ตอนที่ 68 เมดของไอเด็กนั่นอีกคน
กอนรู้สึกว่าเวลานี่ไม่ใช่เวลาที่จะมาทำเป็นมั่นใจอะไรแล้ว
สิ่งมีชีวิตขนาดใหญ่กำลังจะพุ่งลงมากระแทกร่างของเขาจนเละแบน
มือของกอนจับไปที่มือของซีโร่แน่นแต่ไม่รู้ว่าทำไมเธอถึงไม่รีบพาเขาเข้าสู่ ‘สถานะไร้ตัวตน’
“ซีโร่!!! มัวรออะไรอยู่!มันกำลังจะพุ่งมากระแทกร่างของเราแล้วนะ”
กอนพูดด้วยความแตกตื่น...
สีหน้าที่เต็มไปด้วยความกล้าก่อนหน้านี้หายไปจนหมด
เจ้าสิ่งนั้นพุ่งลงมาไม่ต่างจากยมทูตสีขาวที่หมายจะเอาชีวิตของเขาและซีโร่ในแบบที่ไร้ซึ่งความปราณี
แต่ทางซีโร่นั้นกับไม่รู้ร้อนรู้หนาวเธอพูดออกมาอย่างสบายอารมณ์
“ไม่ต้องห่วงไปค่ะนายท่าน! เธอคนนั้นมาถึงแล้ว”
....กอนไม่รู้แล้วว่าซีโร่กำลังพูดถึงเรื่องอะไรเขาปิดตาแน่นด้วยความหวาดเสียว
รอยยิ้มของผู้อาวุโสคลาสกรีนไวเวิร์นในตอนนี้เต็มไปด้วยความอำมหิต
“ตายไปซะไอเด็กบ้า!!! บังอาจมาทำให้ชั้นคนนี้ต้องมาอับอายต่อหน้าผู้อำนวยการได้”
“กอน!!!!!!”
ไรจิเองก็ไม่อาจทนมองภาพตรงหน้าได้...
แตกต่างจากผู้ชมส่วนใหญ่ที่มองแล้วรู้สึกสะใจดีภายในใจของพวกเขาต่างก็คิดไปในทางเดียวกัน ‘ตายไปซะ!ไอเด็กอวดดีคลาสบราวน์ทอรัส’
“วิ้ว!! วิ้ว!!!!!!!”
“เคร้ง!!!! ตูม!!!!!!!!!!!”
พื้นสนามสั่นสะเทือนไม่ต่างจากแผ่นดินไหวขนาดย่อมๆ
.
.
.
----เมื่อกลุ่มควันเริ่มจางผู้คนต่างก็คิดว่ากอนและเมดของเขาหากรอดมาได้ก็คงอยู่ในสภาพที่ต้องหยอดน้ำเกลือไปตลอดชีวิตเป็นแน่
“ฮึฮึฮึฮ่าฮาฮา...เป็นไงล่ะไอพวกขยะดูไว้ซะ!หากมาทำอวดดีกับผู้ที่อยู่เหนือนกว่ามันก็จะเจอแบบนี้แหละ”
ผู้อาวุโสคลาสกรีนไวเวิร์นหันไปจ้องอาจารย์ทาการะด้วยรอยยิ้มที่สะใจแบบขั้นสุด
.
.
....แต่ทว่าความจริงที่พวกเขาเห็นหลังจากกลุ่มควันลอยจางนั้นกับไม่เป็นดั่งที่พวกเขาหวัง
“ม...ไม่จริงใช่ไหม!!!”
“นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น!!!”
“นั่นมันไวเวิร์นกระดูกที่แข็งแกร่งมากๆเลยนะ”
สายตาผู้ชมทุกคนต่างมองด้วยความอึ้งแม้แต่ผู้อำนวยการเกอแรนด้ายังมองด้วยดวงตาค้างไม่กระพริบ
ไวเวิร์นกระดูกนอนดิ้นพล่านอยู่ตรงพื้นด้านหน้าของกอนและซีโร่ร่างกายของมันเหลือเพียงแค่ส่วนหัว ส่วนตัวและส่วนหาง....เพราะส่วนขาทั้งสี่ และปีกทั้งสองของมันได้สลายหายไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ...
สภาพของมันในตอนนี้ไม่ต่างจากโครงกระดูกของงูยักษ์ที่เลื้อยคลานไม่เป็นทำได้แค่ดิ้นพล่านไปมาบนพื้น
“กร๊าซซซซซ!!!!!!!!!”
ไวเวิร์นกระดูกคำรามออกมาอย่างน่าสังเวช---
“ม..ไม่จริงใช่ไหม!!! ไวเวิร์นกระดูกลูกพ่อ!!!!”
ผู้อาวุโสคลาสกรีนไวเวิร์นกล่าวออกมาทั้งน้ำตาเขารู้สึกเจ็บปวดหัวใจเป็นที่สุด มินเนี่ยนสุดโปรดและหวงแหนยิ่งกว่าสิ่งอื่นใดมีสภาพไม่ต่างจากหนอนชาเขียวสีขาวตัวโต
สายตาที่เต็มไปด้วยความเจ็บแค้นหันไปจ้องยังกอนและซีโร่
“ก..แก!!!! พวกแกทำอะไรกับไวเวิร์นของชั้น!!!”
สีหน้าของกอนในตอนนี้ก็ดูสับสนไม่แพ้กันแตกต่างจากทางซีโร่ที่ดูนิ่งเฉยและใจเย็นมาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว...
และเพียงไม่นานหลังจากนั้นกอนก็เข้าใจเหตุการ์ณทั้งหมดขึ้นมาทันที
เมื่อมีกลุ่มก้อนพลังงานสีใสลอยคลุ้งไปทั่วลานประลองบางก้อนสีส้มอ่อนๆ และบางสีฟ้าอ่อนๆที่มีขนาดเล็กใหญ่ไม่เท่ากัน
ก้อนพลังงานเหล่านั้นทำให้เส้นรวดที่คมกริบรอบตัวของกอนสลายหายไป...
และผู้ที่สามารถใช้สกิลแบบนี้ได้กอนรู้จักเป็นอย่างดีเธอคือหนึ่งในสุดยอดเมดที่จงรักพักดีต่อเขาแบบสุดๆไม่แพ้ซีโร่เลยก็ว่าได้
เด็กสาวร่างเล็กในชุดเกาะอัศวินผสมผสานเข้ากับชุดเมดอย่างลงตัวลอยตัวลงมาจากฟากฟ้าเหยียบพื้นอย่างบางเบาใบหน้าที่งดงามและจริงจังจ้องมองไปยังไวเวิร์นกระดูก
ความจริงแล้วเธอนั้นเป็นเผ่าเอลฟ์แต่ในตอนนี้เธอได้ซ้อนและปิดบังเผ่าพันธุ์ที่แท้จริงของเธอไว้อยู่จึงดูเหมือนดังเช่นมนุษย์ผู้สูงส่งธรรมดาผู้หนึ่ง
“ท่านพี่! มาสเตอร์!...ในเมื่อข้ายืนอยู่ตรงนี้แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องมีความกลัวอะไรอยู่อีกต่อไป”
เธอกล่าวด้วยน้ำเสียงที่นิ่งเรียบ
แต่ทางกอนนั้นมองไปที่เธออย่างปลื้มปริ่ม
“ท...ทิวดอร์~”
น้ำเสียงของกอนน้ำเหมือนกำลังจะร้องไห้ออกมา...
ทิวดอร์หันกลับมายิ้มให้กับกอน
“มาสเตอร์ข้ากลับมาอยู่ข้างกายท่านแล้วไม่มีอะไรต้องเป็นห่วงอีกต่อไป”
คำพูดที่เหมือนกับละครย้อนยุคนั้นกอนหวนคิดถึงเป็นอย่างมาก
.
.
.
“กร๊าซซซซซ”
ทางด้านไวเวิร์นกระดูกนั้นเหมือนจะยังไม่ยอมแพ้แม้ตอนนี้มันจะไม่เหลือขาและปีกแล้วก็ตาม
ดวงตาของมันเลืองแสงสีแดงด้วยความโกรธจัดจ้องไปยังเมดอัศวินที่ถือดาบเล่มใหญ่...
“ปัค! ปัค! ปัค!!!”
มันใช้หางของมันกระแทกพื้นดีดตัวพุ่งไปด้านคมเคี้ยวที่แหลมคมและน่ากลัวขย้ำไปยังเหยื่อที่บังอาจทำให้มันต้องมาตกอยู่ในสภาพแบบนี้
“ก๊าชชช!!!!!!!”
เมดอัศวินไม่ได้เคลื่อนที่หรือหลบไปไหนดาบเล่มใหญ่ของเธอชูชันเลืองแสงสีทองขึ้นสูงเหนือศีรษะไปหลายเมตร
แสงสีตรงจุดที่เธออยู่นั้นชั่งงดงามอลังการยิ่งกว่าอะไร
และเหล่าผู้ชมนั้นไม่เคยเห็นแสงสีที่งดงามขนาดนี้มาก่อนเช่นกัน
“ฟรี้งงงง!!!!!!!!!!!!!”
เมดอัศวินฟาดฟันดาบลงอย่างนิ่มนวลส่งคลื่นลำแสงที่งดงามตระการตาพุ่งไปด้านหน้าผ่านร่างของไวเวิร์นกระดูกไปอย่างง่ายดาย...
“ม่ายยยยยย!!!!!!!! ลูกพ่อ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!”
ผู้อาวุโสคลาสกรีนไวเวิร์นหลั่งน้ำตาออกมาอย่างแท้จริง
ร่างของไวเวิร์นกระดูกถูกลำแสงผ่าจนขาดครึ่งเหมือนไม่ต้องใช้แรงอะไรมากมายเลยและไม่ใช่แค่เพียงขาดครึ่งธรรมดาเท่านั้น....ครึ่งตัวซึกซ้ายของมันกลายเป็นน้ำแข็งทั้งหมดก่อนที่จะสลายกลายเป็นเศษผุยผงส่วนครึ่งตัวซีกขวาของมันละลายกลายเป็นไอเหมือนโดนความร้อนที่สูงเกินจะจินตนาการถึง...
.
.
---เหล่าเมดทั้งสี่ของดีแลนเห็นจังหวะที่ดีเยี่ยมพวกเธอพยักหน้าให้แก่กันและกำลังจะแยกไปคนละทางเพื่ออ้อมไปจัดการเจ้าเด็กหนุ่มอวดดีที่มีมานาเท่ากับศูนย์คนนั้น
“พวกเธอคิดจะทำอะไรน่ะ!!! หยุดอยู่ตรงนั้นแหละห้ามขยับไปไหนเด็ดขาด!!!!!”
...พวกเธอก็ต้องหยุดชงักจากเสียงที่เต็มไปด้วยความตึงเครียดของผู้อำนวยการ
“บุ๋ง! บุ๋ง! บุ๋ง! บุ๋ง!”
ก้อนพลังสีใสจำนวนมากลอยมาล้อมพวกเธอไว้ทุกทิศทางคราวนี้เป็นฝ่ายพวกเธอบ้างที่ถูกปิดกั้นการเคลื่อนที่
และไม่ใช่แค่พวกเธอเท่านั้นที่ถูกก้อนพลังงานสีใสปิดล้อมผู้อำนวยการแห่งเกอแรนด้าเองก็เช่นกัน
สีหน้าของเขานั้นเต็มไปด้วยความตึงเคลียดอย่างแท้จริง...
“พวกเธอห้ามสัมผัสถึงก้อนพลังงานสีใสนั่นเป็นอันขาดเลยนะ! รู้ไหมกว่าชั้นจะสร้างพวกเธอแล้วมอบมันให้กับดีแลนได้ ชั้นต้องทุ่มเทอะไรไปบ้าง!!.....ชั้นไม่อยากที่จะต้องสูญเสียพวกเธอไปโดยเปล่าประโยชน์”
สีหน้าของเมดแต่ละคนแสดงความประหลาดใจ หากผู้อำนวยการไม่ห้ามพวกเธอไว้...พวกเธอคงอ้อมไปจัดการเจ้าเด็กนั่นได้แล้วก้อนพลังงานพวกนี้มันก็เป็นแค่ก้อนสกิลสายธาตุ และธาตุไฟกับน้ำแข็งนั้นก็แทบทำอะไรร่างกายพวกเธอไม่ได้‘พวกชั้นคือตุ๊กตาสงครามนะ!!!’
.
.
...แต่พวกเธอนั้นหารู้หรือไม่ว่าตอนนี้ผู้อำนวยการกำลังคิดอะไรอยู่สิ่งที่เขารู้นั้นมันล้ำไปอีกขั้น
ถึงเหตุการณ์ดันเจี้ยนเลือดสยองแห่งประเทศอังกฤษดันเจี้ยนที่เชื่อมไปยังโลกของเผ่าแวมไพร์ที่บ้าคลั่งและบ้าเลือดอย่างถึงที่สุด...ในตอนนั้นมนุษย์ไม่อาจทำลายแกนกลางดันเจี้ยนได้ทันทำให้เหล่าแวมไพร์คลั่งหลุดออกมาสังหารมนุษย์ในบริเวณนั้นจนเหี้ยน
เกรทเทอร์ชั้นนำมากฝีมือของอังกฤษจำนวนมากถูกส่งไปจัดการแวมไพร์เหล่านั้นและทำลายแกนกลางดันเจี้ยน...แต่ทว่าพวกเขาก็ไม่อาจผ่านด่านแวมไพร์เหล่านั้นไปได้พวกแวมไพร์นั้นแข็งแกร่งกว่าพวกเขาอยู่ขั้นหนึ่ง และประเทศอังกฤษก็ได้ประสบกับภาวะวิกฤตอย่างแท้จริง...
แต่แล้วเหตุการณ์ก็จบลงอย่างง่ายดายเมื่อมีหญิงสาวร่างเล็กในชุดอัศวินโผ่ลออกมาพร้อมกับดาบเล่มใหญ่พอๆกับขนาดตัวของเธอและก้อนพลังงานสีใสจำนวนมาก
...เหล่าแวมไพร์ที่ว่ากันว่าสกิลธาตุไฟ และธาตุน้ำแข็งไม่อาจทำให้ผิวหนังของพวกมันละคลายเคืองได้ก็ต้องหนีตายร้องขอชีวิต ร่างกายของพวกมันแหลกสลายอย่างแท้จริงไม่อาจต้านทางพลังอันมหาศาลที่อยู่ในก้อนพลังงานนั้นได้
พวกมันแตกพ่ายอย่างรวดเร็ว และในเวลาต่อมาแกนกลางดันเจี้ยนก็ถูกทำลายไป...
ภายหลังได้ทราบว่าก้อนพลังงานนั้นไม่ใช่การควบคุมพลังงานสายธาตุเลยแต่เป็น ‘การควบคุมอุณภูมิในระดับที่ยากเกินกว่าจะจินตรนาการถึง’....อีกทั้งเธอคนนั้นยังสามารถควบคุมไม่ให้อุณภมิแผ่ออกมาจากก้อนพลังงานได้อีกด้วย
และในตอนนี้เธอคนนั้นได้ปรากฏอยู่ต่อหน้าของเขาแล้วแถมเธอคนนั้นยังคอยปกป้องไอเด็กขยะนั่นอยู่อีกด้วย... ‘ป...เป็นไปไม่ได้’ ผู้อำนวยการที่มีอำนาจสูงสุดในเกอแรนด้าไม่อาจเชื่อในสิ่งที่ตาของเขาเห็น....
.
.
.
ฝากติดตามผลงาน เพจเฟสบุ๊ค : https://bit.ly/3aJY2ic