การทดสอบยังคงดำเนินต่อไป
"เหลียวหู่เวิ่น อายุสิบแปดปี ปราณขุนพลระดับแปดขั้นต้น"
"ผ่าน"
"......."
"ผ่าน"
"เกาเฉิน อายุสิบแปดปี ปราณขุนพลระดับแปดขั้นสุด"
"ผ่าน"
"มู่ตงฝ้าย อายุสิบแปดปี ปราณขุนพลระดับแปดขั้นสุด"
"ผ่าน"
"......."
"ผ่าน"
"เซินฉาน อายุสิบเก้าปี ปราณครึ่งก้าวสู่ราชันย์ขั้นกลาง"
"ผ่าน"
"......."
"ผ่าน"
"เฉินลี่ อายุสิบเก้าปี ปราณครึ่งก้าวสู่ราชันย์ขั้นต้น"
"ผ่าน"
ในผู้เข้าร่วมทดสอบจากเมืองชิวหลิง เมืองเหลียว ส่วนใหญ่แล้วบุตรของผู้นำตระกูลแต่ละตระกูลต่างมีระดับปราณขุนพลระดับแปดขึ้นไปทั้งสิ้น นับว่าสามารถเป็นตัวแทนของตระกูลได้เป็นอย่างดี ต่อมาถึงคราของตระกูลราชวงศ์บัดนี้มีผู้เดินออกมาเพียงสองคน คนแรกเป็นบุรุษซึ่งทุกผู้คนในเมืองเหลียวย่อมรู้จักเป็นอย่างดี องค์ชายสี่ของตระกูลราชวงศ์ จ้าวเหลี่ยน และสตรีเยาว์วัยอายุประมาณสิบหกปี ใช้ผ้าขาวปกปิดโฉมหน้า แต่ด้วยรูปร่างทรวดทรงที่สมส่วนงดงาม นัยย์ตาสวยซึ้งใสคมวาวเป็นประกายต่างสะกดฝูงชนทั่วลานประลอง มีเสียงต่าง ๆ กล่าวถึงสองคนนี้ดังขึ้น
"โอ๊ะ..!!.. ครานี้ตระกูลราชวงศ์ถึงกับส่งคนเข้าร่วมแข่งขันด้วย ปกติตระกูลราชวงศ์มิเคยสนใจเข้าร่วมการแข่งขัน หรือจะเป็นเพราะการสำรวจดินแดนลึกลับ"
"นั่น องค์ชายสี่ของตระกูลราชวงศ์ จ้าวเหลี่ยน.."
"สตรีนางนั้น..หรือจะเป็นเทพธิดาของตระกูลราชวงศ์ตามข่าวลือ "
กลุ่มคนต่างซุบซิบกัน จนเสียงดังระงม
"เทพธิดาอะไรกัน..?"
"เจ้าคงมิเคยได้ยินข่าวว่า ตระกูลราชวงศ์ ได้ถือกำเนิดพระราชธิดาที่ทรงมีศิริโฉมงดงามอันดับหนึ่งของเมือง ทั้งยังเป็นอัจฉริยะทางการต่อสู้ ตอนอายุสิบเอ็ดขวบก็สามารถขึ้นสู่ปราณยุทธระดับปราณครึ่งก้าวสู่ราชันย์ขันสุดแล้ว แถมยังมีความงดงามปานล่มเมืองจนผู้นำตระกูลราชวงศ์หวงแหงนและทนุถนอมยิ่ง ทั้งยังทุ่มเททรัพยากรต่าง ๆ เพื่อส่งเสริมให้เป็นยอดยุทธอันดับหนึ่งของอาณาจักรเนตรอสูรที่ตกต่ำจนรั้งอยู่อันดับหลังสุดของทั้งเจ็ดอาณาจักรมาเนิ่นนาน ให้มีโอกาสไปอยู่ในตำแหน่งระดับต้น ๆ ของอาณาจักรให้ได้ ข้าคิดว่าความหวังคงจะเป็นจริงครานี้แน่ ทางตระกูลราชวงศ์ถึงได้ส่งเทพธิดาผู้นี้เข้าร่วมประลองในครานี้ด้วย เจ้าคอยดูต่อไปเถอะ ต้องมีอะไรที่น่าตื่นตกใจให้เห็นเป็นแน่แท้"
ขณะนี้องค์ชายสี่ของตระกูลราชวงศ์ จ้าวเหลี่ยน ได้เริ่มทดสอง ปรากฎเสียงจอแสดงผลขึ้น
"จ้าวเหลี่ยน อายุสิบแปดปี ปราณขุนพลระดับเจ็ดขั้นสุด"
"ผ่าน"
"ปราณขุนพลระดับเจ็ดขั้นสุด องค์ชายผู้นี้คงหมกมุ่นกับสตรีจนพลังฝีมือมิได้พัฒนาขึ้นแม้แต่น้อย น่าเสียดายนักที่มิอาจใกล้เคียงเทพธิดาผู้เป็นน้องสาว แม้แต่น้อย.."
เสียงซุบซิบได้ดังขึ้นเซ็งแซ่ เมื่อผลการทดสอบระดับพลังปรากฎออกมา องค์ชายสี่ของตระกูลราชวงศ์จ้าวเหลี่ยน ถึงกับหน้าถอดสีหันไปมองยังชายชราท่าทางน่าเกรงขามผู้สวมมงกุฏสีทองที่กำลังจ้องมองมาที่ตนอย่างดุดัน องค์ชายสี่รีบหลบสายตาแล้วหันไปใช้สายตาโกรธแค้นเกรี้ยวกราดกวาดมองไปยังฝูงชนที่ส่งเสียงวิจารณ์ตนก่อนกลับไปยังที่นั่งอย่างอับอาย
"พวกเราคอยดู นั่น..!!.. เทพธิดา ได้ออกมาทดสอบแล้ว"
สตรีคลุมหน้าได้เดินออกไปอย่างแช่มช้า การเยื้องย่างช่างสวยงามดุจนางพญา ยกมืออันขาวผ่องเป็นยองใย นิ้วเรียวยาวสวยงาม ขีดเขียวแผ่นหยกสีขาว แล้วกดประทับไปยังแผ่นศิลาสีเขียวมรกตทันที บังเกิดเสียงจอแสดงผลดังขึ้น
"แว๊บบบ..!!"
"หงษ์เหลี่ยน อายุสิบหกปี ปราณราชันย์ระดับสามขั้นสุด..!!"
เมื่อเสียงของจอแสดงผลออกมา ทั่วทั้งลานประลองถึงกับเงียบสงัด ทุกผู้คนต่างสะดุ้งตกใจต่อสิ่งที่เห็นและได้ยิน ชั่วครู่จึงบังเกิดเสียงดังลือลั่นไปทั่งทั้งลานประลอง
"โอ้ววว...!! ปราณ..รา...ชันย์....ปราณราชันย์ ..อาณาจักรเนตรอสูรถึงกับมีปราณราชันย์ให้เห็นแล้ว..."
"อาาา..อายุสิบหกปีถึงกับมีระดับปราณราชันย์ระดับสามขั้นสุด..!!.ครานี้อาณาจักรเนตรอสูรเรามีหวังได้อันดับต้นๆ แล้ว..!!"
"พระเจ้า..!!สมกับเป็นเทพธิดาอย่างแท้จริง.."
"ตระกูลราชวงศ์ช่างน่ากลัวจริง ๆถึงกับส่งเสริมจนกำเนิดราชันย์เยาว์วัยขึ้นมาได้ "
"อา..ราชันย์ที่เป็นเพียงตำนานมีบังเกิดขึ้นให้เห็นแล้วข้าไม่อยากเชื่อจริง ๆ ถ้าเช่นนั้นตำนานมิได้โกหก มียอดฝีมือระดับราชันย์จริง ๆหรือจะมีราชันย์อีกมากมายปานใดที่มิเปิดเผยตัวตน"
"อา...ถึงกับเป็นนาง..!!"
เมื่อผลของจอแสดงผลปรากฎ กังหลงก็ถึงกับอุทานออกมาเช่นกันจนสตรีทั้งสามต่างฉงนไฉนกังหลงถึงตื่นตกใจเพียงระดับปราณยุทธปราณราชันย์ระดับสามขั้นสุดแสดงออกมาเท่านั้นจึงต่างสอบถามขึ้นเนื่องจากคิดว่าพวกตนทั้งสามเองยังมีระดับปราณที่สูงส่งกว่าสตรีที่ปกปิดโฉมหน้าจากตระกูลราชวงศ์มากมายนักแต่สามสาวมิทราบว่าสิ่งที่กังหลงตกใจแท้จริงนั้นมิใช่ระดับปราณของสตรีจากตระกูลราชวงศ์แต่กลับเป็นชื่อ หงษ์เหลี่ยน เพราะชื่อนี้คือชื่อของสตรีงามที่กังหลงได้ช่วยเหลือไว้เมื่อค่ำคืนวานกังหลงนึกมิถึงว่าจะเป็นนาง มิน่าตอนสบสายตากันนางจึงรีบหลบสายตาไป และกังหลงเองก็รู้สึกคุ้นเคยเหมือนเคยได้เห็นสายตาเช่นนี้จากที่ไหนมาก่อน
"เป็นอะไรไปรึพี่กังหลง สตรีนางนี้มีระดับปราณแค่ปราณราชันย์ระดับสามขั้นสุดแค่นั้นถึงกับทำพี่ตกใจเลยรึ ?"
เยี่ยนฟางสอบถามขึ้นด้วยความแปลกใจ ได้ยินเช่นนั้นกังหลงจึงบอกกับสตรีงามทั้งสามว่า
"พวกท่านทั้งสามอย่าได้ประมาทไปแท้จริงแล้วนางมิได้มีพลังฝีมือด้อยไปกว่าพวกท่านทั้งสามแม้แต่น้อยข้ามิได้แปลกใจในระดับพลังปราณที่สูงถึงระดับนี้ของนางข้าเพียงตกใจที่นางกลับเป็นสตรีที่ข้าเคยพบเจอข้าเคยพบสตรีนางนี้มาเมื่อคืนตอนแยกจากพวกท่านไป นางได้ต่อสู้อยู่กับสัตว์อสูรระดับสามที่มีปราณเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธระดับปราณจักรพรรดิ์สงครามระดับห้าขึ้นไปและยังแปลกใจที่มิทราบตระกูลราชวงศ์ส่งเสริมพวกนางมาเช่นไรถึงได้สรรสร้างนางจนมีระดับพลังฝีมือที่สูงส่งระดับนี้ด้วยวัยเพียงสิบหกปีออกมาได้ตัวนางเองคงต้องมีพรสวรรค์นับเป็นอัจฉริยะที่ยากจะพบพานคนหนึ่งพวกท่านทั้งสามนั้นได้รับการส่งเสริมจากข้าและได้ฝึกฝนในสถานที่พิเศษแต่นางที่มีวัยใกล้เคียงกับพวกท่านกลับมีระดับปราณเทียบเท่าพวกท่านด้วยมิแน่นางอาจมีสถานที่พิเศษเพื่อฝึกปรือด้วยเช่นกัน"
สตรีทั้งสามเมื่อได้ทราบว่าหงษ์เหลี่ยนแท้จริงมีระดับปราณเทียบเท่าพวกนางแถมยังได้ต่อสู้กับสัตว์อสูรระดับสามที่มีปราณเทียบเท่าผู้ฝึกยุทธระดับปราณจักรพรรดิ์สงครามระดับห้าขึ้นไปก็ถึงกับตกตะลึงไปเช่นกันต่างมองและประเมินสตรีคลุมหน้าจากตระกูลราชวงศ์ใหม่อีกครั้ง
เสียงพูดคุยได้เงียบลงเมื่อหงษ์เหลี่ยนเทพธิดาจากตระกูลราชวงศ์กลับไปนั่งยังที่พักเสียงผู้อาวุโสสูงสุดตระกูลเหลียนกล่าวขึ้น
"ต่อไปเชิญผู้เข้าแข่งขันจากเมืองเนตรอสูรเข้าทดสอบคุณสมบัติ"
สิ้นเสียงผู้อาวุโสสูงสุดตระกูลเหลียนสายตาเหยียดหยาม เสียงหัวเราะและเสียงวิพากษ์วิจารณ์ได้ดังระงมจากรอบด้าน
"ฮ่า ฮ่า ฮ่าอันดับโหล่ของอาณาจักรเนตรอสูรมาร่วมเข้าแข่งขันอีกแล้ว ทุกครั้งที่ผ่านมา ตระกูลจากเมืองเนตรอสูรมิเคยเอาชนะตระกูลจากเมืองเหลียวและเมืองชิงหลิงได้แม้แต่สักครั้งดูท่าครานี้คงจะมีอัจฉริยะยอดเยี่ยมกำเนิดขึ้นเป็นแน่ตระกูลจากเมืองเนตรอสูรถึงได้กล้าเข้ามาร่วมแข่งขัน ฮ่า ฮ่า ฮ่า"
"จุ๊..จุ๊..เจ้าอย่าได้ดูถูกไปครานี้เมืองเนตรอสูรอาจมีอัจฉริยะระดับปราณราชันย์เกิดขึ้นเหมือนเมืองเหลียวเราก็เป็นได้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า"