“คิกคิก พี่ชาย เมื่อก่อนนี้ไม่เคยรู้มาก่อนเลยนะเนี่ย ว่าแต่ไหนแต่ไรนายก็ขี้โม้เหมือนกันกับเขา ถึงแม้ว่าจะพูดให้ดูดีแค่ไหน และต่อให้มันฟังดูมีเหตุผล แต่ว่านะ รถก็ยังให้ยืมไม่ได้อยู่ดี พี่ชาย้าที่จะไปซื้อยาจริงๆ แถวๆ นี้ทั้งหมดล้วนก็เป็ร้านขายยาทั้งนั้น แล้วจะเอารถไปทำอะไร?” ฟังข้ออ้างของลูกพี่ลูกน้องที่หยิบยกมา จ้าวหยุนฟาง ก็ถึงกับขำ
“ยาที่ฉันซื้อน่ะไม่ใช่ยาธรรมดาๆ หรอกนะ ฉัน้าที่จะซื้อยาที่มีส่วนผสมคุณภาพเยี่ยม แน่นอนฉันจะต้องหาร้านยาที่เก่าแก่และใหญ่ที่สุด” เฉิงหยู่ ไม่สนใจว่า จ้าวหยุนฟาง จะให้ยืมรถหรือไม่ แต่เขาจำเป็จะต้องพยายามเพื่อมัน
“ชิ! พี่ชาย ไม่ใช่ว่าฉันดูไม่ออก เ้าสมุนไพรปรุงยาตัวนี้น่ะไม่ใช่ของอะไรที่ไหนหรอก พี่คงจะเอามันไปใช้เป็ส่วนหนึ่งในการหาความสุข อย่างกับว่าจะหลอกฉันได้ โกหกได้ไม่เนียนเลยนะ” จ้าวหยุนฟาง พูดพลางกล่าวเตือน เฉิงหยู่
เฉิงหยู่ ก็รู้ดีว่าเื่นี้เขาไม่มีอะไรจะพูดแล้ว “งั้นฉันไม่ยืมแล้ว ฉันจะไปที่สถานีเอาเอง เธอบอกฉันมาว่าร้านยาจีนที่ใหญ่ที่สุดในหยุนไห่อยู่ที่ไหน?”
“พี่แน่ใจเหรอว่าจะไปน่ะ?” จ้าวหยุนฟาง ถามซ้ำเพื่อยืนยันอีกครั้ง ซึ่ง เฉิงหยู่ ก็พยักหน้า
“อยู่ถนนฝั่งตะวันออกชื่อร้าน หวงซื่อ พี่ชายนั่งรถไปเองนะ ฉันคงยอมให้ยืมรถไม่ได้หรอก นั่งรถไปก็แค่สิบกว่านาทีเอง แต่ฉันจะบอกไว้อย่าง พี่ชายอย่าไปหลงกลพวกนั้นล่ะ ไม่แน่ว่าอาจถูกหลอกเอาได้ แม้ว่าพวกเราจะร่ำรวยมีฐานะ แต่ก็ไม่ควรให้คนอื่นมาหลอกได้ใช่ไหมล่ะ” จ้าวหยุนฟาง ออกปากเตือนอีกรอบ
“รู้แล้วน่า จริงๆ ฉันก็ไม่ได้มีความจำเป็ที่จะต้องไปหรอก”
“ไม่จำเป็ ถ้างั้นทำไมพี่ชายถึงไม่ไปเข้าเรียนล่ะ?”
เฉิงหยู่ ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพียงแต่รีบกินข้าวจนหมดแล้วนั่งรถมุ่งไปทางถนนสายตะวันออก
ฟากตะวันออกทางตอนเหนือของ หยุนไห่ นั้นล้วนเป็พื้นที่เขตการค้าที่ใหญ่ที่สุด มีการประดิษฐ์ตัวอักษร และภาพเขียนมากมาย แพทย์แผนจีน ยาจีน ดนตรีโบราณ การแสดงโบราณ การละเล่น และการแต่งกายแบบโบราณ
ล้วนแล้วแต่เป็สินค้าที่ได้รับความนิยม ผู้คนที่มาจับจ่ายใช้สอยในย่านนี้ ล้วนแล้วแต่มีเงินมีทอง ยศถาบรรดาศักดิ์และนักธุรกิจ
เฉิงหยู่ มาถึงย่านการค้าของฟากตะวันออก ก็รู้สึกว่าที่นี่ไม่เลวเลยทีเดียว มองไปรอบๆ สามารถเห็นอาคารบ้านเรือนแนวย้อนยุค เฉิงหยู่เหมือนได้ย้อนไปในโลกยุคโบราณเลยทีเดียว
จากนั้นเขาก็มองไปเห็นป้ายร้านยาหวงซื่อ เฉิงหยู่ ก็เดินไปหยุดที่หน้าประตู ณ เวลานั้นบนถนนใหญ่ก็มีรถลีมูซีนจอดอยู่ มองแล้วก็คลับคล้ายคลับคลาว่าจะเป็รถเบนท์ลี่ย์ เป็รถนำเข้าที่หรูหรายี่ห้อหนึ่ง เฉิงหยู่ก็ใช้เวลาชื่นชมอยู่สักพัก ทันใดนั้นก็มีสาวงามคนหนึ่ง อายุประมาณยี่สิบไม่เกินยี่สิบหก สวมชุดเดรสสีดำสง่า แสดงถึงทรวดทรงองค์เอวที่สวยงามเซ็กซี่
ว้าว! สาวสวยคนนี้ช่างสวยงามเหลือเกิน เร่าร้อน และมีเสน่ห์ แต่ก็ไม่สามารถเทียบได้กับความงามของหลินยวีฮั่นและจ้าวหยุนฟางได้เลย ถึงกระนั้น สาวสวยคนนี้ก็จัดว่าเด็ดเกินคำบรรยาย ชักสนใจเธอซะแล้วสิ
สาวสวยกำลังจะเดินผ่านหน้าของ เฉิงหยู่ แล้วก็มุ่งตรงเข้าไปที่ร้านยา มองตาไม่กะพริบั้แ่หัวจรดเท้า เฉิงหยู่ ก็ได้กลิ่นหอมลอยมาจากสาวสวยคนนี้่ที่เดินผ่านหน้าเขาไป มันช่างหอมหวนชวนสะกด จากนั้นเขาก็ตามหลังสาวสวยคนนั้น ที่มาพร้อมกับผู้คุ้มกันที่เหลือบมองไปที่ เฉิงหยู่ ขณะที่เดินเข้าไปในร้านยา เฉิงหยู่ ก็ไม่ได้สนใจอะไร เพียงเดินตามเข้าไปในร้าน
ทันทีที่เข้าไปในร้านยาก็ได้ยินเสียงของสาวสวยคนนั้น ช่างน่าฟังซะเหลือเกิน ราวกับสายลมในฤดูใบไม้ผลิ “ปู่หวง นี่คือใบสั่งยาที่คุณหมอจดให้ปู่ของฉัน คุณช่วยฉันดูหน่อยได้ไหม ว่าในใบสั่งยานี้มีปัญหาอะไรหรือเปล่า?” สาวสวยคนนั้นก็ยื่นใบยาส่งให้กับตาเฒ่าอายุหกสิบกว่าปี
ตาเฒ่ารับมาตรวจสอบดูใบยานั้นแล้วก็ว่า “ใบสั่งยานี้เขียนได้ดีมาก บอกฉันหน่อยได้ไหมว่าใครเป็คนระบุตัวยานี้?”
“ใบสั่งยานี้ออกโดย คุณหมอเจียง ประธานสภาการแพทย์จีนที่มหาวิทยาลัยเกียวโตออกให้ค่ะ” สาวสวยตอบไปตามความเป็จริง
“อ๋อ ไม่น่าล่ะ เธอนี่ไม่เบาเลยนะที่สามารถทำให้ หมอเจียง ช่วยจัดการเื่นี้ได้?” ตาเฒ่าพูดอย่างประหลาดใจ
“พอดีว่า หมอเจียง มาทำธุระที่หยุนไห่ เพื่อนของฉันก็เลยแนะนำมาให้ค่ะ ก็เลยเชิญให้ท่านมาที่บ้านเพื่อดูอาการคุณปู่ของฉันค่ะ”
“อย่างงั้นน่ะเอง เป็เื่ที่ดีมากเลยล่ะ ก็หวังว่าใบสั่งยานี้จะให้ ปู่หยาง ดีขึ้นล่ะนะ” ปู่หวง พูดอย่างมีความสุข
“อีกครึ่งปีคงได้ตาย” คำพูดที่ฟังไม่เข้าหูจู่ๆ ก็โพล่งขึ้นมา ขณะนั้นทุกคนที่กำลังสนใจเื่ใบสั่งยาก็พลันหันไปทาง เฉิงหยู่ ด้วยสายตาไม่พอใจ
สาวสวยคนนั้นก็มองไปที่ เฉิงหยู่ ด้วยความขุ่นเคือง ด้านผู้คุ้มกันของเธอต่างก็พากันกำหมัดแน่น ถ้าไม่ใช่เพราะว่า เฉิงหยู่ เป็นักเรียนพวกเขาก็คงประเคนหมัดถวายให้เป็แน่
ในเวลาเดียวกัน ปู่หวง ก็สงสัยและประหลาดใจที่เห็นเป็เด็กวัยรุ่นคนหนึ่ง ที่ยืนใกล้ๆ กับคนเ่าั้อย่างไม่เกรงอกเกรงใจ ซึ่งยังไงก็เป็เด็กที่ดูแล้วไร้เดียงสา และขาดความยั้งคิด ดูๆ แล้วก็เป็แค่เด็กอายุสิบเจ็ดเท่านั้น
“เ้าหนุ่มน้อย เธอดูใบสั่งยานี้รู้เื่หรือ?”
“อืมๆ แค่ดูผ่านๆ ก็รู้ว่ามันห่วยแตกมาก พวกคุณไม่รู้หรือไง?” เฉิงหยู่ ออกความเห็นโดยไม่ไว้หน้า ซ้ำยังพูดจาเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น แถมยังพูดพลางมองไปที่สาวสวยคนนั้น นี่ยิ่งทำให้เธอโกรธมากขึ้น
“เอาล่ะ ไหนเ้าหนุ่มเธอลองอธิบายมาสิ ว่าใบสั่งยาตัวนี้มีปัญหาอะไรในเมื่อเธอคัดค้านขึ้นมา ตาเฒ่าอย่างฉันก็ยังไม่เห็นว่าจะมีจุดไหนที่จะทำให้คนเป็อันตรายเลยสักนิด?” ปู่หวง พูดด้วยน้ำเสียงจริงใจ
เฉิงหยู่ เห็นว่าตาเฒ่าคนนี้มีลักษณะเป็มิตร เฉิงหยู่ ก็ไม่อ้อมค้อม หยิบใบสั่งยามาจากตาเฒ่า ใช้เวลาดูแค่ชั่วครู่ “ถ้าหากฉันดูไม่ผิดนะ ผู้ป่วยน่าจะเป็โรคหัวใจ จังหวะเต้นของหัวใจผิดปกติ เสี่ยงต่อสภาวะล้มเหลว มีไข้เป็บางเวลา มักจะคลื่นไส้อาเจียน แต่ที่สำคัญที่สุดตอนนี้ผู้ป่วยอยู่ในอาการที่ไม่สู้ดีนัก ใช่หรือไม่?” เฉิงหยู่ พูดทุกอย่างตามที่เขาวินิจฉัยให้สาวสวยฟัง
ทันทีที่ได้ฟังสิ่งที่ เฉิงหยู่ พูด สีหน้าหลายคนก็เปลี่ยนสี วิเคราะห์จากใบสั่งยาเขาก็รู้แล้วว่าเป็โรคอะไร แล้วยังระบุอาการของผู้ป่วยออกได้อย่างแม่นยำ ถ้าหากว่าไม่ได้เห็นกับตาก็คงไม่เชื่อแน่ ตอนนี้ใบหน้าของสาวสวยก็ดูคลายความโกรธลง ซ้ำมันยังถูกแทนที่ด้วยความตะลึงต่อสิ่งที่ เฉิงหยู่กล่าวไป “ถ้าเช่นนั้น ใบสั่งยานี้มีปัญหาตรงไหน?”
“ใบสั่งยาน่ะไม่มีปัญหาหรอก” เฉิงหยู่ ค่อยๆ ตอบระหว่างมองพวกเขาที่แสดงสีหน้าไม่สู้ดี พลางพูดต่อ “มันแค่ไม่ถูกต้อง และมันก็ไม่เหมาะสมกับผู้ป่วยในตอนนี้ ตอนนี้ผู้ป่วยอยู่ในสภาวะที่อาการค่อนข้างน่าเป็ห่วง สาเหตุที่มาที่นี่เพราะ้าความช่วยเหลือจึงหันมาพึ่งการปรุงยา หวังจะผ่อนหนักให้เป็เบา แต่ที่จริงแล้วมันกลับไม่ได้ช่วยอะไรเลย และส่วนใหญ่ก็มักไม่หายขาด ดังนั้นอย่าใช้มันกับปู่ของเธอจะดีกว่า เนื่องจากยาตัวนี้ออกฤทธิ์รุนแรงเกินไป นั่นล่ะที่สำคัญ ใบสั่งยานี้เพียงแค่ทำให้ผู้ป่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยชั่วคราวเท่านั้น ถ้าหากว่าไม่รีบแก้ไขล่ะก็ ไม่เกินหนึ่งเดือนอาการต้องกลับมาทรุดแน่ๆ และต่อให้มันแก้ไขได้ ก็ช่วยยืดเวลาได้เพียงครึ่งปี ดังนั้นถึงได้บอกว่า อีกครึ่งปีคงได้ตาย” เฉิงหยู่ พูดอย่างฉะฉาน
อย่างไรก็ตาม คำพูดของ เฉิงหยู่ แค่ฟังมันย่อมเชื่อได้ยาก แต่พวกเขากลับเชื่อในสิ่งที่เด็กชายวัยรุ่นคนหนึ่งแนะนำ โดยไม่ตั้งข้อสงสัย
ใบหน้าสาวสวยเริ่มซีดเผือด และเต็มไปด้วยความกังวลปะปนสงสัย “ถ้างั้น พ่อหนุ่ม เธอมีวิธีบรรเทาอาการคุณปู่ของฉันไหมล่ะ?”
“สาวสวยท่านนี้ ระวังคำพูดหน่อย นี่ไม่ใช่คนป่วยของฉัน ‘บรรเทาอาการ’ คำเช่นนี้อย่าได้ใช้กับฉัน ขอแค่เขามีลมหายใจ ฉันย่อมสามารถฉุดเขาออกจากโรคร้ายนี้ได้ ที่เธอพูดแบบนี้ก็เหมือนกับดูถูกความสามารถด้านการรักษาของฉัน!” เฉิงหยู่ เค้นเสียง ตอนนี้เขา รู้สึกขุ่นเคืองมาก ในฐานะที่เป็ปรมาจารย์ปรุงยา และครั้งหนึ่งเคยเป็หมอเทวดา เซียนะ ขนาดคนที่ตายแล้วเขายังสามารถช่วยให้ฟื้นคืนชีพได้ มันย่อมไปไกลเกินกว่าระดับมนุษย์ธรรมดาทั่วๆ ไป เฉิงหยู่แต่ไหนแต่ไรก็เป็คนที่มีความทะนงตัวสูง ยิ่งไปกว่านั้นการช่วยชีวิตคน ย่อมไม่สมควรที่ใครจะมาดูถูกได้
“ขออภัย คุณชาย เป็เพราะฉันร้อนใจไปหน่อย จึงพูดผิดไป หวังว่าคุณชายจะช่วยยกโทษให้สักครั้ง” พอเห็น เฉิงหยู่ มีโทสะ สาวสวยนั้นก็เกิดความกังวล จึงรีบเอ่ยคำขอโทษออกไป จากคำเรียกขาน “พ่อหนุ่ม” ก็เปลี่ยนเป็ “คุณชาย” ไม่กล้าที่จะดูถูก เฉิงหยู่ อีก เพราะเธอทึ่งในความสามารถด้านการวิเคราะห์ของ เฉิงหยู่ และเมื่อกี้ทุกคนก็ถูกเขาสะกดด้วยคำพูด สาวสวยจึงก็ไม่กล้าดูถูกเขาแม้แต่นิดเดียว ถ้าหากว่ามีคนที่เก่งกาจเช่นนี่อยู่จริง คุณปู่ของเธอก็จะสามารถกลับมาหายเป็ปกติ รู้เช่นนี้แล้วยังจะมัวคิดให้มากความทำไม
ปู่หวง ที่ยืนอยู่อีกด้านหนึ่งก็ถูก เฉิงหยู่ สะกดโดยไม่รู้ตัว และก็ไม่รู้ว่าเ้าหนุ่มคนนี้เป็ของจริงหรือไม่ แต่เขาก็หวังว่ามันจะจริง
“คุณชาย จะช่วยดูอาการของปู่ฉันได้ไหม?” สาวสวยเอ่ยด้วยสีหน้าอ้อนวอน
ก่อนหน้านี้ตนถูกดูถูกเหยียดหยามจากสตรีผู้สูงศักดิ์แต่ตอนนี้อีกฝ่ายกับวางตัวอ่อนน้อม ทำให้เฉิงหยู่รู้สึกภูมิใจอยู่ไม่น้อย ฮึ่ม ผู้ใดหาญกล้าท้าทายต่อหน้าเซียนะ กระทั่งพยัคฆ์ก็ยังต้องหมอบัยังต้องคลาน
“ไม่!” เฉิงหยู่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเ็า ทำไมน่ะหรือ ก็เหมือนกับชายหญิงทั่วๆ ไป หากสามารถได้มาครองง่ายๆ นั่นย่อมไม่มีคุณค่า ถ้าหากว่าเขารักษาคุณปู่ของเธอหายง่ายๆ เธอจะยอมมอบใจให้เขางั้นรึ หึๆ!
“ทำไมล่ะ? คุณชาย ฉันอุตส่าห์อ้อนวอนถึงขนาดนี้แล้ว?” สาวสวยมอง เฉิงหยู่ ด้วยสีหน้าวิตกกังวล ท่าทางดูร้อนรน!
“อืม? งั้นเธอลองบอกฉันหน่อย เธอเตรียมที่จะจ่ายค่ารักษายังไง?” เฉิงหยู่ ทำหน้าตาสงสัย สาวสวยคนนี้ช่างงดงามจริงๆ แม้แต่ตอนที่ร้อนรนก็ยังน่ารัก ผิวพรรณก็เนียนขาว ถ้าหลังจากนี้ให้เขาช่วยทำยาบำรุงให้เธอไม่กี่ชุด เธอคงจะสวยขึ้นอีกเป็กอง
สาวสวยก็ไม่ได้พูดอะไรเพียงมองตรงไปที่ เฉิงหยู่ ซึ่งกำลังชูนิ้วขึ้นมาหนึ่งนิ้ว
“หนึ่งร้อยล้าน? อืม มากไปไหม?” ถึงแม้จะไม่รู้ว่าร้อยล้านนั้นมีค่ามากแค่ไหน แต่ว่าที่ผ่านๆ มาก็ผ่านการรักษามามากมายหลายครั้ง เลยทำให้รู้สึกว่าร้อยล้านนั้นไม่มากเท่าไหร่
สาวสวยนั้นถึงกับหน้าชา จากสิบล้านที่คิดไว้ในใจเปลี่ยนไปเป็ร้อยล้าน แต่ถ้าลองมาคิดๆ ดูแล้วหากเขาสามารถช่วยคุณปู่ได้จริง แค่ร้อยล้านย่อมไม่ใช่จำนวนที่ควรต้องมาคิดมาก สุดท้ายเธอจึงกัดฟันพูดออกมา “ได้ ร้อยล้านก็ได้!”
“ช้าก่อนไม่ใช่ว่าร้อยล้านแล้วจะยอมตกลงซะหน่อย!”
“นี่.....ขนาดร้อยล้านยังไม่พออีกหรือ? เป็คนต้องรู้จักพอ อย่าได้โลภให้มันมากนัก” สาวสวยบัดนี้เริ่มโกรธจนเืขึ้นหน้า
“พูดเช่นนี้แสดงว่าไม่อยากให้รักษาแล้วสินะ!” เฉิงหยู่ พูดอย่างเฉยเมย
“นี่.....งั้นนายพูดมาจะเอาเท่าไหร่?” สาวสวยทนไม่ไหวแล้วจึงพูดออกมา
“ก่อนอื่น ฉันไม่เคยสนว่าจะให้เท่าไหร่ แต่เธอต้องตอบคำถามหนึ่งมาเสียก่อน เธอเป็คนขอให้ฉันรักษา ฉันไม่ได้ขอร้องเธอมาให้นำฉันไปช่วยรักษา ถ้าหากว่าอยากจะช่วยคุณปู่ของเธอจริงๆ ล่ะก็ อย่าว่าแต่ร้อยล้าน ฉันรู้ว่าพันล้านเธอก็ให้ได้! ทว่าสำหรับเธอแล้วคิดว่าชีวิตคุณปู่ของเธอมีค่าแค่ไหน?”
“ชีวิตของปู่ฉันไม่สามารถวัดค่าได้ด้วยเงิน!” สาวสวยกล่าวด้วยโทสะ
จบตอน