ตอนที่หนึ่งร้อยเจ็ดสิบสอง Devil’s bargain
ผู้ที่อยู่ตรงหน้าเขาคือคนที่ดัดแปลงร่างกายให้มีสองเพศมีขาแปดขา มีแขนหกแขนและมีทาสอยู่ข้างร่างกายหลายคน...ซึ่งทางเทคนิคที่ว่ามาทั้งหมดนี้ไม่ได้มีตรงไหนที่ถือว่าทำผิดกฎหมาย
เพราะอย่างที่ว่าจักรวรรดิของผมไม่ได้ห้ามการมีทาสหรือการดัดแปลงพันธุกรรมที่ยังไม่เกินขอบเขตมาตรฐาน
การเพิ่มแขนขาหรือมือไม่ได้ส่งผลกระทบต่อขอบเขตของพันธุกรรมมากนักจนกว่าที่จะเกินรับได้
หากถามผมขีดจำกัดของกฎหมายจักรวรรดิว่าสิ่งไหนรับได้หรือรับไม่ได้นั้นขึ้นอยู่กับว่ากฎหมายในช่วงนั้นๆจะว่าอย่างไรมากกว่า
มีการตรากฎหมายเพิ่มและยกเลิกกฎหมายกันเป็นเรื่องปรกติ
ผมสันนิษฐานอีกอย่างว่าคนตรงหน้าของผมทำให้ตนเองมีแขนเพิ่มขึ้นเพื่อจะได้ใส่นาฬิกาทุกอย่างที่ตนเองมีแสดงให้คนอื่นดู
“พ่อหนุ่มไม่รู้หรือไงคะ ว่าแฟชั่นแบบนั้นเชยไปตั้งนานแล้ว”
ตัวประหลาดตรงหน้ากล่าวทักทายผมที่อุตส่าห์เลือกแฟชั่นมาอย่างดีเพื่อให้เข้ากับคนในสังคมได้
แต่ก็เป็นอย่างที่คนนอกสังคมนั้นนั่นล่ะ
บางครั้งเราไม่ค่อยเข้าใจสังคมและวัฒนธรรมที่เราพยายามจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวเพราะเราทำความเข้าใจพวกเขาจากแง่มุมความเข้าใจของเราเอง
“ผมชอบแฟชั่นนี้”
ผมกล่าวตอบอย่างไม่ถือสา
ฟู่
ผมพ่นควันออกจากซิก้าร์ไปทางตัวประหลาดฝั่งตรงข้ามเพื่อตอบโต้
“ผมได้ยินมาว่าคุณคือพวกไม่ศรัทธาfaithless ทำให้ไม่สามารถอยู่ในนครเบื้องบนได้ ผมเลยคิดว่าจะมาเจรจาด้วยหากเราต้องการคนที่คิดเรื่องกำไรมากกว่าความเชื่อทางศาสนา”
ใช่ครับอาชญากรรมที่เขาทำคือการที่ไม่ใช่พวกศรัทธา ไปโบสถ์ทุกวันสำคัญทางศาสนานั่นเอง
เพราะในนครเบื้องบนมีคนมีทาสมากกว่าและดัดแลปงร่างกายตนเองมากกว่านี้
แต่เราก็ยังอยู่ร่วมกันในสังคมได้อย่างสงบสุขเพราะพวกเขาศรัทธาในตัวของท่านจักรพรรดิ
“อย่ามาว่าชั้นรวมเป็นพวกชั้นต่ำอย่างนั้นนะยะชั้นคือพวกรักโลกเสรีlibertarian ย่ะชั้นคิดว่าศาสนาไม่ควรจะเข้ามายุ่มย่ามเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของพวกเราคนเราควรจะรักและสณัทธาท่านจักรพรรดิได้ในห้องนอนหรือที่ส่วนตัวของตนเองไม่ควรจะเป็นนโยบายที่ต้องบังคับกันทุกคน และชั้นไม่ใช่พวกนอกรีตนะยะอย่าเข้าใจผิดชั้นไม่ใช่พวกนอกรีต heresy ชั้นยังกราบไหว้ศรัทธาท่านจักรพรรดิอยู่แค่ไม่ใช่เรื่องที่ชั้นต้องมาอวดกับใครเท่านั้น”
การศรัทธาจักรพรรดิมันน่าอายแต่การปล่อยหน้าอกสามคู่ออกมาให้คนเห็นมันไม่น่าอายนี่นะ?