ตอนที่5
หลังจากนั้นทั้งมาซาและโระกะก็เตรียมตัวกลับหมดการฝึกในวันนี้ โระกะยังรู้สึกมึนนิดหน่อยจากฤทธิ์ยา แต่เธอก็ยังอยากจะพัฒนาต่อเธอยังคงสงสัยในสิ่งที่เจอในความฝัน
“นิคุณพอบอกได้ไหมว่าจะรู้ได้ยังไงว่าคนที่เจอในฝันนั้น เป็พวกจั้มเปอร์รึเปล่า”
“สำหรับคนที่เพิ่งเริ่มฝึกอย่างคุณเป็เื่ยากเพราะมันต้องใช้ประสบการณ์พอสมควรจั้มเปอร์แต่ละคนมีรูปแบบและวิธีในการเข้าฝันต่างกัน จะรู้ได้ยังไงว่าคนที่เห็นฝันเป็พวกจั้มเปอร์รึเปล่าเงื่อนไขของการจั้มเขาฝันนั้นมันง่ายมาก แค่เขาเห็นหน้าคุณเขาก็สามารถตามมาเข้าฝันคุณได้แล้วกฎการใส่หน้ากากไม่ได้สั่งขึ้นเพื่อป้องกันการรับสารพิษจากภายนอกเท่านั้นยังเป็การป้องกันไม่ให้พวกจั้มเปอร์เข้าฝันคุณด้วย”
· ่เกิดามีการใช้สารพิษในการทำลายศัตรูแม้าจะสงบมาหลายปีแล้ว ก็ยังมีสารพิษหลงเหลือ ซึ่งมันทำให้เกิดโรคร้ายหลายๆอย่างแถมยังมีระบบปฏิบัติการบางอย่างจับใบหน้าและนำภาพแฮ็กเข้าดูข้อมูลหลายๆอย่างได้อีกรัฐบาลจึงออกกฎว่า ต้องใส่หน้ากากไว้ตลอดเวลาเมื่อออกไปข้างนอก แต่เมื่ออยู่ในที่ทำงานซึ่งมีเครื่องกรองสารพิษหรือมีความปลอดภัยทุกคนก็จะถอดหน้ากากออก ดังนั้นหากพบปะกันทั่วไปมักไม่ค่อยมีใครเห็นหน้าตากันเพราะมีหน้ากากปิดบังไว้
คิมเดินไปหยิบกาแฟมาดื่มก่อนจะนั่งลงที่โต๊ะและอธิบายเพิ่ม
“สมมุติว่าเขาเห็นหน้าเธอและเข้าฝันเธอได้ แม้แต่เป็เลเยอร์1แล้ว ก็ยังยากที่จะรู้ ได้ว่าคนที่เห็นนั้นเป็จั้มเปอร์หรือบอทเพราะในฝันเราก็เห็นคนแปลกหน้าอยู่เสมอ ในความฝันสิ่งที่แปลกคือ เรามักจะฝันเห็นคนอื่นรักและเอาใจเราเสมอแต่กลับกัน พอเราฝันเห็นคนรักหรือคนที่เราสนิท เขามักจะนอกใจหรือทำให้เราโมโหเสมอ”
· บอท คือคนที่สมองสร้างขึ้นมาและเล่นไปตามบทคล้ายกับบอทในเกมที่เล่นไปตามคำสั่งที่ระบุไว้ ไม่มีความคิดหรือความรู้สึก
“ถามอีกอย่างนะถ้าโดนจั้มฝันแล้วต้องทำยังไงถึงจะหลุดจากการโดนตามได้” มาซาถามขึ้น
“ไม่มีทางหลุดพ้นได้จนกว่าจะตาย..........นั่นแหละคำตอบ”
หลังจากนั้นคิมก็บอกให้ทั้งคู่ไปติดต่อกับทางหัวหน้าเพื่อขออนุญาตในการฝึกการป้องกันและวิธีรับมือการเข้าฝันเพราะสิ่งที่ทำอยู่ตอนนี้ไม่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานมีความเสี่ยงที่จะโดนพักงานหรือไล่ออกได้
เช้าวันรุ่งขึ้นโระกะกับมาซามาที่กรมตำรวจ พร้อมอาการอ่อนเพลีย ทั้งคู่เดินเข้ามาด้วยท่าทางเหมือนกำลังจะสิ้นใจชิรูเห็นว่ามันแปลกเลยถามขึ้น
“ไปทำอะไรกันมาครับถึงได้อ่อนเพลียกันขนาดนี้”
“ไปฝึกการฝันมา”
มาซาตอบด้วยหน้านิ่งเฉยแต่ชิรูใจนแทบตกเก้าอี้และะโขึ้นเสียงดัง
“ว่าไงนะครับ ฝึกการฝันงั้นเหรอ?”
มาซากับโระกะรีบดึงให้เขามาปิดปากไว้ไม่ให้พูดเสียงดังจนมีคนได้ยิน
“เงียบไว้สิ มันเป็ความลับนะโว้ย”
ใช้เวลาพักใหญ่กว่าจะอธิบายให้ชิรูเข้าใจถึงเหตุผลที่ต้องไปฝึกการตื่นในฝันแต่ชิรูนั้นไม่ค่อยเห็นด้วยกับการกระทำนี้นัก
“รู้ใช่มั้ยครับว่า พวก Microzard ในยุคปัจจุบันกลายเป็กลุ่มคนที่น่ารังเกียจคอยรังควานคนอื่น ก่ออาชญากรรม ข่มขืน ทำร้ายถึงจะแค่ในความฝันแต่มันก็ทำให้สภาพจิตใจของคนธรรมดาแย่ลงไปด้วย พวกเขาถึงได้ถูกควบคุมแล้วทำไมพวกคุณถึงอยากจะกลายเป็พวกนั้นนัก”
“ควบคุมงั้นเหรอ?นายรู้เื่พวกนั้นได้ยังไง” มาซาสงสัย
“ได้ยินมาจากแผนกอื่นน่ะครับ เขาเล่าให้ฟังว่าพวกนั้นจะถูกติดแท็กไว้ที่ร่างกายหรือไม่ก็โดนบังคับให้กินยาที่เรียกว่า D-stop และหากยังไม่เลิกประพฤติตัวแบบเดิมอีก ก็จะโดนจับเข้าคุกโดนฉีดยาเข้าร่างกายทุกวัน
· D-Stop เป็ยาที่ฉีดเข้าร่างกาย เพื่อทำให้คนนั้นหลับลึกและไม่ฝัน ซึ่งจะใช้กับคนที่โดนคุกคามฝันจนเกิดภาวะซึมเศร้าต่อมานำมาใช้ควบคุมพวกจั้มเปอร์และแฮ็กเกอร์ เพื่อไม่ให้เข้าฝันไปคุกคามคนอื่นได้
สักพักก็มีรายงานเข้ามาทางคอมพิวเตอร์ของชิรู
“ได้เื่แล้วครับได้รับแจ้งจากฝ่ายชันสูตรว่าพบรอยสักที่ต้นคออของผู้ตายรายแรกครับกับที่ข้อเท้าขวาของผู้ตายรายที่สอง เป็ลายเดียวกัน แบบนี้ครับ”
ชิรูเรียกให้มาซากับโระกะมาดูรอยสักที่แผนกชันสูตรส่งมาให้ดู

“ไม่จริงน่า....ตอนที่ดูภาพรอยสักในร้านนายโฮเกอร์น่ะฉันก็เห็นรอยนี้เหมือนกันนะ โธ่เว้ย!... (ถอนหายใจ) ทำไมถึงนึกไม่ออกนะตอนนั้น มันเป็ตัว MZ ชัดๆ ชิรู นายรีบติดต่อศาลขอหมายค้นด่วนเลยนะ”
หลังได้หมายค้นแล้วทั้งคู่ขับรถไปที่ร้านสัก NP อีกครั้ง แต่ร้านกลับปิดเงียบไม่มีใครอยู่เลยสักคน ทั้งคู่ค้นข้อมูลในใบอนุญาตที่ได้รับมาแต่ว่ารายละเอียดการจดทะเบียนของร้าน กลับเพิ่มความสงสัยให้ทั้งสองคนมากขึ้น
“แปลกมากนะ ปกติจะได้รับรายละเอียด ID ชื่อนามสกุลจริง ของเ้าของสถานที่ด้วย แต่นี่มีแค่โค้ดเนมแถมไม่แสดงใบหน้าให้เห็นอีก” โระกะบอกรายละเอียดให้มาซาฟัง
“เริ่มมีกลิ่นแปลกๆขององค์กรแล้วสินะหลังจากนี้จะโดนสั่งห้ามสืบรึเปล่านะ เหตุการณ์แบบนี้กรมตำรวจเราก็เจอบ่อยๆนิ”
· เมื่อได้รับหมายค้น ศาลจะส่งรายละเอียดแจ้งให้เ้าของร้านรู้ผ่านทาง ID ซึ่งหากไม่มาพบเ้าพนักงานถือว่ามีความผิดฐานขัดขวางการปฏิบัติงานเ้าหน้าที่ตำรวจมีสิทธิ์เข้ารื้อค้นได้ทันที
เมื่อพังประตูเข้าไปก็พบว่ามีห้องลับอยู่ด้านในร้านโระกะคิดว่าด้านในต้องเป็ที่ส่องสุ่มบางอย่างจึงได้เรียกกำลังเสริมมาเพิ่มในขณะที่รอกำลังเสริมอยู่ด้านหน้า มาซาก็เหลือบไปเห็นชาย 3 คนแอบซุ่มดูอยู่เขาจึงรีบเข้าประชิดตัวทันที พวกเขาพากันวิ่งหนี แต่มาซาจับได้หนึ่งคนคือ โฮเกอร์ช่างสักประจำร้านที่เจอก่อนหน้านี้ ส่วนเพื่อนอีก 2 คนหนีไปได้ มาซาจึงดึงเขามาหาโระกะที่ด้านหน้าโฮเกอร์พยายามดิ้นหนีทำให้กระดุมเสื้อของเขาหลุดโระกะแอบเห็นรอยสักที่อกของเขาเป็ลายเดียวกับผู้ตายทั้งสองคน
“พากลับไปกรมตำรวจด้วยแล้วกัน คงได้สอบปากคำกันยาว”
มาซาจับโฮเกอร์ใส่กุญแจมือไว้ในรถและให้ตำรวจอีกคนช่วยเฝ้าไว้ส่วนเขากับโระกะเข้าไปตรวจดูด้านใน ซึ่งพบว่ามีร่องรอยของการชุมนุมอยู่จริงของบางอย่างถูกเก็บออกไป แต่ของชิ้นใหญ่เช่นเตียงและโต๊ะยังคงวางไว้อยู่ ถ้าเอาออกไปจะผิดสังเกตจึงได้ทิ้งไว้แบบนี้ พอมาซากับโระกะเห็น 2 สิ่งนี้ก็รู้ได้ทันทีว่าพวกเขาทำอะไรกัน
“เตียงกับเชิงเทียนงั้นเหรอ...ดูคุ้นมั้ยโร้ค”
“อืม....ให้ฝ่ายพิสูจน์เก็บหลักฐานไปแล้วกัน ส่วนเรากลับกันฉันอยากจะสอบปากคำเด็กนั่นหน่อย”