ในขณะที่ธงอันสุดท้ายได้ถูกปักลงไปนั้นเอง คลื่นพลังสีขาวก็ได้ก่อตัวขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ชั่วพริบตาทั้งวานรยักษ์และซากศพสีเลือดก็ถูกม่านพลังของค่ายกลสังหารกักขังเอาไว้ ก่อนคลื่นดาบจำนวนมากจะพุ่งเข้าใส่ซากศพทั้งสองตัวทันที
ส่วนพวกมันทั้งสองที่สัมผัสได้ถึงคลื่นดาบที่พุ่งเข้ามามากมาย ก็กู่ก้องร้องคำรามก่อนจะกระโจนเข้าโจมตีม่านพลังอย่างดุดัน โดยหวังว่าจะสามารถหลุดพ้นออกมาจากค่ายกลสังหารนี้ให้ได้
หืม!
"ค่ายกลสังหารอย่างนั้นรึ?"ชายที่ควบคุมซากศพสีเลือดร้องอุทานออกมาด้วยความตกใจ
ส่วนชายชุดดำอีกคนไม่ตอบกลับ แต่เร่งขับเคลื่อนพลังปราณสีดำออกมา เพื่อช่วยเสริมพลังให้กับซากวานรยักษ์ของตนเอง เพื่อหวังว่าจะสามารถทำลายค่ายกลสังหารนี้โดยเร็ว ถึงแม้ว่ามันจะมั่นใจในความแข็งแกร่งของซากศพที่มันควบคุมก็ตาม แต่ทว่าคลื่นพลังที่มันสัมผัสได้จากค่ายกลสังหารนี้ ก็ทำให้มันรู้สึกถึงลางสังหรณ์ไม่ดีที่เกิดขึ้นมาในใจ
ทางด้านเทียนฉินที่มองดูซากศพทั้งสองกำลังพยายามทำลายค่ายกลสังหารออกมาอย่างใจจดใจจ่อ แต่เห็นว่าค่ายกลสังหารนี้ยังพอยับยั้งมันไว้ได้ก็ไม่สนใจพวกมันอีก จากนั้นจึงหันมามองชายชุดดำทั้งสอง ก่อนจะทะยานเข้าหาพร้อมกับรอยยิ้มที่เหี้ยมโหด
ส่วนชายชุดดำทั้งสองเมื่อเห็นเทียนฉินกำลังพุ่งมาทางพวกมันพลันสีหน้าก็พากันแตกตื่น ในใจพวกมันล้วนรู้ดีว่าไม่อาจจะสู้กับชายที่อยู่ตรงหน้านี้ได้แน่ เพราะขนาดซากศพของพวกมันทั้งสองคนยังไม่สามารถร่วมมือกันสังหารได้เลย ทั้งที่มีพลังระดับก่อกำเนิดแล้วแท้ๆ
"หนีเร็ว!"
ชายชุดดำคนที่เรียกซากศพสีเลือดออกมาร้องบอกสหายของมัน ก่อนจะรีบเหาะออกไปทางปากถ้ำอย่างลนลาน ชายชุดดำอีกคนก็ไม่รั้งรอหันหลังกลับพุ่งตามไปโดยเร็ว ไม่แม้แต่จะหันกลับมามองทางด้านเทียนฉินที่พุ่งเข้ามาด้วยซ้ำ
แต่มีหรือที่เทียนฉินจะปล่อยให้พวกมันหนีรอดไปได้ เพราะไม่เช่นนั้นพวกเขาคงโดนตามล่าเหมือนอย่างที่นิกายเมฆอนันต์เคยทำไว้อย่างแน่นอน และด้วยพลังที่เพิ่มพูนขึ้นมามหาศาล รวมถึงท่าร่างของเขาที่มีความรวดเร็วมากกว่าเดิม ชั่วพริบตาเทียนฉินก็ไล่ตามทั้งสองคนได้ทัน
จากนั้นจึงยกดาบเขี้ยวพยัคฆ์แล้ววาดออกไปในทันที ก่อนเร่งพลังปราณที่อยู่ภายในร่างแปรเปลี่ยนเป็นคลื่นดาบเพลิงแปดเล่ม พุ่งเข้าหาร่างของชายชุดดำทั้งสองอย่างรวดเร็ว
ชายชุดดำคนหนึ่งที่สัมผัสได้ถึงพลังที่พุ่งมาด้านหลัง รีบเร่งพลังปราณก่อตัวเป็นโล่สีดำขึ้นมาต้านทานไว้อย่างฉุกละหุก แต่ด้วยพลังระดับผันแปรขั้นสูงสุดของมัน สำหรับเทียนฉินแล้วมองเป็นเพียงเรื่องขบขันเท่านั้น เพราะขนาดเมื่อตอนที่เขาอยู่ในระดับผันแปรเหมือนกัน เขายังสามารถเอาชนะได้ง่ายดาย แล้วยิ่งตอนนี้เขาได้บรรลุระดับก่อกำเนิดขั้นต้นแล้ว มีหรือที่พวกมันทั้งสองจะเป็นคู่ต่อสู้กับเขาได้
ตู้ม!
คลื่นดาบเพลิงทั้งแปดเข้ากระแทกใส่โล่สีดำเต็มแรง ก่อนจะระเบิดเป็นเปลวเพลิงพวยพุ่งกระจายออกไป ชายชุดดำคนนั้นจ้องมองโล่สีดำของตนจนตาแทบถลน เพราะสิ่งที่มันเห็นคือโล่สีดำที่เคยต้านทานศัตรูมานักต่อนักนั้น ค่อยๆเกิดรอยร้าวก่อนจะแตกกระจายออก หลงเหลือเพียงเปลวเพลิงที่ยังพุ่งเข้าหามันโดยไม่มีทีท่าว่าจะหยุดลงเลยแม้แต่น้อย
"ไม..ม่ายยยย!
ตู้ม!
คลื่นเปลวเพลิงซาดซัดเข้าใส่ชายชุดดำนั้นเต็มแรง ก่อนจะลุกโหมกระพือแผดเผาร่างของมันจนขาดใจตายไป ทั้งที่ยังแหกปากตะโกนร้องออกมาเสียงหลง
"โต่วถวง!!"
ชายชุดดำอีกคนได้ยินเสียงสหายมันร้องโหยหวนออกมาด้วยความเจ็บปวด ก็หันกลับมามองอย่างตกตะลึง ถึงแม้ว่ามันจะยอมรับว่าสู้กับเทียนฉินไม่ได้ แต่มันก็ไม่ได้คาดคิดเลยว่าสหายของมันจะมาถูกสังหารเร็วเช่นนี้
"ข้าจะรีบกลับไปแจ้งอาจารย์ให้มาล้างแค้นให้เจ้าเอง!"
มันเค้นเสียงลอดไรฟันออกมาก่อนจะหันหลังเร่งหนีออกไปจากที่นี่ แต่เทียนฉินจะปล่อยให้มันสมหวังได้อย่างไรกัน ทันทีที่มันหันหลังกำลังจะหนีไป ดาบเขี้ยวพยัคฆ์ก็วาดออกเป็นคลื่นเพลิงเข้ากระแทกหลังมันอย่างรวดเร็ว
เปรี้ยง!
ตู้ม!
ร่างของชายชุดดำโดนคลื่นเพลิงอัดร่วงกระแทกพื้นจนจนสั่นสะเทือน
พรื้ด!
เลือดทะลักออกมาจากปากของมันอย่างห้ามไม่อยู่ แต่ถึงอย่างนั้นมันก็ยังไม่ยอมแพ้ฝืนกลั้นความเจ็บปวดรีบลุกขึ้นยืนโงนเงน เตรียมตัวจะพุ่งหนีไปอีกครั้ง ทว่าเทียนฉินก็ไม่ใจอ่อนเลยเหมือนกัน ใช้ท่าร่างมังกรเคลื่อนจันทราพริ้วตัวมาโผล่อยู่ด้านหลัง ก่อนง้างดาบเขี้ยวพยัคฆ์จ้วงแทงจนสุดแรง
ซวบ!
อ้ากก!
ชายชุดดำแหกปากร้องออกไปสุดเสียงด้วยความเจ็บปวด พลางก้มลงมองปลายดาบที่โผล่ทะลุออกมาจากหน้าอกของมัน ทั่วทั้งร่างสั่นไหวด้วยความตื่นกลัวจนเทียนฉินสัมผัสได้จากด้ามดาบ ก่อนแววตาจะค่อยๆหมดประกายลง สิ้นใจตายตกตามสหายของมันไป
"จบสิ้นกันซะที!"
เทียนฉินระเบิดเปลวเพลิงออกมาจากดาบเขี้ยวพยัคฆ์แผดเผาร่างมันจนมอดไหม้เป็นผุยผง จากนั้นเขาก้มลงเก็บแหวนมิติของมัน แล้วแหงนหน้าขึ้นสูดอากาศเข้าไปเต็มปอด ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างเหน็ดเหนื่อย
การต่อสู้คราวนี้เป็นอีกครั้งที่เขาใช้พลังออกมาจนสุดขีดความสามารถ หากไม่ใช่เพราะมีเคล็ดวิชาต่างๆที่ช่วยเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่เขา หรือกระทั่งว่าหากเขาไม่ได้บรรลุระดับก่อกำเนิดขั้นต้นในระหว่างการต่อสู้ อาจจะเป็นตัวเขาเองก็ได้ที่ตกตายอยู่ภายในฐานลับแห่งนี้แทน
"คราวหน้าข้าคงต้องระวังตัวให้มากกว่านี้ ไม่เช่นนั้นคงจะไม่โชคดีแบบครั้งนี้เป็นแน่!"เทียนฉินครุ่นคิดอยู่ในใจก่อนจะเหาะไปยังค่ายกลสังหารที่เขากักขังซากศพสองตัวนั้นไว้
"เมื่อไม่มีใครคอยควบคุม ซากศพพวกนี้ก็เป็นได้เพียงขยะดีๆนี่เอง!"
ภายในค่ายกลสังหาร เทียนฉินยืนมองเศษชิ้นส่วนของทั้งวานรยักษ์และซากศพสีเลือดที่กระจัดกระจายอยู่ทั่วไปหมด ต่อให้พวกมันมีร่างกายแข็งแกร่งเพียงใด แต่ในเมื่อไม่มีใครคอยกระตุ้นพลังปราณมาหล่อเลี้ยง พวกมันก็ได้แต่ยืนนิ่งรอให้คมดาบเชือดเฉือนร่างกายของมัน จนไม่หลงเหลือพลังที่จะยืนหยัดอีกต่อไปได้
"ไม่น่าเชื่อว่าเจ้าจะบรรลุระดับก่อกำเนิดได้ทั้งๆที่กำลังต่อสู้อยู่!"ตาเฒ่าหม่าที่เห็นว่าการต่อสู้จบลงแล้ว ก็เดินออกมาจากที่ซ่อนตัวก่อนจะเอ่ยแซวเทียนฉินอย่างอารมณ์ดี
"ข้าแค่โชคดีเท่านั้นแหละ!"เทียนฉินเอ่ยออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม ก่อนเหาะไปเก็บธงที่เขาปักเอาไว้ตามจุดต่างๆกลับมา
ใช้เวลาไม่นานนักเทียนฉินก็เหาะกลับมาหาตาเฒ่าหม่า พร้อมกับยื่นแหวนมิติอีกสามวงให้เขา ซึ่งแหวนมิติวงหนึ่งเป็นของชายวัยกลางคนที่มีระดับก่อกำเนิดขั้นต้น ส่วนอีกสองวงนั้นก็คือแหวนของชายชุดดำที่โผล่มาทีหลังนั่นเอง
"ท่านตรวจสอบแหวนมิติอยู่ที่นี่ก่อนดีกว่า ข้าขอเวลาทำความเข้าใจระดับพลังของตนเองสักครู่ก่อน เมื่อเสร็จแล้วพวกเราจึงค่อยออกเดินทางกันต่อ!"
เทียนฉินกล่าวบอกความคิดของเขาให้กับตาเฒ่าหม่าได้รู้ เพราะตั้งแต่ที่เขาได้เลื่อนระดับมาเป็นก่อกำเนิดนั้น เทียนฉินยังไม่ได้มีเวลาตรวจสอบและปรับสมดุลพลังของเขาเลย อีกทั้งของรางวัลที่ได้รับมาจากเสี่ยวถ่งนั้นเขาก็ยังไม่รู้ได้เลยว่ามันคือสิ่งใด แต่เขาคิดว่ามันต้องมีประโยชน์กับเขาอย่างมหาศาลแน่นอน
ตาเฒ่าหม่าพยักหน้าเข้าใจแล้วจึงยื่นมือออกไปรับแหวนทั้งสามวงนั้นมา เพราะครั้งนี้ไม่ใช่แค่เทียนฉินเท่านั้นที่ได้รับผลประโยชน์ แต่ตัวตาเฒ่าหม่าที่ร่วมต่อสู้ด้วยก็ได้รับการเคี่ยวกรำเพลงกระบี่ของตนเองไม่ใช่น้อย ถึงแม้ว่าเขาจะไม่โชคดีเลื่อนระดับพลังเหมือนกับเทียนฉินก็ตาม
เมื่อตกลงกันได้แล้วทั้งสองคนจึงแยกย้ายกันไปหามุมสงบของตนเอง แต่แล้วเทียนฉินก็หยุดเดินก่อนหันกลับมา ยื่นธงค่ายกลสังหารที่เก็บมาเมื่อครู่ให้กับตาเฒ่าหม่า พร้อมทั้งบอกให้นำไปวางไว้ตามจุดต่างๆตรงทางเข้า เผื่อพวกลัทธิอีกาดำจะยังมีคนเข้ามาอีก จะได้มีตัวช่วยเพิ่มขึ้นอีกอย่างหนึ่ง
จากนั้นจึงเลือกมุมสงบมุมหนึ่งนั่งลงเพื่อทำสมาธิ เหตุผลที่เขาไม่ได้เลือกที่จะรีบออกไปจากที่นี่นั้น เพราะเขามั่นใจว่าสถานที่แห่งนี้ไม่มีใครสามารถพบเจอได้อย่างแน่นอน เพราะมีค่ายกลลวงตาป้องกันอยู่ด้านนอก
โดยเฉพาะคนของนิกายเมฆอนันต์ ซึ่งเขาไม่รู้เลยว่าคนพวกนั้นจะส่งคนมาสังหารเขาอีกหรือเปล่า จึงคิดว่าเขาควรจะเตรียมความพร้อมให้กับตนเองให้มากที่สุด เพื่อจะสามารถป้องกันสิ่งที่ไม่อาจคาดคิดไว้ก่อน มิหนำซ้ำ
ยังมีค่ายกลสังหารคอยป้องกันอีกขั้นหนึ่ง จึงทำให้เขาทำสมาธิได้อย่างสงบใจ
จบตอนที่ 123