บทที่ 35 ตอนนี้เป็นแค่โลลิตายังไงแก่ตัวไปก็แคระ
เมื่อกระสุนของปีศาจโลหิตและราชินีสีชาดหมด พวกเขาก็ไม่ได้ตื่นตระหนกแต่อย่างใด ต่างล้วงไปด้านหลังแล้วชักมีดสั้นออกมา
ลู่เฉิงเฟิงและพยัคฆ์โลหิตค่อย ๆ บีบเข้าหา
หลินเจี้ยนหลูก็ปรากฏตัวจากด้านหลังต้นไม้
“ไอ้บ้า ถ้าแกมาช้ากว่านี้อีกนิด ฉันคงได้เก็บศพตัวเองแล้ว”
หลินเจี้ยนหลูบ่นลู่เฉิงเฟิงทันทีที่เห็นหน้า เพราะตอนนี้เธออารมณ์ไม่ดีเอาซะเลยเนื่องจากได้รับบาดเจ็บที่ไหล่
แต่ด้วยความที่เธอดูมีเสน่ห์เหลือเกิน ดวงตากลมโตเป็นประกายแม้ในยามที่จ้องเขม็ง เสียงหวานใสแฝงไปด้วยความยั่วยวนชวนหลงใหล ยิ่งทำให้ดูเหมือนกำลังออดอ้อนมากกว่า
“พวกเรารีบมาทันทีที่ได้รับข้อความจากเธอ เสือโง่เกือบจะเอาเท้าจุ่มลงไปในตู้ไปรษณีย์แล้ว”
ลู่เฉิงเฟิงหรี่ตาลงกะทันหัน “เธอได้รับบาดเจ็บงั้นเหรอ”
หลินเจี้ยนหลูโบกมือ “แค่แผลเล็กน้อย ไม่เป็นไรหรอก!”
ชีวิตนักฆ่า เต็มไปด้วยอันตราย บาดเจ็บเป็นเรื่องธรรมดา
ลู่เฉิงเฟิงพยักหน้า จากนั้นสายตาก็จับจ้องไปที่ ปีศาจโลหิต และ ราชินีสีชาด จ้องมองนักฆ่าที่โด่งดังในเรื่องความวิปริตคู่นี้
ปีศาจโลหิตกำมีดแน่น ใบหน้าเหี้ยมเกรียม พูดด้วยภาษาอังกฤษว่า “ไม่คิดเลยว่าเพิ่งมาถึงจีน ก็ได้เจอกับยอดฝีมือมากมายขนาดนี้ ไม่แปลกใจเลยที่ในวงการนักฆ่าต่างก็ร่ำลือกันว่า ประเทศจีนคือนรกของนักฆ่า”
ลู่เฉิงเฟิงเลิกคิ้ว ถามกลับเป็นภาษาอังกฤษเช่นกัน “ฉันสงสัยมาก พวกแกไม่ได้มาฆ่าฉันหรอกเหรอ? ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้?”
สีหน้าของปีศาจโลหิตและราชินีสีชาดชาวาบไปชั่วขณะ แล้วจ้องมองลู่เฉิงเฟิงเขม็ง
ปีศาจโลหิตหยิบรูปถ่ายที่ยับยู่ยี่ออกมาจากกระเป๋าเสื้อแล้วมองสลับกับลู่เฉิงเฟิงราวกับกำลังเปรียบเทียบ จากนั้นจึงถามว่า “แกคือฮั่นเทียนหลง?”
“พวกแกมาฆ่าฉัน แต่กลับไม่รู้จักฉัน พวกแกมันจองหองหรือไม่เคยมองฉันอยู่ในสายตากันแน่?”
ปีศาจโลหิตทำสีหน้าเหี้ยมเกรียม “ไอ้บ้านี่ คนคนจีนก็หน้าตาเหมือนกันหมด”
“เหอะ! พวกแกนั่นแหละ หน้าตาเหมือนลิง ยังกล้ามาว่าพวกเราอีก”
ลู่เฉิงเฟิงอดไม่ได้ที่จะเหน็บแนม
“พวกมันเล็งเป้าหมายมาที่คุณหนู ถ้าฉันไม่ได้เตือนนายไว้ก่อน และนายไม่ได้เตรียมใจเอาไว้ บอกเลยว่าคืนนี้ตระกูลซูได้ตายกันไปข้างอย่างแน่นอน” หลินเจี้ยนหลูพูดจบก็เบะปากอย่างไม่พอใจ ก่อนจะพูดต่อว่า “ตาบ้า นายติดหนี้ดาบฉันเล่มนึงนะ ถ้าไม่ใช่เพราะนาย ฉันจะถูกบีบบังคับจนต้องหนีหัวซุกหัวซุนแบบนี้เหรอ?”
ลู่เฉิงเฟิงเบ้ปาก “ดาบไม่มีหรอก แต่ปืนที่ยิงได้เยอะกว่าบิกินีมีอยู่กระบอกนึง เฮียให้ยืมไหมล่ะ?”
ใบหน้าสวยของหลินเจี้ยนหลูขึ้นสีแดงระเรื่อ โชคดีที่เป็นเวลากลางคืนเลยมองไม่ค่อยชัด เสียงหวานของเธอเอ่ยถามว่า “ถ้างั้นนายก็ยอมให้ฉันเล่นปืนของนายงั้นสิ”
ลู่เฉิงเฟิงไอค่อกแค่ก สำลักน้ำลาย ผู้หญิงคนนี้ไม่รู้จักคำว่าอายบ้างหรือไงนะ?
“พวกแกสองคน ถ้าอยากจะพลอดรักกันนัก ก็ไปหาที่สวีทกันไกล ๆ หน่อยได้ไหม ถามจริง ตอนนี้ฉันลงมือได้หรือยัง” พยัคฆ์โลหิตจ้องเขม็งไปที่ปีศาจโลหิตและราชินีสีชาด ดวงตาสีน้ำมันตาลของเขาแายแววกระหายเลือดจนน่าตกใจ
“ใจเย็น ฉันขอถามให้แน่ใจก่อนว่าพวกมันมาโผล่ที่นี่ได้ยังไง” ลู่เฉิงเฟิงตอบพยัคฆ์โลหิต จากนั้นก็หันไปพูดกับนักฆ่าชาวต่างชาติทั้งสองคน “ตอบคำถามฉันมา”
“พี่ชายขา ดุน่ากลัวจังเลยค่ะ คนเค้ากลัวแย่แล้ว ดูสายตาพี่สิคะ เหมือนจะกินคนอื่นเข้าไปทั้งตัวเลย”
ราชินีสีชาดตบหน้าอกที่แบนราบยิ่งกว่าของลู่เฉิงเฟิงพลางทำสีหน้าหวาดกลัว
ลู่เฉิงเฟิงมองด้วยแววตาเย้ยหยัน “พูดแบบไม่อวยนะ เธอแบนจริง ๆ ปิดไฟแล้วใครจะแยกหน้าหลังออก? แล้วเธอก็หน้าเหมือนลิง พูดเพราะ ๆ หน่อยก็โลลิน่ะแหละ แก่ตัวไปก็เป็นแค่คนแคระ”
หลินเจี้ยนหลูหลุดขำออกมา ไม่เถียงเลยว่าลู่เฉิงเฟิงนี่ปากร้ายจริง ๆ
แววตาของราชินีสีชาดเริ่มเปลี่ยนเป็นเย็นชา จ้องมองลู่เฉิงเฟิงเขม็ง ดวงตาเต็มไปด้วยไปอาฆาต
“ฉันขอถามเป็นครั้งสุดท้าย พวกแกมาฆ่าฉัน ทำไมถึงมาโผล่อยู่ที่นี่?”
ปีศาจโลหิตแสยะยิ้มเหี้ยมเกรียม “ฆ่าแกเป็นเป้าหมายหลัก ส่วนฆ่าผู้หญิงที่ชื่อซูอี้จวินนั่นก็แค่ภารกิจเสริม คนขององค์กรนักฆ่าเทพมรณะบอกฉันว่า ภารกิจสุดท้ายที่แกทำคือการลอบสังหารผู้หญิงที่ชื่อซูอี้จวิน”
“หลังจากนั้นแกก็ทรยศองค์กรนักฆ่าเทพมรณะ แปลว่าแกต้องมีความเกี่ยวข้องกับผู้หญิงคนนั้น ถ้าฆ่าซูอี้จวิน แกต้องโผล่หัวออกมาแน่”
ลู่เฉิงเฟิงหรี่ตาลง ปิดบังความคมกริบในดวงตา พลางกล่าวขึ้น “มีอยู่คำพูดนึงที่แกพูดถูก ประเทศจีนคือแดนต้องห้ามของนักฆ่า และเหยียนเฉิงยิ่งเป็นแดนต้องห้ามในแดนต้องห้าม”
พูดจบ เขาก็มองไปที่พยัคฆ์โลหิต “เลือกคนนึง”
พยัคฆ์โลหิตจ้องเขม็งไปที่ปีศาจโลหิตด้วยแววตาดุดัน
ลู่เฉิงเฟิงยืดเส้นยืดสาย “เอาล่ะ งานนี้นายเลือกไอ้ปีศาจโลหิต งั้นฉันขอจัดการดอกไม้แสนงามนี่เอง”
พยัคฆ์โลหิตคำรามลั่น ก่อนจะกระโดดถีบพื้นจนเป็นหลุมขนาดย่อม ร่างของเขาพุ่งทะยานขึ้นไปในอากาศหลายเมตร ราวกับเสือร้ายที่กำลังกระโจนเข้าขย้ำเหยื่อ
ปีศาจโลหิตหัวเราะเยาะอย่างเย็นชา เขวี้ยงมีดสั้นในมือออกไป เล็งเป้าหมายไปที่พยัคฆ์โลหิตที่พุ่งเข้ามา
พยัคฆ์โลหิตเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว พริบตาที่เขาเฉียดผ่าน มีดเล่มนั้นก็ถูกเขาคว้าไว้ได้ในทันที ก่อนจะถูกเหวี่ยงกลับไปด้วยความเร็วสูง กลายเป็นลำแสงสีเงินพุ่งทะลุอากาศ
ร่างสูงใหญ่ของปีศาจโลหิตเคลื่อนที่หลบอย่างรวดเร็ว แต่ก็ช้าไปก้าวหนึ่ง มีดสั้นเฉียดผ่านแขนของมัน เลือดสีแดงสดพวยพุ่งออกมาจากบาดแผลลึกยาวสิบเซนติเมตร
มีดเล่มนั้นพุ่งปักลึกเข้าไปในต้นไม้ห่างออกไปหลายเมตร จนกิ่งไม้ใบไม้ร่วงหล่นลงมา เศษซากที่หล่นร่วงราวกับสายฝน เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงพละกำลังมหาศาลของพยัคฆ์โลหิต
ลู่เฉิงเฟิงพยักหัวเล็กน้อย ‘พยัคฆ์โลหิตจัดว่าไม่ธรรมดาจริง ๆ’
พยัคฆ์โลหิตและปีศาจโลหิตต่อสู้กันอย่างดุเดือด เสียงกระทบกระทั่งของหมัดและเท้าดังกึกก้องไปทั่วทั้งป่า
ปีศาจโลหิตนั้นสมแล้วกับที่เป็นนักฆ่าชื่อดัง แม้ว่าเขาจะเป็นคนวิปริต แต่ฝีมือของเขาก็ไม่เลวเลยทีเดียว เขาสามารถต่อสู้กับพยัคฆ์โลหิตได้อย่างเท่าเทียม
สายตาของลู่เฉิงเฟิงค่อย ๆ เลื่อนออกห่างจากการต่อสู้แล้วหันไปมองที่ ราชินีสีชาด
“ที่นี่บรรยากาศดี เหมาะสำหรับการฝังศพ แกคิดว่าไง?”
ทันทีที่พูดจบ ลู่เฉิงเฟิงก็พุ่งเข้าหาราชินีสีชาดราวกับผีร้ายที่เคลื่อนไหวด้วยความเร็วแสง
ราชินีสีชาดมีร่างกายที่เล็กและคล่องแคล่วมาก เธอสไลด์ตัวลอดใต้หว่างขาของชายหนุ่มไปอย่างรวดเร็ว ได้ยินเสียง ‘ซ่า’ ดังขึ้นข้างล่าง รู้สึกเย็นวาบไปถึงหัวใจ
ราชินีสีชาด ลุกขึ้นยืนหลังจากลอดใต้หว่างขาของเขาไปแล้ว เธอแทงมีดเข้าใส่หัวใจของเขาราวกับสายฟ้า
“เคร้ง!” เสียงดังสนั่นพร้อมกับประกายไฟ
ลู่เฉิงเฟิงหันหลังกลับอย่างรวดเร็ว ใช้มีดบินของตัวเองปัดมีดสั้นของเธอออกไป จากนั้นมีดบินในมือของเขาก็หายวับไปในทันที
“กรี๊ดดด!!!” ราชินีสีชาดกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด เธอใช่มือกุมต้นขาของตัวเองเอาไว้ มีมีดบินเล่มหนึ่งปักอยู่ที่ต้นขาของเธอ จมลึกไปจนถึงด้ามมีด
ลู่เฉิงเฟิงก้มลงมองกางเกงของเขากลายเป็นกางเกงเด็กเปิดเป้าไปแล้ว เขาอดรู้สึกกลัวขึ้นมาไม่ได้ ‘ยายเตี้ยนี่มันร้ายกาจเกินไป เกือบทำให้ฉันกลายเป็นขันทีแล้ว’
“โอ๊ะโอ! มังกร ผู้หญิงคนนั้นเกือบจะคว้าปืนของนายไปได้ ฉันยังไม่ได้เล่นเลยนะ นายต้องป้องกันให้ดีล่ะ แล้วนายยังใส่กางเกงในลายการ์ตูนด้วย น่ารักจังเลย ปืนของนายจะน่ารักเหมือนกางเกงในไหมนะ”
หลินเจี้ยนหลูพูดด้วยน้ำเสียงล้อเลียน ดวงตาเป็นประกายเจ้าเล่ห์ บนใบหน้าเต็มไปด้วยความสะใจ
ลู่เฉิงเฟิงรู้สึกหน้ามืดขึ้นมาทันที ใบหน้าแดงก่ำด้วยความอับอาย รีบหนีบขาเข้าหากันอย่างรวดเร็ว พร้อมกับจ้องมองเธออย่างไม่พอใจ
หลินเจี้ยนหลูกลับเผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์พร้อมกับส่งสายตาหวานให้เขา