ตำหนักหมื่นขุนเขา

    13.เมืองประกายแสง

           เมืองประกายแสงตั้งอยู่มานับล้านปีแล้ว ภายในเมืองมีกฎห้ามบินไม่เช่นนั้นจะถูกจวนเจ้าเมืองลงโทษ ถามว่าทำไมถึงได้เป็นเจ้าเมืองนั้นก็เพราะว่าเมืองนี้บรรพบุรุษของจวนเจ้าเมืองเป็นผู้สร้างขึ้นมา และก็ไม่มีใครกล้าท้าทายอำนาจง่ายๆเด็ดขาดเนื่องจากว่าไม่สามารถรู้เบื่องลึกเบื้องหลังของจวนเจ้าเมืองได้เพราะแค่เจ้าเมืองก็อยู่ที่ระดับราชันแล้วนี้ยังไม่รวมพวกสัตว์ประหลาดเฒ่าที่ไม่รู้ว่ามีชีวิตอยู่หรือไม่ก็ไม่มีใครรู้ได้ 

           แม้ว่าภายในเมืองนี้จะมีตระกูลที่ทรงอำนาจมากพอๆกับจวนเจ้าเมืองแต่ถ้าไม่ได้มีเรื่องร้ายของเกี่ยวพันถึงการล้มสลายของตระกูลก็ไม่มีใครคิดจะท้าทายเด็ดขาด ผู้คนมากมายเดินเลือกซื้อของที่ตั้งร้านขายเรียงราย เห็นแบบนี้มีหรือที่ฟางอี้ถิงจะพลาด นางดึงแขนเทียนหลงให้ซื้อทั้งของกิน ซื้อทั้งของสวยๆงามๆสำหรับผู้หญิงจนข้าวของที่ซื้อนั้นเทียนหลงและฟางหมิงไม่สามารถถือได้หมด 

           ชายหนุ่มทั้งสองมองหน้ากันอย่างช่วยได้ไม่ได้ แม้นางจะอายุเยอะแล้วของแต่นางก็ไม่มีโอกาสได้เห็นและซื้ออะไรแบบนี้เพราะก่อนจะเจอเทียนหลงบ้างวันก็อาจจะไม่ได้กินข้าวด้วยซ้ำ เทียนหลงเลยตามใจนางทุกอย่างแม้ฟางหมิงจะห้ามแต่เขาก็ไม่สนใจตอบเพียงว่า “แค่นางมีความสุขข้าไม่สนใจหรอกว่านางจะทำอะไร” ฟางหมิงไม่สามารถทำอะไรได้เขาเองก็สงสารนางเหมือนกัน

           “ถิงเอ๋อร์พอก่อนพี่ใหญ่ว่าเราไปหาที่พักก่อนดีกว่า ถ้าเจ้าอยากได้อะไรค่อยออกมาซื้อใหม่ก็ได้” ฟางอี้ถิงเห็นว่าพี่ชายทั้งสองของนางถือของเต็มไม่เต็มมือก็พยักหน้าอย่างเสียดาย ทำให้ขายหนุ่มทั้งสองคนทำได้แค่ส่ายหัว

    “ไปที่จวนเจ้าเมืองกันเถอะ”เอยเสร็จเทียนหลงก็เดินนำไป

    “หยุดก่อนพวกเจ้ามาทำอะไรที่นี้” ทหารที่เฝ้าประตูทางเข้ายกมือห้ามก่อนเอยถาม

    “พวกเรามาติดต่อขอซื้อบ้านไม่รู้ว่าในเมืองแห่งนี้มีขายว่างขายไหม”เมื่อถูกทหารเฝ้าประตูห้ามเทียนหลงก็บอกจุดประสงค์ของตัวเองทันที ‘แค่ยามเฝ้าประตูก็ระดับปราณจิตแล้วไม่ธรรมดาเลย’  เทียนหลงอดชื่นชมไม่ได้เมื่อเห็นระดับปราณของยามทั้ง2คน

           ยามที่เฝ้าประตูพาทั้งสามคนไปหาผู้จัดการการซื้อขายที่สำนักงานอีกด้าน "ผู้จัดการมีอยากซื้อบ้านขอรับ เมื่อเทียนหลงเข้าไปก็เห็นชายชรากำลังนั่งหลับ พอได้ยินเสียงเรียกผู้จัดการลืมตาขึ้นมา เมื่อเห็นเทียนหลงก็หรี่ตามองด้วยความแปลกใจ “เชิญนั่งก่อนเดียวข้าจะหยิบรายชื่อและแผนที่พื้นที่ที่ยังว่างอยู่มาให้เลือก”

            มีรายชื่อบ้านมากมายให้เลือก เทียนหลงมองดูก่อนจะถามความเห็นทุกคน ทุกคนลงความเห็นว่าจะเลือกบ้านที่มีสระน้ำขนาดใหญ่อยู่ในพื้นที่ใจกลางเมืองพื้นที่การค้ามีทั้งหอประมูล หอสมบัติ สมาคมผู้หลอมโอสถ สาเหตุที่เลือกที่นี้เพราะน้องสาวของพวกเราอยากได้ 

            “ข้าเลือกบ้านหลังนี้ราคาเท่าไหร่” เมื่อตกลงกันได้แล้วเทียนหลงก็หันไปถามผู้จัดการขาย

            “โอ้! คุณชายตาถึงไม่เบา บ้านหลังนี้ดีที่สุดที่เรามีเหลืออยู่เลยราคาแค่สิบล้านหินวิญญาณระดับสูงแค่นั้นเอง” ผู้จัดการถูมือพร้อมรอยยิิ้ม 

           เทียนหลงเห็นรอยยิ้มนั้นแม้ไม่ชอบใจอะไรแต่คิดว่าราคาสมเหตุสมผลดีก็จ่ายเงินโดยที่ไม่คิดอะไร หลังจากได้ใบรับรองที่ดินแล้วทั้งสามคนบอกลาผู้จัดการขายแล้วรีบไปดูบ้านของต้น ผู้จัดการขายมองตามหลังทั้งสามคนพร้อมทั้งรอยยิ้มสนใจ “ชั่งเป็นเหล่าต้นกล้าที่น่าสนใจจริง โดยเฉพาะคนที่ถูกเรียกว่าพี่ใหญ่ อายุแค่นี้มาถึงระดับปราณนภาได้ น่าสนใจจริงๆ” หลังจากที่พึมพำเสร็จก็กลับมานั่งหลับต่อ 

          เมื่อถิงเอ๋อร์เห็นบ้านก็ตกใจและร้องตะโกนอย่างดีใจเพราะว่านี้ไม่ใช้บ้านแล้วแต่มันคือคฤหาสน์ขนาดใหญ่มากกว่ามันกว้างพอที่จะอยู่หลายพันคน หลังจากที่ทั้งสามคนสำรวจบ้านและเลือกห้องของตัวเอง เทียนหลงได้บอกว่าตัวเองจะออกไปทำธุระด้านนอก 

           เทียนหลงตั้งใจจะไปที่ไปที่จะไปหอสมบัติหมื่นดารา เพื่อนำสัตว์อสูรที่ล่ามาและสมุนไพรไปขาย เทียนหลงเดินมาถึงอาคารสีทองขนาดใหญ่แค่ประตูทางเข้าก็ใหญ่กว่าคฤหาสน์ของเทียนหลงแล้ว หน้าประตูมีคนยื่นเฝ้าอยู่กว่าสิบคน เมื่อเดินเข้าไปจะเห็นพื้นที่กว้างขวางผู้คนหลายหมื่นหลายแสนคนเข้ามาซื้อขายสิ้นค้า

    “สวัสดีค่ะคุณชาย มีอะไรให้ทางหอหมื่นดาราเราช่วยไหมเจ้าค่ะ” พนักงานสาวที่เห็นเทียนหลงก็เข้ามาทักทาย

    “ข้าต้องการขายร่างของสัตว์อสูร และสมุนไพรบ้างอย่าง”เทียนหลงกล่าวพร้อมยื่นแหวนมิติให้กับพนักงาน

    เมื่อพนักงานเห็นของด้านในก่อนจะเงยหน้าขึ้นมามองเทียนหลงอีกครั้งก่อนจะพาไปห้องรับรอง “คุณชายเชิญดื่มน้ำชารอก่อนนะเจ้าค่ะข้าขอตัวไปตามผู้จัดการก่อน”กล่าวจบนางรีบออกจากห้องไป ไม่นานเทียนหลงก็เห็นชายชราเปิดประตูเข้ามาพร้อมกับพนักงานต้อนรับเดิมตามหลังมา 

    “ขอโทษคุณชายด้วยที่ปล่อยให้รอนาน” ชายชรามองสำรวจเด็กหนุ่มตรงหน้าก่อนจะนั่งลง

    “ข้าขอดูของที่ท่านจะขายได้หรือไม่ข้าจะได้ประเมินราคา” ไม่พูดมากเทียนหลงหยิบสมุนไพรที่จะขายออกมาชายชราเห็นสมุนไพรแต่ละชนิดก็อดที่จะตกใจไม่ได้เพราะของแต่ละอย่างน้ำมีค่ามหาศาล นอกจากนั้นในแหวนมิติมีร่างศพของสัตว์อสูรอีกมากมาย 

    “น้ำวารีทิพย์ ผลแสงตะวัน หญ้าจันทราม่วง นี้มันสมุนไพรและผลไม้วิญญาณที่มีตั้งแต่ระดับ4-6 และนี้มันหญ้าน้ำลายมังกร สมุนไพรระดับ7 ท่านแน่ใจนะว่างจะขายให้กับทางเราไม่เอาเข้าไปประมูลของระดับนี้ถ้าไปประมูลจะต้องได้ราคาที่แพงกว่าเดิมมากแน่ๆ” ผู้จัดการถามด้วยความตื่นเต้นเพราะว่าถ้าเขาซื้อของพวกนี้ได้แล้วเอามาตั้งขายจะต้องสร้างชื่อเสียงให้กับสาขานี้อย่างมากแน่นอน

    “ไม่จำเป็นข้าไม่อยากเสียเวลารอ แล้วท่านจะให้ราคาได้เท่าไหร่” เทียนหลงตอบอย่างไร้อารมณ์ 

    “สมุนไพรทั้งหมดรวมถึงร่างศพสัตว์อสูรข้าให้ท่านที่1200ล้านหินวิญญาณระดับสูงและหญ้าน้ำลายมังกรข้าให้ท่าน2พันล้านหินวิญญาณระดับสูงเช่นกับท่านพอใจหรือไม่” เทียนหลงไม่สนใจราคาเป็นไปตามที่เขาคิดเอาไว้อยู่แล้วก็พยักหน้าตกลง ผู้จัดการที่เห็นดังนั้นจึงหยิบแหวนมิติออกมายื่นให้กับเทียนหลง 

    เทียนหลงรับมาก่อนจะกล่าวขอบคุณก่อนจะลุกขึ้นเตรียมตัวเดินออกไป “ท่านจะไม่ตรวจนับก่อนหรือขอรับคุณชาย”เสียงผู้จัดการดันขึ้น

    เทียนหลงเพียงหันไปมองพร้อมกับถามด้วยสีหน้าเรียบเฉย “ข้าจำเป็นต้องนับด้วยหรือ” 

    “ไม่แน่นอนขอรับคุณชาย ทางหอสมบัติเราทำการค้าด้วยความซื่อสัตย์มาตลอดขอรับ” ผู้จัดการตกใจกับคำตอบของเทียนหลงแล้วรีบอธิบาย

    เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรเทียนหลงก็มุ่งหน้าไปสถานที่ที่เข้าตั้งใจเอาไว้ตั้งแต่แรก สายตาผู้จัดการมองตามหลังเทียนหลงก่อนจะเช็ดเหงื่อตัวเอง “แรงกดดันนั้นมันอะไรกันมันทำเอาข้าหายใจแทบไม่ออกเป็นมิตรไม่ได้ต้องห้ามเป็นศัตรูเด็ดขาด” พร้อมกับถอนหายใจ.

    คล้ายกับเรื่องตำหนักหมื่นขุนเขา ที่คุณอ่าน