วันต่อมากลิ่นแก้วจัดเตรียมอุปกรณ์อาบน้ำให้สามีรวมทั้งเสื้อผ้า ผู้เป็นสามียิ้มน้อยๆ กับสิ่งที่เธอเตรียมไว้ให้ เขาใช้สิ่งที่เธอเตรียมไว้อย่างเต็มใจและยินดี เมื่อเดินออกมานอกห้องเขาพบกลิ่นแก้วกำลังจัดสำรับอาหารทั้งคาวหวาน เขายิ้มและนั่งหัวโต๊ะปากไม่ลืมที่จะเอ่ยชมเมียคนใหม่“ขอบใจมากที่น้องเตรียมเสื้อผ้าและอุปกรณ์อาบน้ำให้พี่ อาหารนี่ก็หน้าตาน่ารับประทาน ขอบใจน้องมากที่ดูแลพี่เป็นอย่างดี”“ไม่ต้องขอบใจข้าหรอกค่ะ ข้าแค่ยืนชี้นิ้วสั่งบ่าวและแค่ชิมอาหารในตอนท้ายเท่านั้น”“อย่างนั้นหรือถ้าอย่างนั้นขอบใจเจ้าด้วย” เขาหันไปทางทาสที่ก้มหน้าอยู่ใกล้ๆ ซึ่งก็ไม่ใช่ใครที่ไหนเมียทาสของเขานั่นแหละ“เป็นพระคุณเจ้าค่ะคุณท่านเจ้าขา หากไม่เป็นการรบกวนเกินไปข้าอยากจะขอ….” สายตาเชิญชวนให้เขาไปหา แน่นอนละอากับกริยาเช่นนี้แสดงออกมาต่อหน้าต่อตาภรรยาหลวงมันเป็นการหมิ่นเกียรติศักดิ์ศรีของกลิ่นแก้วเป็นอย่างยิ่ง“มึงไม่เห็นเมียกูหรือ!!!”“ขอประทานโทษเจ้าค่ะ ข้าจะไม่ทำเช่นนี้อีกแล้วท่านให้อภัยข้านะเจ้าค่ะ ท่านหญิงได้โปรดให้อภัยข้านะเจ้าคะ” เธอก้มหน้าขอร้องน้ำเสียงร้อนรนตกใจ“เอาเถอะเจ้าค่ะ เรื่องในบ้านข้าจะเป็นคนจัดการเองท่านทานอาหารแล้วออกไปปฏิบัติหน้าที่ของตัวเองเถอะ นี่ก็สายมากแล้ว” เธอตัดบทตักอาหารให้สามีรับประทานอาหารหลังจากรับประทานเสร็จ เธอเดินไปส่งที่หน้าบ้านเธอมอง เขาควบม้าออกไปจนลับตาแล้วจึงหันกลับมามองบ่าวที่ยืนกอดอกมองหน้าเธอตั้งแต่สามีเธอหันหลัง“มึงจะทำอะไรกู กูไม่กลัวมึงหรอก ถึงมึงจะเป็นนายหญิงของเรือนแต่ก็ใช่ว่าบ่าวทุกคนจะให้ความเคารพนับถือ ซ้ำเกลียดขี้หน้าด้วยซ้ำที่บังอาจมาแย่งชิงผัวของพวกมันไป”“ข้าไม่ได้มาตัวเปล่าหรอกนะ” สิ้นประโยคของเธอบ่าวทั้งชายและหญิงหลายสิบคน ขยับตัวมาปกป้องผู้เป็นนาย “เอ็งจะทำอะไรก็เรื่องของเอ็งมันไม่เกี่ยวกับข้า จะหึงจะหวงผัวมันก็สิทธิ์ของเมีย แต่หากมันเกี่ยวข้องกับข้าคนพวกนี้คงไม่ยอมให้เจ้าเหยียดหยามข้าทั้งกายและวาจา นับแต่นี้ต่างคนต่างอยู่ข้าปฏิบัติหน้าที่ตามที่พ่อและแม่ได้มอบหมายให้ ส่วนเอ็งก็ปฏิบัติหน้าที่ของเอ็งไป”สิ้นประโยคเธอแล้วกลิ่นแก้วเดินเข้าเรือนไป ทิ้งให้บ่าวหญิงคนนั้นกำหมัดแน่นด้วยความเครียดแค้น“หยิ่งจองหองไปเถอะมึง สักวันผัวมึงเบื่อมึงกูจะเยียบหัวมึงให้จมดิน”“มึงหัดเจียมตัวซะบ้าง ยังไงท่านหญิงมีสิทธิ์จะสั่งเฆี่ยนมึงหรือฆ่ามึงได้ทุกเมื่อ มึงอย่าลืมนะว่ามึงขายตัวมาเป็นทาสเขาแล้ว นี่ท่านหญิงแค่เพียงพูดจาสั่งสอนมึง ท่านมีเมตตามากเพียงใดแล้ว สำเหนียกตัวเองซะบ้าง” นางทาสที่นั่งก้มหน้าและมีอายุมากจิกหัวสั่งสอนทาสคนนั้น“แต่ถึงยังไงฉันก็เป็นเมียคุณท่านเหมือนกันนะต่ำกว่าอีนั่นตรงไหน”“อีใบมึงแค่แหกขาให้คุณท่านเอาหาได้ตกได้แต่งเหมือนท่านหญิงไม่ ตำแหน่งของมึงก็ไม่ต่างอะไรกับนางโคมเขียว อยู่แบบเจียมเนื้อเจียมตัวดีกว่าอย่าได้คิดไปเทียบรัศมีกับท่านหญิง”หลังจากนั้นกลิ่นแก้วอยู่ร่วมชายคากับทุกคนในบ้าน อย่างสงบสุขถึงไม่สงบนักก็ตามมีบ่าวไพร่หลายคนที่ตกเป็นเมียของสามีเธอคอยจิกกัดเธอทางสายตาอยู่เรื่อยๆ แต่ก็ไม่มีใครกล้าทำอะไรเธอด้วยท่าทาง ที่น่าเกรงขามในแบบของเธอถึงจะไม่ได้ดูองอาจเหมือนสามีแต่เธอก็ดูเด็ดขาดและเด็ดเดี่ยวในการตัดสินโทษของบ่าวไพร่ในเรือน บรรดาบ่าวไพร่จึงพากันกลัวเธอไม่ต่างกับสามีเธอเลยสักนิด ในฐานะภรรยาเธอก็ทำหน้าที่ได้ดีเช่นกันทั้งหุงหาอาหารเตรียมให้สามีทุกๆ มื้อ เธอมักจะคอยสังเกตว่าเขาชอบอะไรไม่ชอบอะไร แล้วค่อยปรับเปลี่ยนอาหารให้ถูกปากเขาขึ้นเรื่อยๆ เสื้อผ้าข้าวของเธอมักจะจัดเตรียมให้เขาอย่างเรียบร้อย ยิ่งเสื้อผ้านั้นเขายิ่งถูกใจในตัวเธอเป็นหนักหนาจากเสื้อผ้าที่มีกลิ่นอับธรรมดาเธอนำถุงบุหงามาอบเสื้อผ้าจนมีกลิ่นหอม แต่หาได้หอมหวานเหมือนเช่นผู้หญิงไม่ มันเป็นกลิ่นดอกไม้ต่างๆ ให้ความรู้สึกหอมสะอาดมากกว่าความเป็นหญิง การดูแลเอาใจใส่เช่นนี้ทำให้เขายิ่งหลงในตัวเธอมากขึ้นไปอีกแต่ไม่ว่าเขาจะพยายามพูดพยายามคุยกับเธอมากเท่าไหร่เธอก็ไม่เปลี่ยนท่าทีจากเย็นชาเรียบเฉยพูดคุยกับเขาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์“เมื่อไหร่กันหนอเมียพี่ถึงจะเลิกหมางเมินใส่พี่สักที”วันนี้ก็เช่นกันผู้เป็นสามีมีวันว่างมานั่งจ้องนั่งเฝ้าภรรยาปักผ้า ปากยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ ไม่ว่าภรรยาจะขยับอิริยาบถไปในทิศทางไหนสำหรับเขามันก็ดูงดงามไปซะหมดราวกับคนหลงภรรยาก็ไม่ปาน“จะว่าเย็นชาได้อย่างไรเจ้าค่ะ ข้าปฏิบัติตามหน้าที่ของภรรยาทุกอย่างหากเย็นชาจริงข้าคงไม่กระทำ เช่นนี้หรอกเจ้าค่ะ”“อืมม นี่ไงเวลาพูดก็ไม่สบตาคำพูดก็ไร้ซึ่งความออดอ้อนใดๆ ทั้งสิ้นแบบนี้ไม่เรียกเย็นชาจะให้เรียกอะไร”“จะให้พูดจาอ่อนหวานออดอ้อนเหมือนเช่นเมียท่านผู้อื่นหรือคะ ข้าทำไม่เป็นหรอกค่ะ”"พี่รอได้ ยังไงซะน้องก็เป็นเมียพี่อยู่แล้วสักวันหนึ่งน้องต้องรักพี่อยู่ดี” เขารวมมือที่กำลังปักผ้าขึ้นมาจูบ“อย่าเจ้าค่ะ ทำเช่นนี้มันไม่งาม”“พี่ขอโทษ พี่ต้องไปติดต่อการค้าอีกเมืองหนึ่งไปนานแรมเดือน”“โชคดีในการเดินทางนะเจ้าคะ” เธอมองหน้าเขานิ่งๆ ราวกับไม่ยินดียินร้ายอย่างนั้นแหละผิดจากสามีที่น่าจ่อยสนิท นี่ภรรยาของเขาจะไม่ร่ำร้องให้เขาอยู่หรือขอไปด้วยเลยสักนิดหรอ พูดให้เขาโชคดีในการเดินทางด้วยสีหน้าเรียบเฉยเหมือนกับจะไล่ให้เขาไปพ้นอย่างนั้นแหละ“น้องจะไม่แสดงอาการคิดถึงพี่เลยซักน้อยเลยหรือ”“ท่านบอกว่าไปทำธุระนั่นหมายความว่าเป็นเรื่องจำเป็น ต่อให้ข้าร่ำร้องไม่ให้ท่านไปอย่างไรท่านก็ต้องไปอยู่ดี” เธอถอนหายใจเบาๆ “จะเดินทางเมื่อไหร่เจ้าคะ ข้าจัดเตรียมสัมภาระให้”“ราวสามวัน”“เจ้าค่ะ” อยู่ๆ เธอเกิดลางสังหรณ์บางอย่างขึ้นมา “ข้าขอได้หรือไม่เจ้าคะ การเดินทางครั้งนี้ ท่านจะมีใครยังไงข้าไม่ว่าแต่ขออย่าให้ใครมาเทียบเคียงกับข้า”“ไม่มีใครเทียบเทียนน้องได้แน่นอนพี่จะมีน้องเพียงผู้เดียวที่เชิดหน้าชูตาเคียงคู่กับพี่ ไม่มีหญิงอื่นใดเทียบเทียนน้องได้เด็ดขาด” สามีสบตามองหน้ากลิ่นแก้วให้คำสัญญาอย่างแม่นมั่น
คำสัญญาของผู้ชายมันไว้ใจไม่ได้!!!! เราทำความรู้จักกับกลิ่นแก้วไปแล้วท่านหญิงผู้สูงส่งและเหมือนรูปปั้นแต่ดูแลสามีในทุกๆ เรื่องไม่เคยขาด แล้วทับทิมจะเป็นคนยังไงนะ