ตอนที่ 32
มาทำความเข้าใจ【ประกายวงแหวนปัญญาอ่อน】กันสักครู่เถอะ
หลิงเซียนหันไปมองปีศาจหมีที่กำลังเดินเข้ามาหาตนเอง หมีใหญ่ได้ยื่นมือจิ้มไปที่หลิงเซียน ขึ้นชื่อว่าเป็ขุนเขาใหญ่นับสิบหมื่น ย่อมไม่มีมนุษย์หน้าไหนหาญกล้าที่จะมาหาที่ตายในอาณาเขตเผ่าปีศาจอย่างขุนเขาใหญ่นับสิบหมื่นกันอยู่แล้ว นี่จึงเป็ครั้งแรกที่พวกเขาพบเห็นมนุษย์ หมีใหญ่กล่าว : “หมีรอง เ้าว่ามนุษย์ผู้นี้จะกัดพวกเราหรือไม่ ? ”
หมีรองกล่าว : “จะกัดหรือเปล่านะ ได้ยินมาว่ามนุษย์กินอุ้งตีนหมี”
หลิงเซียนบังเกิดโทสะขึ้นในใจแล้วะโกล่าว : กัดคน ข้ากัดมารดาเ้าน่ะสิ ข้าไม่ใช่สัตว์ป่าสักหน่อย !
หมีรองง้างปากของหลิงเซียนเอาไว้ พร้อมกับหันไปมองที่มือของหลิงเซียน พูดขึ้นอย่างจริงจัง : “ข้าว่านะ มันไม่มีกรงเล็บ มีแต่ฟัน หากคิดที่จะล่าสัตว์ จะต้องใช้เพียงแค่ฟันกัดผู้คนอย่างแน่นอน”
หมีใหญ่ก็ได้พยักหน้าอย่างจริงจังด้วยความกระตือรือร้น : “หมีรองจากการวิเคราะห์ของเ้า คงจะเคยได้ยินมาบ้างว่าผู้ฝึกตนของเผ่ามนุษย์มักจะมีสมบัติคอยคุ้มกัน ทั้งเสื้อเกราะและอาภรณ์ต่างก็สามารถเป็สมบัติวิชาได้ เ้าหนูผู้นี้ถึงแม้ว่าจะมีแนวทางการบำเพ็ญที่ไม่สูงนัก แม้จะมีเพียงขอบเขตกลิ่นอายวิถีขั้นที่หนึ่ง แต่ก็ยังถือเป็ผู้ฝึกตนคนหนึ่ง ไม่อาจที่จะไม่ระวังป้องกันได้ มาเถอะ มาจับเขาแก้ผ้าให้หมดกัน ! ”
หมีใหญ่หมีรองจับหลิงเซียนแก้ผ้าจนหมดเกลี้ยงดุจดั่งสามเท่ากับห้าลบสอง[1] หมีใหญ่ได้ยื่นมือดีดเข้าไปที่น้องชายตัวน้อยของหลิงเซียน แล้วกล่าว : “น้องชายของเ้าหนูผู้นี้เหตุใดถึงได้เล็กถึงเพียงนี้กัน ข้าคิดที่จะกินเพื่อบำรุงธาตุหยางซะหน่อย”
หมีรองกล่าว : “พวกมนุษย์งั้นหรือ เป็ไปได้อย่างไรกันที่จะสามารถแข็งแกร่งกว่าพวกเราได้ ! ”
หลิงเซียนถึงกับต้องกล่าวออกมาด้วยความโกรธในใจ : ข้าพึ่งจะอายุสิบสองเองหรือเปล่า ร่างกายยังไม่ทันเริ่มเติบโตเลยด้วยซ้ำ!
จากความอัปยศที่ยากจะทนทานรับได้ หลิงเซียนถึงกับสลบไปในทันที
หมีใหญ่หมีรองได้ถอดเสื้อผ้าอาภรณ์ของหลิงเซียนไปจนหมดเกลี้ยง จากนั้นมุ่งตรงไปยังถ้ำที่เป็ที่พักของพวกเขา ตระเตรียมนำไปถวายต่อใต้เท้าาาปีศาจ
รอจนหลิงเซียนได้สติกลับมาอีกครั้ง ก็ได้มาอยู่ภายในถ้ำปีศาจแห่งหนึ่งแล้ว หลิงเซียนหันมองโดยรอบอยู่รอบหนึ่ง ได้เห็นว่าทาง้าของถ้ำปีศาจมีบัลลังก์ที่เต็มไปด้วยโครงกระดูก บนบังลังก์มีชายผู้หนึ่งที่สวมชุดคลุมขนปักษาดำ บนศีรษะประดับด้วยมงกุฎหยก เขาเป็ปีศาจหนุ่มที่ดูดีมีสง่าอย่างน่าประหลาด
แปลงกายขั้นสมบูรณ์ นี่ก็คือาาปีศาจสินะ !
จบสิ้นแล้ว จบสิ้นแล้ว ครานี้คงจะเป็์ไร้ั์ตาจริงๆ ตัวเขาไร้ซึ่งหนทางอีกต่อไปแล้ว
ในมือของเฉินิถือคัมภีร์ไว้อยู่เล่มหนึ่ง ซึ่งคัมภีร์นั้นมีชื่อว่า《วิธีการกินเนืุ้์ทั้งสิบแปดกลเม็ด》
เฉินิกวาดตามองไปที่หลิงเซียนที่ถูกจับมัดเอาไว้ด้วยสภาพที่ดูไปแล้วไม่ถูกต้องนัก ไม่แน่ว่าเ้าหมีทั้งสองตัวนี้จะมีรสนิยมเช่นนี้? พร้อมกับหันไปถามหมีใหญ่หมีรอง : “เหตุใดพวกเ้าจึงจับมนุษย์มา? ”
หมีใหญ่กล่าว : “ใต้เท้าาาปีศาจ ท่านใน่นี้มักจะบอกว่าอาหารไม่ถูกปาก พวกเราจึงได้จับตัวมนุษย์กลับมา”
เฉินิหันไปมองหลิงเซียนที่ขาวเนียนเป็ยองใยไปทั้งร่าง : “เหตุใดพวกเ้าถึงได้แก้ผ้าเขา?”
หมีใหญ่กล่าว : “ได้ยินมาว่าพวกมนุษย์มักจะมีอุปกรณ์คุ้มกันติดตัว พวกเราเกรงว่าเขานั้นจะมีอุปกรณ์คุ้มกันติดอยู่กับตัว”
เฉินิเดินเข้าไปหาหลิงเซียน แต่หาได้คิดที่จะทดสอบกินเนืุ้์ไม่ เขาไม่ได้มีรสนิยมที่แปลกประหลาดเช่นนั้น ทั้งยังได้เตรียมที่จะปล่อยหลิงเซียนด้วย ในขณะที่เฉินิเดินมาถึงภายในระยะหนึ่งจั้ง
“ติ่ง คุณได้เข้าสู่อาณาบริเวณที่ปกคลุมเอาไว้ด้วย【ประกายวงแหวนปัญญาอ่อน】 สติปัญญาของคุณจะถูกลดทอนลง อยู่ในระหว่างการตรวจสอบการต้านทาน คุณไม่มีภูมิคุ้มกันต่อความสามารถของ【ประกายวงแหวนปัญญาอ่อน】 สติปัญญาจึงถูกลดทอนลงไปครึ่งหนึ่ง”
อือ 【ประกายวงแหวนปัญญาอ่อน】 !
เฉินิหันไปมองหลิงเซียนอย่างละเอียด ก็สามารถที่จะพบเห็นสิ่งต่างๆ มากมายได้อีก นั่นก็คือที่บนหัวของเขาได้มีประกายวงแหวนอยู่สองชนิด :
【ประกายวงแหวนปัญญาอ่อน】lv2
ในทุกแห่งหนที่ไปถึง ทุกอย่างล้วนแต่มีข้าเป็เ้าของ !
ผลลัพธ์ : ผู้คนที่อยู่ภายในบริเวณระยะหนึ่งจั้ง จะถูกลดทอนสติปัญญาลงครึ่งหนึ่ง
【ประกายวงแหวนแห่งความโชคดี】lv4
ทุกเื่ที่ใจคิดไม่มีสิ่งใดที่เป็ไปไม่ได้
ผลลัพธ์ : จะเพิ่มพูนโชคให้กับตัวเองอย่างเป็รูปธรรม
ผลลัพธ์เพิ่มเติม : เปิดใช้ตลอดกาล
เ้าหนูผู้นี้มีประกายวงแหวนถึงสองวง อีกทั้งยังเป็【ประกายวงแหวนปัญญาอ่อน】กับ【ประกายวงแหวนแห่งความโชคดี】ที่ถือได้ว่าเป็ของดีเลยทีเดียว !
ระดับของประกายวงแหวนทั้งสองวงนี้ยังถือได้ว่าร้ายกาจเสียยิ่งกว่าประกายวงแหวนทั้งสองของจ้าวชิงเหยาเสียอีก !
ไม่ทราบว่าเป็เพราเหตุใด ทันใดนั้นเฉินิก็ได้บังเกิดความคิดที่จะรับเด็กหนุ่มผู้นี้มาเป็ศิษย์ของตนเอง อีกทั้งยังจะสอนสั่งทุกสิ่งที่เขามีอยู่ให้!
ในขณะที่เฉินิกำลังจะเอ่ยปาก ทันใดนั้นก็ได้ตระหนักว่า : ไม่ถูกต้อง ข้าถูกผลกระทบของ【ประกายวงแหวนปัญญาอ่อน】เข้าให้แล้ว!
จึงรีบล่าถอยออกห่างไกลกว่าหนึ่งจั้ง เฉินิหันไปมองที่เด็กหนุ่มผู้นี้อีกครั้ง การรับศิษย์มาเช่นนี้ก็ช่างไม่ใช่แนวทางเอาซะเลย อีกทั้งเ้าหนูผู้นี้ยังไม่แน่ว่าจะยอมรับตนเองจนหมดใจไม่
ขึ้นชื่อว่าเป็เซียนผู้ประสาทวิชา ย่อมต้องมีความสามารถที่ผู้มีพร์เหล่านี้จะยินยอมศิโรราบยอมกราบไหว้กัน
เฉินิโบกมือไปมา แล้วกล่าว : “ไปหาเสื้อผ้าอาภรณ์มาให้เขาใส่ซะ ตัวเล็กขนาดนั้นพวกเ้าเห็นแล้วไม่รู้สึกกระอักกระอ่วนกันบ้างหรือไง ? อีกทั้งเ้าเด็กน้อยคนนี้ไม่แม้แต่จะเรียกว่าอ้วนได้เลยด้วยซ้ำ ก็แค่หนังหุ้มกระดูกมีอะไรน่ากินกัน เลี้ยงเอาไว้ก่อน ให้เลี้ยงอยู่แค่ที่นอกตำหนักของข้าก็พอ”
เมื่อจัดการเื่ของหลิงเซียนจนเสร็จสิ้น เฉินิก็ได้นึกย้อนกลับไปถึงสถานการณ์ของหลิงเซียน เต้ากงที่ถูกทำลาย ราวกับเป็เพราะทะลวงขอบเขตสู่วิถีล้มเหลว บัดนี้คงได้แต่เพียงฝึกปรือวิถีคัมภีร์ หากดูจากอายุของเ้าหนูผู้นี้ น่าจะอยู่ที่ประมาณสิบสองขวบ อายุสิบสองขวบก็ทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสู่วิถีล้มเหลวแล้ว อีกทั้งยังราวกับว่าล้มเหลวมากว่าสองสามปี หรือจะว่าไปเขาเมื่อตอนอายุประมาณสิบขวบปีก็ได้ทดลองทะลวงเข้าสู่ขอบเขตสู่วิถีเช่นกัน
ไม่แปลกใจเลยที่เป็ถึงผู้มีพร์ !
เฉินิจำแลงกายเป็อีกาตัวหนึ่ง ยืนอยู่ที่้าตำหนักของหลิงเซียนเพื่อฟังเสียงตามกำแพง คอยสอดส่องหลิงเซียน ระหว่างนั้นก็ได้เหลือบมองไปยัง แต้มจริยธรรมของตนเองคราหนึ่ง อือ มี 171 แต้ม ดูเหมือนว่าจะทะลวงไปได้อีกขั้นอยู่
ในเมื่อที่เ้าฝึกปรือนั้นเป็วิถีคัมภีร์ อีกทั้งวิถีคัมภีร์ตามความเป็จริงแล้วกลับหาได้ธรรมดาสามัญไม่ เพียงแต่เป็สิ่งที่ซ่อนเร้นเอาไว้ด้วยความลับอันยิ่งใหญ่ ข้าจะสอนมันให้แก่เ้าเอง
เฉินิเอ่ยถามขึ้นในใจ : “ในตอนนี้แต้มจริยธรรมที่ข้ามี อย่างมากสุดสามารถที่จะบรรลุวิถีคัมภีร์ได้กี่ขั้นกัน ? ”
“ติ่ง ในตอนนี้คุณมีแต้มจริยธรรม ทั้งหมด 171 แต้ม สามารถที่จะบรรลุวิถีคัมภีร์จนถึงขั้นที่แปด จะเหลืออีก 13 แต้ม ้าที่จะบรรลุหรือไม่?”
“บรรลุ บรรลุทันที”
เฉินิคร้านที่จะผ่านการบรรลุโดยการกระทำ อีกทั้งสิ่งนี้ยังไม่ใช่เวทมนตร์อภินิหาร เคล็ดวิชาต่างสามารถบรรลุได้ด้วยการตื่นรู้ทางใจ หรือว่าเ้าหนูผู้นี้ก็เคยผ่านการบรรลุได้ด้วยการตื่นรู้ทางใจ
หลิงเซียนในเวลานี้ได้พึมพำอยู่กับตัวเอง : “บัดนี้ข้าได้ถูกขังไว้ในถ้ำปีศาจ อีกทั้งยังมีาาปีศาจอยู่อีกตน ไม่ทราบว่านี้เป็เื่ดีหรือไม่”
“ถึงแม้ยากที่จะหลบหนี แต่ว่าข้าเองก็ไม่อาจที่จะละทิ้งความหวัง! ยังไงข้าก็ต้องสำรวจดูพื้นที่โดยรอบให้ละเอียด”
เฉินิหันไปมองดูหลิงเซียนที่กำลังสำรวจพื้นที่ ซึ่งเขาเริ่มปีนป่ายจนถึงมุมกำแพงที่เฉินิกำลังจับตาดูอยู่ เฉินิจึงกระพือปีกมุ่งหน้าเข้าไปยังใจกลางตำหนัก ไหลเวียนวิถีคัมภีร์ด้วยพลังทั้งหมด
ในที่สุดหลิงเซียนก็ได้ปีนขึ้นไป้าสุดของมุมกำแพง ทันใดนั้นก็ได้พบเห็นเฉินิ แย่แล้ว คงจะไม่ได้ถูกาาปีศาจพบเห็นเข้าแล้วหรอกนะ !
หลิงเซียนพลันรีบหดหัวกลับไปโดยเร็ว ราวกับเขากำลังอยู่ในการฝึกปรือ ข้าก็แค่ดูนิดหน่อย คงจะไม่เป็ไรหรอก
หลิงเซียนยื่นหัวน้อยๆออกไปมองทางเฉินิ ไม่เห็นก็แล้วไป แต่เมื่อเห็นแล้วก็ถึงกับต้องสะดุ้ง นี่มันจะพลิกชะตากันเกินไปแล้ว ปีศาจตนนี้กำลังฝึกปรือวิถีคัมภีร์อยู่ !
หลิงเซียนฝึกปรือวิถีคัมภีร์มาได้สามปีแล้ว ย่อมต้องมองไม่ผิดแน่ อีกทั้งยังมีความคุ้นเคยต่อลมปราณของวิถีคัมภีร์เป็อย่างดี
ที่เขาฝึกปรือนั้นก็คือวิถีคัมภีร์ ทั้งยังฝึกปรือมาอย่างยากลำบากนานถึงสามปี แต่ละวันแต่ละคืนแทบจะไม่ได้พักผ่อน แต่หาได้มีความรุดหน้าอะไรไม่ ในโลกหล้าแห่งการฝึกปรือ วิถีคัมภีร์เป็สินค้าจีนแดงในหมู่สินค้าจีนแดง จึงเป็ที่เข้าใจได้ยากเป็พิเศษ ยากที่จะฝึกฝน ทั้งยังไม่มีประโยชน์ !
เมื่อได้พบเห็นาาปีศาจตนหนึ่งฝึกปรือวิถีคัมภีร์ หลิงเซียนเองก็รู้สึกขบขันเฉินิขึ้นมาบ้าง ความรู้สึกเหมือนกับตนที่ได้เหยียบบนก้อนอาจมสุนัขมาก่อน แล้วต้องคอยลุ้นว่าผู้อื่นนั้นจะเหยียบซ้ำเหมือนตนหรือไม่
เชอะ เชอะ เชอะ วิถีคัมภีร์ใช่ว่าจะฝึกได้ง่ายกันหรอกนะ
ทันใดนั้นเสียงะเิก็ดังสนั่นขึ้น หลิงเซียนมองเห็นลมปราณที่อยู่รอบข้างพากันสั่นะเื พร้อมกับมุ่งหน้าไปรวมกันอยู่ที่รอบตัวของเฉินิ เห็นได้ชัดว่าได้ทะลวงพลังไปแล้ว !
หลิงเซียนจึงเริ่มปลอบโยนตัวเอง ทราบว่าวิถีคัมภีร์ฝึกได้ยากลำบากมากถึงเพียงใด าาปีศาจที่มีอายุมานานกว่าหลายร้อยปีตนหนึ่ง ยังฝึกไปได้เพียงขั้นเดียวเท่านั้น
จากนั้นหลิงเซียนก็ได้ยินเสียง ปุ้ง ดังขึ้นมาอีกครั้ง เฉินิได้ทะลวงไปแล้วอีกครั้ง !
หลิงเซียนได้ตกอยู่ในความสับสนขึ้นมาแล้ว คงไม่หรอกมั่ง เขายังคิดว่าเฉินิฝึกปรือมาหลายร้อยปีจึงฝึกไปได้แค่ขั้นเดียว จะทะลวงได้อีกสักครั้งก็ไม่แปลก
จากนั้นก็มีเสียง ปุ้ง ดังขึ้น เฉินิได้ทะลวงพลังอีกครั้ง !
หลิงเซียน : าาปีศาจท่านนี้ถึงกับบรรลุวิถีคัมภีร์ได้สูงถึงเพียงนี้! หากว่าข้าสามารถที่จะกราบเขาเป็อาจารย์ ได้ฟังเขาอธิบายวิถีคัมภีร์ แนวทางการฝึกของข้าจะต้องสามารถฟื้นคืนกลับมาได้อย่างแน่นอน!
เฉินิหัวเราะคิกคัก : เชอะ ก็แค่เื่เล็กน้อย ท่านเซียนเฉินของเ้ามีหรือที่จะรักษาเ้าไม่ได้!
.
.
.
.
[1] เป็สำนวนที่สื่อถึงความหมายรวดเร็วฉับไว ในปัจจุบันอาจจะเรียกว่า"เศษสามส่วนห้า หารสอง"