นิยายแห่งการรำลึกถึงรักแท้ เพราะรักของฉัน.. คือเธอ เขียนโดย สลักกานต์
ตอนที่๒๓
เข้าใจ
.. ทำไมวินนี่ร้องเพลงได้ความรู้สึกของการสูญเสีย..การรอคอย.. และการโหยหารักได้ขนาดนี้.. เตโชถามตัวเอง .. หรือว่า..นี่คือความในใจที่วินนี่มีต่อไม้
“ดีนะวินนี่” อาจารย์แก้วออกปากชม “เธอเอาบทละครสั้นกลับไปอ่าน” พร้อมกับยื่นบทละครให้ “ไปทำความเข้าใจแล้วครูว่า.. เธอน่าจะร้องเพลงได้ดีกว่านี้อีก”
“ขอบคุณค่ะ ’จารย์” วินนี่รับบทมา แล้วอยากนำเสนอเพื่อนตัวเอง “แล้ว ’จารย์ไม่ลองให้อ้อยร้องเพลง‘ใต้ร่มมลุลี’ ดูบ้างหรือคะ”
อาจารย์แก้วหันไปมองหน้าอ้อย
“หนูยังร้องเพลงไม่ได้เลยค่ะ” อ้อยรีบออกตัว เพราะเธอคิดว่าเตโชน่าจะร้องเพลงนี้ได้อยู่แล้ว “ขอให้หนูไปฟัง ไปหัดร้องก่อนนะคะ”
“ได้ได้ ไม่เป็ไร ไม่ต้องรีบร้อน” อาจารย์แก้วพูดและยิ้มให้อ้อย “เรายังมีเวลาซ้อมกันอีกพอสมควร” อาจารย์แก้วบอกทุกคน “สำหรับพี่ๆ ม.๖ก็อย่าลืมแบ่งเวลาอ่านหนังสือด้วยนะ หลังงานปัจฉิมไม่นาน ก็จะสอบปลายภาค แล้วก็..สอบเอนทรานซ์แล้วนะ”
แล้วก็เข้าสู่มหกรรมการสมัครสอบเอนทรานซ์ ซึ่งในโรงเรียนก็มีการจัดแนะแนวการศึกษาต่อระดับอุดมศึกษากันอย่างจริงจัง
“ไม้เลือกเรียนการแสดงหมดทุกตำแหน่งเลยเหรอ?” วินนี่ถามขึ้นเมื่อเธอมองดูใบสมัครสอบเอ็นทรานซ์ของไม้
ไม้พยักหน้ารับ “โชก็เหมือนกัน”
“เราตามอย่างไม้ไปดีมั้ย อ้อย” วินนี่หันไปถามเพื่อน
“แล้วแต่เธอนะวินนี่” อ้อยไม่เคยขัดใจเพื่อนอยู่แล้ว “แต่เราเข้าไปฟังแนะแนวในห้องประชุมกันก่อนดีไหม?”
“ไปสิ” วินนี่รับคำอ้อยแล้วหันไปมองไม้
ไม้เห็นเตโชกำลังเดินมา และยิ้มให้เขาไม้จึงโบกมือเร่งเตโชก่อน จึงบอกวินนี่ “เธอสองคนเข้าไปแล้วจองที่ให้เรากับโชด้วยนะ”
วินนี่รู้ได้ทันทีว่า.. ในสายตาไม้..มีแต่เตโชจริงๆ..!!
อ้อยพยักหน้ารับ แล้วพาวินนี่เข้าไป “เราต้องเลือกคณะที่เราชอบและคิดว่าคะแนนไม่สูงมาก” อ้อยพูดกับวินนี่ เมื่อทั้งสองเดินเข้ามาด้วยกันแล้ว “เราไม่กล้าเสี่ยงมากหรอกวินนี่เราต้องมีที่เรียน ไม่งั้นเราจะไม่ได้เรียนต่อ”
วินนี่ยิ้ม เข้าใจเพื่อน
แล้วไม้กับเตโชก็เดินตามเข้ามา ทั้งสี่นั่งฟังการแนะแนวการศึกษาอยู่ด้วยกัน อ้อยดูจะสนใจฟังมากที่สุด วินนี่ฟังบ้างไม่ฟังบ้าง ในขณะที่สองหนุ่มนั่น เอาเวลาที่นั่งฟังแนะแนวมาพูดคุยหารือเื่การทำละครสั้นกัน จนในที่สุด วินนี่ก็หันมาช่วยคุยด้วย
อ้อยจึงเป็คนจัดการใบสมัครเอ็นทรานซ์ให้อีกสามคน ซึ่งก็ไม่ยาก เพราะทั้งสามคนเลือกเหมือนกันคือเลือกเรียนคณะที่เรียนการแสดงหมดทุกอันดับ
เมื่อสมัครสอบเอ็นทรานซ์เสร็จ ก็เริ่มซ้อมการแสดงกันใน่เย็นของแต่ละวันที่ว่างตรงกัน ซึ่งเอาเข้าจริงๆ ก็ต้องปรับแก้บทขณะซ้อมอีกเยอะมากทีเดียวเพื่อให้คนดูดูแล้วเข้าใจ
เพื่อนๆ เริ่มแจกกระดาษลายสวยๆ หรือกระดาษที่มีสีสันงามน่ามอง ให้เพื่อนคนละสองสามแผ่น เพื่อให้เพื่อนเขียนเฟรนชิพให้เ้าของกระดาษ
‘เฟรนชิพ’ .. ที่จะบอกเพื่อนว่า..เพื่อนรู้สึกดีดีกับเพื่อนแค่ไหน .. เพื่อนเป็คนยังไงในสายตาคนเขียน ..ความประทับใจที่มีต่อกัน .. ความรู้สึกที่ต้องลาจากกัน .. รวมถึงที่อยู่ทุกรูปแบบที่เพื่อนสามารถติดต่อเพื่อนได้
“นี่เป็กระดาษชุดที่สวยที่สุดในแฟ้มเฟรมชิพของโช สำหรับไม้นะ” เตโชยื่นกระดาษชุดที่สวยที่สุดสองสามแผ่นให้ไม้ เพื่อให้ไม้เขียนความรู้สึกดีดีที่มีให้เตโช
ไม้รับมา แล้วไม้ก็ยื่นสมุดเล็มเล็กๆ มาให้โชหนึ่งเล่ม
“โห.. ตั้งเล่มนึงน่ะไม้”
“โชเขียนได้แค่ไหนก็แค่นั้นแหละ” ไม้บอกง่ายๆ “ไม่ต้องบังคับตัวเองว่าต้องเขียนเต็มทั้งเล่มหรอก”
เตโชยิ้มให้
“เพราะยังไง.. มันก็คงบันทึกความรู้สึกดีดี..ที่เรามีให้กันได้ไม่หมดหรอก”
เท่านั้นโชก็เขินอาย ทั้งหน้าแดงหูแดงเลยล่ะ
ละครสั้นเริ่มลงตัว แต่ละวิชาที่เรียนก็เริ่มทะยอยกันปิดคอร์ส เวลาที่เหลืออาจารย์ประจำวิชาจะสอนทบทวนและจะช่วยติวให้นักเรียนเพื่อเตรียมสอบปลายภาค และสอบเอ็นทรานซ์ที่กำลังจะมาถึง
วันวาเลนไทด์ ทั้งสองก็ยังคงซ้อมละครรักด้วยกัน วินนี่ดูจะพอใจในพื้นที่ของตนเอง และแสดงความรักกับไม้ผ่านตัวละครนางเอกของเธอได้อย่างดี อ้อยก็ได้แต่แอบมมองเตโชอยู่ห่างๆ
“โช.. มึงรู้สึกยังไงกะไม้” ทีถามเรียบๆ
“ก็.. ดี ก็อย่างที่มึงเห็นแหละ” เตโชตอบไปตามจริง แต่เขาก็ยังไม่กล้าพูดออกมา
ทียิ้มให้เพื่อนรัก “ชอบก็บอกมาว่าชอบ”
โชได้แต่ยิ้มรับ “มันก็ยากเนอะ ที่จะพูดออกไป แต่ก็ขอบใจที่เพื่อนเข้าใจ”
“แล้วกะอ้อยล่ะ รู้สึกอะไรกะเขาหรือเปล่า?”
“อ้อยเป็เพื่อนที่ดีนะที”
คราวนี้ทียิ้มเขินเองบ้าง “เอ่อ..”
เตโชงง “มีไรเหรอ”
“ถ้า.. อ้อยเป็แค่เพื่อนกับมึงงั้นกูจีบนะ” พดจบทีก็ยิ่งเขินไปอีก
“เอาเลยเพื่อน จีบเลย” เตโชยุส่ง
วันนั้น.. หลังจากซ้อมละครเสร็จ ทั้งไม้ เตโช วินนี่ อ้อย ก็ไปกินข้าวด้วยกันตามปกติ แต่วันนี้มี‘ที’ เติมมาอีกหนึ่งคน ซึ่งไม้กับเตโชก็ทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ พอวินนี่อ่านเกมออก เธอก็ยุส่งจนทั้งอ้อยและทีเขินอายเป็ที่สุด แต่ทีก็ไม่ถอย จนอ้อยยิ้มให้ ..อย่างมีไมตรี
พอแยกย้ายกัน เตโชเดินมาที่รถจักรยานก็พบว่า.. ที่กระเช้าใส่ของหน้ารถจักรยานที่เขาใส่หนังสือกับบทละครไว้ มีซองการ์ดสีขาวสอดอยู่ เตโชจึงหยิบออกมาดู
เป็การ์ดของไม้ โชจำลายมือไม้ที่จ่าหน้าซองได้ ถึงไม้จะเขียนแค่.. ‘โช’ ..ก็ตาม
เตโชเปิดซอง และหยิบการ์ดสีขาวออกมา ด้านหน้าเป็รูปท้องฟ้าแสนสวยกับปุยเมฆระยับตาสนสองใบสองต้นสูงเด่นเกาะเกี่ยวกันใบมา
เตโชยิ้มอย่างเป็สุขกับรูปภาพนั่นคล้ายกับภาพที่เขากับไม้เห็นบนภูกระดึงด้วยกัน แล้วโชก็พลิกดูด้านหลังของการ์ด ไม้เขียนด้วยหมึกชมพูว่า ..
.. ‘สีชมพูแห่งความรัก
ขอมอบไว้ให้เพื่อความทรงจำตลอดไป’
............ ไม่ลืม
................ ไม้
..
ขณะที่เตโชกำลังยิ้มหวานด้วยอิ่มเอมกับข้อความและรูปภาพนั่นอยู่ ไม้ก็เข้ามาโอบกอดเขาจากด้านหลัง
“ไม้” โชปรามเสียงเบาๆ “เดี๋ยวใครมาเห็น”
“ช่างใครสิ” ไม้กอดแน่นขึ้นอีก “วันนี้วันแห่งความรัก ไม้กอดคนน่ารักอย่างนี้ ไม่เป็ไรหรอก”
โชก็ทำอะไรไม่ถูก นอกจากยิ้มรับคำพูดของไม้และยกมือของตน มาััทั้งมือและท่อนแขนของไม้ ที่โอบกอดเขาอยู่
“กุหลาบนี่ไปหาซื้อตอนไหน?” ไม้พูดพร้อมกับยกกุหลาบแดงช่องามขึ้นมา
“บอกก็ไม่เป็เซอร์ไพรซ์สิ”
“ขอบใจมากนะ”
“โชก็ขอบใจนะ การ์ดใบนี้จะอยู่กับโชตลอดไป”
.....
เตโชในวัยห้าสิบเศษยิ้มเศร้าๆกับการ์ดสีขาวรูปท้องฟ้ากับปุยเมฆระยับตาที่เก่าคร่ำคร่านั่น แม้ผ่านเวลามากว่าสามสิบปี แต่ความทรงจำที่แสนหวาน ยังคงชัดอยู่ในใจเสมอ..
น้ำตาแห่งความปีติรื้นขึ้นที่รอบดวงตา.. ความรักที่สลักใจงดงามเสมอ .. แม้ผ่านกาลเวลามากว่าสามสิบปีแล้วก็ตาม ..
.....
งานปัจฉิมนิเทศเริ่มจากพิธีการทางศาสนา แล้วครูบาอาจารย์ก็มาอวยพรให้ลูกศิษย์ จากนั้นก็เริ่มการแสดงทีละห้องทีละห้อง ซึ่งก็เรียกเสียงเฮฮากันไปมากน้อยตามแต่ละชุดการแสดง
ป้องในชุดพุ่มพวง ดวงจันทร์และหางเครื่องชายแต่งหญิงกับท่าเต้นสุดฮา น่าจะเรียกเสียงหัวเราะได้มากที่สุด
มาถึงการแสดงชุดสุดท้าย.. ละครสั้น ‘จุฬาตรีคูณ’
เสียงไม้เริ่มบรรยายนำผู้ชมเข้าสู่เื่ราว.. “อริยวรรต จอมกษัตริย์แห่งแคว้นมคธ ได้นำทัพมาตั้งที่ชายแดนแคว้นกาสีเพื่อเตรียมที่จะรบ แต่แล้ว.. ในคืนหนึ่ง.. อริยวรรตได้ฝันถึง..นางผู้มีความงามเป็เลิศ..”
เสียงกีตาร์ของทีกับแบงดังสอดประสานกันอย่างลงตัวเป็..อินโทรเพลงจุฬาตรีคุณ..
วินนี่ในชุด ‘เ้าหญิงดารารายพิลาศ’นั่งพนมมืออยู่มุมหนึ่งของเวที เธอครวญเพลง..จุฬาตรีคูณ ได้อยางไพเราะเพราะพริ้ง “ข้าแต่พระมารดา์ หม่อมฉันนี้สุดจะชังความงามยิ่งนักโปรดหม่อมฉันสักนิดเถิด เพียงแต่ใช้ประกาศิตของพระองค์ มากรีดดวงพักตร์ของหม่อมฉันเสียโอ.. เทพีพิลาศแห่งจุฬาตรีคูณ ช่วยสาปหม่อมฉันนี้ให้มัดวงพักตร์ดุจนางมารร้ายเสียเถิด”
ไม้ในชุด ‘อริยวรรต’ ยืนอยู่อีกมุมหนึ่งของเวที เขามองไปรอบๆด้วยความหลงใหลในความงามสตรีที่พบในความฝัน
เสียงเตโชบรรยายเื่ .. “เมื่อองค์อริยวรรตตื่นขึ้น..เขาไม่รู้ตัวว่า.. ตนเองได้หลงไหลในตัวนางผู้ชังความที่ทรงฝันถึงนั่นเสียแล้ว ..พระองค์ถอดยศจอมกษัตริย์ผู้เกรียงไกรไปสู่พราหมณ์เฒ่าผู้เลี้ยงชีพด้วยขอทานนาม..วิพาหะ”
.....
เตโชในวัยห้าสิบเศษอดที่จะยิ้มออกมามิได้ เมื่อนึกถึงตอนที่.. ไม้ถอดเสื้อคลุมและมงกุฏผ้าออกแล้วพันผ้าเก่าที่ขาดวิ่น เพื่อเปลี่ยนจากษัตริย์เป็.. ขอทาน
เป็เทคนิดการเปลี่ยเสื้อผ้าที่แสนธรรมดาในวันนี้..แต่เมื่อสามสิบกว่าปีก่อน.. การที่ไม้เปลี่ยนเสื้อผ้ากลางเวที..ก็เรียกเสียงฮือฮาจากผู้ชมเหลือเกิน..
.. ไม่น่าเชื่อว่า..การแสดงละครสั้นจะผ่านมาสามสิบกว่าปีแล้ว..เตโชยังรู้สึกเหมือนเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันนี้เอง
.....
เสียงเตโชบรรยายเื่ “พราหมณ์เฒ่าวิพาหะเดินขอทานเข้าไปในแคว้นกาสี เพื่อเสาะหานางในฝัน จนได้พบ.. นางผู้ชังความงาม เธอคือ.. เ้าหญิงดารารายพิลาศแห่งแคว้นกาสี ..เขาได้ช่วยชีวิตองค์หญิงไว้ วิพาหะจึงได้เข้าไปอยู่ในมหาราชวังแคว้นกาสี ด้านหลังของราชวัง..คือหน้าผาจุฬาตรีคูณ ที่ซึ่งเขาได้พบได้รู้จัก และได้รักกับดารารายพิลาศ”
วินนี่ในชุดองค์หญิงดารารายพิลาศมองไปรอบๆตัว “จุฬาตรีคูณ..ข้าเกลียดความงาม.. เพราะความงามเป็เหตุแห่งรัก.. เพราะรัก..ชนนีข้าถึงต้องเสด็จสู่จุฬาตรีคูณ.. ข้ากลัว.. กลัวที่จะเหมือนเช่นชนนี..ดารารายนี้กลัวจุฬาตรีคูณ”
“แต่จุฬาตรีคูณนี้แสนจะรักดาราราย” วิพาหะปรากฏกายขึ้นข้างๆ ดารารายด้วยความรักหมดหัวใจ
เสียงเตโชบรรยายเื่ “ทั้งสองตกหลุมรักกันและกัน เมื่อความหลงบังตา วิพาหะจึงหาข้ออ้าง โดยให้ดารารายอธิษฐานต่อจุฬาตรีคูณให้เขากลับมาเป็หนุ่มรูปงามอีกครั้ง”
ดารารายพิลาศยิ้มกับวิพาหะแล้วจึงหันหน้ามาทางคนดูและหลับตาอธิษฐาน
ไม้ใช้วิธีเดิมอีกครั้ง คือถอดผ้าเก่าที่ขาดวิ่นที่พักกายตนอยู่ออกแล้วสวมเสื้อคลุม และมงกุฏผ้า
มุขนี้.. รอบนี้..กลับทำให้คนดูหัวเราะออกมา บางคนถึงกับะโบอกดารารายว่า .. “มันกำลังเปลี่ยนชุด” ซึ่งก็เรียกเสียงฮาได้อีกรอบ
เสียงเตโชบรรยายเื่ “เมื่อดารารายพิลาศพบวิพาหะในร่างชายหนุ่ม เธอก็ตกหลุมรักวิพาหะซ้ำอีกครั้ง ทั้งสองสารภาพรัก และพร่ำคำรักต่อกันราวกับโลกนี้มีเพียงเขาสองคน”
“วิพาหะ ข้ากลัว.. กลัวที่จะต้องเสด็จสู่จุฬาตรีคูณเหมือนชนนี เพราะรักชนนีของข้าจึงถูกชาวเมืองบังคับให้ดับชีพตนด้วยการโดดน้ำตายที่หน้าผาจุฬาตรีคูณนี้” ดารารายสารภาพกับคนรักเสียงสั่นเครือ
วิพาหะให้คำมั่น “หากองค์ดารารายจะต้องเสด็จสู่จุฬาตรีคูณ..นั่นหมายถึงว่า.. ข้าบาท.. ได้ลงไปสถิตรอท่านยังสถานแห่งรักนั่นก่อนแล้ว”
เสียงเตโชบรรยายเื่ “แล้ว..วิพาหะก็พาดารารายพิลาศหนีออกมาจากมหาราชวังแคว้นกาสี มาสู่ที่พักชั่วคราวในกองทัพแคว้นมคธพระองค์พาหญิงอันเป็ที่รักมาประทับ ณ แท่นบรรทม”
เสียงกีตาร์ของแบงกับที่ดังขึ้นอย่างกังวานหวานใน..อินโทรเพลงอ้อมกอดพี่
ดารารายพิลาศนั่งกึ่งนอนอยู่ในอ้อมกอดของวิพาหะ.. วิพาหะเริ่มร้องเพลงกล่อม..
....... ขวัญ.. ชีวีพี่เอย.. ขวัญ..เ้าจงอย่าเลยจากไป
......... นอน.. เนื้อละมุนหนุนกลางหว่างใจ
....... พี่ประคองในอ้อมกอดไว้ เพื่อขวัญฤทัยได้หนุนรอง
......... นอน.. ในอ้อมกอดพี่.. แขน.. พี่วางแทนที่ตั่งทอง
....... นอน.. ขวัญดวงใจในอ้อมประคอง
......... คุ้นกันภัยให้แทนเกราะทอง ให้น้องนิทราอย่าหมองเลย
....... เนตรน้องมีประกายดารา น้องจงนิทรา อย่าลืมตาน้องเลย
......... หลับเถิดหนาน้องจงอย่างเผยดวงตาเลย
....... เพราะตาทรามเชย.. จะเย้ย..แสงดาวนภาอับไป
......... ซ่อนแสง.. เก็บไว้.. ให้พี่.. ตื่นนี้..พี่จะชม.. ชื่นใจ
ตลอดการแสดง วินนี่ยิ้มมองไม้อย่างมีความสุข.. อิ่มเอมในรักสุดหัวใจ.. พาให้ผู้ชมเคลิบเคล้มไปกับรักของดารารายพิลาศกับวิพาหะทั้งหอประชุม
เตโชซึ่งยืนอยู่ข้างเวที ฟังเสียงไม้ร้องเพลงแล้วก็อดยิ้มออกมาไม่ได้ ก็เมื่อไม่นานมานี้ไม้เพิ่งร้องเพลงนี้ให้โชฟังในบรรยากาศที่สุดหวาน
จบตอน๒๓