(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 98 ข่าวคราวของมาร์คัส

    ตอนที่ 98 ข่าวคราวของมาร์คัส



    “ท่านไวทเคานต์และครอบครัว ต้องการอย่างนั้นจริงๆ เหรอครับ?”


    ไลท์หันมาถามเพื่อความแน่ใจ ซึ่งในระหว่างนั้นทางด้านของโทมัส จิม เอลล่า แอลและเจ้าโปริ่ง ที่ยังคงนั่งเล่นอยู่ในห้องครัวของร้านอาหาร ก็ดูเหมือนว่าพวกเขากำลัง ปลุกปล้ำเจ้าโปริ่ง ที่ตอนนี้ร่างกายของมันได้เปลี่ยนเป็นสีเทาอย่างน่าประหลาดนับตั้งแต่กลับมาจากฟาร์มของไรเซน เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา


    “จริงสิ! ทางด้านของคาห์นและหัวหน้าหน่วนก็พยายามเตือนและห้ามเอาไว้แล้ว แต่ทางด้านของไวทเคานต์นิคและคุณผู้หญิงก็ยืนกรานที่จะสั่งกะเพรานี้ให้ได้” คุณตาเกล ถอนหายใจออกมาด้วยความลำบากใจ



    นับตั้งแต่ที่ไลท์ได้เริ่มใช้พริก ที่เปรียบเสมือนผลปีศาจ มาใช้ในเมนูอาหาร ทางด้านของคุณตาเกลก็ได้เห็นลูกค้าที่อยากจะทดลองกินอาหารที่มีรสเผ็ด อยู่บ่อยครั้งจนชินตา แต่กระนั้นก็ดูเหมือนว่า คนเหล่านี้ก็มักจะจบลงด้วยความทรมาน กันแทบทั้งนั้น

    อย่างไรก็ตามคนพวกนั้นที่ว่าส่วนใหญ่ ล้วนเป็นนักผจญภัยที่ชอบท้าทายและลองดี อยู่เป็นนิจอยู่แล้ว



    เมื่อรู้ว่าความทรมานที่ต้องเผชิญจากความเผ็ด จะรุนแรงสักแค่ไหน...นักผจญภัยเหล่านั้นก็แค่บ่นอิดออด ไม่ได้มีอะไรมากกว่า

    ทว่า...ทางด้านของไวทเคานต์นิคนั้นไม่เหมือนกัน ชายผู้นี้คือขุนนางที่มียศศักดิ์เป็นถึงไวทเคานต์ หากท่านเกิดไม่พอใจกับความทรมานที่ได้รับ ร้านอาหารแห่งนี้จะเป็นยังไง จะมีการฟ้องร้องหรือสั่งให้ปิดร้านอาหารหรือไม่

    นี้เอง ที่ทำให้คุณตาเกลและคุณยายเฮลีย์ต่างเป็นกังวล จนแสดงออกทางสีหน้าที่ดูร้อนใจ



    “เดี๋ยวผมจะลดจำนวนพริกและความเผ็ดลงให้ครับ เอาเป็นต่ำกว่าระดับ 1 ดีไหมครับ” ไลท์นั้นได้กำหนดระดับความเผ็ดเอาไว้นานแล้ว ซึ่งนักผจญภัยหลายๆ คนที่เป็นลูกค้าขาประจำของทางร้าน

    ก็รับรู้ถึงเรื่องนี้และได้บอกถึงระดับที่ตัวเองทานได้สบายๆ ให้กับไลท์จนชาชิน ดั่งเช่น วันนี้ขอกะเพราเผ็ดระดับ 2 อะไรทำนองนี้

    ส่วนผู้ที่กินได้ถึงระดับ 3 ก็มีอยู่เพียงแค่ไม่กี่คน คาห์น แมท โทมัสและจิม



    ดังนั้นไลท์จึงมักจะทำรสชาติของกะเพราให้เผ็ดอยู่ในระดับ 1 อันเป็นมาตรฐาน ถึงอย่างนั้นระดับความเผ็ด 1 ที่ว่าก็ยังถือว่าเผ็ดไปอยู่ดีสำหรับคนที่ไม่เคยทานมาก่อน



    คุณตาเกลค่อยโล่งใจลงไปได้เปลาะหนึ่ง เพราะชายชรานั้นรู้ว่า ไลท์ นั้นสามารถควบคุมการปรุงรสในอาหารได้อย่างแม่นยำ ราวกับมือของเขาคือตาชั่งอันเที่ยงตรง


    อีกทั้งยังสามารถถ่ายทอด รสชาติของอาหาร สอนให้กับโทมัส จิม เอลล่าและตนเองได้อีกด้วยเช่นกัน



    ดั่งเช่นเมนูผัดกะเพรา ถ้าทำสำหรับ1-2คน ให้ใส่เนื้อสัตว์และวัตถุดิบ จำนวนเท่านี้ๆ น้ำตาล 1 ช้อนโต๊ะ ฯลฯ และหากทำตามจำนวนที่ไลท์ได้สอนเอาไว้แบบครบถ้วน สมบูรณ์ ไม่มีขาดไม่มีเกิน แม้แต่แอลที่มีอายุน้อยมากที่สุด ก็ยังทำอาหารออกมาได้รสเดียวกับที่ไลท์นั้นทำได้เลยทีเดียว


    แม้ในเรื่องของความอร่อยจะยังเทียบไม่ได้ แต่ก็บอกได้ว่า รสชาตินั้นไม่ได้แย่ไปกว่ากันเลย หากไม่มีอาหารของไลท์มากินเปรียบเทียบ เคียงคู่กันก็แยกไม่ออกว่า จานไหนคือของไลท์

    จานไหนคืออาหารที่เด็กๆ และตนเอง เป็นคนทำ นั่นเอง



    ซึ่งไลท์เรียกพวกมันว่าสูตรอาหารและจะมีก็แต่ โทมัส จิม เอลล่า แอลและสองตายายเท่านั้นที่รู้ถึงสูตรนี้ พร้อมกับในก่อนหน้านี้ที่ไลท์จะบอกถึงสูตรนี้ให้กับพวกเขา ไลท์ก็ได้มอบสัญญาบางอย่างที่น่าจะสร้างขึ้นมาจากพลังเวทลึกลับ ให้กับพวกเขาได้เซ็นโดยการถ่ายทอดพลังเวทเฉพาะตัวของทุกคนลงไปในหนังสือสัญญา



    ใช่แล้ว! มันคือหนังสือสัญญาเท่าเทียม ที่ไลท์เคยใช้กับ เจ้าโปริ่ง ที่ได้รับมาจากการสุ่มกาชาในระบบของเขานั่นเอง


    หนังสือสัญญานี้นอกเหนือจากจะใช้กับ สัตว์อสูรได้แล้ว มันยังสามารถนำมาใช้กับมนุษย์ เพื่อเป็นสัญญาผูกพัน สำหรับการทำงานในร้านอาหารที่มีไลท์เป็นผู้ดูแลนั่นเอง โดยหนังสือสัญญานี้จะเป็นการผนึกโดยพลังเวท


    ถ้าหากใครที่มีชื่ออยู่ในหนังสือสัญญา พวกเขาจะสามารถใช้วัตถุดิบที่ไลท์ได้ซื้อมาจากร้านค้าได้ตามปกติ

    หากบุคคลใดที่ไม่มีชื่ออยู่ในหนังสือสัญญาเล่มนี้ หากนำวัตถุดิบหรือสิ่งใดที่ไลท์ได้ซื้อมาจากร้านค้าไปใช้งาน ผลลัพธ์ของมันอาจจะได้ผลตรงกันข้าม ดั่งเช่นน้ำปลา ก็อาจจะมีรสชาติที่ขม เสียยิ่งกว่า สมุนไพรอย่าง บอระเพ็ดเสียอีก

    หรือที่เห็นได้ชัดที่สุด ก็คงเป็น น้ำยานำโชค ที่ไลท์ได้กินเหลือเอาไว้ไม่กี่หยด และลืมนำไปทิ้งในระบบ จนถูกมาร์คัสขโมยมันไป เพราะหลงใหลในกลิ่นหอมของมันนั่นเอง



    อย่างไรก็ตามมาร์คัสในช่วงหลายอาทิตย์ที่ผ่านมานี้ นับตั้งแต่ที่มันได้ย้ายออกจากร้านอาหารสามเวลา ไปตั้งร้านอาหารเป็นของตัวเองที่หมู่บ้านดาราฉาย


    ก็ดูเหมือนจะเงียบเชียบ อย่างผิดหูผิดตา จนไลท์นั้นแทบจะไม่ได้ข่าวคราวของอีกฝ่ายเลย เขารู้เพียงแค่ว่า ขาที่หักของมาร์คัส จนป่านนี้ก็ยังไม่หายดีเลยด้วยซ้ำ อีกทั้งร้านอาหารแห่งใหม่ที่ทุ่มทุน แต่งเติมและทาสี จนสวยงามดูเป็นร้านอาหารหรูๆ เทียบเท่ากับร้านอาหารในเมืองหลวง...ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะ เปิดขายอาหารเลย



    มีก็แต่เพียงข้อความ แจ้งให้กับลูกค้าได้ทราบเพียงแค่ ‘กำลังจะเปิดให้บริการในเร็ววันนี้’ เท่านั้น


    แต่ใครเล่าจะรู้...ในระหว่างที่มาร์คัสกำลังเก็บตัวเงียบและซุ่มซ้อมฝึกฝีมือทำอาหารที่ได้หยิบยืมชื่อเมนูมาจากไลท์

    ตัวของมาร์คัสก็ดูเหมือนจะบรรลุได้เรื่องหนึ่งแล้วว่า การทอดไข่เจียวให้ไม่ไหม้นั้นทำอย่างไร?



    ไข่เจียวสีเหลืองทอง น่ารับประทานของมาร์คัส ได้วางลงบนโต๊ะทานอาหารภายในร้านที่ปิดสนิท

    มาร์คัสถูมือไปมาด้วยความตื่นเต้น ยินดีกับความสำเร็จของตนเอง ที่วันนี้คือวันแรกที่ทำไข่เจียวได้ไร้ที่ติ จนแทบไม่มีร่องรอยไหม้ปรากฏให้เห็น หรือ ไข่เจียวที่ยังไม่สุกก็ตาม


    “มาร์วิน วันนี้ไข่เจียวของพ่อ ไม่ไหม้แล้วนะ ลองกินดูหน่อยไหม?” มาร์คัสพยายามร้องเรียกมาร์วิน ลูกชายจอมตะกละให้มากินไข่เจียวฝีมือตน

    ซึ่งตลอดหลายวันที่ผ่านมา มาร์วินนั้นได้กลายเป็น หนูทดลองข้าวไข่เจียวของผู้เป็นพ่อ จนสะอิดสะเอียนเต็มทน

    “ไม่ๆ” เด็กชายคำราม พลางปิดประตูหมกตัวอยู่แต่ในห้องนอน เพื่อแอบกินขนมที่ได้ไปซื้อมาจากร้านในหมู่บ้าน ที่มีให้เลือกละลานตา



    “เฮ้อ! ต้องกินคนเดียวสินะ” มาร์คัสบ่นงึมงำ ก่อนจะตักเอาข้าวไข่เจียวอันสมบูรณ์แบบของตนเอง เข้าปาก...กรวม กรอบ~

    เปลือกไข่ที่ตกลงไปในไข่ ชิ้นเล็ก ถูกกัดดัง กรอบ...ก่อนที่รสชาติของไข่ที่จืดสนิท ผนวกกับน้ำมันที่มันวาว จะแผ่ซ่านไปทั่วทั้งปากไม่ต่างอะไรกับน้ำมันชุบไข่


    ‘โครม’ มาร์คัสที่ได้กินข้าวไข่เจียวอันสมบูรณ์แบบของตัวเองไปเพียงคำเดียว ชายหนุ่มก็ตัดสินใจเท ที่เหลือลงถังขยะ


    “ทำไมกันนะ ทำไมถึงไม่อร่อยเหมือนกับไอ้นอกรีตนั้น” มาร์คัสทุบโต๊ะด้วยความหงุดหงิด เมื่อคิดถึงไลท์ ที่ตัวมันนั้นไม่ชอบขี้หน้าอย่างแรง

    แต่ถึงกระนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า รสชาติของอาหารของไลท์ มันอร่อยมากจริงๆ อร่อยจนน่าอิจฉา อร่อยจนน่าสะอิดสะเอียน...อร่อยจนมันนั้นเกลียดอีกฝ่ายเข้าใส่



    “ชิ! วันนี้ก็ทำไม่ได้อีกแล้วสินะ...เหอะ แล้วเมื่อไหร่จะได้เปิดร้านเสียที!” เสียงหวีดแหลมของยูริ ได้ดังเข้ามาจากหน้าร้านที่ปิดสนิท


    หลังจากยูริ ได้ย้ายมาอาศัยในหมู่บ้านดาราฉาย ตามที่ตั้งใจ เจ้าหล่อนผู้นี้ ก็ไม่เคยอยู่ติดบ้านหรืออยู่ช่วยมาร์คัส ทำงานเลยสักนิด

    โดยเธออ้างเหตุผลว่า เหม็นสีบ้างล่ะ แพ้ฝุ่นที่ต่อเติมร้านบ้างล่ะ จะมีก็แต่ ขอเงินจากมาร์คัสไปซื้อเสื้อผ้าสวยๆ เพื่อยกอ้างว่าจะได้มีหน้ามีตา ตอนที่ร้านเปิดขายอาหารนั่นเอง



    “ถึงจะพลาด แต่วันนี้ก็ไม่ไหม้แล้วนะที่รัก...เชื่อใจผมเถอะ ผมขอเวลาอีกไม่กี่วัน รับรองว่าจะต้องสำเร็จแน่ๆ” มาร์คัสมั่นใจอยู่พอสมควร

    แม้ไข่เจียวจะเป็นอะไรที่ทำได้ยาก (ในความคิดของมาร์คัส) แต่มาร์คัสก็เชื่อว่าตนเองนั้นมาถูกทางแล้ว ขอเวลาให้ตัวเองได้ปรับปรุงรสชาติอีกสักเล็กน้อย ก็จะต้องออกมาอย่างสมบูรณ์แบบอย่างแน่นอน


    ไข่เจียวนี้จะต้องเป็นเมนูโด่งดังในหมู่บ้านได้อย่างแน่นอน โดยหารู้ไม่ว่า ไข่เจียวดังกล่าวนี้มันได้สั่นสะเทือนวงการในร้านอาหารสามเวลาไปแล้วนั่นเอง



    “นี้มันไข่อะไรกัน ทำไมมันถึงได้หอมและอร่อยได้มากขนาดนี้...นี้มันทำมาจากไข่จริงๆ เหรอ?!” คุณผู้หญิงหรือภรรยาของไวทเคานต์นิค ร้องออกมาด้วยความประหลาดใจ เธอนั้นชื่นชอบไข่เจียวที่นำมาเสิร์ฟให้เป็นกับข้างอย่างแรกบนโต๊ะอาหาร จนต้องอุทานออกมา โดยไม่คำนึงถึงมารยาทอันสุภาพที่เคยสำรวมไร้เลยสักนิด



    คุณผู้หญิงได้หันมาถามกับคุณยายเฮลีย์ที่กำลังยืนยิ้มอยู่ข้างๆ ก่อนที่ในเสี้ยววินาที ทางด้านไวทเคานต์นิคและ ลูกชายกับลูกสาวของตน จะตักเอาไข่เจียวไปกินบ้าง จนหมดจาน


    “เมนูทำมาจากไข่จริงๆ ส่วนวิธีการทำ พ่อครัวหนุ่มคนนั้นเป็นคนคิดค้นขึ้นมาเอง...หากคุณผู้หญิงอยากสอบถามเพิ่มเติม ก็ลองไปถามไถ่กับไลท์ได้เลยเจ้าค่ะ!” คุณยายเฮลีย์วาดมือไปทางไลท์ ที่กำลังเดินถือถาดกับข้าวออกมา



    โดยตัวของไลท์เองก็พอจะคาดเดาได้ว่า อีกฝ่ายคงจะชื่นชอบไข่เจียวที่นำมาเสิร์ฟในตอนแรกเป็นอย่างมาก ไม่เช่นนั้นคงไม่หมดภายในไม่กี่นาทีแบบนี้หรอก


    อย่าได้ดูถูกว่า ไข่เจียวเป็นอาหารที่สิ้นคิดและเรียบง่ายถึงขนาดนั้น ถึงมันจะเป็นอะไรที่เรียบง่าย แต่ถ้าลองสังเกตกันดูสักครั้ง

    หากบนโต๊ะอาหารนั้นมี ไข่เจียววางรวมอยู่กับ กับข้าวเมนูอื่นๆ กับข้าวอย่างแรกที่จะหมดไปอย่างรวดเร็วนั้นก็คือ ‘ไข่เจียว’ นั่นเอง



    ไลท์เห็นดังนั้นจึงแอบหันมาส่งยิ้มให้กับ เด็กๆ ที่กำลังยืนหลบมุมอยู่ในห้องครัว พลางแอบชะเง้อมองเข้ามาในร้าน โดยที่ไม่ให้คนในร้านรู้ว่าพวกเขามีตัวตน ด้วยสายตาที่กำลังลุ้นระทึกว่าอีกฝ่ายนั้นจะมีปฏิกิริยายังไงกับ เมนูไข่เจียวที่เอลล่านั้นเป็นคนลงมือทำ ด้วยตัวเอง

    ‘เยี่ยมมาก’ ไลท์ยกนิ้วโป้งให้เด็กๆ ได้เห็น ก่อนจะเดินออกไปตามปกติ


    “คุณอาหญิงชอบไข่เจียวของหนูด้วย” เอลล่าหันไปพูดคุยกับโทมัสและจิม ที่ยืนลุ้นไปกับเด็กสาว ที่พวกเขามองประหนึ่งเป็นน้องสาว

    “เก่งมากเลยเอลล่า” “กระผมรู้อยู่แล้วว่าองค์หญิงเอลล่าจะต้องทำอย่างแน่นอน” โทมัสและจิม ต่างก็ชมเชยเอลล่าไม่ขาดปาก และด้วยคำชมเชยนี้เอง มันก็สร้างความมั่นใจให้กับเด็กสาวมากขึ้นไปด้วย



    องค์หญิงจากนางสนม ผู้ที่มียศศักดิ์เพียงแค่ในนามอย่างเธอ...วันนี้เธอก็รู้แล้วว่า ตัวเองนั้นชอบและถนัดอะไร


    เอลล่าและแอล มักจะโดนเหล่าราชครู ติเตียนและถูกนำไปเปรียบเทียบกับ เจ้าชายและเจ้าหญิงผู้เป็นพี่ชายและพี่สาวของเธอเองอยู่บ่อยครั้ง จนในบางครั้ง ยังแอบได้ยินเหล่าราชครูพวกนี้ พูดจาด่าทอแม่ของเธอที่เป็นนางสนม ว่านอกจากจะมีหน้าตาที่สละสวยเพียงอย่างเดียว อย่างอื่นก็ทำอะไรไม่เป็น จนลูกๆ อย่างเอลล่าและแอลเกิดมาโง่งมและไร้พรสวรรค์อีกด้วย



    กระนั้นในวันนี้ เอลล่าและแอล ไม่คิดจะไปแข่งขันกับพี่ชายและพี่สาวของเองอีกต่อไปแล้ว เป็นนักรบ? เป็นกษัตริย์? เป็นผู้นำ? ใครอยากได้ก็เอาไปเลย

    เธอและน้องชายขอเป็นพ่อครัวและแม่ครัว ร่วมกับพี่ไลท์ที่ร้านอาหารแห่งนี้ นั้นดีที่สุดแล้ว



    เอลล่าได้เรียนรู้แล้วว่า การทำอาหารอร่อยๆ ให้คนรับประทาน ก็ถือเป็นการมอบสุขให้กับทุกคนได้เหมือนกัน

    แม้ใครจะมองว่า การทำครัวเป็นงานที่ลำบาก...เอลล่าก็ไม่สนใจแล้ว เธอมีความสุขมากเหลือเกินที่ได้เห็น ครอบครัวของไวทเคานต์นิค นั้นชื่นชอบในอาหารฝีมือของเธอ



    ‘นี้เองสินะ คือภาพที่พี่ไลท์นั้นมองเห็น ในทุกครั้งที่ทำอาหาร...ภาพแห่งความสุขที่ผู้คนกำลังกินอาหารอย่างเพลิดเพลิน’



    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    ถ้าใช่ถ้าชอบ...ฝากกดหัวใจหรือกดติดตามนิยาย

    หัวใจและการติดตามของนักอ่าน ช่วยให้นักอ่านคนอื่นๆ ผ่านเข้ามาเห็นนิยายเรื่องนี้ได้มากขึ้น...ขอบคุณครับ


    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy




    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    กำเนิดใหม่ : ปรมาจารย์เทพโอสถ [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    6.78M 1459
    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    มหาวิบัติยีนกลายพันธ์ุ

    นิยาย แฟนตาซี
    196K 740
    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    ท้าทายดินแดนพระเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.45M 5206
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    ความโกรธแค้นของชูร่า

    ความโกรธแค้นของชูร่า

    นิยาย เกมออนไลน์
    2.39M 852
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    ข้าจะเป็นเศรษฐีแห่งราชวงศ์หมิง

    นิยาย แฟนตาซี
    81K 280
    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.63M 2739