มรรคาพลิกฟ้า

บทที่ 165 โฉมงามอันดับหนึ่ง

        การทดสอบยังคงดำเนินต่อไป 


         "เหลียวหู่เวิ่น อายุสิบแปดปี ปราณขุนพลระดับแปดขั้นต้น"


        "ผ่าน"


        "......."


        "ผ่าน"


         "เกาเฉิน อายุสิบแปดปี ปราณขุนพลระดับแปดขั้นสุด"


        "ผ่าน"


        "มู่ตงฝ้าย อายุสิบแปดปี ปราณขุนพลระดับแปดขั้นสุด"


        "ผ่าน"


        "......."


        "ผ่าน"


        "เซินฉาน อายุสิบเก้าปี ปราณครึ่งก้าวสู่ราชันย์ขั้นกลาง"

 

        "ผ่าน"

 

        "......."

 

        "ผ่าน"

 

        "เฉินลี่ อายุสิบเก้าปี ปราณครึ่งก้าวสู่ราชันย์ขั้นต้น"

 

        "ผ่าน"

 

         ในผู้เข้าร่วมทดสอบจากเมืองชิวหลิง เมืองเหลียว ส่วนใหญ่แล้วบุตรของผู้นำตระกูลแต่ละตระกูลต่างมีระดับปราณขุนพลระดับแปดขึ้นไปทั้งสิ้น นับว่าสามารถเป็นตัวแทนของตระกูลได้เป็นอย่างดี ต่อมาถึงคราของตระกูลราชวงศ์บัดนี้มีผู้เดินออกมาเพียงสองคน คนแรกเป็นบุรุษซึ่งทุกผู้คนในเมืองเหลียวย่อมรู้จักเป็นอย่างดี องค์ชายสี่ของตระกูลราชวงศ์ จ้าวเหลี่ยน และสตรีเยาว์วัยอายุประมาณสิบหกปี ใช้ผ้าขาวปกปิดโฉมหน้า แต่ด้วยรูปร่างทรวดทรงที่สมส่วนงดงาม นัยย์ตาสวยซึ้งใสคมวาวเป็นประกายต่างสะกดฝูงชนทั่วลานประลอง มีเสียงต่าง ๆ กล่าวถึงสองคนนี้ดังขึ้น

 

        "โอ๊ะ..!!.. ครานี้ตระกูลราชวงศ์ถึงกับส่งคนเข้าร่วมแข่งขันด้วย ปกติตระกูลราชวงศ์มิเคยสนใจเข้าร่วมการแข่งขัน หรือจะเป็นเพราะการสำรวจดินแดนลึกลับ"      

        "นั่น องค์ชายสี่ของตระกูลราชวงศ์ จ้าวเหลี่ยน.."

 

        "สตรีนางนั้น..หรือจะเป็นเทพธิดาของตระกูลราชวงศ์ตามข่าวลือ  "

 

        กลุ่มคนต่างซุบซิบกัน จนเสียงดังระงม

 

        "เทพธิดาอะไรกัน..?"

 

        "เจ้าคงมิเคยได้ยินข่าวว่า ตระกูลราชวงศ์ ได้ถือกำเนิดพระราชธิดาที่ทรงมีศิริโฉมงดงามอันดับหนึ่งของเมือง ทั้งยังเป็นอัจฉริยะทางการต่อสู้ ตอนอายุสิบเอ็ดขวบก็สามารถขึ้นสู่ปราณยุทธระดับปราณครึ่งก้าวสู่ราชันย์ขันสุดแล้ว แถมยังมีความงดงามปานล่มเมืองจนผู้นำตระกูลราชวงศ์หวงแหงนและทนุถนอมยิ่ง ทั้งยังทุ่มเททรัพยากรต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้เป็นยอดยุทธอันดับหนึ่งของอาณาจักรเนตรอสูรที่ตกต่ำจนรั้งอยู่อันดับหลังสุดของทั้งเจ็ดอาณาจักรมาเนิ่นนาน ให้มีโอกาสไปอยู่ในตำแหน่งระดับต้น ๆ ของอาณาจักรให้ได้ ข้าคิดว่าความหวังคงจะเป็นจริงครานี้แน่ ทางตระกูลราชวงศ์ถึงได้ส่งเทพธิดาผู้นี้เข้าร่วมประลองในครานี้ด้วย เจ้าคอยดูต่อไปเถอะ ต้องมีอะไรที่น่าตื่นตกใจให้เห็นเป็นแน่แท้"

 

        ขณะนี้องค์ชายสี่ของตระกูลราชวงศ์ จ้าวเหลี่ยน ได้เริ่มทดสอง ปรากฎเสียงจอแสดงผลขึ้น

 

        "จ้าวเหลี่ยน อายุสิบแปดปี ปราณขุนพลระดับเจ็ดขั้นสุด"

 

        "ผ่าน"


        "ปราณขุนพลระดับเจ็ดขั้นสุด องค์ชายผู้นี้คงหมกมุ่นกับสตรีจนพลังฝีมือมิได้พัฒนาขึ้นแม้แต่น้อย  น่าเสียดายนักที่มิอาจใกล้เคียงเทพธิดาผู้เป็นน้องสาว แม้แต่น้อย.."


        เสียงซุบซิบได้ดังขึ้นเซ็งแซ่ เมื่อผลการทดสอบระดับพลังปรากฎออกมา องค์ชายสี่ของตระกูลราชวงศ์จ้าวเหลี่ยน ถึงกับหน้าถอดสีหันไปมองยังชายชราท่าทางน่าเกรงขามผู้สวมมงกุฏสีทองที่กำลังจ้องมองมาที่ตนอย่างดุดัน องค์ชายสี่รีบหลบสายตาแล้วหันไปใช้สายตาโกรธแค้นเกรี้ยวกราดกวาดมองไปยังฝูงชนที่ส่งเสียงวิจารณ์ตนก่อนกลับไปยังที่นั่งอย่างอับอาย

  

        "พวกเราคอยดู นั่น..!!.. เทพธิดา ได้ออกมาทดสอบแล้ว"

 

        สตรีคลุมหน้าได้เดินออกไปอย่างแช่มช้า การเยื้องย่างช่างสวยงามดุจนางพญา ยกมืออันขาวผ่องเป็นยองใย นิ้วเรียวยาวสวยงาม ขีดเขียวแผ่นหยกสีขาว แล้วกดประทับไปยังแผ่นศิลาสีเขียวมรกตทันที บังเกิดเสียงจอแสดงผลดังขึ้น

 

        "แว๊บบบ..!!"

 

        "หงษ์เหลี่ยน อายุสิบหกปี ปราณราชันย์ระดับสามขั้นสุด..!!"

 

        เมื่อเสียงของจอแสดงผลออกมา ทั่วทั้งลานประลองถึงกับเงียบสงัด ทุกผู้คนต่างสะดุ้งตกใจต่อสิ่งที่เห็นและได้ยิน ชั่วครู่จึงบังเกิดเสียงดังลือลั่นไปทั่งทั้งลานประลอง

 

        "โอ้ววว...!! ปราณ..รา...ชันย์....ปราณราชันย์   ..อาณาจักรเนตรอสูรถึงกับมีปราณราชันย์ให้เห็นแล้ว..."


        "อาาา..อายุสิบหกปีถึงกับมีระดับปราณราชันย์ระดับสามขั้นสุด..!!.ครานี้อาณาจักรเนตรอสูรเรามีหวังได้อันดับต้นๆ แล้ว..!!"

 

       "พระเจ้า..!!สมกับเป็นเทพธิดาอย่างแท้จริง.."

 

       "ตระกูลราชวงศ์ช่างน่ากลัวจริง ๆถึงกับส่งเสริมจนกำเนิดราชันย์เยาว์วัยขึ้นมาได้ "

 

       "อา..ราชันย์ที่เป็นเพียงตำนานมีบังเกิดขึ้นให้เห็นแล้วข้าไม่อยากเชื่อจริง ๆ ถ้าเช่นนั้นตำนานมิได้โกหก มียอดฝีมือระดับราชันย์จริง ๆหรือจะมีราชันย์อีกมากมายปานใดที่มิเปิดเผยตัวตน"


        "อา...ถึงกับเป็นนาง..!!"


       เมื่อผลของจอแสดงผลปรากฎ กังหลงก็ถึงกับอุทานออกมาเช่นกันจนสตรีทั้งสามต่างฉงนไฉนกังหลงถึงตื่นตกใจเพียงระดับปราณยุทธปราณราชันย์ระดับสามขั้นสุดแสดงออกมาเท่านั้นจึงต่างสอบถามขึ้นเนื่องจากคิดว่าพวกตนทั้งสามเองยังมีระดับปราณที่สูงส่งกว่าสตรีที่ปกปิดโฉมหน้าจากตระกูลราชวงศ์มากมายนักแต่สามสาวมิทราบว่าสิ่งที่กังหลงตกใจแท้จริงนั้นมิใช่ระดับปราณของสตรีจากตระกูลราชวงศ์แต่กลับเป็นชื่อ หงษ์เหลี่ยน เพราะชื่อนี้คือชื่อของสตรีงามที่กังหลงได้ช่วยเหลือไว้เมื่อค่ำคืนวานกังหลงนึกมิถึงว่าจะเป็นนาง มิน่าตอนสบสายตากันนางจึงรีบหลบสายตาไป และกังหลงเองก็รู้สึกคุ้นเคยเหมือนเคยได้เห็นสายตาเช่นนี้จากที่ไหนมาก่อน

  

       "เป็นอะไรไปรึพี่กังหลง  สตรีนางนี้มีระดับปราณแค่ปราณราชันย์ระดับสามขั้นสุดแค่นั้นถึงกับทำพี่ตกใจเลยรึ ?"


       เยี่ยนฟางสอบถามขึ้นด้วยความแปลกใจ  ได้ยินเช่นนั้นกังหลงจึงบอกกับสตรีงามทั้งสามว่า

 

       "พวกท่านทั้งสามอย่าได้ประมาทไปแท้จริงแล้วนางมิได้มีพลังฝีมือด้อยไปกว่าพวกท่านทั้งสามแม้แต่น้อยข้ามิได้แปลกใจในระดับพลังปราณที่สูงถึงระดับนี้ของนางข้าเพียงตกใจที่นางกลับเป็นสตรีที่ข้าเคยพบเจอข้าเคยพบสตรีนางนี้มาเมื่อคืนตอนแยกจากพวกท่านไป นางได้ต่อสู้อยู่กับสัตว์อสูรระดับสามที่มีปราณเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธระดับปราณจักรพรรดิ์สงครามระดับห้าขึ้นไปและยังแปลกใจที่มิทราบตระกูลราชวงศ์ส่งเสริมพวกนางมาเช่นไรถึงได้สรรสร้างนางจนมีระดับพลังฝีมือที่สูงส่งระดับนี้ด้วยวัยเพียงสิบหกปีออกมาได้ตัวนางเองคงต้องมีพรสวรรค์นับเป็นอัจฉริยะที่ยากจะพบพานคนหนึ่งพวกท่านทั้งสามนั้นได้รับการส่งเสริมจากข้าและได้ฝึกฝนในสถานที่พิเศษแต่นางที่มีวัยใกล้เคียงกับพวกท่านกลับมีระดับปราณเทียบเท่าพวกท่านด้วยมิแน่นางอาจมีสถานที่พิเศษเพื่อฝึกปรือด้วยเช่นกัน"

 

        สตรีทั้งสามเมื่อได้ทราบว่าหงษ์เหลี่ยนแท้จริงมีระดับปราณเทียบเท่าพวกนางแถมยังได้ต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับสามที่มีปราณเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธระดับปราณจักรพรรดิ์สงครามระดับห้าขึ้นไปก็ถึงกับตกตะลึงไปเช่นกันต่างมองและประเมินสตรีคลุมหน้าจากตระกูลราชวงศ์ใหม่อีกครั้ง

 

       เสียงพูดคุยได้เงียบลงเมื่อหงษ์เหลี่ยนเทพธิดาจากตระกูลราชวงศ์กลับไปนั่งยังที่พักเสียงผู้อาวุโสสูงสุดตระกูลเหลียนกล่าวขึ้น

 

       "ต่อไปเชิญผู้เข้าแข่งขันจากเมืองเนตรอสูรเข้าทดสอบคุณสมบัติ"

 

       สิ้นเสียงผู้อาวุโสสูงสุดตระกูลเหลียนสายตาเหยียดหยาม เสียงหัวเราะและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้ดังระงมจากรอบด้าน

 

       "ฮ่า ฮ่า ฮ่าอันดับโหล่ของอาณาจักรเนตรอสูรมาร่วมเข้าแข่งขันอีกแล้ว ทุกครั้งที่ผ่านมา ตระกูลจากเมืองเนตรอสูรมิเคยเอาชนะตระกูลจากเมืองเหลียวและเมืองชิงหลิงได้แม้แต่สักครั้งดูท่าครานี้คงจะมีอัจฉริยะยอดเยี่ยมกำเนิดขึ้นเป็นแน่ตระกูลจากเมืองเนตรอสูรถึงได้กล้าเข้ามาร่วมแข่งขัน  ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

 

       "จุ๊..จุ๊..เจ้าอย่าได้ดูถูกไปครานี้เมืองเนตรอสูรอาจมีอัจฉริยะระดับปราณราชันย์เกิดขึ้นเหมือนเมืองเหลียวเราก็เป็นได้  ฮ่า ฮ่า ฮ่า"

 

  

คล้ายกับเรื่องมรรคาพลิกฟ้า ที่คุณอ่าน