่าอะไรได้อีก
"ท่านปู่วันนี้ที่ข้ามาไม่ใช่เพราะจะส่งคืนทักษะพวกนี้อย่างเดียวข้ายังอยากจะบอกอะไรกับท่านไว้ด้วย"เฟยหรงกล่าวขึ้นน้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัดพร้อมตบกระเป่ามิติที่ห้อยอยู่ข้างกายและนำตำราผ่ามืออัสนีคลั่งออกมานำมาให้กับปู่ของเขาได้ชม
"ตำรานี้ข้าเขียนขึ้นมาเองและข้ากะจะนำมันไปประมูลน่ะขอรับ"เขากล่าวออกไปเช่นนั้น เฟยหงเมื่อได้อ่านถึงกับตาโตพร้อมมองไปที่เฟยหรงอย่างประหลาดใจ หลานชายคนนี้นับวันยิ่งทำเื่แปลกๆและเกินอายุไปทุกที ก่อนที่เขาจะกล่าวออกไปว่า
"หรงหรง เ้าจะบ้าไปแล้วหรืออย่างไรนี่มันทักษะระดับปฐีเลยนะ การที่เ้าเขียนมันมาได้ก็นับว่ามหัศจรรย์ยิ่งแต่เ้ากลับจะนำมันไปขายเนี้ยนะ หลานข้าเ้ามีปัญหาอะไรหรือเปล่า"เฟยหรงแย้มยอ้มก่อนจะตอบกลับไปว่า "ท่านปู่ทักษะนี้ข้าเขียนขึ้นมาเล่นๆเท่านั้นและข้าอยากจะนำไปขายเพื่อเอาเงินมาซื้อทรัพยากรณ์และยาในการบ่มเพาะพลังขอรับ ลำพังแค่ทรัพยากรณ์ที่ข้าได้มามันไม่เพียงพอจริงๆแถมเงินข้าก็เหลือน้อยเต็มที นี่จึงเป็วิธีที่ดีที่สุดแล้วขอรับ"
'เขียนออกมาเล่นๆเ้าเด็กตัวแสบนี่รู้ตัวหรือเปล่าว่าพูดอะไรออกมา แม้แต่ระดับจักรพรรดิยังก็ยังยากที่จะทำได้แต่กลับกล่าวออกมาเช่นนี้ นี่มันกะจะทำให้เหล่าคนตบะสูงๆช้ำใจตายหรืออย่างไร'เฟยหงคิดในใจก่อนที่เขาจะถอนหายใจแล้วกล่าวตอบไปว่า "หรงหรง ทรัพยากรณ์เ้าหมดแล้วทำไมเ้าไม่มาขอปู่ละ ตระกูลเฟยของเราก็ไม่ได้ยากจนและมีทรัพยากรณ์ให้เ้าใช้มากมาย สู้เ้าเก็บทักษะนี้ไว้ไม่ดีหรือ"
"ท่านปู่ทรัพยากรณ์ที่ข้าใช้มันค่อนข้างจะพิเศษน่ะขอรับแถมยังต้องใช้เงินเยอะมากข้าไม่อยากจะรบกวนตระกูลจนเกินไปเพราะมันจะทำให้ตระกูลได้รับผลกระทบได้ และที่ข้ามาที่นี่เพื่อจะขอให้ท่านไม่ต้องประมูลสินค้าชิ้นนี้แข่งกับตระกูลอื่นและไม่ต้องกลัวว่ามันจะเป็ภัยเนื่องจากทักษะนี้มันไม่ใช่ทักษะที่ดีอะไรนักและหากไม่รู้วิธีการใช้ที่ถูกต้องมันจะทำให้เป็ผลเสียต่อตัวผู้ใช้เองดังนั้นไม่ต้องกังวลไป"เมื่อได้ยินคำยืนยันเป็มั่นเหมาะเช่นนั้นของเฟยหรง เฟยหงได้แต่ถอนหายใจและพยักหน้ายอมรับ ถึงอย่างไรทักษะนี้ก็เป็ของหลานเขาแถมหลานคนนี้ยังมีเล่ห์เหลี่ยมมากมายกว่าที่เขาคิดไว้ ถึงกับสร้างกับดักคนใช้ไว้ในทักษะเช่นนี้ถึงเกินสามัญสำนึกไปเสียหน่อยแต่เขาก็อดที่จะภูมิใจไม่ได้
เมื่อได้รับการตอบตกลงจากผู้เป็ปู่เฟยหรงก็กล่าวขอบคุณและเดินออกไปในทันที สำหรับเขาการได้มีความทรงจำชาติก่อนเช่นนี้มันช่างสะดวกสบายเสียจริงๆ
"เทียนเอ๋อ ลูกของเ้าเติบโตมาได้ดีจริงๆแม้พร์เื่การฝึกฝนของเขาจะยังอ่อนด้อย แต่ความสามารถในการปรับแต่งวิชาของเขาเป้นของจริง"ในขณะที่เฟยหรงเดินออกไปแล้วเฟยหงก็กล่าวออกมาด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ แต่เขาไม่รู้เลยว่าการเติบโตของหลานชายคนนี้นั้นเหนือล้ำกว่าที่เขาคิดไว้มาก