ตอนที่ 3 ถอนหมั้น
- เช้าวันต่อมา -
ริโอน่าลุกขึ้นจากที่นอนด้วยความงัวเงีย เธอค่อยๆเดินไปที่ห้องน้ำเพื่อที่จะทำธุระส่วนตัวและก็อาบน้ำเหมือนอย่างปกติ แต่เมื่อมองไปที่กระจกในห้องน้ำเธอก็สะดุ้งใตื่นขึ้นอย่างเต็มตา เพราะยังไม่ค่อยชินกับใบหน้าของคนอื่นที่สะท้อนผ่านกระจกออกมา เธอมองไปที่กระจกแล้วก็ได้แต่สงสัยว่าทำไมเธอถึงต้องมาอยู่ในที่แห่งนี้ด้วย เธอไม่ได้อยากเป็องค์หญิงหรืออะไร ก็แค่อยากมีชีวิตต่อไปในแต่ละวันให้ได้เท่านั้น เมื่ออาบน้ำเสร็จเธอจึงเดินไปที่ห้องแต่งตัวที่มีอยู่ภายในห้องนอนอย่างเสร็จสรรพ ตู้เสื้อผ้าที่เต็มไปด้วยชุดเดรสมากมายที่ดูยังไงก็ไม่เหมาะกับเธอที่ชอบความสะดวกสบายมากกว่า
แต่ถึงจะบอกแบบนั้น เธอก็ต้องจำใจสวมใส่ชุดเดรสที่มีอยู่ในตู้เพราะเธอก็ไม่มีตัวเลือกอื่นเช่นกัน เช้านี้เธอรู้สึกไม่ค่อยมีอะไรให้ทำมากนักเธอจึงเดินมานั่งที่โซฟาและคิดทบทวนเื่ขององค์ชายนิดหน่อย เธอกำลังครุ่นคิดเื่ที่เขาได้พูดไว้เมื่อวาน ซึ่งมันดูเหมือนว่าเธอจะเข้าใจผิดอะไรบางอย่าง แต่สิ่งที่แน่ใจที่สุดก็คือการที่เทรย์เวอร์เ็าใส่องค์หญิงแบบนี้ นั่นก็เพราะว่าเขาคงไม่อยากจะแต่งงานส่วนองค์หญิงที่คอยตามโวยวายองค์ชายอยู่ตลอดเวลาก็คงเป็เพราะเธอรักองค์ชายและไม่อยากให้องค์ชายเ็าใส่เธอ แต่ถ้าเป็แบบนั้นทำไมไม่ทำตัวดีๆกันแน่นะ จะโมโหใส่เขาตลอดเพื่ออะไร? ไม่เข้าใจองค์หญิงคนนี้เลยจริงๆ และนี่คือสิ่งที่ริโอน่าสรุปได้คร่าวๆเพื่อที่จะอยู่ต่อในฐานะองค์หญิงเพื่อไม่ให้ใครล่วงรู้ความลับว่าเธอไม่ใช่...
เฮ้อ!
เสียงถอนหายใจเล็กๆของเธอดังขึ้นพร้อมๆกับเสียงเคาะประตู
ก๊อก... ก๊อก... ก๊อก...
ภายใต้ความคิดที่กำลังสับสน ถูกเสียงเคาะประตูช่วยเอาไว้ได้ทันเวลาพอดี ก่อนที่ความคิดจะเตลิดไปไกล เสียงเคาะประตูจากทางหน้าห้องนอนดังขึ้นและมีเสียงเล็กๆพยายามะโเรียกคนที่อยู่ภายในห้องนอน
"องค์หญิงคะ ลูซี่เองนะคะ" เสียงนุ่มนิ่มของสาวใช้คนโปรดดังขึ้นจากทางด้านหน้าประตู
"ลูซี่หรอ? เข้ามาก่อนสิ!" ริโอน่าตอบกลับด้วยน้ำเสียงเป็กันเอง
เอ๊ะ!
ริโอน่าอุทานออกมาอย่างแปลกใจเมื่อได้เห็นลูซี่เปิดประตูเข้ามาอย่างง่ายดาย ร่างเล็กๆบอบบางแบบนั้นสามารถเปิดประตูใหญ่ๆบานนั้นได้ด้วย ทั้งๆที่เมื่อวานริโอน่าใช้แรงเปิดแทบแย่
เฮ้อ!
เธอแอบถอนหายใจเบาๆ และแอบขำตัวเองภายในใจว่าทำไมคนที่ถูกฝึกมาอย่างทรหดราวกับทหารอย่างเธอถึงมีแรงสู้เด็กน้อยน่ารักคนนี้ไม่ได้
ลูซี่เดินหน้าตาตื่นเข้ามาในห้องอย่างเร่งรีบเหมือนมีเื่อะไรบางอย่าง
"มีอะไรงั้นหรอมาหาเราแต่เช้าเลย" ริโอน่าทักถามเธออย่างกระตือรือร้น
"เอ่อ... คือว่า... คือ..." น้ำเสียงที่ดูอ้ำอึ้งของลูซี่ ทำให้ริโอน่าเริ่มจ้องเขม็งไปที่เธอพร้อมกับขมวดคิ้วด้วยความสงสัยทันที
"เป็อะไรหรอ? ทำไมทำท่าทางแปลกๆ"
"คือว่า... องค์ชายเทรย์เวอร์มีรับสั่งให้เชิญองค์หญิงไปที่ห้องอาหารเพื่อทานอาหารเช้าร่วมกันค่ะ" ลูซี่เอ่ยด้วยความประหม่า
"แค่นี้เอง ทำไมต้องทำท่าทางแปลกๆด้วย ก็แค่ทานข้าวเช้าไม่ใช่หรอ..?" ริโอน่าตอบด้วยท่าทีปกติเพราะเธอคิดว่าคงไม่ใช่เื่แปลกเพราะยังไงทั้งคู่ก็เป็คู่หมั้นกันจะทานอาหารเช้าร่วมกันก็ไม่เห็นจะแปลกเลย ลูซี่ทำท่าทางเอาซะใกันไปหมด
" ???? " ใบหน้าที่บ่งบอกถึงความมึนงงของลูซี่
"มีอะไรรึเปล่า..?" ริโอน่าแปลกใจที่เห็นลูซี่ทำหน้างงๆ เพราะเธอก็ไม่น่าจะพูดอะไรผิดไปนะ
"องค์หญิงลืมไปแล้วหรอคะ องค์ชายน่ะ ไม่เคยมาร่วมโต๊ะอาหารกับท่านเลยนะคะ" ลูซี่พูดขึ้นอย่างแ่เบาขณะที่ส่ายหน้าด้วยความกังวล
เอ๊ะ!
ริโอน่าอุทานขึ้นด้วยความสงสัย
จึงย้ำคำตอบของลูซี่อีกครั้ง "ไม่เคยสักครั้งเลยงั้นหรอ?"
ลูซี่ส่ายหัวเบาๆพร้อมทั้งส่งยิ้มจางๆมาให้ริโอน่า ขณะที่กำลังมึนงงกับสถานการณ์แปลกๆ ความทรงจำของเื่ที่พูดกันเมื่อกี้ได้ไหลเข้ามาในหัวอย่างกะทันหัน ซึ่งั้แ่องค์หญิงมาอยู่ที่นี่ตอนนี้ก็ราวๆสามเดือนแล้ว แต่ทั้งสองคนไม่เคยร่วมทานอาหารด้วยกันเลยแม้แต่ครั้งเดียว
องค์หญิงที่ย้ายมาอยู่ที่นี่เหตุเพราะอีกหกเดือนทั้งคู่จะต้องแต่งงานกัน ทางฝ่ายผู้ใหญ่เลยอยากให้ทั้งสองคนได้มาใช้ชีวิตร่วมกันในฐานะคู่หมั้นก่อนที่จะแต่งงานกัน ซึ่งตามกฎหมายของอาณาจักรราชวงศ์จะสามารถแต่งงานได้ต้องมีอายุครบยี่สิบห้าปีเท่านั้น และอีกหกเดือนทั้งคู่ก็จะอายุครบยี่สิบห้าปีตามที่กำหนด และหลังจากครบตามอายุ ทั้งคู่ก็จะแต่งงานกันทันที
ริโอน่าเห็นความทรงจำแล้วก็ยิ่งแปลกใจ ทำไมทั้งคู่ถึงไม่เคยทานอาหารร่วมกันเลยทั้งๆที่อยู่บ้านเดียวกันมาเกือบสามเดือน แม้จะเ็าแค่ไหนแต่ก็ไม่ควรทำร้ายจิตใจฝ่ายหญิงมากขนาดนี้
ริโอน่าส่ายหัวออกมาเบาๆ
"เอาเถอะ ยังไงก็ช่างเื่นั้นก่อนแล้วกัน ว่าแต่ ทำไมวันนี้เขาถึงเชิญเราให้ไปทานอาหารด้วยล่ะ ถ้าปกติไม่เคยทำวันนี้ก็ควรปล่อยผ่านไปซะสิ" ริโอน่าตัดพ้อด้วยความสงสัย เพราะไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเทรย์เวอร์ตั้งใจจะทำอะไรกันแน่
"ลูซี่ก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ" น้ำเสียงที่กังวลของลูซี่ทำเอาริโอน่าไม่กล้าถามต่อเลย เพราะเธอรู้ว่าลูซี่ต้องใช้ชีวิตที่นี่แบบไหนมาบ้าง
ริโอน่ามองไปที่ลูซี่อีกครั้ง เธอคิดว่าถ้าถามเอาคำตอบจากลูซี่คงจะไม่เป็ผลดีแน่ๆ เพราะยังไงที่นี่ก็ไม่ได้เอื้ออำนวยให้ลูซี่เท่าไหร่นัก ที่บอกแบบนี้เพราะว่าในความทรงจำขององค์หญิง มีเื่ราวที่ลูซี่เคยโดนต่อว่าทั้งต่อหน้าและลับหลัง เพียงเพราะว่าตนนั้นเป็คนขององค์หญิงเท่านั้น ซึ่งลูซี่ไม่ได้ทำอะไรผิดเลยก็แค่ตามมารับใช้องค์หญิงเท่านั้นเอง และแม้ว่าองค์หญิงจะได้รับรู้และเห็นเหตุการณ์แต่ก็ไม่ได้ตอบโต้หรือจัดการคนพวกนั้นให้แก่ลูซี่เลย องค์หญิงปล่อยให้ทุกอย่างผ่านไปโดยไม่ทำอะไร ซึ่งความทรงจำนี้ก็ค่อนข้างขัดใจคนที่เห็นเื่ราวทั้งหมดอย่างริโอน่าตอนนี้
ริโอน่าไม่อยากเสียเวลานึกหรือคิดตามความทรงจำขององค์หญิงแล้ว เธอคิดว่าเดี๋ยวค่อยๆจัดการไปทีละเื่ดีกว่า เอาเื่ตอนนี้ที่กำลังจะเกิดก่อน
"งั้นเราไปกันเถอะ" ริโอน่าพูดด้วยน้ำเสียงเรียบๆขณะที่กำลังลุกขึ้นยืนจากโซฟาที่นั่งอยู่เมื่อครู่
"เราก็เริ่มอยากรู้แล้วล่ะว่าองค์ชาย้าจะทำอะไรกันแน่ ถึงได้ทำสิ่งที่ไม่เคยทำมาก่อนแบบนี้"
" ???? " ลูซี่ยืนงงกับคำพูดและท่าทางของริโอน่าเล็กน้อย แต่เธอก็ไม่ได้ทักท้วงเ้านายของเธอแต่อย่างใด เธอพาริโอน่ามาที่ห้องอาหารชั้นที่สี่ ซึ่งเป็ห้องอาหารที่ใหญ่ที่สุดของคฤหาสน์หลังนี้ และเป็เพียงห้องเดียวที่องค์ชายจะเข้ามาทานอาหาร
//ณ ห้องอาหาร//
ริโอน่าเดินตามลูซี่มาจนถึงห้องอาหารที่เทรย์เวอร์กำลังรออยู่ ริโอน่าได้พบกับห้องที่ดูหรูหราห้องหนึ่ง ซึ่งภายในห้องนั้นมีโต๊ะที่วางอยู่ที่ใจกลางห้องซึ่งเป็โต๊ะที่ค่อนข้างยาวเก้าอี้ที่วางอยู่รอบๆก็มีราวๆสิบตัวได้ การตกแต่งของห้องก็ออกสไตล์เรียบหรู สีรอบๆเป็สีเทาเข้มเพดานที่มีลักษณะเป็เหมือนคลื่นทะเลรวมทั้งโคมไฟที่ติดเพดานเป็สไตล์ที่แปลกตาถ้าจะเปรียบรูปทรงล่ะก็ มีลักษณะที่ดูคล้ายๆขนมปังครัวซองต์ที่กำลังตั้งฉากและมีไฟเรืองแสง ส่วนรอบๆห้องถูกประดับไปด้วยประติมากรรมที่ค่อนข้างเก่าแก่ ซึ่งไม่แน่ใจว่าเป็สไตล์ของโลกนี้อยู่แล้วหรือเป็สไตล์ของคฤหาสน์หลังนี้หลังเดียว
ริโอน่ามองไปรอบๆสลับกับมองอาหารที่ถูกจัดวางไว้บนโต๊ะ เธอรู้สึกแปลกใจเป็อย่างมาก เพราะอาหารที่อยู่บนโต๊ะนั้น ดูมากมายเกินกว่าจะเป็มื้อเช้ามื้อเดียวของเธอ อาหารที่ดูหรูหราวางอยู่ด้านหน้าเต็มไปหมด มันทำให้เธอนึกถึงอดีต เมื่อก่อนถ้าจะเปรียบอาหารทั้งหมดของมื้อนี้ ริโอน่าสามารถกินได้ตลอดทั้งอาทิตย์ เพราะในสมัยที่อาศัยอยู่กับแม่เธอแทบจะไม่ค่อยได้กินอะไรเลย อย่าว่าแต่อาหารดีๆเลย แค่อาหารธรรมดาสักมื้อยังหายากเกินไป
อึก!
เสียงกลืนน้ำลายดังอยู่ภายในลำคอของเธอ ริโอน่าชะงักทันทีเพราะความเพลิดเพลินตาเพลิดเพลินใจไปกับอาหารดีๆที่วางอยู่ตรงหน้าทำให้เธอเหม่อจนถึงกับกลืนน้ำลายด้วยความบังเอิญ เธอรีบใช้สายตากวาดมองไปรอบๆทันที เพื่อดูว่ามีใครได้ยินเสียงกลืนน้ำลายที่น่าอายของเธอหรือไม่
"ยืนนิ่งทำไม เข้ามานั่งสิองค์หญิง" เสียงทุ้มๆขององค์ชายดังขึ้นแทรกความเขินอายของริโอน่าทันที ริโอน่าได้แต่หวังว่าองค์ชายจะไม่ทันสังเกตใน่เวลาที่เธอกลืนน้ำลายเมื่อกี้
"...." ริโอน่าโค้งคำนับลงเล็กน้อยเพื่อเป็การตอบตกลง
ริโอน่าค่อยๆเดินอย่างระมัดระวัง เพื่อไปที่เก้าอี้ เธอพยายามเลื่อนเก้าอี้เพื่อที่จะนั่งอย่างระมัดระวัง เพราะมีสายตาที่จับจ้องเธออยู่เต็มไปหมด ซึ่งในห้องอาหารไม่ได้มีเพียงเธอและเทรย์เวอร์เท่านั้น แต่มีพ่อบ้าน และคนรับใช้ที่อยู่ที่นี่อีกสี่ห้าคน
"นั่งไกลดีนะ" เสียงพึมพำเบาๆเอ่ยขึ้น
ริโอน่าเหลือบไปมองเทรย์เวอร์ที่กำลังพูดอย่างเบาๆเหมือนพยายามบ่นกับตัวเขาเองมากกว่า เธอจึงไม่ได้สนใจในสิ่งที่เขาพูดเท่าไหร่ เธอนั่งลงที่เก้าอี้ตัวที่สี่นับจากหัวแถวส่วนเขานั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ซึ่งระยะห่างของเราค่อนข้างที่จะไกลกัน ทำให้เธอก็ไม่ค่อยได้ยินที่เขาพึมพำเท่าไหร่
ริโอน่าเธอพยายามรักษาระยะห่างจากเขา เพราะในความทรงจำที่มีเขาค่อนข้างจะเ็าและก็ชอบทำหน้าเหมือนจะกินเืกินเนื้อเธออยู่ตลอดเวลา จึงทำให้เธอไม่ค่อยอยากเข้าใกล้เขาเท่าไหร่ เพราะไม่อยากให้เื่ต้องวุ่นวายไปมากกว่านี้ เพราะแค่ตอนนี้ก็อึดอัดใจมากอยู่แล้วที่ต้องมาอยู่ในฐานะคู่หมั้นของเขา
ก่อนหน้านี้ต้องเล่าก่อนว่าทำไมความสัมพันธ์ของทั้งคู่ถึงได้เป็เช่นนี้ เมื่อหลังจากที่องค์หญิงได้เปลี่ยนไปและองค์ชายก็มององค์หญิงไม่เหมือนเดิมทั้งคู่จึงมีปากเสียกันมาโดยตลอด แม้ว่าองค์หญิงเองจะรักองค์ชายแค่ไหน แต่เมื่อความรักมันบังตาความหึงความหวงก็เกิดขึ้นตามมา มีหลายครั้งที่องค์ชายชอบพูดคุยกับคนอื่นด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มแต่พอถึงเวลาที่คุยกับองค์หญิงเขากับไม่ยิ้มแถมยังทำตัวห่างเหิน เธอจึงรู้สึกไม่ชอบทุกคนที่พยายามเข้าใกล้องค์ชายของเธอ
และ่อายุยี่สิบต้นๆเป็่ที่อารมณ์ของวัยนี้กำลังซับซ้อน และองค์หญิงที่มีเื่เกิดขึ้นมากมายในระหว่างที่องค์ชายไม่ได้มาพบอยู่เป็เวลานาน ทำให้องค์หญิงที่เคยน่ารักและใจดีกลายเป็องค์หญิงตัวร้ายในสายตาของทุกคน และเมื่อไหร่ที่คนเราได้เริ่มเอาแต่ใจแล้วล่ะก็ ไม่มีทางที่จะหยุดลงได้อย่างแน่นอน ซึ่งนั่นก็ทำให้องค์หญิงไม่เป็ที่พึงพอใจขององค์ชายและทุกคนในคฤหาสน์หลังนี้ ยิ่งเวลาผ่านไปองค์ชายก็ยิ่งทำตัวห่างเหิน ซึ่งแทนที่องค์หญิงจะคิดได้ กลับกลายเป็ว่าทำตัวเอาแต่ใจหนักกว่าเดิม
ความเอาแต่ใจของเธอไม่ได้หยุดแค่ตรงนั้น เพราะในตอนแรกทางผู้ใหญ่ของทั้งสองฝ่ายกะว่าจะให้ทั้งสองคนลองมาใช้ชีวิตร่วมกันใน่สองเดือนสุดท้ายก่อนแต่งงาน แต่องค์หญิงเองนั่นแหละที่เป็คนรั้นอยากจะมาอยู่กับองค์ชายให้ได้ เธอจึงขอให้ท่านพ่อของเธอจัดการเื่นี้ให้เพื่อให้ได้มาอยู่ที่นี่ก่อนกำหนด ซึ่งนั่นก็เป็เื่ราวคร่าวๆที่เกิดขึ้น และหลังจากที่องค์หญิงมาอยู่ที่คฤหาสน์หลังนี้ ก็เป็อย่างที่เห็น องค์หญิงดูแย่ในสายตาของทุกคน แม้กระทั่งคนรับใช้ของที่นี่ก็มององค์หญิงด้วยสายตาที่เ็าเหมือนกับเ้านายของพวกเขา ซึ่งริโอน่าที่มองสถานการณ์อยู่ก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่ เพราะมันก็สมควรแล้วที่ทุกคนจะไม่ชอบขี้หน้าเธอ
ท่ามกลางความเงียบของห้องอาหาร ที่แม้จะมีคนยืนอยู่เต็มไปหมด แต่ก็ไม่ได้ทำให้ความเงียบนั้นหายไปเลย และคนสองคนที่กำลังจะดื่มด่ำกับอาหารเช้าที่แสนจะอึดอัดใจนี้ ก็ทำได้เพียงมองหน้ากันไปมาเท่านั้น ห้องที่แสนกว้างแต่กับหายใจไม่ค่อยสะดวก จึงทำให้สีหน้าของริโอน่าเริ่มจะซีดลง
"ทานสิองค์หญิง เดี๋ยวอาหารก็เย็นหมดพอดี" คนที่เปิดบทสนทนาที่น่าอึดอัดขึ้นก็คือเทรย์เวอร์ เขาเอ่ยปากชวนเธอทานอาหารก่อน เพื่อคลายความตึงเครียดของบรรยากาศ
"....." ริโอน่าพยักหน้าตอบกลับเบาๆ
หลังจากที่ตอบกลับด้วยท่าทาง เธอจึงหยิบช้อนที่วางอยู่ข้างๆจานอาหารของเธอขึ้นมาเพื่อที่จะเอื้อมมือไปตักอาหารที่อยู่ตรงหน้า
"ถ้ากลัวดอกพิกุลจะร่วงออกจากปากขนาดนั้น ท่านก็ไม่ควรทานข้าวเข้าไปนะองค์หญิง" น้ำเสียงที่กระแทกกระทั้นของเขาเอ่ยขึ้นขณะที่เขายกมือขึ้นเท้าคางบนโต๊ะอาหาร
ริโอน่าหยุดมือทันที เธอวางช้อนลงที่จานข้าวด้วยความสงบ และเงยหน้าขึ้นมองเทรย์เวอร์ด้วยความนิ่งเงียบ
"อะไรอีกล่ะ" น้ำเสียงนิ่งเงียบที่แฝงไปด้วยความเ็าของเธอเอ่ยขณะที่กำลังมองไปที่ใบหน้าของชายที่กำลังทำท่าทางหงุดหงิด
"อ๋อ นึกว่าท่านพูดไม่ได้ซะอีก ก็พูดได้อยู่นิ ทำไมเวลาเราถามถึงไม่ยอมตอบ" น้ำเสียงเ็าที่พยายามพูดด้วยความหงุดหงิดใจ เขามองไปที่เธอด้วยสีหน้าท่าทางเหมือนจะหาเื่เธอให้ได้
"เราไม่อยากตอบไง แค่นี้ไม่รู้เลยรึไง" น้ำเสียงเรียบๆเธอกำลังเชือดเฉือนด้วยใบหน้าที่คมกริบ
เหอะ!
เทรย์เวอร์สบถออกมาอย่างจงใจในขณะที่มองริโอน่าด้วยท่าทีที่จริงจัง
"เราถึงขนาดชวนท่านมาทานอาหารร่วมกันดีๆ ทั้งๆที่เมื่อก่อน เอาแต่คะยั้นคะยอให้เรามาทานด้วยแท้ๆ ตอนนี้กลับทำเป็รังเกียจ" น้ำเสียงที่ฟังแล้วยังไงก็ดูเหมือนกำลังประชดประชันอยู่นั้น ทำเอาสีหน้าของทุกคนในห้องเริ่มเปลี่ยนไป
ภายในห้องอาหารผู้คนที่ยืนอยู่ต่างพากันหันหน้าไปมาเพราะกำลังแปลกใจกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น ทุกคนคิดว่ามื้ออาหารนี้คงจบลงอย่างไม่สวยแน่นอน เพราะเทรย์เวอร์ดูเหมือนจะหงุดหงิดใจแล้ว
"แล้วใครใช้ให้ท่านชวนเรา" น้ำเสียงที่ตัดบทของเธอทำเอาทุกคนเงียบและจ้องเขม็งมาที่เธอคนเดียว
"องค์หญิง!!" เสียงตะคอกดังขึ้น
เทรย์เวอร์ะโขึ้นด้วยความโมโห เพราะเขาไม่คิดว่าเธอจะพูดเชือดเฉือนได้ขนาดนี้ ปกติเอาแต่โวยวายแต่วันนี้กลับยั่วโมโหเขาด้วยความเ็าที่มีในแววตาและท่าทาง
ทุกคนที่อยู่ภายในห้องเงียบลง ไม่มีใครหันซ้ายหันขวาเลยแม้แต่น้อย เพราะต่างก็ใตื่นกลัวที่ได้ยินองค์ชายตะคอกใส่องค์หญิงแบบนั้น
ทั้งคู่ต่างมองหน้ากันโดยที่ตอนนี้เหมือนมีลำแสงแห่งความโกรธกำลังปะทะกันด้วยแววตา คนหนึ่งก็โมโหอีกคนก็นิ่งเฉย ทำเอาสถานการณ์ยิ่งอึดอัดหนักกว่าเดิม
อา!
เทรย์เวอร์ลากเสียงอุทานขึ้นพร้อมกับพยักหน้าไปมา
"ท่านอยากเปลี่ยนแนวการเรียกร้องความสนใจงั้นหรอ ปกติจะต้องโวยวาย แต่ตอนนี้กับทำสายตาเ็าใส่เรา ท่านคงหมดมุกที่จะก่อนเื่แล้วงั้นสิ!!" น้ำเสียงดูแคลนของเทอร์เวอร์พูดขณะที่จ้องมองริโอน่าด้วยสายตาที่เย่อหยิ่ง
ปัง!
เสียงมือที่กระทบลงบนโต๊ะอาหาร
สายตาที่จับจ้องไปที่เทรย์เวอร์ ริโอน่ามองเขาอย่างเ็าและนิ่งเฉยต่อความคิดที่ไร้สาระนี่
"ท่านอย่าคิดว่าทุกคนจะเป็เหมือนท่านนะองค์ชาย เลิกหลงตัวเองได้แล้ว เราไม่คิดจะเรียกร้องอะไรจากท่านอยู่แล้ว เพราะงั้นก็จงเลิกทำในสิ่งที่ท่านไม่เคยทำเถอะ!!" ริโอน่าเอ่ยขึ้นอย่างนิ่งสงบ แม้ว่าเสียงกระทบบนโต๊ะอาหารเธอจะเป็คนทำเองก็ตาม แต่เธอก็ไม่ได้มีสีหน้าที่หงุดหงิดหรือโกรธแต่อย่างใด มันเป็เพียงอารมณ์ชั่ววูบที่รู้สึกขัดใจในคำพูดของเขาเท่านั้นเอง เธอก็เลยะเิออกมาชั่วขณะ
เหอะ!
เทรย์เวอร์สบถออกมาพร้อมทั้งกระตุกยิ้มมุมปาก
"ท่านคิดว่าเราอยากทำแบบนี้นักรึไง เราก็ไม่อยากร่วมโต๊ะกับคนอย่างท่านนักหรอกองค์หญิง เพราะคนที่ร้ายกาจอย่างท่านน่ะเราไม่คิดจะเสียเวลาด้วยอยู่แล้ว" เขาจ้องเธอด้วยแววตาที่ขุ่นเคืองและน้ำเสียงเ็ายราวกับน้ำแข็งที่กำลังถูกไฟร้อนๆเผาไหม้
"เราว่า คนที่ร้ายกาจไม่ใช่เราหรอก เป็ท่านมากกว่าองค์ชาย" น้ำเสียงเรียบๆของเธอเอ่ยอย่างนิ่งสงบ
"เราทำอะไร เราไม่เคยทำอะไรท่านเลยสักครั้ง" เขาตอบด้วยความสงสัย เพราะที่ผ่านมาเขาก็แค่ทำตัวเ็าใส่เธอ แต่เขาไม่เคยทำร้ายเธอเลยสักครั้งเดียว แต่ทำไมผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้าถึงเอาแต่ต่อว่าเขา
"ผลักคู่หมั้นตกน้ำแล้วยังบอกว่าไม่ได้ทำอะไรอีกงั้นหรอ หากท่านไม่อยากแต่งงานกับเราขนาดนั้น ทำไมไม่ถอนหมั้นไป ท่านจะอยู่แบบนี้ไปทำไม" ริโอน่าต่อว่าเขาด้วยน้ำเสียงที่แน่นิ่งราวกับสายน้ำที่ไม่เคลื่อนไหว
"ท่านว่ายังไงนะ!!" น้ำเสียงขุ่นเคืองเริ่มเอ่ยขึ้น
"เราบอกว่าให้ถอนหมั้นไงล่ะ" สายตาของเธอจ้องมองไปที่เขาอย่างไม่เกรงกลัว
"ที่พูดน่ะ ไตร่ตรองออกมาแล้วจริงๆใช่ไหม" เขาถามอย่างจริงจังเพราะเขารู้สึกแปลกใจไปพร้อมๆกับความขุ่นเคืองที่จู่ๆคนที่วิ่งไล่ตามเขามาโดยตลอดกับบอกว่าให้เขาถอนหมั้น
"ใช่ ถ้าท่านไม่ทำ งั้นเดี๋ยวเราทำเอง"
"หมายความว่าไง" เขาถามเธอ
"ก็หมายความว่าเราจะถอนหมั้นเองไงล่ะ" น้ำเสียงของริโอน่าส่งผ่านไปถึงเทรย์เวอร์ทำเอาเขาพูดไม่ออกเลยทีเดียว สายตาและท่าทางของเขาเริ่มเปลี่ยนไปจากที่กำลังโมโหตอนนี้เขากับมีสายตาที่ว่างเปล่าราวกับใคำพูดของเธอเป็อย่างมาก
"...."
"...."
ความเงียบได้ดังขึ้นอีกครั้ง ทั้งคู่ต่างเมินหน้าหนีกัน และทุกคนที่อยู่ในห้องก็ได้แต่นิ่งเงียบไปกับคำพูดของริโอน่า ด้วยความแปลกใจที่ไม่คิดไม่ฝันว่าจะมีวันที่องค์หญิงคนนี้จะเอ่ยเื่การถอนหมั้นขึ้นมา
ริโอน่าทนอึดอัดใจต่อไปไม่ไหวเธอจึงรีบลุกจากเก้าอี้เพื่อเดินออกไปนอกห้องอาหารทันที เธอไม่มีกะจิตกะใจที่จะทานอาหารต่อแล้ว และก็ไม่อยากพูดหรือเจอสายตาของคนในห้องนี้แล้วด้วย เธอจึงเดินจากไปโดยไม่บอกลาสักคำและลูซี่ที่เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดก็รีบเดินตามเ้านายของเธอไปทันที
เฮ้อ!
เทรย์เวอร์ถอนหายใจขึ้นทันที เขามองตามเธอที่เดินจากไปจนพ้นสายตา เขารู้สึกแปลกๆในใจ เขาไม่รู้เลยว่าความรู้สึกนี้มันคือการโล่งใจที่องค์หญิงขอถอนหมั้น หรือรู้สึกเสียดายที่คนที่อยู่ตรงหน้ากำลังจะถอนหมั้นเขากันแน่
"องค์ชาย" บารอนเอ่ยขึ้นด้วยความกังวลใจ
"ไม่เป็ไร นางไม่ได้พูดจริงหรอก นางก็แค่กำลังโกรธ" น้ำเสียงจากที่เคยเ็าตอนนี้กับพูดอย่างเรียบๆด้วยสีหน้าที่เป็กังวล
น้ำเสียงของเทรย์เวอร์ดูเป็กังวลเล็กน้อย ทั้งๆที่เขาแทบไม่ได้สนใจอะไรในตัวองค์หญิงเลย แต่ณ วินาทีที่เธอบอกว่าจะถอนหมั้น ในใจของเขากับสั่นไหว เขาไม่รู้เลยว่าเขารู้สึกแบบนี้ได้ยังไง แทนที่ในใจจะโล่งแต่กับอึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก
และอาหารเช้าก็จบลงอย่างเงียบสงบ เพราะขณะนี้เทรย์เวอร์ก็ลุกออกจากห้องอาหารเช่นกัน มื้อเช้าที่แสนงดงามจบลงด้วยการถอนหมั้น มันช่างเป็มื้อเช้าที่น่าสงสารเหลือเกิน สงสารคนที่ตั้งใจทำอาหารมื้อเช้าตั้งมากมายแต่กับไม่มีผู้ใดแตะต้องอาหารเลยสักคำและตอนนี้ทั้งคู่ก็คงจะอิ่มกับสิ่งที่เกินขึ้นจนจุกไปถึงกระดูกดำเลยล่ะมั้ง ตอนนี้ทุกคนต่างพากันแยกย้ายไปจนหมดเหลือไว้เพียงห้องที่ว่างเปล่าห้องนี้