พลังในการทำลายล้างของทักษะนรกผลาญสวรรค์ นั้นมันช่างรุนแรงเหนือล้ำเกินกว่าจินตนาการอย่างแท้จริง แม้แต่ภูเขาไฟที่สูงเสียดฟ้ายังถูกหายไปออกจากแผนที่โลกเพียงแค่การโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้นมันยังสามารถสร้างพลังทำลายล้างได้ขนาดนี้ถ้าหากว่าตัวมันนั้นสามารถใช้งานทักษะเช่นนี้ติดต่อกันได้หลายครั้งแล้วมันจะเกิดผลเช่นไรขึ้นกัน
แต่มันช่างน่าเสียดายเสียเหลือเกินด้วยพลังอันมหาศาลของมัน หากจะคิดนำมาใช้ก็จำเป็นที่จะต้องรวบรวมพลังเวทเป็นจำนวนมากในยามนี้นั้นเด็กหนุ่มสามารถเรียกใช้มันได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้นเพียงแค่ใช้ นรกผลาญสวรรค์ 1ครั้งมันกับดูดพลังของเซย์รินไปจนหมดสิ้น ในยามนี้นั้นเด็กหนุ่มตกอยู่ในสภาพที่ไร้เรี่ยวแรงเป็นอย่างมาก
พลังที่ยิ่งใหญ่มันก็มาพร้อมกับผลตอบแทนที่มหาศาลแต่มันก็ต้องมีสิ่งแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมด้วย หากเด็กหนุ่มคิดจะใช้งานทักษะที่ทรงพลังถึงระดับนี้ตัวมันก็จะต้องยอมแลกกับพลังเวทที่มีทั้งหมดของตนนี่คือการแลกเปลี่ยนที่เท่าเทียมทักษะเช่นนี้มันเหมาะที่จะนำมาเป็นท่าไม้ตายมากกว่า ในยามที่อยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังหรือในสถานการณ์ที่จำเป็นต้องแลกด้วยชีวิตเด็กหนุ่มก็จำเป็นที่จะนำพลังที่ตนมีทั้งหมดออกมากับการโจมตีครั้งสุดท้ายเพื่อเป็นการตัดสินเป็นตาย
ณ พระราชวังของกริมจอ ที่แดนมาร
ก่อนที่มันจะแยกจากเซย์รินมันได้ใช้วัตถุบางอย่างเพื่อที่จะติดตามเด็กหนุ่มมันคล้ายคลึงกับเครื่องติดตามแต่มันก็ไม่ใช่สักทีเดียวเพราะมันสามารถแสดงทั้งภาพและเสียงออกมาได้ด้วย วัตถุลึกลับเช่นนี้ทั้งดินแดนมารมีไม่เกิน 10ชิ้นเท่านั้น ผู้ที่จะสามารถมีมันได้จะต้องจะต้องอยู่ในระดับราชวงศ์ชั้นสูงเท่านั้น เพราะราคาของมันนั้นแพงอย่างมหาศาล มันถูกเรียกว่า ดวงตาแห่งเทพมันถูกสร้างขึ้นมานานนับแสนปีแล้วในปัจจุบันไม่มีผู้ใดสามารถที่จะสร้างพวกมันขึ้นมาได้อีก
ในยามนี้มีผู้คนจำนวนนับ 10 คน อยู่ภายในห้องประชุมในพระราชวังส่วนตัวของกริมจอพวกมันทุกตัวตนนั้นล้วนมีพลังความแข็งแกร่งอย่างมากมายมหาศาลเพราะพวกมันคือเหล่าผู้ที่มีพลังความเข้มแข็งสูงสุดของเผ่ามารในเวลานี้ และพวกมันได้เห็นถึงเหตุการณ์ที่เซย์รินได้แสดงขึ้นมาเมื่อสักครู่แต่ภายในดันเจี๊ยนระดับ 10 นั้นพวกมันไม่สามารถรู้ถึงสถานการณ์ข้างในว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างอันเป็นผลจากมิติ ทำให้ภาพและเสียงขาดหายไป
“นี่มันอะไรกันข้าฝันไปใช่ไหมพลังมหาศาลเช่นนี้กับถูกปลดปล่อยออกมาโดยรุ่นเยาว์ผู้หนึ่งอย่างงั้นหรือบ้าไปแล้วมันเป็นไปไม่ได้ใครก็ได้ช่วยบอกข้าทีว่าตัวข้านั้นไม่ได้ฝันไป”หนึ่งในแม่ทัพใหญ่ของแดนมารตัวมันถึงกับร้องอุทานออกมาด้วยความไม่อยากเชื่อสายตา
“มันเป็นปีศาจข้าว่ามันต้องเป็นปีศาจแน่ๆ แม้แต่พวกเราเองถ้าโดนมันเข้าไปถึงจะไม่ตายแต่มันก็ต้องเจ็บหนักอยู่ดีข้าไม่อยากจะเชื่อเลยว่าพลังของมันจะอยู่เพียงแค่เทวะขั้นที่ 7 หากให้เวลามันสัก 100 ปี 1000 ปีจนพลังอยู่ในระดับเดียวกันกับพวกเราใครหน้าไหนจะไปต่อกรกับมันได้”
“สมแล้วที่เป็นถึงบุตรบุญธรรมของท่านวีรบุรุษ กริมจอ ข้าคิดว่าหากให้เวลามันเจ้าหนูผู้นี้มันจะต้องเหนือล้ำและเก่งกาจยิ่งกว่าท่านเป็นแน่ อนาคตของมันนั้นไร้ที่สิ้นสุดพวกเราไม่สามารถจะจินตนาการอนาคตของมันได้เลย” เหล่าผู้ทรงอำนาจมากมายต่างพูดเอาอกเอาใจกริมจอ เพราะมันคือผู้ที่มีความเข้มแข็งที่สุดพลังของมันนั้นสูงล้ำยิ่งกว่าผู้นำแดนมาร คนปัจจุบันอย่างเทียบกันไม่ติด และผู้นำแดนมารคนปัจจุบันนั้นก็คือบุตรชายของ
กริมจอนั้นเอง มันมีนามว่า เวก้า อายุของมันนั้นมากถึง10,300 ปีมากที่สุดในดินแดนมาร
และภายหลังการกลับมาของกริมจอมันจึงกลายเป็นบุคคลที่อายุมากที่สุดของดินแดนแห่งนี้ แท้จริงแล้วเมื่อหนึ่งหมื่นปีก่อนกริมจอมีท่ายาทมากมายนับสิบคนแต่ด้วยระยะเวลาผ่านไปอย่างยาวนานพวกมันล้วนแก่ตายกันไปหมดแล้วเพราะพวกมันนั้นอ่อนแอกันจนเกินไป หากช่วงเวลานั้นตัวกริมจอยังอยู่มันยังคงสามารถให้เจ้าพวกนั้นมีความแข็งแกร่งขึ้นมาได้ยิ่งแกร่งเท่าไหร่อายุก็จะยิ่งยืนยาวได้ในยามนี้นั้นเหลือก็แต่เพียงเวก้าเท่านั้นบุตรชายของมันโดยสายเลือดเพียงคนเดียวที่ยังรอดชีวิตแต่ในยามนี้นั้นเจ้าเวก้ามันก็ดูแก่ชราจนเกินทนดูราวเหมือนกับคุณปู่ส่วนกริมจอดูเพียงภายนอกเหมือนคนอายุ 40ต้นๆเท่านั้นดูไม่ออกเลยว่าใครพ่อใครลูกกันแน่หากคนทั้งสองยืนอยู่ด้วยกัน
“เวก้าในยามนี้นั้นเจ้าเตรียมตัวที่จะหาผู้สืบทอดแดนมารต่อจากเจ้ารึยัง”กริมจอหันไปถามบุตรชายของตนเกี่ยวกับผู้สืบทอดด้วยน้ำเสียงที่เข้มงวดและจริงจังเป็นอย่างมาก
“ข้าได้เตรียมไว้แล้วท่านพ่อมันผู้นี้คือผู้ทีมีพรสวรรค์สูงสุด ในจำนวนบุตรของข้าหลายพันคนและมันคือผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดภายในโรงเรียนจอมเวทอีกด้วยข้าจึงคิดว่ามันผู้นี้คือผู้เหมาะสมที่สุด”เวก้ากล่าวด้วยสีหน้าท่าทางยิ้มแย้มอารมณ์ดีเป็นอย่างมากเมื่อพูดถึงเกี่ยวกับเรื่องนี้เพราะมันมีความต้องการเป็นอย่างมากที่จะให้ท่านพ่อของมันนั้นช่วยถ่ายทอดวิชาให้บุตรชายของตนกริมจอนั้นมันเป็นตัวตนเช่นใด ในยามนี้นั้นตัวมันไม่ต่างอะไรไปจากเทพมาร ผู้ที่ได้รับความเคารพอย่างสูงสุดของดินแดนมันคือตำนานที่ยังมีชีวิตอยู่และมันผู้นั้นคือท่านพ่อของมันเองแต่น่าเสียดายในยามนี้กริมจอไม่ยอมถ่ายทอดให้มันเพราะตัวมันนั้นแก่ชราจนเกินไปมันเลยต้องการที่จะส่งโอกาสนี้ให้แก่บุตรชายของตนผู้มากไปด้วยพรสวรรค์
“ไปถอนตำแหน่งมันออกจากการเป็นรัชทายาทซ่ะ ข้าต้องการจะมอบมันให้กับเซย์ริน”ด้วยศักยภาพของเด็กหนุ่มอันไร้ที่สิ้นสุดมันจึงมีความต้องการที่จะยกทุกอย่างไว้ให้กับเซย์รินเขามีความเชื่อว่าเด็กหนุ่มนั้นจะทำให้เผามารของตนได้พบกับความรุ้งเรืองถึงขีดสุดและตัวมันเองก็รู้สึกชอบและถูกชะตากับเซย์รินมากเสียด้วยมันรักยิ่งกว่าลูกในไส้ของตนเองเสียอีกจะพูดอย่างงั้นก็ไม่ถูกเสียทีเดียวเพราะในยามนี้นั้นภายในตัวของเด็กหนุ่มมีสายเลือดชั้นสูงของกริมจอไหลเวียนอยู่ด้วยอันเป็นผลมาจากกระบวนการวิเศษ
“ท่านพ่อท่านบ้าไปแล้วอย่างงั้นเหรอ ที่จะยกตำแหน่งนี้ให้แก่มัน หากข้าต้องการสังหารมันละก็ข้าใช้เพียงนิ้วเดียวก็สามารถส่งมันไปเกิดใหม่ได้แล้วสำหรับเจ้าขยะไร้ข้านั้น มันไม่คู่ควรกับตำแหน่งนี้”เวก้าเมื่อมันได้ยินคำขอของผู้เป็นบิดาของมัน ตัวมันถึงกับเลือดขึ้นหน้าร้องตะโกนอย่างสุดเสียงพลังมวลมิติจำนวนมหาศาลล้วนสั่นสะเทือนไปทั่วเมื่อมันปลดปล่อยออกมาราวกับเป็นคนบ้าที่เสียสติ
เปี้ยงงงงง ตู๊มมมมม
ร่างของราชาเวก้า ผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของมารทั้งมวลในยามนี้นั้นใบหน้าของมันถึงกับสั่นสะท้านด้วยพลังแรงตบอันมหาศาลฟันของมันถึงกับหลุดลอยออกจากปากไปหลายซีกพร้อมทั้งร่างลอยกระเด็นไปไกล
“เจ้าหมาแก่เอาใบหน้าเหี่ยวๆของเจ้าไปให้พ้นหน้าของข้าซ่ะ เห็นแล้วเคืองลูกกะตา หากข้ารู้ว่าตัวเจ้ากล้าทำอะไรกับเซย์รินละก็ข้าจะสังหารบุตรของเจ้าเสียให้หมดพร้อมทั้งข้าจะจับเจ้ามาตอนด้วยข้อหาวางไข่ไปทั่วดีนัก และเจ้าเด็กที่เกิดมาแต่ละคนไม่ได้มีศักยภาพเลย"
“ข้าไม่กล้าแล้วท่านพ่อข้าไม่กล้าแล้วตัวข้าจะรีบไปเดียวนี้”
ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไรมันก็ยังคงรู้สึกหวาดกลัวบิดาผู้นี้ของมันอยู่ดีมันรีบจากไปอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งใบหน้าแก่ๆของมัน ในยามนี้นั้นเซย์รินกับมีศัตรูเพิ่มขึ้นมาอย่างโดยไม่รู้ตัว