บทที่ 9 น้ำตาของพ่อแม่หยางเทียนเหอ
พูดถึงเื่นี้ ปู่ฉินก็ถอนหายใจ “หลานก็ให้ค่าน้ำชาไปตามสมควรก็พอแล้ว พวกเราไม่ได้เรียกร้องสินสอดทองหมั้นจากตระกูลหยาง”
“ตอนนั้นน้องชายของปู่ป่วยหนัก ต้องใช้เงินรักษาเยอะ พวกเขาไม่มีเงินสินสอดก็เลยไม่ได้เรียกร้อง”
ฉินซวงซวงเม้มปาก “...”
ที่หยางเทียนเหอกล้าทำแบบนี้ก็เพราะพวกเราไม่ได้เรียกสินสอดทองหมั้น ถ้าเรียกไป เขากับเฉินจูจูจะกล้าทำชั่วงั้นเหรอ?
ไม่เสียดายคนก็ต้องเสียดายเงิน
ให้เขาจ่ายค่าเสียหายหนึ่งพันหยวนนี่นับว่าน้อยแล้ว ปู่บอกว่าไม่เอา งั้นก็ไม่เอาแล้ว อย่าทำให้ท่านเสียใจเลย
ถือว่าทำบุญให้ไอ้หยางเทียนเหอคนสารเลวนั่นไปแล้วกัน
“งั้นเอาแบบนี้ดีกว่า ผมจะจ่ายค่าสินสอดให้แปดร้อยแปดสิบตามธรรมเนียมของเมืองหลวง ปู่บอกว่าในที่สุดต้นรักของผมก็เบ่งบานแล้ว ต้องประพฤติตัวให้ดีหน่อย”
ใน่เช้าตรู่ของวันนี้ เสิ่นเฉินิได้ออกไปโทรศัพท์เพื่อถามเื่นี้กับที่บ้าน พอคนตระกูลเสิ่นรู้ว่าเขากำลังจะแต่งงาน ต่างก็ดีใจกันใหญ่
พวกเขาอยากบินมาร่วมงานแต่งงานที่บ้านสกุลฉินใจจะขาด
แต่น่าเสียดายที่บ้านตะกูลฉินอยู่ห่างไกลเหลือเกิน จะเดินทางมาก็ไม่ทัน ได้แต่นั่งทุบโต๊ะทุบเก้าอี้ด้วยความร้อนใจอยู่ที่บ้าน
ปู่ฉินหัวเราะร่วน “ได้สิ ไม่ว่าหลานจะให้เท่าไหร่ สุดท้ายก็จะกลับไปอยู่ในมือหลานนั่นแหละ แค่ยืมมือหลานมาช่วยให้วงศ์ตระกูลเราดูดีก็เท่านั้น”
“ได้เลยครับ!”
เสิ่นเฉินิรูดซิปกระเป๋าเดินทาง หยิบซองอั่งเปาที่ห่อด้วยกระดาษสีแดงออกมาหลายซอง เลือกซองที่ใหญ่และหนาที่สุดยื่นให้ปู่ฉิน
“นี่คือสินสอด ข้างในแปดร้อยแปดสิบหยวน นี่ให้พ่อกับแม่ คุณปู่ นี่ของท่านครับ สี่ซองนี้ให้พี่ชายทั้งสี่คน”
“นี่ให้คุณตาคุณยาย ส่วนของลุงป้าน้าอา พ่อกับแม่ช่วยเตรียมให้แล้ว ผมออกเงินเอง ของเด็ก ๆ ที่บ้านไม่ได้เตรียม ผมรีบร้อนมา เลยเตรียมมาแค่ของผู้ใหญ่ครับ”
ปู่ฉิน ฉินเจียง หลี่หยวน และพี่ชายพี่สะใภ้ทั้งสี่ของบ้านสกุลฉินต่างก็ตาค้าง ทำไมมีซองอั่งเปาให้พวกเขาด้วย? ธรรมเนียมแบบเมืองหลวงนี่แตกต่างจริง ๆ
รับซองอั่งเปาของคนอื่นแล้วต้องรีบมีทายาทให้เขา ไม่อย่างนั้นจะดูไม่ดี
ในหมู่บ้านของพวกเขา ตามหลักแล้วพี่ชายหรือน้องชายจะไม่ได้รับซองอั่งเปา
ปู่ฉินเพิ่งเคยได้รับซองอั่งเปาเป็ครั้งแรก เขามองดูด้วยความสงสัยแต่ไม่ได้เปิดออก ตลอดชีวิตนี้เขาเคยแต่เป็ฝ่ายให้คนอื่น แทบจะไม่มีโอกาสที่ใครจะให้อั่งเปาเขาเลย
หลานเขยคนนี้เป็คนแรก
ใครใช้ให้บ้านของพวกเขามีแต่หลานชายกันเล่า? แต่งหลานสะใภ้เข้าบ้าน แน่นอนว่าพวกเขาต้องเป็ฝ่ายให้อั่งเปาคนอื่น ตอนที่หลานสาวหมั้นกับตระกูลหยาง ทุกอย่างก็เรียบง่าย ไม่มีการรับอั่งเปา
“คุณปู่คะ! นี่เป็ของที่พี่เฉินิให้คุณปู่ รับไปเถอะค่ะ ต่อไปหนูไปอยู่กองทัพแล้ว คงไม่ได้ดูแลคุณปู่บ่อย ๆ คิดถึงหนูก็หยิบซองอั่งเปานี้ออกมาดูนะคะ”
ฉินซวงซวงรู้ความคิดของชายชรา ปู่คงไม่รับเงินจากพวกเขา เธอจึงรีบหยิบซองอั่งเปายัดใส่กระเป๋าเสื้อของเขา
ปู่ฉินรีบเอามือกุมกระเป๋าเสื้อไว้แน่น “หลานไม่ต้องให้ปู่หรอก เก็บไว้ซื้อของอร่อย ๆ กินระหว่างทางเถอะ”
“ไม่เอาค่ะ คุณปู่รับไปเถอะค่ะ อยากกินอะไรก็ไปซื้อที่ร้านขายของชำ คุณปู่คะ! ถ้าคุณปู่ไม่รับ พ่อแม่กับพี่ชายก็ไม่กล้ารับเหมือนกันค่ะ”
เสิ่นเฉินิที่อยู่ด้านข้างพูดเกลี้ยกล่อม “คุณปู่ครับ! ฟังซวงซวงเถอะครับ รับไปเถอะ! ต่อไปเรามาคุยกันเื่พิธีหมั้นพรุ่งนี้ว่าจะจัดการอย่างไรดีกว่าครับ มะรืนนี้แต่งงาน พวกเราต้องเตรียมอะไรบ้าง เสื้อผ้าจะซื้อหรือเปล่า ผมเอาคูปองผ้ามาด้วย อยากซื้ออะไรก็นั่งรถไปที่เมือง สะดวกมากครับ”
หลี่ยวนส่ายหน้า “ไม่ต้องยุ่งยากขนาดนั้นหรอก พวกเธอแต่งงานเสร็จก็ต้องไปแล้ว ซื้อของเยอะแยะก็ขนไปลำบาก ซื้อเสื้อผ้าใหม่สักสองสามชุดก็พอแล้ว”
“งานหมั้นกับงานแต่งควรจัดสองวันไปเลย หมูที่บ้านก็เชือดแล้ว เดี๋ยวไปซื้อปลาที่เมืองและกับข้าวอย่างอื่นเพิ่มเติม พวกขนมแต่งงาน บุหรี่ เหล้า เมล็ดแตงโม ถั่วลิสง อะไรพวกนี้ก็น่าจะพอแล้วล่ะ”
ฉินเฟิง พี่ชายคนโตของฉินซวงซวงอาสา “น้องเขย! นายมีหน้าที่แค่ขับรถกับจ่ายเงินก็พอ เดี๋ยวฉันพาไปซื้อของที่เมืองเอง”
เสิ่นเฉินิยิ้ม “ได้เลยครับ งั้นเรานั่งพักกันสักหน่อยแล้วรีบไปกันเลยดีกว่า จะเสียเวลาไม่ได้ ญาติพี่น้องที่ต้องแจ้งก็แจ้งให้มา จะได้รู้จักกันไว้”
จางชูฟางกับเฉินเสี่ยวอวี่กำลังจัดโต๊ะเตรียมอาหารเช้า น้องสาวจะหมั้น จะแต่ง พวกเธอก็ต้องวุ่นวายกันหน่อย กินข้าวเสร็จจะได้รีบทำงานในส่วนที่ตัวเองต้องทำ
ทุกคนในครอบครัวต่างก็วางแผนงานแต่งงานของฉินซวงซวง ส่วนตัวเธอที่เป็เ้าสาวไม่ต้องทำอะไรเลย
ทุกอย่างแม่จัดการเรียบร้อยหมดแล้ว เหล่าพี่สะใภ้ก็ช่วยกันดูแล ฉินซวงซวงไม่ต้องทำอะไรสักอย่าง
หลังทานข้าวเช้าเสร็จ ฉินเจียงก็ไปขอใบอนุญาตฆ่าหมูที่หมู่บ้าน แล้วให้เสิ่นเฉินิขับรถพาไปประทับตราที่เมือง
่นี้จะฆ่าหมูกันตามใจชอบไม่ได้ ต้องได้รับอนุญาตจากทางการก่อน แน่นอนว่าถ้าให้เหตุผลที่สมเหตุสมผล ก็จะได้รับอนุญาต
ไม่นาน ทุกคนในเมืองก็รู้ว่าฉินซวงซวงกำลังจะแต่งงาน พรุ่งนี้หมั้น มะรืนนี้แต่งงาน จากนั้นก็จะตามไปอยู่กับสามี
ชาวบ้านที่หมู่บ้านตระกูลหยาง ซึ่งเป็ที่อยู่ของหยางเทียนเหอก็ย่อมได้ยินเื่นี้เข้าหู มีคนเอาเื่นี้ไปบอกพ่อแม่ของเขาเรียบร้อยแล้ว
พวกเขาไม่เชื่อ ทั้งๆ ที่ตอนกลางวันแดดร้อนจ้าจนแสบผิว ก็ยังอุตส่าห์เดินเท้าข้ามเขาเป็สิบลี้เพื่อมาถามหาความจริงจากตระกูลฉิน
หลายปีมานี้ ตระกูลหยางกับตระกูลฉินสนิทสนมกันมาก ไปมาหาสู่กันเหมือนญาติ ตระกูลฉินไม่เคยทำให้ตระกูลหยางลำบากใจเลยสักครั้ง
ทุกอย่างเป็ไปได้ด้วยดี บางครั้งที่ตระกูลหยางขัดสนเื่เงินทอง ตระกูลฉินก็ยังยื่นมือเข้าช่วยเหลือ
ก่อนหน้านี้ ฉินซวงซวงก็ยังปกติดีอยู่ ทำไมจู่ ๆ ถึงเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้ เกิดอะไรขึ้นกันแน่?
พ่อแม่ของหยางเทียนเหอรีบมาถึงหมู่บ้านฉิน พอได้เห็นเสิ่นเฉินิก็ตาค้าง นี่ไม่ใช่หัวหน้าของลูกชายหรอกหรือ? ทำไมถึงมาอยู่กับฉินซวงซวงได้?
ทำไมพวกเขารู้จักเสิ่นเฉินิ หัวหน้าของหยางเทียนเหอได้ล่ะ?
วันชาติเมื่อปีที่แล้ว พวกเขาได้ไปเยี่ยมลูกชายที่กองทัพและได้พบกับเสิ่นเฉินิครั้งหนึ่ง ชายคนนี้ทั้งรูปร่างหน้าตาดูโดดเด่น มองแวบเดียวก็จำได้ไม่ลืม
ส่วนเสิ่นเฉินิย่อมจำพ่อแม่ของหยางเทียนเหอไม่ได้ จึงรู้สึกแปลกใจที่เห็นพวกเขามาที่นี่
ฉินซวงซวงรู้ว่าพวกเขามาทำไม จึงเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นหลังจากที่เธอไปที่กองทัพให้ฟังทั้งหมด รวมถึงเื่ที่เธอโกรธจนเรียกค่าเสียหายทางจิตใจจากหยางเทียนเหอ
เพียงแต่คุณปู่บอกว่าเงินและคูปองเหล่านี้ไม่ควรจะรับไว้ เธอจึงนำออกมาวางไว้บนโต๊ะแล้วผลักไปให้พ่อแม่ของหยางเทียนเหอ
แม่ของหยางเทียนเหอถึงกับร้องไห้ออกมาทันที "ไอ้ลูกโง่เง่าไร้สมอง คิดว่าคบกับลูกสาวรองผู้บัญชาการแล้วจะสุขสบายง่าย ๆ รึไง วันข้างหน้าลำบากแน่"
"หล่อนเป็ถึงหงส์บนฟ้า ส่วนเขามันก็แค่ไก่บนดิน ทำไมถึงได้เลือกปีนต้นงิ้ว ยังหนุ่มยังแน่น แต่กลับไม่มีวิศัยทัศน์ ปล่อนให้ผู้หญิงดี ๆ อย่างนี้ปล่อยหลุดมือ ไป ฉันจะรอดูว่าเขาจะทำยังไง"
พ่อของหยางเทียนเหอก็ได้แต่ถอนหายใจ "ปีกกล้าขาแข็งซะแล้ว กล้าจริง ๆ เื่ใหญ่ขนาดนี้ไม่คิดจะปรึกษาใครสักคำ ลูกสาวรองผู้บัญชาการทหารมันจะดีอะไรนักหนา เื่งานบ้านงานเรือนก็ไม่เป็สักอย่าง จะแต่งเข้าบ้านมาทำไม เอามาบูชางั้นเหรอ?"
ไม่มีใครกล้าพูดอะไร เพราะไม่มีใครรู้ว่าหยางเทียนเหอคิดอะไรอยู่
ส่วนเสิ่นเฉินิก็กุมมือฉินซวงซวงไว้ตลอดเวลา แสดงความเป็เ้าของอย่างชัดเจน เขากลัวว่าครอบครัวของฉินซวงซวงจะโดนพ่อแม่ของหยางเทียนเหอหลอก จนเปลี่ยนใจไม่ยอมให้เขาแต่งงานกับเธอ
อยู่ต่อหน้าทุกคนแบบนี้ ต่อให้ใครจะพูดอะไรก็ไม่มีประโยชน์ ฉินซวงซวงเป็ของเขา ต่อให้พ่อแม่ของหยางเทียนเหอจะร้องไห้ฟูมฟายแค่ไหนก็ไม่มีทางเปลี่ยนแปลงอะไรได้