ณ ภัตตาคารสุดหรูแห่งหนึ่ง โจและมิวจูนั่งตรงข้ามกัน โต๊ะริมกระจกทำให้มองเห็นเมืองหลวงจากมุมสูง ท้องฟ้าสีส้มในช่วงเย็นเช่นนี้เข้ากับบรรยากาศเงียบสงบในห้องอาหาร
โจแปลกใจที่ผู้หญิงคนนี้พาเขามากินอย่างหรูหรา ในความเป็นจริงเขาแค่อยากกินอะไรก็ได้ที่ไม่ต้องแพงและกินเยอะๆ แต่พอมาอยู่ตรงนี้เขารู้สึกเกรงใจที่จะสั่งอาหารจำนวนมากเพราะราคาของมันคงไม่ถูกแน่ๆ
โจมองไปยังดวงตาของมิวจูที่มองมายังเขาด้วยสายตาลึกซึ้ง
‘คงไม่ใช่ว่าเธอหลงรักฉันหรอกนะ?’ โจคิดอย่างหลงตัวเอง
ในเวลานั้นบริกรเดินเข้ามาเพื่อรับออเดอร์
“ฉันขอนี่ก็แล้วกันค่ะ” มิวจูกล่าวพร้อมกับชี้ไปที่เมนู
บริกรหันมาทางโจ
“ผมขอเหมือนเธอครับ” โจยิ้ม
“เครื่องดื่มรับเป็นอะไรดีครับ?” บริกรกล่าวถามอย่างสุภาพ
“ขอไวน์ที่ดีที่สุดค่ะ” มิวจูกล่าว
หลังจากบริกรจากไป เธอก็กลับไปมองโจเหมือนเดิมพร้อมกับยิ้มน้อยๆและแก้มสีชมพูอ่อน
โจรู้สึกอึดอัดที่ถูกจ้อง สำหรับเขามันก็รู้สึกดีอยู่หรอกที่ถูกสาวน่ารักสนใจแต่จ้องไม่กระพริบตาแบบนี้มันก็ทำให้เขารู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
มิวจูคิดในใจว่าผู้ชายตรงหน้าช่างดูมีเสน่ห์เหลือเกิน ตั้งแต่เกิดมาเธอไม่เคยสนใจผู้ชายที่เข้ามาและมักจะหลีกเลี่ยงเสมอ แต่ผู้ชายคนนี้กลับทำให้หัวใจของเธอเต้นรัว
หรือนี่จะเป็นรักแรกพบ? เธอรู้สึกเขินอายในใจ เธอที่มักจะตีตัวห่างผู้ชายกลับเข้าหาเขาแล้วชวนไปกินข้าวหน้าตาเฉย เธอเคยได้ยินมาว่าคนมีความรักมักทำอะไรไม่คิดหน้าคิดหลัง เมื่อก่อนเธอไม่เชื่อแต่ตอนนี้เธอเชื่อแล้ว
“โจอยู่ที่ไหนเหรอคะ?” มิวจูกล่าวถามด้วยความอยากรู้ เธอเห็นว่าเขาอายุใกล้เคียงกับเธอดังนั้นเธอจึงเรียกเขาด้วยชื่อห้วนๆเพราะอยากสนิทกับเขา
“เอ่อ…” โจรู้สึกกระอักกระอ่วน เขาควรจะตอบว่าไงดี? ‘ผมมาจากดาวโลกที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 800 ปีแสง แบบนี้เหรอ?'
ขืนพูดแบบนั้นออกไปมีหวังได้ถูกมองว่าเป็นคนปัญญาอ่อนแน่ๆ
เห็นท่าทางของโจ มิวจูมีความคิดหนึ่งขึ้นมาจึงเอ่ยขึ้นมาว่า “ไม่ต้องบอกฉันก็ได้ค่ะ ฉันเข้าใจ…ทุกคนเกิดมามีปัญหากันทั้งนั้น” มิวจูยิ้มให้กำลังใจ
โจงุนงงว่าเธอหมายความว่าอะไร แต่ช่างเถอะในเมื่อไม่ต้องตอบก็ดีแล้ว
หลังจากคุยกันอีกเล็กน้อย ทั้งคู่ก็เงียบลงและไม่ได้คุยอะไรกันอีก มิวจูกลับมามองใบหน้าโจอีกครั้งส่วนโจไม่กล้าหันไปสบตาจึงแสร้งมองไปข้างนอกกระจก
หลังจากนั้นไม่นานอาหารก็มาเสิร์ฟ โจจ้องมองอาหารในจานที่จัดวางอย่างสวยงาม เนื้อสัตว์อะไรก็ไม่รู้แต่ดูน่ากินมาก ซอสครีมสีขาวไหลเยิ้มบนเนื้อ มันดูเหมือนสเต็กราดซอสครีม
‘หวังว่าจะกินได้นะ’ โจไม่รู้ว่ามันทำมาจากเนื้ออะไร แต่เขาพิจารณาว่าเผ่าพันธุ์มนุษย์กับเผ่าพันธุ์ของหญิงสาวไม่ได้แตกต่างกัน ก็คงจะกินได้ไม่ตาย
เห็นชายหนุ่มจ้องมองอาหารในจานพลางขมวดคิ้ว มิวจูก็คิดว่าโจไม่เคยกินอาหารแบบนี้มาก่อน เมื่อมีความคิดเช่นนั้นทำให้เธอรู้สึกโศกเศร้าและอยากปลอบประโลมเขา แต่เธอนึกขึ้นมาได้ว่าผู้ชายยึดมั่นในศักดิ์ศรีมาก เธอจึงทำได้เพียงมองเขาด้วยแววตาสงสาร
โจใช้มีดหั่นชิ้นบางๆและจิ้มเข้าปาก ความนุ่มชื้นของเนื้อและซอสเข้ากันอย่างลงตัว มันอร่อยจนเขาอยากจะใช้มือคว้าเนื้อทั้งชิ้นแล้วยัดใส่ปากให้หมด แต่เขาต้องสำรวมไว้
บริกรเปิดไวน์และเทใส่แก้วไวน์ให้ทั้งสอง จากนั้นก็เดินไปบริการโต๊ะอื่น
โจจิบไวน์เล็กน้อยได้รับรู้ถึงรสชาติของไวน์ที่ละมุนลิ้น เขาคิดว่าไวน์ขวดนี้ต้องแพงมากแน่ๆ
เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมงทั้งคู่ก็เดินออกมาจากภัตตาคาร เนื่องจากมิวจูต้องตามโจให้ทันจึงไม่ได้กลับไปเอารถในมหา'ลัยเพราะกลัวว่าเขาจะหายไป สุดท้ายจึงต้องโบกรถโดยสารส่วนตัวมาที่นี่
“ขอบคุณสำหรับอาหารมื้อนี้นะ ถ้ามีปัญหาอะไรและผมสามารถช่วยได้ผมก็จะช่วย” โจกล่าวขอบคุณด้วยความจริงใจ เขาไม่ได้กินอะไรดีๆมานานมากตั้งแต่ออกค้นหาคนแคระ ด้วยเหตุนี้เขาจึงซาบซึ้งที่ผู้หญิงคนนี้เลี้ยงอาหารเขา ด้วยความประทับใจจึงสัญญาว่าจะช่วยเธอถ้าหากว่าเธอมีปัญหา
ได้ยินคำพูดของชายหนุ่ม ดวงตาของมิวจูเป็นประกาย “ไม่ใช่เรื่องใหญ่เลยค่ะ” เธอยิ้ม “ถ้า…ถ้างั้นขอเบอร์ติดต่อไว้เผื่อฉันมีปัญหาจะได้โทรไปขอความช่วยเหลือ”
มิวจูเขินอายจนหน้าแดงเป็นลูกมะเขือเทศ ตอนแรกเธอกระวนกระวายว่าจะติดต่อกับเขาอย่างไรต่อไป แต่เมื่อได้ยินคำพูดของโจว่าจะช่วยเหลือเธอทำให้เธอมีข้ออ้างในการขอเบอร์โทร
อย่างไรก็ตามโจตัวแข็งทื่อ…เขาจะไปเอาเบอร์โทรจากที่ไหน?
“เอ่อ…อ่า” โจกระอักกระอ่วนอีกครั้ง
“โจไม่มีมือถือเหรอคะ?” มิวจูกล่าวถาม เธอรู้สึกโศกเศร้ามากขึ้นไปอีก เธอคิดว่าโจจะต้องมาจากครอบครัวยากจนแน่ๆถึงทำให้เขาไม่กล้าบอกเธอเพราะกลัวขายหน้า อย่างไรก็ตามเธอไม่คิดเลยว่าแม้แต่มือถือเขาก็ยังไม่มี ทำให้เธออดสงสารเขาไม่ได้
“ใช่ครับ” โจยิ้มแห้ง
มิวจูคิดเล็กน้อยก่อนจะกล่าวว่า “รอแป๊บนึงนะ” จากนั้นเธอก็โทรไปหาใครสักคนแล้วพูดสั้นๆจากนั้นก็วาง
ไม่ถึง 10 นาทีรถสีดำคันหนึ่งมาจอดใกล้ๆ มันเหมือนกับโรลส์ รอยซ์ บนโลก โจรู้ได้ทันทีว่าเป็นรถที่แพงมาก
ชายวัยกลางคนในชุดสูทก้าวออกมาจากนั้นเมื่อเห็นหญิงสาวก็รีบเข้าไปหา “คุณหนูครับ นี่มือถือที่คุณหนูต้องการครับ ผมเปิดเบอร์ใหม่ให้เรียบร้อยแล้วครับ”
มิวจูรับมือถือราคาแพงด้วยรอยยิ้มกว้างก่อนจะกล่าวขอบคุณ
“อ่ะ…เอาไปใช้นะ” มิวจูยื่นมือถือให้โจ
โจลังเลเล็กน้อยก่อนจะรับไว้ “ขอบคุณนะ” โจยิ้ม แต่รอยยิ้มของเขาเป็นรอยยิ้มค่อนข้างเย็นชาทำให้มิวจูหน้าแดงก่ำหัวใจเต้นตึกตัก
ชายวัยกลางคนในชุดสูทประเมินโจ นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบว่าคุณหนูของตัวเองมีท่าทีแบบนี้กับผู้ชาย เมื่อเขาพิจารณาการแต่งกายของโจเขาก็สรุปได้ว่าโจเป็นคนทั่วไป เสื้อผ้าไร้แบรนด์ แม้ว่าจะดูใหม่แต่มันก็ไม่ใช่ของแพง เขาคาดว่ามันคงมีราคาเพียงไม่กี่เหรียญ
‘คุณหนูสนใจผู้ชายคนนี้? ต้องรายงานพ่อของเธอ’ ชายวัยกลางคนตัดสินใจ
ด้วยฐานะกับหน้าตาของคุณหนูสามารถหาผู้ชายที่ดีได้ไม่ยาก และยังไม่นับรวมถึงความสามารถอันล้นเหลือของเธอจะมีสักกี่คนที่คู่ควรกับเธอ?
แต่คุณหนูของเขากำลังสนใจผู้ชายธรรมดาคนนี้ ทำให้เขาค่อนข้างไม่พอใจ
มิวจูบันทึกเบอร์ตัวเองไว้ในมือถือของโจและบันทึกเบอร์ของโจไว้ในมือถือตัวเอง
โจเห็นว่ามันเริ่มจะมืดแล้วเขาจึงกล่าวอำลาเธอ “ไว้เจอกันใหม่นะ กลับบ้านดีๆล่ะ”
โจรู้ดีว่าเธอจะต้องกลับไปพร้อมกับชายคนนั้น เขาจึงไม่จำเป็นต้องไปส่งเธอ
“ค่ะ แล้วเจอกันนะคะ” มิวจูยิ้มหวาน
โจเดินจากไป สายตาของมิวจูจ้องไปยังแผ่นหลังของเขาพลางคิดในใจว่า ‘ถึงนายจะยากจนแต่ก็ไม่สำคัญเพราะคุณหนูคนนี้รวย ฉันจะเลี้ยงดูนายเอง’
หากโจรู้ความคิดของเธอ เขาคงกระอักเลือดด้วยความอับอาย ด้วยตัวตนของเขาจำเป็นต้องให้ผู้หญิงเลี้ยงดูด้วยหรือ?