เหรียญนั่งหลับมาจนถึงคอนโด นับจูงเอาเธอลงจากรถเดินมาจนถึงทางเข้าตึกเธอ เขากำลังยืนคิดอยู่ว่าจะแค่ส่งเธอเข้าห้องดีไหม วันนี้เขาเดินกลับห้องตัวเองไหว แต่ในขณะที่คิดอยู่นั้น เหรียญก็โงนเงนเอาแก้มมาแปะที่ต้นแขนเขา เหมือนว่าเธอจะยืนหลับ นับอมยิ้ม
“นี่แกจะไม่ให้ฉันกลับห้องใช่ไหม” ถามไปก็เท่านั้น อีกคนได้ยินแต่ก็จับศัพท์อะไรไม่ได้แล้ว นับพาเหรียญมาขึ้นลิฟต์ เธอยืนเอาแก้มแปะกับแขนเขาตลอด แต่นับไม่มีทีท่าว่าจะรำคาญ
“เหรียญ ถึงห้องแล้ว กุญแจอยู่ไหน” เหรียญควานมือหาในกระเป๋าสะพายก่อนจะส่งกุญแจให้เขา นับไขประตูจูงเอาเหรียญเข้าไปในห้องนอน แล้วพยุงตัวเธอหย่อนลงบนเตียงของเธอ ทันทีที่หัวถึงหมอน เหรียญดีดตัวขึ้นทันที
“นอนไม่ได้อ่า บ้านหมุน พาไปนั่งก่อนน้า” ตาคู่นั้นหรี่จนแทบปิดสนิท นับพาเหรียญไปนั่งที่โซฟา ส่วนเขาเองกำลังปรับโซฟาเป็เบดเพื่อนอนคืนนี้ เหรียญเห็นเขาปรับโซฟาเสร็จจึงรีบไถลตัวลงไปนั่ง เธอชอบนั่งตอนปรับเป็ที่นอน เพราะมันพิงหลังยืดขาได้สบายกว่าตอนเป็โซฟาเฉยๆ
“จะเข้าไปนอนก็บอก มาทำนั่งสัปหงก”
“อือออ” เหรียญคางตอบเบาๆ เธอยังคงนั่งกอดหมอนก้มหน้าหลับตาอยู่ที่โซฟาเบด
“เหรียญ” ในความเงียบของห้องนอน อยู่ๆ นับก็เรียกชื่อเธอขึ้นมา
“ฮึ”
“ทำไมถึงเป็ฉันไม่ได้ล่ะ” สายตาของเขาจ้องมองเสี้ยวใบหน้าที่หลับตา เธอเงยหน้าปรือตาขึ้นมองเขาช้าๆ ก่อนจะจ้องเขาดีๆ
“ว่าอะไรนะ”
“ทำไมเป็ฉันไม่ได้”
“...” เหรียญเงียบ ไม่ตอบอะไรเขากลับไป ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เธอเคลื่อนไหวช้า ทั้งยังเห็นภาพลวงเป็ประกายลึกซึ้งจากั์ตาเขา ทั้งใบหน้าก็ดูจะใกล้กันจนเหมือนมองผ่านแว่นขยาย
ภายในห้องเงียบสงบ แสงไฟส้มสลัว นับมองตาที่ปรือตกของเหรียญก่อนละสายตาลงยังริมฝีปากเผยอน้อยๆ ของเธอ เขาจ้องมองเสี้ยวใบหน้าที่เขาเคยแอบมองตอนเธอถอยรถ ไม่อาจห้ามใจ เขาโน้มหน้าเข้าหาเธอพร้อมมือเรียวที่ประคองแก้มอุ่นไว้
นับแนบริมฝีปากตัวเองลงกับปากของเหรียญ ความนุ่มนวลจากเธอที่เขาไม่เคยลิ้มลอง แต่เหรียญก็ไม่ใช่ไม่ประสีประสา เธอจูบตอบเขาไปเองตามธรรมชาติ เชื่องช้า อ้อยอิ่ง ละมุนละไม ก่อนที่นับจะเพิ่มความกรุ่นด้วยการบดริมปากเขาแรงขึ้นเล็กน้อย เม้มดูดริมฝีปากล่างของเธอ ลิ้นนุ่มลื่นพัวพันจนแทบไม่ได้พักหายใจ นับรู้สึกได้ถึงอุณหภูมิร่างกายที่สูงขึ้นจากแก้มของเธอ เหรียญตัวอ่อนยวบเหมือนจะละลายลงไปกองกับพื้นเสียอย่างนั้น เธอใช้สองมือเลื่อนขึ้นเกาะไหล่ทั้งสองของเขาพยุงไว้ไม่ให้ตัวเองไหลร่วงลงไป ทำให้ร่างกายประชิดกันมากขึ้น รสชาติแอลกอฮอล์จางๆ ััอุ่นและท่วงท่าของเธอกลับยิ่งกระตุ้นเขาเข้าไปอีก
นับรู้สึกได้ว่าบางอย่างที่สำคัญของเขากำลังขยาย เขารู้ว่ามือที่เคยจับอยู่ที่แก้มของเธอตอนนี้เลื่อนลงมาโอบที่เอวบาง และมืออีกข้างก็ยังลูบไล้ไปทั่วแผ่นหลังเล็ก
ทั้งสองผละออกจากกันเพื่อพักหายใจ นับเห็นสายตาหวานเชื่อมเย้ายวนแบบที่เขาไม่เคยเห็นจากเธอมาก่อน ริมฝีเผยอฉ่ำนั้น เหมือนกำลังเชิญชวนให้เขาเข้าไปซ้ำมันอีกครั้ง และเขาก็ไม่ปล่อยให้เวลาสูญเปล่า เขาประกบริมฝีปากเข้ากับเธออีก รอบนี้ไม่อ้อยอิ่งอีกแล้ว มันลึกล้ำลุ่มหลง จากที่ปากลงมาที่ซอกคอ เธอตอบสนองทุกััที่ได้รับ มือของนับกำลังไล้เข้าไปในเสื้อ จาก่เอวจนถึงตะขอชั้นในด้านหลังเพียงแค่ปลายนิ้วด้วยมือข้างเดียวเท่านั้นเขาก็จะปลดมันออกได้ แต่นับรวบรวมสติยอมผละออกจากร่างบางที่แนบชิดจนทำให้เขารู้สึกอัดแน่น เหรียญปรือตาปริบๆ
“โคตรฝันเลยว่ะ” เธอพูดออกมาแค่นั้น ปล่อยตัวไหลลงกับที่นอน ห่มผ้าหลับตาสนิท
นับพาตัวเองกับส่วนที่ขืนเกร็งออกไปสูบบุหรี่สงบสติอารมณ์ข้างนอก เข้าอัดมันเข้าเต็มปอดแล้วปล่อยควันออกยาวพรืดเหมือนอยากให้ความอัดแน่นนั้นปลิวออกไปด้วย พักหนึ่งเมื่อเขาเข้าสู่ภาวะปกติ เขาเดินกลับเข้าไปในห้อง เห็นเหรียญนอนขดคุดคู้อยู่ใต้ผ้าห่ม เธอดูหลับสบายผ่อนคลาย ผิดกับเขาสิ้นดี
“ร้ายนักนะ” นับมองร่างนั้นในหัวพลันนึกถึงตอนเธอจูบกลับอย่างไม่ยอมแพ้ เขากะพริบตาแรงสะบัดความคิดนั้นทิ้งไป ก่อนจะลงไปนั่งข้างๆ เอาปอยผมที่ปรกหน้าทัดหูให้เธอ
“คืนนี้ฉันค้างนี่ไม่ได้ว่ะ” เขาพูดแม้รู้ว่าเธอจะไม่ได้ยินมัน ขืนเขายังค้างที่นี่มันคงจะเลยเถิดไปไหนต่อไหน หากอีกคนเมาไร้สติจนคิดว่าฝันแบบนี้ มันคงไม่ใช่จังหวะที่ดีนัก นับหยิบของของเขาเดินออกจากห้องกดล็อกประตูให้เธอ
ก่อนหน้านี้ไม่ถึงชั่วโมงเธอใช้แก้มรั้งให้เขานอนที่นี่ แต่ต่อมาเธอกลับใช้ริมฝีปากไล่เขาให้กลับไปนอนที่ห้องโดยไม่ได้เอ่ยไล่สักคำ
เหรียญลุกจากที่นอนตอนสายๆ เธอแปลกใจที่ตัวเองหลับอยู่บนโซฟาเบด เท่าที่จำได้เหมือนเธอจะเข้าห้องนอนไปแล้วนี่นา ข้างที่นอนมีเสื้อชั้นในถอดโยนไว้ เื่นี้น่าแปลกใจน้อยกว่าเื่ออกมานอนข้างนอกเสียอีก ทักษะพื้นฐานของผู้หญิงคือถอดเสื้อในออกได้ทั้งที่ยังสวมเสื้อตัวนอก เธอรู้สึกปวดหัว ตาไม่สู้แสงจ้าจากการเมาค้าง เหรียญจึงล้างหน้าแปรงฟันลงไปร้านกาแฟ ซึ่งต้องเดินเข้าไปถึงตึกสาม
“สวัสดีค่ะ...เอาเอสเพรสโซ่ช็อตหนึ่งค่ะ” เหรียญยิ้มทักบาริสต้าที่คุ้นเคยกันดี เธอยืนรอกาแฟแทนที่จะให้เขายกไปเสิร์ฟให้ที่โต๊ะ
“นั่งรอพี่ก็ได้ค่ะ เดี๋ยวพี่ยกไปให้” เ้าของร้านกล่าว
“ไม่เป็อะไรค่ะ ตรงนี้กลิ่นหอมดี” เหรียญยิ้มตอบ เธอยืนสูดกลิ่นกาแฟไปเรื่อยๆ ใบหน้าขาวซีด ปากไร้สีแทบกลืนกับใบหน้า ตาบวมเป่ง กลิ่นกาแฟช่วยให้เธอสดชื่นขึ้น
“แฮ้งใช่ไหมคะเนี่ย” เ้าของร้านแซวขณะยกแก้วกาแฟใบเล็กวางตรงหน้าเธอ
“ดูออกเลยหรอคะ” เธอเขินอายเล็กน้อย ก่อนออกจากห้องส่องกระจกแล้ว ก็ไม่ได้ดูเมาค้างมากในความคิดตัวเอง แต่มันคงดูเมามากสินะ เธอยกแก้วกาแฟไปนั่งจิบตรงบาร์หน้ากระจก
ขณะเดียวกับที่เหรียญนั่งจิบกาแฟ นับที่กำลังเดินลงมาเอาผ้าที่ซักไว้ดันเห็นเธอเข้า เขาชะงักขาทันที ก้าวต่อไปเธออาจจะเห็นเขาได้ เขาไม่แน่ใจว่าเธอจำเื่เมื่อคืนได้ไหม เขายังไม่กล้าเจอเธอตอนนี้...นับที่คิดว่าตัวเองหลบมิดแล้ว มองไปที่ร้านกาแฟอีกรอบ เห็นเธอนั่งโบกมือไหวๆ มาทางเขา...เห็นจนได้สินะ
นับพยักหน้ากลับให้
การทักทายควรจะจบแค่นั้น แต่เหรียญกลับจ่ายเงินค่ากาแฟแล้วเดินมาหาเขา
“ไง ซักผ้าหรอ”
“อื้อ” นับไม่สบตาเธอ เขาก้มหน้าก้มตาหยิบผ้าใส่ตะกร้า
“เมื่อคืนแกเมาปะวะ” นับตาเบิกโพลงเมื่อได้ยินเธอถามเื่เมื่อคืน เขายังคงทำเป็ก้มหยิบผ้าต่อไป “แกรู้ไหมทำไมฉันถึงออกมานอนข้างนอก...ฉันนึกไม่ออก” นับยังคงปล่อยให้เธอพูดคนเดียว เหรียญเห็นเขาหยิบผ้าไม่เสร็จสักทีเลยก้มลงไปช่วย
“เฮ้ย ไม่ต้องๆ” นับห้าม
“ก็แกช้า นี่แฮ้งเหมือนกันใช่ไหมเนี่ย”
“เปล่าโว้ย” เขาปฏิเสธ เขาเป็คนพูดคำว่าโว้ยเสียงต่ำมาโดยตลอด รอบนี้เขาก็พยายามกดมันให้ต่ำเป็ปกติ
“หรอวะ...” เหรียญเงียบไป ตากลอกมองข้างบนเหมือนกำลังคิดอะไรบางอย่าง “เออ เมื่อคืนฝันโคตรแปลก แต่แม่ง Surreal อะ”
นับตาเบิกกว้างเม้มปากแน่น หวังว่าเธอจะไม่พูดเื่ที่เขาคิดนะ
“ฉันฝันเหมือนว่าฉันจูบปากแกเว้ย”
นับเผลอดันฝาเครื่องซักผ้าปิดแรงกว่าปกติ เธอกำลังทำเขาใที่พูดออกมาราบเรียบแบบนั้น
“ฝันอะไรของแก”
“ฝันแปลกไง”
นับจ้องหน้าเธอนิ่งแบบเดาทางไม่ถูก เธอพูดเหมือนไม่ได้ใอะไรกับมัน
“อะไรของแกวะ”
“เออ มันเหมือนฝัน เหมือนจริงแต่ก็เหมือนฝัน”
“แล้วถ้าไม่ใช่ฝัน”
“โธ่ ที่จูบปากกันอะนะ”
“เออ พูดมาไม่กระดากอายสักคำ”
“โธ่ ก็ถ้าจริงก็จริงอะ เมาทั้งคู่จะให้ทำไง”
“ไม่คิดว่าเสียหายอะไรเลยหรือไง”
“ไม่อะ ไม่มีอะไรเสียแล้วก็ไม่มีอะไรหาย อยู่ครบ”
“เฮ้ยยยย!” นับใกับเธออีกแล้ว เธอพูดแต่ละคำเหมือนเป็คำง่ายๆ ไม่ตะขิดตะขวง คำพูดง่ายๆ เหมือนบอกว่าวันนี้ไปทำงาน กินข้าวผัดกะเพรามา ง่ายแบบนั้นเลย เหรียญเลิกคิ้วสงสัย นับเลยพูดต่อ
“เพื่อนกันนะเว้ย ถ้ามันจริงทำไง”
“ก็ไม่ทำไง เป็เพื่อนกันก็ไม่ควรหยุมหยิมเื่นี้ ถ้าไม่มีสติทั้งคู่มันก็มีโอกาสพลาดทำอะไรแปลกๆ ได้ใช่ไหม ถ้าเบลอจูบกันจริง มันก็ไม่ได้มีใครขืนใจใครกันหรือเปล่า หรือต้องยังไงต้องเลิกคบเป็เพื่อนเพราะเื่งงงวยนี่น่ะหรอ” เหรียญมีแววตาสงสัยอย่างไม่ปิดบัง ก็จริงอยู่ที่เธอชอบอะไรเก่าๆ แต่คนละเื่กับ Sexual เธอเป็พวกไม่ยึดพฤติกรรมทางกายเป็หลัก เธอถือว่าบางสิ่งที่เกิดขึ้นทางกายอาจเป็เพียงสถานการณ์ตามธรรมชาติ อาจเกิดขึ้นเพียงห้วงอารมณ์เดียว ไม่มากพอที่จะเอามาตัดสินชีวิตระยะยาว โดยเฉพาะในแง่ของความสัมพันธ์
“...” นับไม่ตอบ เขาจ้องมองใบหน้าที่ดูสงสัยของเธอ
“ถ้าเป็เพื่อนจริง ก็ยังมั่นใจได้ว่าเซฟ”
“พูดเป็เื่เป็ราว สรุปว่าแกคิดว่ามันจริงหรือไง” นับทำเป็ถามแบบไม่กระโตกกระตาก เขาอยากรู้มากที่สุดตอนนี้ว่าเธอรู้ตัวไหม
“ไม่น่าจะ หรือจริงวะ...หรือคิส”
คิสก็บ้าแล้ว ล้ำลึก นัวเนียจนเกือบจะถอดเสื้อถอดผ้า นับเถียงในใจแล้วเขาก็พลันหูร้อนวาบ เมื่อนึกถึงััเมื่อคืน
“ตกลงแกรู้ไหมล่ะ” เหรียญถามย้ำ นับยิ่งคิดหนักว่าเขาควรจะบอกเธอไปดีไหม เธอดูเหมือนว่าถ้ามันจริงก็ไม่เป็อะไร ใจหนึ่งเขาก็อยากบอก แต่อีกใจก็ไม่ สุดท้ายเขาเลือกที่จะเลี่ยงไม่ตอบมัน
“แกคิดจะลวนลามฉันในใจจนเก็บไปฝันหรือเปล่า ฉันเคยผมยาวสเปคแกนี่”
“โธ่! ฉันก็ไม่ได้ชอบผู้ชายผมยาวทุกคนเว้ย แกต้องยกเว้นตัวเองไว้” นับแอบเบะปากใส่เธอนิดๆ ไม่ให้เธอเห็น คำพูดเธอวันนี้น่าหมั่นไส้จริงๆ มันทำเขาเคืองหน่อยๆ ด้วย
“แกมาชวนคุยจนผ้าฉันแห้งคาตะกร้าแล้ว”
“เอ้อ ลืมเลย โทษที งั้นฉันกลับห้องไปวาดรูปละ บาย”
นับยืนมองตามแผ่นหลังเล็กที่เดินจากออกไปไกลเรื่อยๆ เธอเป็คนแปลก บางครั้งก็ดูประหม่า บางครั้งดูมั่นใจ บางครั้งพูดน้อย บางครั้งก็พูดมาก บางครั้งเหมือนจะนุ่มนวลแต่บางครั้งก็ดูแข็งกระด้าง เื่จูบเขาไม่แน่ใจนักว่าถ้าบอกความจริงเื่มันจะไปในทิศทางไหน ถ้าเขาพูดเื่จริงไปเขาจะได้เห็นแววตาเปล่งประกายความสุขของเธอแบบเมื่อคืนอีกไหม พวกเขาจะตะขิดตะขวงใจใส่กันหรือเปล่า นับเลยเลือกที่พูดมันเลยจะดีกว่า