“เสี่ยวเชวียนเชวียนไม่ต้องกลัวนะ พี่เซ่าฝู่ไม่เป็นอะไรแน่นอน” ไต้ซิงอวี่บอกกับอสูรราชาพยัคฆ์กิเลนและจับมันมาอุ้มไว้ในอ้อมกอดทว่าหัวใจกลับเต้นแรง สีหน้าแววตาดูเป็นกังวลมาก
จอมยุทธหนุ่มพยายามกัดฟันลุกขึ้นมายืนมองชายร่างยักษ์ที่สายตาเปี่ยมด้วยความอาฆาตสิบกว่าคนที่รุมล้อมอยู่ จากนั้นพูดกับตู้เซ่าฝู่ที่อยู่ข้างๆ“ขอบคุณมากสหาย คนเหล่านี้คือคนของพรรคบูรพารุ่งโรจน์ ขอบคุณจริงๆที่มาช่วยเหลือ แต่พวกเขามีกันจำนวนเยอะมาก เจ้ารีบไปก่อนเถิด”
“พรรคบูรพารุ่งโรจน์”
ตู้เซ่าฝู่ขมวดคิ้วเล็กน้อยจ้องมองชายร่างยักษ์สิบกว่าคนท่าทางเกรี้ยวกราดที่ล้อมพวกเขาไว้อยู่ กล่าวว่า “พวกเจ้ารีบไปเสียเถิด ข้ารู้สึกไม่ค่อยชอบพวกเจ้าสักเท่าไร หากข้าลงมือพวกเจ้าจะต้องเสียใจภายหลัง”
“เด็กไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมมาจากไหนกันล่ะเจ้าช่างวอนหาที่ตายจริงๆ!”
ชายร่างยักษ์คนหนึ่งที่ท่าทางดูน่าจะเป็นหัวโจกจ้องตู้เซ่าฝู่ด้วยแววตาดุดันเปี่ยมด้วยจิตสังหารสีหน้าเคร่งขรึม จากนั้นเขาหันไปบอกคนอื่นๆ ที่มาด้วยกันสิบกว่าคน “ฆ่าไปทั้งสองคนเลย ลงมือได้!”
“ฆ่า!”
ชายสิบกว่าคนยิ้มด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์พร้อมกับพยักหน้าจิตอาฆาตฟุ้งไปทั่ว พลังปราณของพวกเขาโถมกระหน่ำออกมามือของแต่ละคนเริ่มกวัดแกว่งอาวุธในมือและง้างเตรียมฟาดฟันใส่ตู้เซ่าฝู่และจอมยุทธหนุ่มคนนั้น
ขณะที่จอมยุทธหนุ่มกำลังหมดหวังทว่าก็เตรียมตัวตั้งรับด้วยแรงสุดชีวิตที่เหลือ
“ฉึบ……”
ทันใดนั้นผู้คนที่มุงดูต่างก็มองกันจนตาลาย ร่างของเด็กหนุ่มชุดม่วงเคลื่อนไหวแวบไปมาดั่งเงามีร่องรอยของแสงเงาสีทองอ่อนๆ ทิ้งไว้ตามร่างที่ขยับไปอย่างรวดเร็วจากนั้นก็มีเสียงทุบกระแทกเสียงทุ้มต่ำดังขึ้นมาเป็นระยะๆ……
“ปึงๆ ๆ!”
เกิดเสียงทุ้มต่ำระเบิดขึ้นติดๆ กันจากนั้นร่างของคนสิบกว่าคนก็กระเด็นลอยไปกันคนละทิศละทางด้วยสภาพยับเยินร่างกระแทกพื้นและไถลหลังไปสิบกว่าเมตรจึงยืนนิ่งได้อาวุธทั้งหลายในมือของพวกเขาหลุดออกจากมือ แต่ละคนกระอักพ่นเลือดออกมาและพลังลมปราณที่ห่อหุ้มตัวก็สลายหายไปจนหมดสิ้น
“จุดเสินเชวี่ยของข้าแหละสลายแล้ว……”
“จุดเสินเชวี่ยของข้าเองก็ถูกทำลายไปแล้ว……”……
ชายสิบกว่าคนที่สีหน้ายังคงดุดันเคียดแค้นต่างร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดจุดเสินเชวี่ยในร่างของทุกคนถูกโจมตีจนเสียหาย สำหรับผู้ฝึกฌานแล้วเท่ากับการทำลายฌานที่มีในตัวต่อไปพวกเขาไม่สามารถฝึกฌานได้อีกแล้ว
ชายสิบกว่าคนเงยหน้ามามองเด็กหนุ่มชุดม่วงคนนั้นด้วยความตะลึงและเกรงกลัวพวกเขาคาดคิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะถูกทำลายพลังฌานไปเสียเช่นนี้ ต่อไปพวกเขากลายเป็นเสมือนคนพิการและไร้ความสามารถอีกต่อไป
“ถึงตาเจ้าแล้ว!” สุดท้ายร่างของตู้เซ่าฝู่ก็พุ่งเข้าไปปรากฏด้านหน้าหัวหน้ากลุ่มชายเหล่านี้
ชายตัวโตคนนั้นตกใจกลัวจนตัวสั่นมองตู้เซ่าฝู่ด้วยสีหน้าหวาดกลัวถึงขีดสุด เหงื่อออกเต็มหน้าผากเขาตะโกนร้องเสียงหลงด้วยความผวาว่า “เจ้าหนูพวกเราคือคนของพรรคบูรพารุ่งโรจน์ เจ้ากล้าแตะต้องคนของพรรคบูรพารุ่งโรจน์ พรรคบูรพารุ่งโรจน์ไม่มีทางปล่อยเจ้าไว้แน่……”
“ปึง!”
ชายร่างใหญ่คนนั้นยังพูดไม่ทันจบ ร่างของเขาก็กระเด็นถอยไปไกลแล้วบาดเจ็บจนมีเลือดอาบทั้งตัว เขาล้มกระแทกพื้นอย่างแรงจนหมดสภาพไม่สามารถขยับเขยื้อนได้อีกแล้ว
จอมยุทธหนุ่มมองเด็กหนุ่มชุดม่วงที่อยู่ข้างหน้าด้วยความตะลึงจนตาโตอ้าปากกว้างเขารู้สึกสะอึกหายใจติดขัด คิดไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มชุดม่วงที่อายุดูยังไม่มากจะมีพลังที่ร้ายกาจน่ากลัวได้ถึงเพียงนี้
“เป็นเด็กหนุ่มที่แข็งแกร่งมาก”
ผู้คนที่อยู่บนถนนบริเวณนั้นต่างก็อุทานขึ้นมาด้วยความตกใจ
“เจ้าคือ……?” เมื่อได้สติกลับมา จอมยุทธหนุ่มก็เอ่ยถามตู้เซ่าฝู่อย่างสงสัย
“ที่สมาคมมังกรดาวมีคนที่ชื่อว่าตู้อวิ๋นหลงใช่หรือไม่?” ตู้เซ่าฝู่เดินเข้าไปหาจอมยุทธหนุ่ม เขาไม่แม้แต่เหล่ตาหันไปมองคนพรรคบูรพารุ่งโรจน์ที่นอนกองบนพื้นอีกเลย
หลังจากที่จอมยุทธหนุ่มตะลึงสักพักก็รีบพยักหน้าให้กับตู้เซ่าฝู่ กล่าวว่า “ใช่ เขาเป็นหัวหน้าหน่วยของสมาคมมังกรดาวแต่ขณะนี้เกรงว่าน่าจะถูกยอดฝีมือของพรรคบูรพารุ่งโรจน์รุมโจมตีอยู่นอกเมือง พรรคบูรพารุ่งโรจน์ส่งยอดฝีมือจำนวนมากออกมาพยายามจะกำจัดสมาคมมังกรดาวของพวกเราแบบถอนรากถอนโคน”
“นอกเมือง……นอกเมืองที่ไหน รีบบอกข้ามา?”
ตู้เซ่าฝู่สีหน้าเปลี่ยน มองจอมยุทธหนุ่มและรีบถามอย่างร้อนใจแววตาของเขาแผ่สัมผัสความรู้สึกโกรธแค้นออกมา มีพลังอันน่ากลัวที่มองไม่เห็นคุกรุ่นทำให้บรรยากาศรอบๆดูน่ากลัว
เมื่อจอมยุทธหนุ่มเห็นสายตาที่เปี่ยมด้วยอาฆาตนั้นเขาก็ขนลุกซู่ตัวสั่นทั้งตัว พูดอย่างตกใจว่า “ข้าเองก็ไม่รู้ ทว่าน่าจะอยู่นอกเมืองไม่ไกลมากหัวหน้าหน่วยตู้หนีออกจากเมืองไปยังไม่นาน น่าจะไม่ได้ไปไกลมาก”
“เสียวหู่”
สีหน้าท่าทางของตู้เซ่าฝู่ในตอนนี้น่าสะพรึงกลัวมากดูคับแค้นใจราวกับว่าอยากจะฆ่าคนแล้ว
ก่อนตู้เซ่าฝู่ออกจากเมืองสือเฉิงก็รู้มาจากลุงสองว่าพี่ชายคนรองบุตรชายลุงสองตู้อวิ๋นหลง ดำรงตำแหน่งสำคัญในสมาคมมังกรดาวที่อยู่ในมณฑลหลันหลิงเมื่อกี้พอได้ยินคนพูดว่าสมาคมมังกรดาว ตู้เซ่าฝู่จึงรีบยื่นมือออกมาช่วยทันทีและเมื่อตอนนี้ได้ยินว่าสมาคมมังกรดาวกำลังเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ ทราบว่าพี่รองกำลังมีอันตรายในใจก็ร้อนรนราวกับมีไฟเผา
“โฮก!”
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนเข้าใจความหมายที่สื่อมาทันใดนั้นจึงกระโดดออกจากอ้อมกอดของไต้ซิงอวี่ทะยานเหาะบนฟ้าและกลายร่างเป็นอสูรพยัคฆ์ตัวใหญ่ขนาดหลายเมตร ไม่สนใจสายตาไต้ซิงอวี่และคนอื่นๆที่จับตามองอยู่
“ฝากดูแลคนของสมาคมมังกรดาวให้ทีหากคืนนี้ข้าไม่ได้กลับไป ฝากบอกป้าซันทีว่าข้ามีธุระสำคัญต้องไปทำพอจัดการเสร็จแล้วจะรีบกลับไป ไม่ต้องเป็นห่วง” ตู้เซ่าฝู่หันหน้าไปพูดกับโอวหยังส่วงที่อยู่ไม่ไกลจากนั้นก็กระโดดขึ้นไปอยู่บนหลังของอสูรราชาพยัคฆ์กิเลน
“โฮก!”
อสูรราชาพยัคฆ์กิเลนอดทนอดกลั้นมาสองวันเต็มๆหลังจากที่ตู้เซ่าฝู่กระโดดขึ้นหลังแล้วมันก็คำรามสยายปีกกระพืออย่างแรงและขยายร่างให้ใหญ่ขึ้นไปอีกสุดท้ายกลายเป็นอสูรพยัคฆ์ขนาดยี่สิบกว่าจั้งเหาะเหินอยู่กลางอากาศ ปีกอันแข็งแรงสะบัดจนเกิดพายุแรงมันทะยานไปทางด้านนอกเมืองหายตัวไปอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าแลบ
“เสี่ยวเชวียนเชวียนคืออสูรพยัคฆ์ตัวเบ้อเริ่ม…………”
ไต้ซิงอวี่มองเหตุการณ์ทั้งหมดที่เพิ่งจะเกิดขึ้นเมื่อย้อนนึกไปว่าตลอดเวลาสองวันนางกอดเสี่ยวเชวียนเชวียนมาเกือบทั้งวันสีหน้าก็ตกใจและเริ่มกลัวจนหน้าซีด
“เจ้าหนุ่มคนนี้” นัยน์ตาอันงดงามของมู่หรงโยวรั่วสั่นไหวขณะนี้นางเพิ่งตระหนักได้ว่า สองวันมานี้ตู้เซ่าฝู่ทิ้งเสี่ยวเชวียนเชวียนไว้ที่จวนโบราณที่จริงทำไปเพื่อปกป้องคุ้มครองความปลอดภัยของพวกนางในใจของนางแอบรู้สึกหวั่นไหวเล็กน้อย
“ไม่นึกเลยว่าจะมีอสูรขั้นชีพจรประสานวิญญาณอยู่ด้วย”ดวงตากลมโตของโอวหยังส่วงที่นิ่งเย็นยะเยือกมาตลอดเริ่มสั่นไหวเล็กน้อย……
เทือกเขาสลับซับซ้อนทอดยาวอันกว้างใหญ่……
บริเวณหุบเขาในภูเขาแห่งหนึ่งมีคนจำนวนไม่ต่ำกว่าร้อยคนรวมตัวอยู่ด้วยกัน
ทุกคนจ้องมองไปที่ทางด้านหน้าที่ถูกกั้นขวางไว้ที่นั่นมีนักสู้ไม่ต่ำกว่าสองร้อยคนที่ในมือมีอาวุธขวางทางไว้อยู่คนเหล่านั้นมีแววตาเปี่ยมด้วยจิตสังหาร
ในกลุ่มคนกว่าร้อยคนกลุ่มนั้นมีวัยรุ่นอายุราวๆ ยี่สิบเอ็ดอยู่คนหนึ่งผมดำสวมชุดเพ้ามีผมยาวประบ่าที่ไม่ได้ถูกรวบมัดไว้ ผมของเขาปลิวพลิ้วตามลมบนผิวกายและเสื้อผ้าของเขามีรอยเลือดเปรอะเปื้อน ดวงตาแดงก่ำท่าทางดุดันราวกับปีศาจร้าย
คนกว่าร้อยคนเกาะกลุ่มกัน แต่ละคนสีหน้าซีดเผือดแววตาโกรธแค้นจนตาแดง ต่างกำอาวุธไว้ในมืออย่างมั่น มองไปด้านหน้าอย่างระมัดระวัง
คนกลุ่มนี้มีอายุที่แตกต่างกันออกไปมีคนอายุมากที่เป็นคนชราก็มี และก็มีคนที่เด็กอายุแค่ราวๆยี่สิบหรือเด็กกว่านั้นก็ยังมี ทว่าทุกคนมีเอกลักษณ์เหมือนกันคือที่หัวไหล่มีตราสัญลักษณ์หนึ่งที่เป็นรูปดาวหกดวงและมีรูปมังกรล้อมรอบรูปดาว
“หัวหน้าหน่วยตู้ ตอนนี้พวกเราทำอย่างไรกันดี?”วัยรุ่นคนหนึ่งมองไปด้านหน้า จากนั้นพูดกับวัยรุ่นร่างกายกำยำที่เป็นหัวหน้า
ชายหนุ่มร่างบึ้กได้ยินก็พยักหน้าเล็กน้อยผมตรงยาวของเขาพลิ้วตามลมโชยที่มาเป็นระลอกผิวสีอิฐของเขามีพลังปราณไหลเวียนห่อหุ้ม สีหน้าดูตั้งมั่นและดุดันสายตาเปี่ยมด้วยจิตอาฆาต เขากล่าวตอบว่า “สู้สุดตัวให้เอาชีวิตรอดให้ได้หากหนีได้ก็หนีเถอะ พรรคบูรพารุ่งโรจน์รวมตัวกันบุกรุกโจมตีสมาคมมังกรดาวของพวกเรานี่เป็นสิ่งที่พวกเขาเตรียมการกันไว้นานแล้ว สมาคมมังกรดาวคงไม่มีต่อไปอีกแล้ว”
“ล้วนเป็นเพราะเจ้าสารเลวเปาข่งเล่อละทิ้งสมาคมมังกรดาวและไปเข้ากับพรรคบูรพารุ่งโรจน์ ทำร้ายศิษย์ของสมาคมมังกรดาวกว่าสองพันคนให้ต้องบาดเจ็บและล้มตายหากข้ามีชีวิตรอดไปได้ ต้องมีสักวันที่ข้าจะใช้คมดาบข้าลงโทษเจ้าชั่วนั่นอย่างสาสม!”
ชายวัยกลางคนอายุราวๆสามสิบคนหนึ่งจับดาบตั้งท่าต่อสู้ แววตาฮึกเหิมพร้อมที่จะสังหารศัตรู
“ตู้อวิ๋นหลง พวกเจ้าหนีไม่รอดแล้ว หากยอมแพ้ตอนนี้บางทีอาจจะพอยังมีชีวิตรอด คนที่ต่อต้านจะต้องถูกสังหารจนหมดสิ้นไม่คุ้มเลยที่จะฝืนตัวเองสู้ทำสิ่งที่ไร้ประโยชน์”ชายวัยสามสิบคนหนึ่งที่อยู่ปากทางหุบเขาด้านหน้าปล่อยพลังปราณและอักษรยันต์ห่อหุ้มร่าง มองไปที่ชายหนุ่มร่างบึ้กพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาและเกรี้ยวกราด
“ฉิวเจียง เจ้าคิดว่าคำพูดของเจ้าจะมีคนเชื่อหรือ เกรงว่าหากยอมแพ้พวกเราทิ้งอาวุธ พอถึงตอนนั้นพวกเจ้าน่าจะฆ่าพวกเราได้ง่ายขึ้นกว่าละมั้ง” ชายหนุ่มชุดเพ้าที่ยืนนำหน้ามองหน้าชายอายุสามสิบพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชานิสัยของฉิวเจียงเป็นอย่างไรเขารู้อยู่แก่ใจดี
“ฮ่าๆ ตู้อวิ๋นหลง อายุยังน้อยแต่ฉลาดมากจริงๆ แต่ว่าไม่สำคัญแล้วล่ะเจ้าที่มีฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับไม่ใช่ศัตรูของข้ายอมแพ้อย่างโดยดีจะดีกว่า หากเจ้ายอมสวามิภักดิ์เข้ากับพรรคบูรพารุ่งโรจน์ข้ารับประกันจะให้ตำแหน่งเฉกเช่นตำแหน่งเดิมที่เจ้ามี เจ้าจะแข็งแกร่งกว่าตอนอยู่ที่สมาคมมังกรดาวอย่างแน่นอน” ชายวัยกลางคนบอกกับชายหนุ่มชุดเพ้า
ชายหนุ่มชุดเพ้ายังคงจ้องมองอย่างโกรธแค้นกล่าวว่า “ไม่ต้องหรอก ข้าเป็นคนของสมาคมมังกรดาวตอนที่สมาคมมังกรดาวกำลังก่อสร้าง ข้าเองก็ร่วมบุกเบิกวันนี้เจ้าเก่งจริงก็ฆ่าข้าสิ หากข้าหนีไปได้ ต้องมีสักวันแน่ที่ข้าจะมากวาดล้างพรรคบูรพารุ่งโรจน์ของเจ้าซะ!”
เมื่อพูดจบ ชายหนุ่มชุดเพ้าก็ปล่อยพลังในร่างระเบิดออกมาในมือกำดาบสงครามไว้มั่น อักษรยันต์ไหลไปห่อหุ้มเป็นพลังปราณที่แข็งแกร่งน่าสะพรึงกลัว
“ฮ่าๆ……”
ฉิวเจียงเหมือนเห็นท่าทีเช่นนั้นเขาก็หัวเราะออกมา ท่าทางบ้าระห่ำยียวนกวนประสาท กล่าวว่า “ทางเลือกดีๆ ไม่เอาเลือกทางที่ต้องทรมาน ตู้อวิ๋นหลงนี่เท่ากับรนหาที่ตายจริงๆ!”
ชายหนุ่มชุดเพ้าในมือกำดาบสงครามไว้แน่นเขาถีบพื้นกระโดดส่งตัวพุ่งออกไป น้ำหนักเท้ากระแทกจนพื้นแตกร้าวเป็นรอยลึกขณะที่ร่างกระโจนเข้าหาศัตรู ก็กล่าวว่า “ทุกคนฟังให้ดีหากหนีไปได้ก็หนีไป ไว้วันหลังกลับมาแก้แค้นให้กับพี่น้องสมาคมของเรา!”
“สู้สุดตัว!”
คนรอบๆ ชายหนุ่มชุดเพ้ากว่าร้อยคนพุ่งทะยานเข้าหาศัตรูไปพร้อมกันแต่ละคนปล่อยพลังปราณ บริเวณนั้นมีลมปราณคุกรุ่นแม้ว่าต่อสู้เพียงลำพังอาจไม่แข็งแกร่งมาก แต่พอมารวมกันแล้วพลังที่แผ่ออกมารวมกันรุนแรงจนทำให้ก้อนหินต้นไม้ถูกซัดกระเจิงและแตกหักปลิวว่อน
“ไม่สำเหนียกพลังของตัวเอง ฆ่ามัน อย่าปล่อยให้รอดสักคน!”
เมื่อเห็นว่าชายหนุ่มชุดเพ้าและคนอื่นๆเริ่มลงมือ ฉิวเจียงก็ยิ้มออกมาอย่างเจ้าเล่ห์ จากนั้นเมื่อตะโกนเรียกพรรคพวกเสร็จก็ปล่อยพลังลมปราณอันน่าหวาดผวาใส่ดาบ พุ่งกระโจนเข้าไปต่อสู้กับชายหนุ่มชุดเพ้า
“สู้โว้ย!”
ชายหนุ่มชุดเพ้าตะโกนเรียกขวัญกำลังใจในมือถือดาบสงครามง้างและฟันใส่ชายวัยกลางคนหัวหน้าคนนั้นขณะเดียวกันกลุ่มคนกว่าร้อยคนก็ถูกคนกว่าสองร้อยคนสกัดไว้อย่างแน่นหนา